ขั้นบำเพ็ญเพียรของจูชิงในปัจจุบันยังห่างไกลจากวิชายุทธ์มหาอำนาจมากโข ลำพังแค่วิชาต้องห้ามกับวิชาลับก็ยากเกินกว่าจะฝึกปรือแล้ว
ถ้ามิใช่เพราะเฒ่าปีศาจถ่ายทอดวิชา《กระดูกปีศาจวายุ》ให้กับจูชิง จนถึงตอนนี้จูชิงก็คงไม่รู้ว่ามีวิชาลับอยู่ในโลกบำเพ็ญเพียรด้วย
ทว่าจู่ๆ ชายวัยกลางคนก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วบอกว่าจะสอนวิชายุทธ์มหาอำนาจซึ่งเหนือชั้นยิ่งกว่าวิชาลับกับวิชาต้องห้ามให้กับเขา นั่นเป็เื่เหนือความคาดหมายของจูชิงเป็อย่างมาก
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ จูชิงนึกฉงนสงสัยว่าชายวัยกลางคน้าอะไร
แต่พอลองคิดดูแล้ว เขาเป็แค่ขั้นหลอมกายาจะมีอะไรให้ชายวัยกลางคนสนใจ?
แม้จะไม่รู้ขั้นบำเพ็ญเพียรของชายวัยกลางคน ทว่าดูจากพลังที่สำแดงเมื่อครู่แล้ว คนผู้นี้จักต้องเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์โดยไม่ต้องสงสัย แกร่งกล้ายิ่งกว่าพวกหลิ่วซานหลายสิบเท่า
คนเช่นนี้เรียกได้ว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางแห่งยุทธ์แล้ว ในทวีปเฉียนหยวนจะมีสักกี่คนที่เทียบชั้นกับเขาได้
“ว่ายังไงนะ?” จูชิงยังไม่เข้าใจเจตนาของชายวัยกลางคนจึงแสร้งทำเป็โง่
ชายวัยกลางคนยิ้ม “เ้าไม่ต้องระแวงข้าขนาดนั้นก็ได้!”
“ใครจะรู้ว่าเ้ากำลังคิดอะไรอยู่” จูชิงพึมพำในใจ สีหน้ายังคงเป็เช่นเดิม
“วิชายุทธ์มหาอำนาจ《เงาร่างแสงถวิล》!” ชายวัยกลางคนตบมือ ม้วนคัมภีร์หยกตกลงมาอยู่ในมือของจูชิง
จูชิงตะลึงงัน วิชายุทธ์มหาอำนาจเป็สิ่งที่จอมยุทธ์ต่างก็ใฝ่ฝัน ล้ำค่าแสนพรรณนา สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาได้ในพริบตา ยามนี้กลับมาอยู่ในมือของเขาอย่างง่ายดาย
สำหรับชายวัยกลางคน วิชายุทธ์มหาอำนาจเหมือนกับสิ่งของทั่วไปที่อยากมอบให้ใครก็ได้ตาม้า
ชายวัยกลางคนมองจูชิง “ตั้งใจฝึกฝนให้ดี”
จูชิงมองชายวัยกลางคนที่กลายเป็แสงเงานับพันหมื่นค่อยๆ หายไปต่อหน้าต่อหน้าแล้วยกมือเกาหัวด้วยความสับสน
ชายวัยกลางคนคล้ายกับ้าพบจูชิงเพียงเท่านั้น เขามิได้เปิดเผยข้อมูลใดๆ ของตัวเองเลย
“เฮ้ๆ ที่นี่มันที่ไหน อย่าเพิ่งไปสิ?” จูชิงะโ ทว่าชายวัยกลางคนจากไปแล้ว ไม่ว่าจูชิงจะะโดังแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
ที่นี่คือเกาะโดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ไม่มีเรือสัญจรผ่าน จูชิงติดอยู่บนเกาะแห่งนี้แล้ว
สำหรับจอมยุทธ์แล้วการว่ายน้ำเป็ระยะทางหลายร้อยลี้นั้นไม่ใช่ปัญหา ตราบใดที่มีลมปราณเพียงพอ แม้ต้องเดินทางไกลนับพันลี้ก็ไม่นับว่าไกล
ครั้นจูชิงเห็นร่างมหึมาใต้มหาสมุทร เขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ หน้าเริ่มขาวซีด
ที่นี่คือมหาสมุทร สัตว์อสูริญญาในมหาสมุทรนั้นมีจำนวนมากกว่าสัตว์อสูริญญาบนแผ่นดินหลายเท่านัก อีกทั้งยังแข็งแกร่งยิ่งกว่า
ว่ายน้ำร้อยลี้อย่างนั้นรึ? อย่ามาล้อกันเล่นหน่อยเลย แค่จูชิงหย่อนเท้าลงมหาสมุทรเพียงนิดก็จักต้องถูกสัตว์อสูรรุมทึ้งจนเหลือแต่กระดูกอย่างแน่นอน
ณ ยอดเมฆาขุนเขากระบี่เทียนหยวน แสงเงาผสานรวมกันเป็หนึ่ง ชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้นในขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ด้านหน้าชายวัยกลางคนมีรูปวาดสีเหลืองหม่นแขวนอยู่ เป็ภาพของเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบสี่ถึงสิบห้าปี ใบหน้าคล้ายคลึงกับจูชิงเป็อย่างมาก จะบอกว่าเป็จูชิงก็ย่อมได้
ชายวัยกลางคนมองรูปนั้นพลางถอนหายใจ “รอคอยมานานหลายปี ในที่สุดก็มาถึงเสียที!”
ที่นี่คือเขตใจกลางขุนเขากระบี่เทียนหยวน มีเพียงเ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนเท่านั้นที่เข้ามาที่นี่ได้ ทุกครั้งที่เข้ามาจะต้องนำเหรียญตราเ้าสำนักมาด้วย ไม่เช่นนั้นถึงจะมีขั้นบำเพ็ญเพียรสูงเสียดฟ้าก็ไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้
มีเพียงเ้าสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวนเท่านั้นที่รู้เื่รูปภาพที่อยู่ในสถานที่ลึกลับนี้ มันเป็ความลับที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน แม้เป็อนุชนร่วมสายเืก็ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ความลับนี้
ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีความสัมพันธ์ที่มิอาจกล่าวได้อย่างชัดแจ้งกับเฒ่าปีศาจ ซึ่งการมีอยู่ของเฒ่าปีศาจนั้นราวกับเป็ความตั้งใจของใครบางคน
เฒ่าปีศาจเคยปรากฏกายบนทวีปเฉียนหยวนใน่ยุคบุกเบิกของขุนเขากระบี่เทียนหยวน จากนั้นก็หายตัวไปแล้วปรากฏตัวอีกครั้งในศิลาผนึกิญญาพิชิต์ สูญเสียความทรงจำส่วนหนึ่ง แม้แต่ตัวเฒ่าปีศาจเองก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อในนั้น
ภายในห้องลับของขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีรูปวาดของจูชิงแขวนอยู่ รูปวาดนั้นเก่ามาก ดูเหมือนถูกวาดไว้เมื่อนานมาแล้ว อย่างน้อยๆ ก็น่าจะสักพันปี แท้จริงแล้วจูชิงมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับขุนเขากระบี่เทียนหยวนกันแน่
แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจูชิงและขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะเป็อย่างไร สิ่งที่จูชิงอยากพูดในตอนนี้มีแค่สองคำ——ช่วยด้วย!
สถานที่ที่จูชิงอยู่เป็เกาะโดดเดี่ยวโดยสมบูรณ์ แม้ว่าบนเกาะจะไม่มีสัตว์อสูริญญาดุร้าย หากแต่ก็ไม่รู้ว่ามีสัตว์อสูรน่าพรั่นพรึงที่อยู่ใต้ล่างมหาสมุทรมากมายแค่ไหน ด้วยพลังของเขาในเพลานี้เป็ไปมิได้เลยที่จักหนีออกไปจากเกาะ
เกาะแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก เทียบมิได้กับเกาะหลัวโหว ขนาดมันแค่ไม่กี่พันจั้งเท่านั้น จูชิงใช้เวลาไม่นานก็สำรวจเกาะแห่งนี้ครบทุกซอกทุกมุมแล้ว
โชคยังดีที่บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด ทั้งยังมีสัตว์อสูรอีกหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็ข่าวดี อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องอดตาย
เขามองรังไหมสีดำบนชายฝั่ง แล้วยิ้มแห้งๆ อย่างอดไม่ได้ ชายวัยกลางคนช่างรอบคอบเสียจริง พาสุนัขโลกันตร์สามหัวมาที่นี่ด้วยอย่างนั้นรึ
“เฒ่าปีศาจ คนผู้นั้นมีขั้นบำเพ็ญเพียรอยู่ในระดับใด?” จูชิงเอ่ยถาม
“แข็งแกร่งมาก!” เฒ่าปีศาจสูดลมหายใจเข้าลึก
“ขนาดเ้ายังรู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งอย่างนั้นรึ?” จูชิงตะลึง ด้วยนิสัยของเฒ่าปีศาจแล้วไม่มีทางยอมรับความสามารถของผู้อื่นง่ายๆ หากคนผู้นั้นมิได้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
“ถึงจะยังห่างชั้นกับข้าเมื่อก่อน ทว่าสำหรับทวีปเฉียนหยวนในตอนนี้แล้ว น่าจักเป็ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางบำเพ็ญเพียรแล้วกระมัง” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงมองม้วนคัมภีร์หยกในมือ เขาััได้ถึงคลื่นพลังเลิศล้ำผันผวนตลบอบอวลอยู่ทั่วทั้งคัมภีร์
“ทำลายม้วนคัมภีร์นี้ซะ แล้วเ้าจักได้รับวิชายุทธ์มหาอำนาจ ยังจักชักช้าอะไรอยู่! มันเป็โอกาสที่ยากพบเจอในพันปี” เฒ่าปีศาจเร่งเร้า
“ข้าแค่สงสัยว่าข้าในตอนนี้ฝึกฝนวิชายุทธ์มหาอำนาจได้หรือ อย่างไรเสียข้าก็เป็แค่ขั้นหลอมกายาหกชั้นฟ้า” จูชิงพูด
“การบำเพ็ญเพียรนั้นต้องค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้น วิชายุทธ์นั้นลึกล้ำแสนหยั่งถึง ปกติแล้วจะต้องเป็ขั้นเหินนภาถึงจักสามารถเข้าถึงวิชายุทธ์มหาอำนาจได้” เฒ่าปีศาจเอ่ย
“แล้วข้าเป็แค่ขั้นหลอมกายาฝึกฝนวิชายุทธ์มหาอำนาจตอนนี้จักไม่มีปัญหารึ?” จูชิงกังวล
“ไม่มีทาง!” เฒ่าปีศาจพูดอย่างหนักแน่น
“ทำไมล่ะ?” จูชิงผงะ เขาคิดไม่ถึงว่าเฒ่าปีศาจจะพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวเฉกเช่นนั้น
“เพราะเ้าคือจูชิง เ้าแตกต่างกับคนอื่น” เฒ่าปีศาจทำหน้าจริงจัง
ได้ยินดังนั้นจูชิงถึงกับพูดไม่ออก “เ้าพูดประจบประแจงเก่งแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ พูดออกมาได้ไม่อายปาก”
เฒ่าปีศาจแทบอยากเอาหัวโหม่งศิลาผนึกิญญาพิชิต์ให้สิ้นใจ พูดต่อว่า “เพราะว่าเ้าเป็...”
“ข้าเป็อะไร?” จูชิงเลิกคิ้ว
ทันใดนั้นเฒ่าปีศาจก็ตระหนักได้ว่าตนพูดมากเกินไปแล้ว เขาส่ายหัว แทรกร่างหายเข้าไปในศิลาผนึกิญญาพิชิต์
“อะไรของเ้า?” จูชิงชูนิ้วกลางใส่ศิลาผนึกิญญาพิชิต์
ชายวัยกลางคนไม่น่ามีเจตนาร้ายกับเขา เฒ่าปีศาจเองก็เช่นกัน ดังนั้นน่าจักฝึกฝน《เงาร่างแสงถวิล》ได้ไม่มีปัญหา
จูชิงออกแรงที่มือขวาเล็กน้อย เสียง “แคร่ก” ดังสะท้อนก้อง จากนั้นม้วนคัมภีร์ก็กลายเป็ผุยผง
ผงม้วนคัมภีร์มิได้ฟุ้งกระจายไปตามลม หากกลับโคจรล้อมรอบกายาของจูชิง!
จุดแสงสีเขียวหลอมรวมเข้าไปในร่างกายจูชิงทีละเล็กทีละน้อย จู่ๆ จูชิงก็รู้สึกแปลก ร่างกายของเขาเหมือนกับมีความทรงจำบางอย่าง มันขับเคลื่อน《เงาร่างแสงถวิล》ด้วยตัวมันเอง
จิติญญาจูชิงสั่นสะท้าน วิชามหาอำนาจ《เงาร่างแสงถวิล》 ประจักษ์ขึ้นในหัว แทรกซึมเข้าไปในส่วนลึกของจิติญญาโดยไม่มีการปฏิเสธใดๆ ราวกับเคยมันมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น
“กายศักดิ์สิทธิ์ ช่างน่าอิจฉาเสียจริง!” เฒ่าปีศาจถอนหายใจอยู่ในศิลาผนึกิญญาพิชิต์
《เงาร่างแสงถวิล》มิได้มีพลานุภาพเหนือฟ้า มันเป็เพียงวิชามหาอำนาจท่าร่างเท่านั้น
อย่างไรก็ตามวิชามหาอำนาจท่าร่างกลับล้ำค่ายิ่งกว่าวิชามหาอำนาจศาสตร์อื่นๆ สามารถเปลี่ยนกายาเป็แสงเงานับพันหมื่นได้ในความคิดเดียว ทั้งยังเร็วมากจนยากจะคาดเดา
《เงาร่างแสงถวิล》ขั้นที่หนึ่ง ไร้เงา เคลื่อนไหวปราศจากเงาใต้แสงอาทิตย์
จูชิงหมกมุ่นอยู่กับความลึกลับของวิชายุทธ์มหาอำนาจโดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ครั้นรู้สึกตัว เวลาก็ล่วงเลยมาครึ่งเดือนแล้ว
จูชิงผู้หิวโหยฆ่าแกะสิบตัวประทังชีวิต หลังจากกินอิ่ม เขาก็มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรต่อ
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถไปจากเกาะได้ในตอนนี้ จูชิงก็หยุดคิดเื่นั้นและมุ่งความสนใจไปที่การบำเพ็ญเพียรแทน ไม่ว่าจะเป็การกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหว ยกระดับขั้นบำเพ็ญเพียรหรือฝึกปรือ《เงาร่างแสงถวิล》ต่างก็ต้องใช้เวลาด้วยกันทั้งสิ้น
ถึงแม้เกาะแห่งนี้จะเป็เกาะโดดเดี่ยว ทว่าพลังปราณฟ้าดินอุดมสมบูรณ์ยิ่งยวด ไม่ว่าจูชิงจักใช้วิชาลับกลืนปราณกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง พลังปราณโดยรอบก็มิได้ลดลงแต่อย่างใด
หนึ่งปีผ่านไป!
จูชิงััถึงลมปราณัแกร่งกล้ายิ่งเป็เท่าทวีพลันถอนหายใจอย่างอดไม่ได้!
เืัเก้าหยดลอยล่องอยู่ในตันเถียน ภายในอักขระาหลัวโหวทั้งห้าล้วนมีเืัแฝงอยู่ เมื่อนับรวมกับอักขระที่อยู่บนแขนกับตัว จูชิงกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวออกมาได้ทั้งหมดเจ็ดเส้นแล้ว
สามารถกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวเจ็ดเส้นในขั้นหลอมกายา มิต้องเอ่ยถึงว่าพร์กับความอุตสาหะของเขานั้นเป็อย่างไร กระนั้นแล้วภาพบนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว
“สองภาพสุดท้าย...หรือว่าจะต้องใช้อักขระาหลัวโหวเส้นที่แปดกับเส้นที่เก้า?” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เงื่อนไขไม่ซับซ้อนเกินไปหน่อยหรือ
《เงาร่างแสงถวิล》ขั้นที่หนึ่ง ไร้เงา จูชิงตระหนักรู้เพียงผิวเผิน ยังมิได้บรรลุไร้เงาอย่างแท้จริง ทว่าความเร็วกลับพัฒนาเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่า
