“แกนผลึกเพลิงสุริยัน!” จอมยุทธ์ตระกูลฮว๋างคนหนึ่งะโแล้วชี้นิ้วไปที่แกนผลึกสีแดงชาด
ฮว๋างจ้านเบิกตาทั้งสองกว้างจับจ้องเขม็งมองแกนผลึกแดงเพลิงขนาดสูงเท่าเสาหนึ่งต้น
“แกนผลึกเพลิงสุริยันขั้นลึกลับระดับต่ำ มีเยอะขนาดนี้เชียวรึ!” ฮว๋างจ้านตะลึงจังงัน
ปกติแล้วแกนผลึกเพลิงสุริยันจะเกิดขึ้นเฉพาะครีษมายันเท่านั้น ซึ่งมหาสมุทรมีครีษมายันอยู่เพียงน้อยนิด
แกนผลึกเพลิงสุริยันเป็วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการสร้างศัสตราวุธิญญา เพียงเพิ่มแกนผลึกเพลิงสุริยันเพียงเล็กน้อยระหว่างที่หลอมศัสตราวุธก็จะสามารถทำให้ศัสตราวุธิญญาเชื่อมแน่นเป็เนื้อเดียวกันได้มากยิ่งขึ้น
ของล้ำค่าฟ้าดินขั้นลึกลับระดับต่ำเป็สิ่งที่พบเจอยากยวดยิ่ง แม้ว่าตระกูลฮว๋างจะเป็ตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองสมุทร์ ทว่าแกนผลึกเพลิงสุริยันที่มีในนั้นมีขนาดเท่ากำปั้น มีเพียงจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณเท่านั้นที่สามารถใช้แกนผลึกเล็กน้อยในการหลอมศัสตราวุธิญญา
แค่แกนผลึกเพลิงสุริยันก็เหลือล้ำเกินทรัพย์สมบัติที่ตระกูลฮว๋างสั่งสมไว้เนิ่นนานเป็ร้อยปีแล้ว ถ้าพวกเขานำแกนผลึกเพลิงสุริยันต้นนี้กลับไปที่ตระกูลฮว๋าง พลานุภาพในการสร้างศัสตราวุธิญญาของตระกูลฮว๋างจักต้องเพิ่มสูงขึ้นอีกระดับหนึ่งเป็แน่แท้
“เก็บมัน เก็บมันเร็ว!” ฮว๋างจ้านตื่นเต้นแสนทวี แค่ก้าวเท้าเข้ามาในคลังสมบัติลับก็พบกับของล้ำค่าเฉกเช่นนี้แล้ว เขาแทบตั้งหน้าตั้งตารอต่อไปไม่ไหวแล้วว่าต่อไปพวกเขาจักพบเข้ากับสมบัติล้ำค่าแบบไหน
“หนักมาก!” จอมยุทธ์ตระกูลฮว๋างคนหนึ่งพยายามออกแรงยกผลึกเพลิงสุริยัน ทว่าแกนผลึกเพลิงสุริยันกลับไม่ขยับเลย
“ฮว๋างอีสุ่ย เ้าอ่อนแอถึงขนาดที่ยกแกนผลึกเพลิงสุริยันไม่ขึ้นเลยรึ” ฮว๋างจ้านหัวเราะฮ่าๆ
“มันหนักมาก เหมือนมีอีกครึ่งหนึ่งฝังอยู่ใต้ดินอย่างไรอย่างนั้น” ฮว๋างอีสุ่ยยิ้มเจื่อน
ถึงแม้เป็ของล้ำค่าฟ้าดินขั้นลึกลับระดับต่ำ แต่ปกติแล้วน้ำหนักของมันมิได้หนักมากเฉกเช่นนี้ อีกทั้งถึงจะมีเปลวไฟผลาญเผาอยู่บนพื้นผิว ทว่าสำหรับขั้นหลอมลมปราณสี่ชั้นฟ้านั้นสามารถต่อต้านเปลวเพลิงได้โดยไม่ใช่ปัญหา
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณสี่ชั้นฟ้าน่าพรั่นพรึงเพียงใด หากกลับยกแกนผลึกเพลิงสุริยันไม่ขึ้นย่อมไม่ใช่เื่ปกติอย่างแน่นอน
“ลองขุดดูสิ!” ฮว๋างจ้านตาเป็ประกาย
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณที่เหลือร่วมแรงร่วมใจกัน เพียงครู่เดียวทรายรอบๆ แกนผลึกเพลิงสุริยันก็ถูกขุด เผยให้เห็นแกนผลึกเพลิงสุริยันที่ยาวลงไปในดินอีกประมาณสิบฟุต!
ไม่เคยพบเห็น ไม่เคยได้ยิน กระทั่งฮว๋างจ้านที่เป็ผู้นำตระกูลฮว๋างแห่งเมืองสมุทร์ยังต้องตะลึงงันจนพูดไม่ออก
แกนผลึกเพลิงสุริยันยี่สิบฟุต แกนผลึกเพลิงสุริยันในเมืองสมุทร์ทั้งหมดรวมกันก็ยังไม่มากเท่านี้ แค่แกนผลึกเพลิงสุริยัน์ต้นเดียวมูลค่าเทียบเท่ากับเมืองทั้งเมืองแล้ว
“ขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้าน่าพรั่นพรึงเสียจริง มีดวงอาทิตย์สองดวงในเอกภพ ทั้งยังมีแกนผลึกเพลิงสุริยัน!” ฮว๋างจ้านหัวเราะเสียงดังลั่น
การเก็บเกี่ยวครั้งนี้อุดมสมบูรณ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ลำพังแค่แกนผลึกเพลิงสุริยันก็มีมูลค่าสูงกว่าเรือล่าสัตว์สิบลำแล้ว แม้ว่าตระกูลฮว๋างจะมิได้ของล้ำค่าอื่นในคลังสมบัติลับนี้ไปก็ถือว่าไม่ขาดทุน อีกทั้งนี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หากของทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ตกเป็ของตระกูลฮว๋าง ตระกูลฮว๋างจักต้องกลายเป็ตระกูลที่ทรงอำนาจสูงสุดในเมืองสมุทร์อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงเพลานั้นวังิญญาสมุทรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ต้องยอมจำนนแทบเท้าตระกูลฮว๋าง
จูชิงเงยหน้ามองดวงอาทิตย์สองดวง รอบๆ ดวงอาทิตย์มีดวงดาวพราวแสงระยิบระยับ!
“มองเห็นแสงดาวรอบๆ ดวงอาทิตย์ได้ด้วยรึ?” จูชิงใมาก เขามองท้องฟ้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“นั่นไม่ใช่ดวงอาทิตย์ แต่เป็ศัสตราวุธิญญา!” เฒ่าปีศาจกล่าว
ดวงอาทิตย์ที่จูชิงเห็นนั้นแตกต่างกับที่พวกฮว๋างจ้านเห็นโดยสิ้นเชิง
พวกฮว๋างจ้านอยู่บริเวณรอบนอกคลังสมบัติลับ ส่วนพวกจูชิงถูกพลังงานลึกลับเคลื่อนย้ายเข้าไปในคลังสมบัติลับก่อนแล้ว!
ขณะที่พวกจูชิงมาถึงคลังสมบัติลับ พวกเขาถูกพลังงานบางอย่างของคลังสมบัติเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณใจกลาง ซึ่งมันเป็สิทธิพิเศษเฉพาะของคนกลุ่มแรกที่เข้ามาในคลังสมบัติลับ
“ศัสตราวุธิญญา ศัสตราวุธิญญาอะไรเหตุใดถึงเปล่งแสงจรัสแจ้งเหมือนกับดวงอาทิตย์” จูชิงเอ่ยถาม
“ข้าจะไปรู้ได้ยังไง ข้าไม่ใช่เ้าของคลังสมบัติลับเสียหน่อย” เฒ่าปีศาจกลอกตา
“ถ้างั้นแสดงว่าดวงดาวที่ประกายแสงอยู่...” จูชิงฉุกคิดถึงบางอย่าง จากนั้นก็ต้องอ้าปากค้าง
“ใช่แล้ว พวกมันคือของล้ำค่าฟ้าดิน!” เฒ่าปีศาจพยักหน้า
จอมยุทธ์ขั้น์ปฐีก้าวข้ามขอบเขตมนุษย์ไปแล้ว เอกภพที่ปรากฏหลังจากที่พวกเขาตายล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่คาดไม่ถึง
เมื่อจอมยุทธ์ผู้นั้นดับสิ้นวายชีวา เอกภพของเขาแปรเปลี่ยนกลายเป็ทะเลทราย ศัสตราวุธิญญากับของล้ำค่าแปรเปลี่ยนกลายเป็ดวงอาทิตย์สองดวงกับดวงดาราดารดาษทั่วท้องฟ้า!
“ลงมาซะ!” จูชิงคำราม อักขระาหลัวโหวบนแขนขวาผสานกับธนูหลัวโหว ลูกธนูโลหิตพุ่งฝ่าอากาศตรงเข้าใส่ดาวดวงหนึ่งบนท้องฟ้า!
ท้องฟ้าสั่นะเื จากนั้นดวงดาวก็ร่วงตกลงมา!
จูชิงเป็ปีติสุดแสน ปลดปล่อยลมปราณจับดวงดาวที่ร่วงตกลงมา เมื่อเพ่งพิศมันใกล้ๆ ก็พบว่ามันเป็แร่ชนิดหนึ่ง เขาไม่รู้ว่ามันมาจากที่ไหน แต่เขาก็เก็บมันลงไปในถุงเอกภพ
ด้วยขั้นบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของจูชิงเป็ไปไม่ได้เลยที่จะสามารถยิงดวงดาวให้ร่วงหล่นลงมา ทว่าดวงดาวที่อยู่ในเอกภพแห่งนี้มิใช่ดวงดาวแท้จริง เป็เพียงของล้ำค่าฟ้าดินเท่านั้น ยิ่งเป็ของล้ำค่าที่หายากเท่าไหร่ แสงก็จะยิ่งส่องประกายงามงดมากขึ้นเท่านั้น
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในเอกภพแห่งนี้ก็คือดวงอาทิตย์สองดวงนั้นอย่างมิต้องสงสัย จูชิงยิงธนูติดต่อกันหลายสิบครั้ง ทว่าพวกมันกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
จูชิงล้มเลิกความตั้งใจที่จะ่ชิงมันแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ดวงดาวดวงอื่นแทน เขาไม่มีเวลามานั่งนับว่ายิงร่วงลงมาแล้วกี่ดวง รีบเก็บพวกมันทั้งหมดลงไปในถุงเอกภพ
“ครืนนน!” ทันใดนั้น จู่ๆ เอกภพก็สั่นะเื อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น อากาศร้อนวูบคล้ายคลับจะลุกเป็ไฟ
จูชิงแหงนหน้ามองลูกไฟที่ประจักษ์กลางท้องฟ้า ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง ปากอ้าค้างกรามแทบหลุด ไม่เห็นมีใครบอกเขาเลยว่าในเอกภพแห่งนี้มีลูกไฟอยู่ด้วย!
“อย่ามองข้าแบบนั้น ข้าเองก็ไม่รู้” เฒ่าปีศาจโบกมือปัดความรับผิดชอบ
“ให้ตายสิ!” จูชิงคำราม วิ่งหนีหลบฝนเพลิง
พวกฮว๋างจ้านที่อยู่ข้างนอกก็เผชิญกับฝนเพลิงเช่นเดียวกัน ทว่าอย่างไรเสียพวกเขาก็เป็ขั้นหลอมลมปราณ แค่กระตุ้นลมปราณสร้างเกราะป้องกันชั้นหนึ่งก็ต้านทานได้สบายๆ
“ข้านึกอะไรดีๆ ออกแล้ว เ้าอยากรู้หรือไม่?” เฒ่าปีศาจหัวเราะชั่วร้าย จูชิงเห็นดังนั้นถึงกับตัวสั่นสะท้านอย่างอดไม่ได้
“ทำไมข้าถึงรู้สึกไม่ดีก็ไม่รู้?” จูชิงพึมพำ
“ไม่ใช่เื่เลวร้ายหรอกน่า ขึ้นอยู่กับว่าเ้ากล้าพอหรือไม่” เฒ่าปีศาจเหมือนคุณย่าหมาป่าที่กำลังหลอกลวงหนูน้อยหมวกแดง รอยยิ้มที่ผุดบนใบหน้านั้นน่าพรั่นพรึงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
“เ้าลองว่ามาก่อน” เมื่อนึกถึงนิสัยของเฒ่าปีศาจ จูชิงจึงอยากรู้ก่อนว่าคืออะไรแล้วค่อยตัดสินใจทีหลัง
“เ้ายังจำ《กระดูกปีศาจวายุ》ที่ข้าเคยถ่ายทอดให้กับเ้าได้หรือไม่?” เฒ่าปีศาจแสยะยิ้ม
จูชิงกลอกตา “ถ้าเ้าจะพูดถึง《กระดูกปีศาจวายุ》ก็ไม่ต้องพูดดีกว่า”
“ความจริงแล้ว《กระดูกปีศาจวายุ》เป็เพียงหนึ่งในวิชาลับของคัมภีร์ ข้ายังมีวิชาลับอีกวิชาหนึ่ง เ้าอยากเรียนหรือไม่?” เฒ่าปีศาจถาม
“วิชาลับ วิชาลับอะไร?” พอได้ยินคำว่าวิชาลับ จูชิงก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
《กระดูกปีศาจวายุ》ที่เฒ่าปีศาจถ่ายทอดให้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี ทว่าในการฝึกฝนมันต้องมีสภาพแวดล้อมเฉพาะ ซึ่งจนถึงตอนนี้จูชิงก็ยังไม่เจอสภาพแวดล้อมเฉกเช่นนั้น
“《กายปีศาจเพลิง》!” ขณะนั้นตัวอักษรสี่ตัวประจักษ์ขึ้นบนศิลาผนึกิญญาพิชิต์
จากนั้นวิชาลับนั้นก็ประทับลงในจิติญญาของจูชิง
“เฒ่าปีศาจ เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้โกหกข้า?” จูชิงพูดเสียงดัง
“โกหกเ้างั้นรึ ถ้าข้าทำได้คงน่าสนใจอยู่ไม่น้อย” เฒ่าปีศาจเบะปาก
จูชิงมองวิชาลับนั้นแล้วแต่จูชิงก็ยังคงไม่เชื่อ เผาร่างตัวให้มอดไหม้งั้นรึ ในโลกบำเพ็ญเพียรนี้จะมีวิชาบ้าคลั่งเช่นนั้นได้อย่างไร ก่อนที่จะฝึกวิชาเสร็จคงดับสิ้นวายชีวากันพอดี
ถ้าเฒ่าปีศาจบอกว่าโกหก เขาย่อมเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัย ทว่ามันเป็วิชาลับ ความลึกลับของมันทำให้จูชิงลุ่มหลงมัวเมา ขณะนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า《กายปีศาจเพลิง》มีความคล้ายคลึงกันกับ《กระดูกปีศาจวายุ》หรือว่ามันจะเป็ของจริง?
“จะฝึกหรือไม่ฝึก!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียง
《กายปีศาจเพลิง》เหมือนกันกับ《กระดูกปีศาจวายุ》ต้องสลักอักขระิญญาลงบนร่างกาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่วิชาลับทั้งสองแตกต่างกันอย่างชัดแจ้งนั่นก็คือวิชาลับนี้จะแบ่งออกเป็สอง่ หนึ่งกลั่นกระดูก สองหลอมิั หากฝึกฝนสำเร็จสามารถอัญเชิญไฟปีศาจมาติดที่ผิวได้
“เฒ่าปีศาจ ข้าจะฆ่าเ้า!” เมื่อจูชิงสลักอักขระิญญาลงบนิั เขาก็ส่งเสียงโอดครวญออกมาราวกับหมูถูกเชือด!
ร่างกายของจูชิงเปลี่ยนเป็สีแดงเสมือนกุ้งสุก เส้นอักขระิญญาสีแดงประจักษ์บนกายา ลมปราณธาตุไฟที่อยู่ในเอกภพหลั่งผสานเข้าในิัของเขาอย่างบ้าคลั่ง
“อักขระิญญาปีศาจวายุ อักขระิญญาปีศาจเพลิง ยังเหลืออีกสามอักขระ ทว่านี่ก็ถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว ที่เหลือค่อยสอนทีหลังก็แล้วกัน” เฒ่าปีศาจพูดในใจ
เพลานี้จูชิงเหมือนกับตายทั้งเป็ เขาได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยออกมาจากิัทั่วทั้งร่างกายของตัวเอง เขาอยากต่อต้านพลังปราณธาตุไฟ แต่ทันทีที่อักขระิญญาปีศาจเพลิงก่อตัวก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดมันได้
“ทนไว้!” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงอยากตบหน้าตัวเองสักสองสามที เขาเสียท่าให้กับเฒ่าปีศาจมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ยังไม่หลาบจำ ตกหลุมพรางเฒ่าปีศาจอีกครั้งจนได้!
อักขระิญญาปีศาจเพลิงนั้นรุนแรงยิ่งกว่าอักขระิญญาปีศาจวายุหลายเท่า
มันไม่สนว่าจูชิงจะเป็หรือตาย!
อาจเป็เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ตอนที่จูชิงสลักอักขระิญญาปีศาจวายุลงบนกระดูกเขาไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่มีลมปราณวายุหนาแน่นเท่าไหร่นัก
ทว่าตอนนี้จูชิงอยู่ในเอกภพของผู้ฝึกวิชายุทธ์ธาตุไฟ ลมปราณแห่งไฟแกร่งกล้าแสนพรรณนา กอปรกับเดิมทีธาตุไฟนั้นรุนแรงยิ่งกว่าธาตุลมหลายเท่า ส่งผลให้ความเ็ปเพิ่มพูนเป็ทวีคูณ!
