ยามนี้เหล่าลูกศิษย์ที่ใตะลึงลานิญญาเพิ่งกลับเข้าร่าง เริ่มส่งเสียงอึกทึกครึกโครม นักเรียนที่นิ่งแข็งเป็รูปปั้นหินมาตลอดอลหม่านเข้าแล้ว บ้างก็อุทานเลือนลั่น บ้างก็ถอยหนีจ้าละหวั่น...
ทั้งสนาม ดั่งเป็รังแตนที่ถูกตีอย่างแรง
กระทั่งเยี่ยนสิงเทียนคนเดิม ยังมีสีหน้าตระหนก
ฉินอู๋ซวงเป็ยอดฝีมือระดับอาณาน้ำพุิญญาแน่แท้ ข่าวนี้สั่นะเืจนคนทั้งปวงสติหลุด ลบความคิดก่อนหน้าที่เดาไว้ว่าฉินอู๋ซวงน่าจะห่างชั้นจากเยี่ยนสิงเทียนไม่ไกลไปหมดรากหมดโคน
แล้วก็รู้ได้โดยฉับพลัน ว่าในเมื่อฉินอู๋ซวงน่าหวั่นหวาดถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเ่ิูที่สามารถประมือกับฉินอู๋ซวงได้เสมอเหมือนกัน ก็มิใช่ว่าทะลวงเข้าอาณาน้ำพุิญญาแล้วเช่นกัน?
ทันใดนั้นเอง...
“ออกไปให้หมดเสีย!”
เสียงทรงภูมินุ่มนวลแว่วมา
กลางนภาไร้สี ปรากฏร่างคนในวาบเดียว อาจารย์หลักข่งคงสง่างามน่านับถือล่องลอยอยู่เหนืออากาศ เขายืดกายตรงอยู่สูงไปสิบกว่าเมตร นำพารังสีกดดันบางเบา เขาแบมือออก ไฟสี่ดวงปรากฏขึ้นแล้วร่วงหล่นลงสี่ทิศ
ยามคลื่นพลังเอ่อท้น กระบวนอักขระใหม่ก็ก่อตัวขึ้น
ม่านแสงสีเงินอ่อนจางเหมือนระลอกน้ำล่องลอยระยิบระยับ ห่อหุ้มเ่ิูและฉินอู๋ซวงกับบริเวณรายรอบห้าร้อยเมตรไว้ ป้องกันมิให้การต่อสู้ของคนทั้งคู่ต่อจากนี้ กระจายมาจนถึงสิ่งก่อสร้างหรือผู้คนตาดำๆ
เพียงยกมือหยุดยั้ง กระบวนอักขระแบบมาตรฐานแข็งแรงก็เสร็จสิ้น พลังของอาจารย์หลักข่งคง ลึกล้ำเกินหยั่งถึง
และการลงมือเช่นนี้ เท่ากับว่าเห็นชอบในการต่อสู้ของเด็กทั้งสองนี้
นักเรียนที่แตกตื่นโกยอ้าวออกมาไม่ปริปาก หลบอยู่เขตนอกกำบัง
บรรยากาศเครียดขึงแพร่กระจาย
อากาศรอบด้านถูกทำให้ราวกับแข็งทื่อไปแล้วกระนั้น
“ก่อนหน้านี้เ้าเงียบงันไม่ออกหน้า ไม่ต่อกรกับอะไรใดๆ ตอนนี้กลับยืนหยัดขึ้นมา พลังของเ้า...ว่ากันตามจริงไม่เลวเลย” ฉินอู๋ซวงพลิกมือยกขึ้น เก็บดาบั์ไร้ขอบเขตที่ลอยแขวนอยู่เหนือหัวลงมา เรียวนิ้วสะบัดคมดาบ เสียงโห่ร้องของมันกังวานอยู่กลายๆ ไม่ขาดหู เหยียดยิ้มเย็นเยียบ “อะไรทำให้เ้าเปลี่ยนแปรนิสัยเสียเล่า?”
เ่ิูหัวเราะบ้าง “เื่นี้ต้องขอบคุณไอ้ลูกหมาลิ่วล้อ เ้าเฉวียนย่าหลินเลยล่ะ ความเลวร้ายของมันทำให้ข้าคิดได้ ว่าการหลบลี้มิใช่ทางออก บนโลกนี้มีแต่คนโเี้เท่านั้นจึงจะมีชีวิตอยู่ได้ ถึงจะไม่มีใครกล้าตอแย ใจวรยุทธ์ของข้าคือเทพสังหารซิวลัว การถอนตัวไม่ควรเป็ทางเลือกของคนเยี่ยงข้า”
ฉินอู๋ซวงพยักหน้ารับรู้ เขาตอบกลับ “ดูเหมือนเ้าจะเพิ่งเข้าใจในจุดนี้ เฮอะๆ นับได้ว่ายังไม่สาย พลังของเ้า ทำให้คนตะลึงงันได้จริงๆ เสียดายที่ไม่น่าหาเื่คิดสั้น มาเป็คู่ต่อสู้ของข้าเลย”
“พูดไปไร้ประโยชน์ ยังมีศึกรอให้สู้อยู่”
เ่ิูไม่ต่อปากต่อคำอีกต่อไป
ั์ตาทั้งสองเรืองรองด้วยเพลิงแห่งา
ครืน!
หอกยาวเพียงสะท้านคราเดียว ศิลาพันจินแหลกสลาย ถูกแบกขึ้นรวดเร็ว ว่องไวดั่งดาวตก ตะบันเข้าหาฉินอู๋ซวง
ศึกเริ่มขึ้นแล้ว
“ออกมา!”
ฉินอู๋ซวงร้องดัง ดาบไร้ขอบเขตตัดผ่านเฉียบขาด
ตูม!
เปลวแสงพลังดาบสับหินั์แหลกละเอียด
ฝุ่นละอองสาดเทตลบ หินหนักพันจินกระเด็นกระดอนเป็สิบ รับเคราะห์จากฉินอู๋ซวง
พวกนี้เป็หนึ่งในส่วนประกอบของสังเวียนที่พังทลาย ด้วยแรงโจมตีมหาศาลของทั้งเ่ิูและฉินอู๋ซวง ปลิวว่อนรวดเร็ว ดุจดาวตกเก้าดวงร่วงจากฟากฟ้า เสียดสีกับอากาศจนเกิดประกายไฟ ทุกครั้งที่ทั้งคู่ฟาดฟัน มีพลังหนักอึ้งเท่าหมื่นจินอัดแน่น
ที่แท้พลังแท้จริงของฉินอู๋ซวงช่างสูงส่งยิ่งนัก เวลานี้เองที่เริ่มเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย
“เพลงดาบไร้ขอบเขตเพลงแรก...ผนึก!”
กู่ร้องชัดเจน เริ่มวาดเพลงดาบ พลังล้นหลามสาดเทลงไป รอบด้านดาบไร้ขอบเขต ปรากฏเปลวเพลิงอักขระเป็ชั้นๆ น่ามหัศจรรย์ ประหนึ่งแผ่นเงินทับซ้อนเพิ่มทวี เป็ผนังประหลาดขวางกั้นอยู่ตรงหน้า
ปังๆๆๆ!
เสียงดังเสมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ หินผาอาบเพลิงกระแทกเข้ากับผนังแสง แหลกเละเป็ผุยผง
ฝุ่นควันพื้นที่
ฟิ้ว!
แสงน่าหวาดหวั่นวาววาม
เ่ิูกายดุจั รัศมีหอกดั่งดาวเหน็บหนาวในราตรีมืด กำจัดละอองขวางตาสิ้น จู่โจมเข้ามา
เพล้ง!
ปลายหอกกระแทกกระทั้นเพียงชั่วแวบ ผนังแสงอักขระก็แตกร้าว แหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดีกลางอากาศ
ฉินอู๋ซวงสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง สองมือจับดาบ วาดวางออกไป
ตูม!
คมดาบปะทะปลายหอก
ทั้งสองหยุดกึกชั่วขณะ สุดท้ายก็ถูกแรงะเืถอยหลังกันหมด
“เพลงดาบไร้ขอบเขต...หมื่นดาบสังหาร!”
ถูกเ่ิูครองโอกาสเหนือกว่ามาตลอด บุรุษผิวแทนเปล่งราศีสังหาร เพลงดาบงามงดของฉินอู๋ซวงแสดงออกมา ดาบยาวโบราณล่องลอยอยู่กลางอก ปรากฏภาพดาบกึ่งจริงกึ่งลวงตา ซ้อนทับนับชั้นไม่ถ้วนอยู่ล้อมรอบกายผู้เป็เ้าของ
“ฆ่ามัน!”
เพลงดาบเคลื่อนไหว ดาบนับพันหมื่นออกล่าเหยื่ออันโอชะ
ประหนึ่งใต้หล้ามีเพียงแค่ดาบ พร้อมล้างผลาญให้สิ้นชื่อ
เ่ิูหัวเราะร่า สองมือกระชับหอกไน่เหอ ะโสูงเหนือพื้นมาสิบกว่าเมตร เหยียบอยู่บนพื้นสังเวียนที่ยังสมบูรณ์ไม่เสียหาย เสียงครั่นครืนอีกครั้ง เมื่อหอกยาวปักลงแก่นลึกแห่งสังเวียน
ยามนี้เอง ที่คนมากมายยังมิเข้าใจ ว่าเ่ิูจะโต้ตอบอย่างไร
ทว่าเวลาต่อมา ั์ตาพวกเขาพลันเบิกกว้าง
“ขึ้นมา!”
เ่ิูกู่ร้องดังก้อง ดั่งโองการจอมเทพมาร
เห็นเพียงกล้ามเนื้อแขนปูดโปนขึ้นมา พื้นพสุธาะเืเลือนลั่น ยามสั่นอยู่นั้นเอง สังเวียนยาวสิบกว่าเมตรก็ถูกพลังมหาศาลนี้ยกขึ้นมาจากปฐี
หอกเดียวยกสังเวียนทั้งสังเวียน?
ประชาชีรู้สึกเหมือนสมองมีเนื้อที่ไม่พอใช้งานเสียแล้ว
ความตะลึงลานครั้งแล้วครั้งเล่านี้ เสมือนมดน้อยยกขุนเขา ร่างใต้สังเวียนเล็กจ้อยกับหอกเล็กจิ๋ว ความแตกต่างสุดขั้วนี้แปลกทะลุไปยันขั้วหัวใจ
แลเ่ิูยามนี้ก็ประดุจเทพมารจากขุมนรก หอกยาวควบคุมสังเวียนใหญ่ เสียงตู้มเป็ชุด ตะบันเข้าหาภาพดาบนับหมื่นที่พุ่งเข้าใส่
ปังๆๆๆ!
ขณะเสียงพลังงานวิปลาสกระหน่ำร้องไปทั่ว สังเวียนใหญ่ก็สลายเป็ธุลี และดาบจากเพลงดาบไร้ขอบเขตก็สิ้นไร้เรี่ยวแรง
นักเรียนรอบด้านโอดครวญไม่ได้ศัพท์
ยกสังเวียนนี้ลอยขึ้นได้จริงๆ หรือ พ่อแก้วแม่แก้ว นี่ต้องใช้กำลังอย่างน้อยมากกว่าห้าหมื่นจินขึ้นไปกระมัง? ร่างกายเ่ิูไม่ได้ครบองค์ประกอบทรงพลังขนาดนั้น ทว่าแบกรับพลังน่ากลัวนี้ไว้ได้กระนั้นหรือ?
ไม่มีใครนึกถึงว่าเ่ิูจะใช้ไม้นี้ต่อกรกับกระบวนยุทธ์หมื่นดาบสังหารของฉินอู๋ซวง เหตุการณ์นี้มันเหนือกว่าขอบเขตความคิดศิษย์ปีหนึ่งไปเก้าสิบส่วนร้อยแล้ว
ยามเดียวกันนั้นเอง ก็ไม่มีใครนึกได้ ว่าพลังจะเปลี่ยนมาใช้ในรูปแบบเช่นนี้ได้ด้วย
กลางสนาม
หยิบยืมฝุ่นละอองหมอกควันพื้นที่ เ่ิูวิ่งแจ้นรวดเร็ว
ความแข็งแกร่งของพลัง ต้องต่อกรระยะใกล้เท่านั้นจึงจะได้ผลสูงสุด ด้วยเหตุนั้นเขาจึงต้องรักษาระยะให้ยิ่งใกล้ยิ่งดี
โขดหินใต้เท้าเขาเละยิ่งกว่าอะไรดี อาจเห็นได้ว่าความเร็วของการวิ่งและเรี่ยวแรงมหาศาลปะทุนั่นมากมายเพียงใด รูปร่างของเขาดุจจะเป็เงาแวบไปแวบมาเสียแล้ว
นี่คือพลังปะทุแหลกสรรพสิ่ง
เ่ิูขณะนี้ ยังมิได้ฝึกปรือทักษะา ทำได้เพียงพึ่งพาการะเิพละกำลังมาต่อสู้ หากเอ่ยกันในโลกยุทธภพแล้ว ยังห่างชั้นจากฉินอู๋ซวงลำดับหนึ่ง แต่แรงกายภายในเขานั้น เกินขีดจำกัดมนุษย์ธรรมดาไปไกลโข
ฟิ้ว!
หอกยาวเสียดแทงเข้ามา
ไอน่าเกรงขามดั่งพญาัติดตามหอกมาติดๆ
เป็เพลงหอกนาม ‘แทง’ ระดับสูงสุดอย่างไร้กังขา
กระบวนหอกที่เด็กหนุ่มอุตส่าห์ฝึกฝน เป็ท่วงท่าที่พื้นฐานเรียบง่ายที่สุด แล้วก็ยากจะหักหาญทำลายด้วยเช่นกัน
ฉินอู๋ซวงเองก็ไม่กล้าแข็งข้อต่อหน้า
เมื่อเสียงโหยหวนของหอกน่าสะพรึงนั่นราวจะฉีกกระชากอากาศธาตุเป็เสี่ยงๆ เขารู้สึกถึงพลังที่บังคับให้ตนสั่นสะท้าน เป็พลังระดับอาณาน้ำพุิญญาที่จะไม่มีวันก้มหัวยอมแพ้แก่เขาเป็อันขาด
เขาก้าวเท้าซวนเซ หลีกลี้การโจมตีนี้
หอกทิ่มแทงเปลี่ยนกระบวน กวาดต้อนไล่หลัง
ศาสตราวุธยาวสามเมตรนี้ ประหนึ่งเคียวแห่งเทพมรณะ วาววับเป็ประกายดำมืด
ฉินอู๋ซวงหลบอีกครั้ง
กายสั่นเพียงชั่วแวบก็มาปรากฏตัว ยืนหยัดอยู่เหนืออากาศ
อาณาน้ำพุิญญายังเป็หนึ่งในอาณาเนื้อฟ้าปลดเปลื้องพันธนาการในภายภาคหน้า ใช้พลังแห่งใต้หล้าหยุดอากาศให้แช่แข็ง เป็ความสามารถเฉพาะตัวอีกหนึ่งอย่างของนักยุทธ์ระดับอาณาน้ำพุิญญา
จุดตันเถียนของฉินอู๋ซวง บุกเบิกบ่อน้ำิญญาตาหนึ่ง พลังชีวิตไหลเวียนในร่างมากพอจะสนับสนุนให้เขาอยู่ตรงนั้นได้ชั่วจิบชาอึกหนึ่ง
หลบลี้การโจมตีดั่งฟ้าผ่าติดต่อกันของเ่ิู สีหน้าเขาขุ่นเคืองบางเบา
ถูกมดตัวหนึ่งบีบบังคับจนมาถึงจุดนี้เข้าจริงๆ
แต่ว่า...
จบลงแค่ตรงนี้ล่ะ!
ฉินอู๋ซวงสูดลมหายใจเข้าออก กางแขนทั้งสองข้าง ประหนึ่งอะไรบางอย่าง ดาบไร้ขอบเขตลอยคว้างอยู่เหนือหัว หมุนกลับอย่างบ้าคลั่ง
ถึงจะเป็คนผู้ไม่ฝึกวรยุทธ์ ก็ย่อมมีทางรู้สึกถึงบางอย่างเต้นโครมครามไม่น่าวางใจอยู่กลางนภา ก่อตัวรวบรัด สายลมพัดเชื่องช้า ตรงเข้าเก็บกักในร่างฉินอู๋ซวง
นี่คือแสนยานุภาพของพลังอาณาเนื้อฟ้า
แสนยานุภาพที่อันตรายที่สุดของอาณานี้
ฉินอู๋ซวงรวบรวมพลังลึกล้ำ จู่โจมเกรี้ยวกราดเยี่ยงอัสนีฟาดพิภพ
เขาก้มหน้าลงมองเ่ิู แววตานั้นทั้งเข้าใจทั้งเหยียดหยาม
กายเนื้อแข็งแกร่งแล้วอย่างไรเล่า?
ต่อหน้าพลังระดับอาณาเนื้อฟ้าแล้ว ทุกอย่างก็แค่เมฆปุกปุย
เขาสะบัดแขนทั้งสอง เริ่มเพลงดาบต่อไป ดาบไร้ขอบเขตเหนือศีรษะกรีดร้องผ่าอากาศ ะเิตูมตามเฉียบพลัน แปรเป็ภาพดาบเรียงรายอยู่เต็มฟ้า
“เพลงดาบไร้ขอบเขต...หมื่นดาบสังหาร!”
การบุกนั้นแอบแฝงความเกรี้ยวโกรธของเ้าของลงมาเต็มเปี่ยม อานุภาพร้ายแรงยิ่งขึ้น กวาดล้างท้องนภา ห่าดาบดั่งห่าฝน ตกเพื่อมลายล้าง ตรงเข้าตะลุมบอนเ่ิูไว้ในอุ้งมือ
“มาก็ดี!”
เ่ิูกู่ร้องดัง ผมดำขลับแ่าสยายดุจระบำ ร่างกายหยัดยืนตรงไม่ไหวติง ประหนึ่งหินผาแข็งแกร่งกำหอกไน่เหอไว้ หมุนวนเร็วรี่ หอกเปลี่ยนสภาพเป็โล่กำบังสีดำ ปิดบังหมดจดจนน้ำหยดเดียวก็ไม่รั่ว ปกปักกายเขาไว้เื้ั
ปังๆๆๆ!
ดาบเล่มแล้วเล่มเล่าจู่โจมโล่กำบังหอก ประหนึ่งอัสนีบาตฟาดพิพากษาโลกาวินาศ ภาพดาบน่าครั่นคร้ามรายล้อมเ่ิูไปอีกยี่สิบเมตร จ่อมจมเขาไว้มิด
“หลบไม่ได้เลย...”
“จะแข็งข้อกับจิติญญาดาบต่อหน้าหรือ?”
“เพลงดาบไร้ขอบเขตเป็อาวุธิญญานี่!”
ไกลออกไป เหล่าผู้ชมเขม็งตาจดจ้องกลางสนามไม่กะพริบ ถึงจะแข็งแกร่ง แต่น่ากลัวว่าจะต่อต้านการโจมตีครานี้ไม่ได้สินะ? ไม่นับที่ในมือเ่ิูมีแต่ศาสตราชั้นอาณาพิภพอยู่เท่านั้น
เสียงดาบเสียดสลาตันดังเข้าโสตประสาทไม่ขาด
ฉินอู๋ซวงลอยคว้างกลางอากาศ ประหนึ่งเทพ์องค์หนึ่ง
ชั่วประเดี๋ยวเดียว หมื่นดาบสังหารก็หยุดลงสนิท
ละอองควันปกคลุมฟุ้งตลบค่อยๆ จางหาย มองเห็นจุดยืนของเ่ิูอยู่กลายๆ คล้ายจะเป็หินแหลกลาญ ปฐียุบเป็หลุมั์มองไม่เห็นก้นบึ้ง โขดหินทลายราบ ประหนึ่งทะเลทรายก็ไม่ปาน
ร่างของเ่ิู กลับหายไป
“เขาล่ะ?”
“หรือจะแหลกเป็ผงไปแล้ว?”
“ไม่มีทางน่า...”
ท่ามกลางเสียงอุทานของเหล่าผู้ชม ใบหน้าของฉินอู๋ซวงระบายแววอ่อนล้าเล็กน้อย แต่ที่มีมากกว่าคือความทระนงและไม่แยแส
ทุกอย่างเป็ไปตามที่เขาคาดไว้