“นี่ เ้าจะไม่รอข้าสักหน่อยหรือ?!” เยว่เยียนเยียนตั้งหน้าตั้งตาเดินไปข้างหน้า แต่กลับทิ้งเหยียนเฟยเอาไว้ที่เดิม เหยียนเฟยที่ดึงสติกลับมาท่ามกลางความรู้สึกที่ไม่รู้ว่ามีความเบิกบานใจหรือประหลาดใจมากกว่ากันนั้นถือก้อนเงินย่อยไว้ในมือ แล้วะโเรียกเยว่เยียนเยียนอีกครั้ง
ใครจะไปรู้ว่าครั้งนี้เยว่เยียนเยียนไม่แม้แต่จะชะงักเลยสักนิด นางเดินมุ่งตรงต่อไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ดูไปแล้วเหมือนจะเร็วยิ่งกว่าวิ่งเสียอีก…
เหยียนเฟยที่ไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดีนั้นก็ไม่ได้สังเกตว่าด้านหลังเยว่เยียนเยียนยังมีเงาลับๆ ล่อๆ น่าสงสัยร่างหนึ่งกำลังจับจ้องไปที่นาง
“ไม่รอก็ช่างเถอะ อย่างไรความเร็วแค่นั้นของเ้า เพียงพริบตาข้าก็ตามทันแล้ว”
หลังจากยืนพูดพึมพำกับตัวเองสองสามคำ เหยียนเฟยก็เชิดหน้าขึ้นแล้วไล่ตามไปยังทิศทางที่เยว่เยียนเยียนเดินไปก่อนหน้า
แต่การดำเนินไปของเื่ราวก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เหยียนเฟยจินตนาการ เขานั้นเป็ผู้ชายที่เร็วมากจริงๆ แต่บางครั้งเหตุสุดวิสัยที่คาดไม่ถึงก็สามารถส่งผลต่อการแสดงความสามารถของเขาได้
ตัวเหยียนเฟยเองไม่สามารถออกไปไหนมาเป็เวลานานมากแล้ว เดิมทีเขาก็ไม่รู้สถานการณ์บนถนนสายหลักในยามนี้เลย พูดง่ายๆ ก็คือ ฝูงชนล้นหลามขวักไขว่กันไป เบียดเสียดยัดเยียดกันจนเหยียนเฟยนั้นไม่มีที่ให้ย่างเท้าเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่เพ้อเจ้อที่จะไล่ตามเยว่เยียนเยียนในก้าวสองก้าวอะไรนั่นเลย
เยว่เยียนเยียนพาร่างผอมบางของตน เดินซอกแซกไปท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่ติดขัด นอกจากนี้กุญแจสำคัญที่สุดนั้นคือ เยว่เยียนเยียนมีจิตใจแน่วแน่ยิ่ง ทั้งใจคิดแต่จะตะบึงไปข้างหน้า ไม่สนว่าตนจะถูกกระแสของฝูงชนผลักดันไปทิศทางใด แต่เหยียนเฟยนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเหยียนเฟยนั้นตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไล่ตามเยว่เยียนเยียนที่อยู่ข้างหน้าด้วยจิตใจอันกระสับกระส่าย
เมื่อเป็เช่นนี้แล้ว ในสมองของเหยียนเฟยจึงเต็มไปด้วยหลายสิ่งปนเป ต้องคิดหาหนทางหลากวิธี ต้องมองหาคนและเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ปริมาณฝูงชนเนืองแน่นเป็พิเศษ ก็ยังต้องพยายามคิดหาวิธีเบียดแทรกออกมา เรียกว่าเป็การ ‘รับมือข้าศึกรอบด้าน’ ก็ไม่ผิด…
แต่การยอมแพ้ไม่ใช่วิถีของเหยียนเฟย แน่นอนว่าไม่มีทางยอมแพ้แน่ ดูจากตอนนี้แล้ว อย่างน้อยวันนี้เขาก็จะไม่ยอมแพ้ เพราะก้อนเงินย่อยเล็กน้อยที่ติดตัวตนไม่เพียงพอจะเติมท้องให้เต็มอิ่มได้ ไม่ต้องพูดถึงการใช้ชีวิตอย่างสุขกายสบายใจ หากอยากจะอยู่ดีสักหน่อย ก็ต้องไปตามหาแม่คุณหนูใหญ่จอมน่ารำคาญผู้นั้นไม่ใช่หรือไร?
“บ้าเอ๊ย อย่าเบียด อย่าเบียดสิ...” ดวงตาของเหยียนเฟยมองตามแผ่นหลังของเยว่เยียนเยียนไม่ละสายตา โดยไม่ได้สนใจถนนหนทางเบื้องหน้าแม้แต่น้อย และผลลัพธ์ก็คือ... เขาถูกฝูงชนบีบเข้าไปในสถานที่ที่สับสนวุ่นวายเป็พิเศษอย่างน่าเศร้าใจยิ่ง
เหยียนเฟยเอ่ยปากร้องขอเปิดทางไม่หยุด แต่ผู้คนไม่มีใครฟังเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งกว่านั้นรอบข้างยังอึกทึกครึกโครม เต็มไปด้วยคลื่นมนุษย์ที่เชี่ยวกราก ใครจะได้ยินเสียงของเหยียนเฟยกัน? ไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงตามติดคนที่อยู่ด้านหน้าผู้นั้นไปก่อน “เยว่เยียนเยียน! เยว่เยียนเยียนเลิกวิ่งได้แล้ว... !”
เยว่เยียนเยียนที่ได้ยินเสียงร้องเรียกดังลั่นของเหยียนเฟยก็รู้สึกใจอ่อนและนึกกลัวขึ้นมาชั่วขณะ ทันใดนั้นนางจึงหยุดฝีเท้าของตน ทว่าในตอนที่นางหมุนตัวกลับมามอง ก็ประจวบเหมาะเห็นแม่นางน้อยที่หน้าตานับว่างดงามคนหนึ่งที่เบียดเสียดอยู่ข้างกายของเหยียนเฟย คล้ายว่ากำลังพูดอะไรบางอย่างกับเหยียนเฟยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มร่าเริงพอดี…
ให้ตายเถอะ! นั่นทำให้เยว่เยียนเยียนรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ยังจะบอกว่าเป็ห่วงข้าไล่ตามข้ากลัวว่าข้าจะเกิดอุบัติเหตุอีกหรือ? ข้าว่าเ้าก็แค่จงใจเบียดเข้าไปให้คนอื่นเขามีโอกาสมาตีสนิทเ้ามากกว่ากระมัง! เมื่อคิดถึงตรงนี้ เยว่เยียนเยียนก็โมโหจนยกฝ่าเท้าขึ้น แล้วกระทืบลงบนพื้นอย่างรุนแรง “เหยียนเฟย ไอ้คนเฮงซวย! พวกผู้ชายมันเฮงซวยกันทุกคนเลย!”
เมื่อะโด้วยความโมโหโกรธาจบ เยว่เยียนเยียนก็วิ่งเข้าไปในตรอกอีกด้านหนึ่งโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา…
“เยว่เยียนเยียน... เ้า... ให้ตายสิ!” เหยียนเฟยที่ยังติดอยู่ในฝูงชนที่ยุ่งเหยิงอลหม่านอย่างยิ่งยวดนั้นเดิมนึกว่าเยว่เยียนเยียนจะหยุดการละเล่นอันน่าเบื่อนี้ลงได้แล้ว ยังคิดจะค่อยๆ แทรกตัวออกไปรวมตัวกับนาง จึงได้ขอร้องให้แม่นางน้อยที่อยู่ข้างๆ ช่วยอยู่ตั้งนาน
น่าเสียดายที่แม่นางน้อยผู้นั้นเพิ่งจะเอ่ยปากยอมให้เหยียนเฟยเดินไปก่อน เยว่เยียนเยียนยัยซื่อบื้อนั่นก็กลับก้มหน้าก้มหน้าวิ่งไปเฉยเลย? ์ช่างกลั่นแกล้งกันเสียจริง สิ่งที่ได้มามีแต่เสียแรงเปล่าทั้งนั้น!
เหยียนเฟยที่ตกลงสู่ความสิ้นหวังกลอกตาเหลือกกว้างไปทีหนึ่ง แทบอยากจะทิ้งให้เยว่เยียนเยียนเดินไปให้พ้นให้ช่างปะไรเสียเดี๋ยวนั้นเลย! แต่แม่นางข้างกายกลับส่งเสียงดังเอ่ยกับเหยียนเฟยขึ้นมาอย่างรังเกียจ “เ้าจะไปหรือไม่ไปกันแน่! ข้าให้เ้าไปแล้วเ้ายังมัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนี้อีก... ท่าจะบ้า”
“ได้ๆ ๆ ข้าจะไป ข้าจะไปเดี๋ยวนี้...”
ข้างหูของเหยียนเฟยมีเสียงอันสับสนอลหม่านมากมายดังขึ้นไม่หยุด ช่างน่าปวดหัวเสียจริงๆ เหยียนเฟยที่ถูกคลื่นมนุษย์ผลักออกมาอย่างรวดเร็วยืนอยู่กับที่อย่างทำอะไรไม่ถูก ในใจพลันเกิดความรู้สึกสิ้นหวังและว่างเปล่าที่ห่างหายไปนานแล้วขึ้นมา ข้าเบียดตัวออกมาจากฝูงชนได้แล้ว ทั้งลืมไปแล้วด้วยว่าต้องไล่ตามคนไปทางไหน…
ไม่มีทางเลือก ได้แต่มองหาตามทางไปก่อน คิดดูแล้วความเร็วในการเดินของคุณหนูใหญ่เยว่เยียนเยียนผู้นั้นก็คงจะไม่เร็วมากนัก เหยียนเฟยที่ปลอบใจตัวเองเช่นนั้นเตะก้อนหินเล็กๆ ก้อนหนึ่งที่เท้าออกไป แล้วเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าสองสามก้าว
“ถ้าจำไม่ผิดละก็... น่าจะเป็ตรอกนี้นะ...” เหยียนเฟยมองไปยังตรอกเส้นนั้นเบื้องหน้าแล้วเอ่ยพึมพำกับตัวเอง ผ่านไปครู่หนึ่งก็ตัดสินใจเดินเข้าไป
ตรอกเล็กๆ ตามปกตินั้นล้วนทอดตรงไปจนสุดทาง เช่นนั้นขอแค่เดินเข้าไปตามทางนี้ จะต้องตามหาเยว่เยียนเยียนที่ ‘หายสาบสูญไป’ เจอได้อย่างแน่นอน
แต่ว่า ในตอนที่เหยียนเฟยนึกว่าได้เดินไปถึงท้ายตรอกแล้วนั้น ก็เกิดเหตุการณ์อันน่าสิ้นหวังขึ้นมา สุดทางของตรอกเส้นนี้มันดันมีทางสองเส้นแยกกันไปคนละทาง!!!
“บ้าเอ๊ย!” เหยียนเฟยสบถออกมาอย่างรุนแรง ขณะที่กำลังสองจิตสองใจอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นมาไม่ไกลออกไป “อ๊ะ... ปล้นกระเป๋าเงิน! โจรปล้นกระเป๋าเงินแล้ว! ช่วยด้วยเ้าค่า!”
นั่นเป็เสียงของเยว่เยียนเยียน!
หัวคิ้วของเหยียนเฟยขมวดแน่นทันใด เขารู้ว่าการเปิดเผยทรัพย์สินเงินทองนั้นไม่ใช่เื่ที่ดีนัก! คงถูกหมายตาเอาไว้โดยไม่รู้ตัวเลยสินะ! ไม่มีเวลาให้คิดมาก เหยียนเฟยทำได้เพียงวิ่งตะบึงไปยังทิศทางที่เสียงดังออกมา พยายามตามหาเยว่เยียนเยียนที่ถูกปล้นให้เจอโดยเร็ว
ผลลัพธ์ไม่ต่างจากที่คาด เหยียนเฟยที่เลือกทางแยกได้ถูกต้องมองเห็นเยว่เยียนเยียนที่ถูกผลักล้มอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว เหยียนเฟยวิ่งเข้าไปพยุงตัวนาง แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “เ้าไม่เป็ไรนะ? โจรล่ะ?!”
เยว่เยียนเยียนอยากจะร้องแต่ก็ร้องไม่ออก ดวงหน้าเล็กที่เคยผ่องแผ้วนั้นเลอะเทอะมอมแมมไปนานแล้ว ทั้งยังมีน้ำตาสองสายเอ่อนอง ช่างดูไม่ได้เลยจริงๆ
“โจร… โจรหนีไปแล้ว” เยว่เยียนเยียนเช็ดน้ำตา ยังคงไม่อาจลุกขึ้นอย่างราบรื่นได้ด้วยการช่วยพยุงของเหยียนเฟย ราวกับก้นของตนได้ติดอยู่กับพื้นตรงนี้อย่างไรอย่างนั้น
หนีไปแล้ว? เหยียนเฟยจะไม่รู้ว่าโจรหนีไปแล้วเลยหรือ! เขาจะถามว่ามันหนีไปทางไหนต่างหากเล่า! เข้าใจหรือไม่?! เหยียนเฟยที่รู้สึกหมดคำจะพูดจากก้นบึ้งอดกลอกตาอีกครั้งไม่ได้ “ข้าจะถามว่าเขาหนีไปทางไหนต่างหากคุณหนูใหญ่!!!”
เยว่เยียนเยียนที่เพิ่งจะได้สติกลับมารีบร้อนเอ่ย “ทาง ทางนั้น!” นางเอ่ยไปพลาง ยกมือขึ้นมาชี้ไปยังทิศทางอีกด้านหนึ่งไปพลาง เหยียนเฟยไม่พูดพร่ำทำเพลง พลันสาวเท้าวิ่งหายตัวไปอย่างรวดเร็ว…
“เงิน ต้องเอาถุงเงินกลับมาให้ได้นะ...”
เยว่เยียนเยียนที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้นตอนนี้กลับนึกถึงถุงเงินที่น่าสงสารของนางขึ้นมาได้ จึงะโอยู่ข้างหลังเหยียนเฟยไม่หยุด เมื่อเสียงของเหยียนเฟยดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ ทำให้เยว่เยียนเยียนรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “เข้าใจแล้ว เ้ารออยู่ตรงนี้นะ อย่าวิ่งไปไหนล่ะ...!”
