บทที่ 128 เป็ผู้ชายที่อยู่เื้ัเธอ
วันแรกธุรกิจเปิดตัวได้ดี สวี่จือจือใจกว้างพาทุกคนไปร้านอาหารส่วนตัวที่กู้เสวียหมินเปิด
“จุ๊ๆ” ลู่ซือหยวนพูดเบาๆ “ถ้าเธอไม่พามา ฉันไม่รู้เลยนะว่าอำเภอพวกเรามีที่แบบนี้?”
นี่มันที่กินข้าวที่ไหนกัน มีโซฟาและทีวี ข้างนอกก็ตกแต่งอย่างมีรสนิยม เหมือนสะพานเล็กที่มีสายน้ำไหลในบ้านคน
“กินข้าวที่นี่ต้องจ่ายเท่าไหร่กัน?” ลู่ซือหยวนรู้สึกเสียดายเงิน
“ใช่แล้วจือจือ” เฉียวิ่พูด “กินอะไรนิดหน่อยก็พอแล้ว”
“จะได้ยังไงคะ!” สวี่จือจือยิ้ม “พิธีการยังต้องมี ฉลองให้ร้านพวกเรากิจการดี”
แต่ที่นี่มันแพงเกินไปหน่อยมั้ง
“วางใจเถอะ” สวี่จือจือพูด “ไม่เสียเยอะหรอก”
ลู่ซือหยวนบ่นในใจ คิดว่าจะเตือนลู่จิ่งซานแบบเนียนๆ ไหมว่าเมียคนนี้ใช้เงินมือเติบไปหน่อย
แต่ความคิดนี้เพิ่งผุดก็ถูกอีกฝ่ายดับไปแล้ว
ชีวิตนี้เธอชื่นชมผู้หญิงสองคน หนึ่งคือคุณย่าบ้านเธอ อีกคนคือสวี่จือจือ
ใช้เงินเก่ง แต่หาเงินก็เก่ง
ถ้าไม่มีสวี่จือจือ เธอลู่ซือหยวนจะมีวันนี้ได้ไหม?
ช่างมันเถอะ สมองเธอไม่ค่อยฉลาดอยู่แล้ว แต่โชคดีที่เธอเชื่อฟัง
สวี่จือจือไม่รู้เื่นี้ ส่วนลู่จิ่งซานที่คุยกับกู้เสวียหมินในห้องข้างๆ ก็ไม่รู้ความคิดลู่ซือหยวน ถึงรู้ก็คงไม่สน
“เื่โจวต้าไห่ นายไม่คิดจะบอกพี่สะใภ้จริงๆ เหรอ?” กู้เสวียหมินพูด
พูดจบ ดวงตาลู่จิ่งซานมองไปที่ประตูทันที
“ฉันหูฝาดไปเหรอ?” กู้เสวียหมินพูด “ทำไมฉันเหมือนได้ยินเสียงพี่สะใภ้เลย”
ลู่จิ่งซานพยักหน้า
“อย่าให้เธอรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่” เขาพูด “นายไปดูสิว่าเธอมาทำอะไร? แล้วจัดอาหารที่เธอชอบสักสองสามอย่างด้วย”
มาเวลานี้หรือว่ากิจการไม่ดี?
กู้เสวียหมินแซว “ถ้าเซียวหังเห็นนายเป็แบบนี้ คางหล่นแน่นอน”
ดวงตาหงส์ของลู่จิ่งซานมองอีกฝ่ายเบาๆ “หนวกหู”
“ไม่สนุกเลย” กู้เสวียหมินยิ้มแล้วออกไป ลู่จิ่งซานก็ได้ยินเขาเริ่มทักสวี่จือจือ “พี่สะใภ้มาได้ยังไง? ซาลาเปาขายหมดแล้วเหรอ?”
ต่อจากนั้นเขาได้ยินไม่ชัด
พอกู้เสวียหมินกลับมาก็เห็นลู่จิ่งซานเหม่อมองตู้ปลาในห้อง
“คิดอะไรอยู่?” เขาถาม
“ฝั่งเมืองหลวงติดต่อไปถึงไหนแล้ว?” ลู่จิ่งซานพูด “ฉันอยากให้ขาฉันหายไวๆ”
อย่างเช่นวันนี้ เขาอยากยืนเคียงข้างเธอมากแค่ไหน
“คนแก่ถูกทำร้าย บอกยังไงก็ไม่ยอมออกจากูเา” กู้เสวียหมินพูด “แต่วางใจได้ หังจื่อกำลังหาทาง”
แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดคือลู่จิ่งซานไปเมืองหลวงเอง
“ซาลาเปาขายดีมาก” กู้เสวียหมินเห็นเขาเป็แบบนี้ก็พูดว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันเคลียร์แล้ว จะไม่มีใครไปหาเื่”
ส่วนโจวต้าไห่พ่อลูก ผู้ชายที่นั่งรถเข็นคนนี้จัดการได้
แต่ถ้าเป็เขา โอกาสอวดผลงานแบบนี้จะปล่อยไปได้ไง? ทำอะไรเงียบๆ มากมายแต่ไม่บอกคนที่เกี่ยวข้อง เขาคงไม่ทำแน่
มันขาดทุน
“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอมีแรงกดดัน” ลู่จิ่งซานพูด “ต่อไปเธออยากทำอะไรก็ทำไปเลย ส่วนวิธีสกปรกข้างหลัง ฉันจะจัดการเอง”
เขาจะสร้างท้องฟ้าที่สดใสให้เธอ ส่วนวิธีที่เปิดเผยไม่ได้ เขาคนเดียวจัดการก็พอ
“นายนี่” กู้เสวียหมินพูด “สมัยก่อนฉันกับหังจื่อห่วงเื่ส่วนตัวนาย ตอนนี้ดูแล้ว พวกเราประเมินนายต่ำไป”
แต่ตอนนี้ไม่ห่วงเื่ส่วนตัว กลับห่วงว่าอีกฝ่ายคลั่งรักแบบนี้ ต่อไปจะเจ็บไหม?
ถึงเขาจะรู้สึกดีกับสวี่จือจือ แต่ลู่จิ่งซานเงียบเกินไป ทำอะไรหลังฉากเยอะแยะแต่ไม่ให้อีกฝ่ายรู้
โอกาสเพิ่มคะแนนดีๆ แบบนี้เชียว
แต่เขาจะพูดอะไรได้? การตัดสินใจของเพื่อนต้องเคารพ
“นี่ข้อมูลที่นาย้า” กู้เสวียหมินมองเอกสารแล้วกังวลขึ้น “หังจื่อบอกว่าตอนนี้เมืองหลวงมีคนเสนอให้ฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นายบอกว่าพี่สะใภ้รู้ั้แ่ปีที่แล้วงั้นเหรอ?” กู้เสวียหมินสงสัย
“ไม่ใช่เธอ แต่ดูให้เสี่ยวอวี่” ลู่จิ่งซานยิ้มจางๆ มองกู้เสวียหมิน “นายคิดว่าเธอจะรู้ได้เหรอว่าจะฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย?”
ไม่อย่างนั้นล่ะ?
กู้เสวียหมินอยากจะพูด แต่คิดอีกทีก็เป็ไปไม่ได้
ข่าวลือนี้เพิ่งมีหลังฤดูใบไม้ผลิ แต่สวี่จือจือเริ่มหาหนังสือั้แ่หน้าร้อนปีก่อน เว้นแต่เธอจะมีพลังรู้ล่วงหน้า
ลู่จิ่งซานรับเอกสารก้มดู เห็นกู้เสวียหมินยังยืนอยู่ก็พูดต่อ “ถ้าฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริง ให้หังจื่อหาข้อสอบเก่าหรือโจทย์มา”
ตอนกู้เสวียหมินสงสัย เขาก็ปกปิดให้สวี่จือจือตามสัญชาตญาณ
เขารู้ความลับของเธอ
เธอไม่อยากบอก เขาก็ไม่เคยถาม
เธออยากสอบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็หาข้อมูลที่เธอ้า ทำหน้าที่สนับสนุนให้ดีก็พอ
“ว่าแต่” กู้เสวียหมินพูดกะทันหัน “ถ้าฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่สะใภ้จะไปสอบเหรอ? ถ้าเธอสอบติดมหาวิทยาลัย แล้วพวกนาย…”
ไม่กลัวถ้าสวี่จือจือไม่สนใจเขาแล้วเหรอ?
ลู่จิ่งซานรู้สึกอึดอัดในใจ
นึกถึงตอนนี้ที่เขายังไม่ได้สถานะแฟนเป็ตัวเป็ตน ผิดพลาดครั้งเดียวก็ถูกลดลงสองขั้น จากแฟนที่คาดหวังจะเป็เขย กลายเป็คู่สมรสตามสัญญา
ตอนนี้เธอนับวันยิ่งเจิดจรัส ส่วนตัวเขานั้น…
“ฉันจะไปประตูหลัง” เขาพูด
กู้เสวียหมินส่ายหน้า “หนีแบบนี้ไม่ใช่วิธี”
“แล้วไง?” ลู่จิ่งซานมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญ “นายยังไม่มีแฟนด้วยซ้ำ จะเข้าใจเหรอ?”
แทงใจดำแล้ว!
กู้เสวียหมินรู้สึกโมโหนิดหน่อย แล้วก็ได้ยินลู่จิ่งซานพูดต่อ “ต่อไปถ้าเธอมากินข้าวที่นี่ ให้จดบัญชีฉัน”
“รู้แล้ว” กู้เสวียหมินพูด
เขาไม่เคยเห็นคนโง่แบบนี้มาก่อน สปอยล์เมียแต่ไม่ให้รู้ตัว สมควรแล้วที่ยังจับเธอไม่ได้จนถึงตอนนี้
กู้เสวียหมินคิดในใจ ทันใดนั้นเจ็บศีรษะ หินก้อนหนึ่งกระทบศีรษะเขาพอดี
ขี้เหนียว!
ได้เมียแล้วลืมเพื่อน!
สวี่จือจือไม่รู้เื่นี้ หลังเปิดร้าน ผ่าน่คึกคักแรกเริ่มไปก็เริ่มคงที่ คาดเดายอดขายแต่ละวันได้คร่าวๆ
ด้วยการฝึกของสวี่จือจือ ลู่ซือหยวนก็เริ่มรับผิดชอบเองได้
และในที่สุดวันหนึ่งข่าวฟื้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็มาถึง
ทั้งประเทศยินดี!
เหล่ายุวปัญญาชนในศูนย์พัก ครูในโรงเรียน ปัญญาชน…ทุกคนต่างก็ใกับข่าวนี้!
.............................