จางกุ้ยหลานมองหน้ามารดา รอฟังเธอพูดต่อ เธอไม่ใช่คนฉลาดนัก ไม่เข้าใจความหมายแฝง หรือจะเรียกว่าเธอเป็คนซื่อตรง ไม่รู้จักการพูดอ้อมค้อม ทั้งยังไม่เข้าใจคำพูดอ้อมค้อมของผู้อื่นด้วย
คุณนายจางก็รู้ดีว่าเธอเป็คนอย่างไร จึงพูดตรง ๆ ว่า "คุณไปบอกฮวาเจา ให้ปู่ของเธอไปบอกทางหน่วยงานของพวกเขา ให้พวกเราทั้งครอบครัวย้ายไปอยู่หมู่บ้านค่าวซาน"
จางกุ้ยหลานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย "ทำไมท่านไม่ไปบอกปู่ของเธอเองเล่า?"
ในความทรงจำของเธอ มารดาของเธอนั้นทุ่มเทให้ฮวาเจาอย่างมาก แม้จะต้องถูกทุบตีดุด่าเป็ครั้งคราวก็ตาม และฮวาเฉียงที่ถูกทุบตีดุด่าเช่นกัน ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับมารดาของเธอ
เป็เพื่อนร่วมชะตากรรมกันนี่นา
มารดาของเธอนั้นเอาใจใส่ฮวาเจาเป็อย่างมาก ส่วนฮวาเฉียงที่หลงใหลฮวาเจา ก็ไม่น่าจะไม่เห็นด้วยนี่นา? เื่นี้น่าจะจัดการได้นานแล้วสิ
คุณนายจางกัดฟันพูด "ที่ผ่านมา ฉันกลัวคุณเป็ห่วง เลยไม่ได้บอกความจริงกับคุณ ฮวาเฉียงนั่นมันก็ไม่ใช่คนดี! มันรังเกียจว่าคุณที่เป็แม่ให้ฮวาเจาน้อยเกินไป เลยดูถูกฉัน ไม่เคยทำดีกับฉันเลยสักครั้ง!"
เป็อย่างนี้นี่เอง...
จางกุ้ยหลานรู้สึกขุ่นเคืองใจเล็กน้อย ถึงเธอจะให้น้อย แต่ก็ทำสุดความสามารถแล้ว
ครอบครัวหลิวรู้ว่าเธอมักจะให้เงินมารดา ก็ทำหน้าตาไม่พอใจใส่เธอ หลิวเซี่ยงเฉียนยิ่งดื่มเหล้าก็ยิ่งทุบตีเธอ ลูก ๆ ที่เธอให้กำเนิดมา ก็ถูกหลิวสั่งสอนจนไม่สนิทกับเธอ
ทั้งหมดนี้ก็เพราะฮวาเจา...เป็อย่างนี้แล้วพวกเขายังไม่พอใจอีกหรือ?
เมื่อเห็นว่าลูกสาวเริ่มขุ่นเคืองฮวาเจา คุณนายจางก็ร้อนใจ กลัวจะเสียประโยชน์ในการขอความช่วยเหลือ
"เื่ที่ผ่านมาก็อย่าพูดถึงมันเลย! ฉันไม่พูด คุณก็อย่าพูดถึงมัน! ตอนนี้ฮวาเจาโตแล้ว แต่งงานมีลูกแล้ว นิสัยก็ดีขึ้นแล้วด้วย คุณไปดูเธอเถอะ" คุณนายจางกล่าว
จางกุ้ยหลานห่อไหล่ทันที
ถึงจะมีเื่ขุ่นเคืองใจ แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองผิดต่อฮวาเจา ที่ทิ้งเธอไปั้แ่ยังเล็ก ได้ยินว่าตอนเด็ก ๆ เธอต้องลำบากมาก ถ้าไม่ได้ฮวาเฉียงกลับมา เธอคงไม่ได้มีชีวิตอยู่
เพราะเหตุนี้ เธอจึงไม่กล้าสู้หน้าฮวาเจา
"บอกแล้วไงว่าเื่ที่ผ่านมาก็อย่าพูดถึงมัน ฮวาเจาไม่ได้โกรธแค้นคุณหรอก" คุณนายจางกล่าว "ครั้งนี้ เธอเป็คนให้ฉันมาหาคุณ บอกว่าคิดถึงคุณ อยากเจอคุณ"
"ผู้หญิงเรา พอมีลูกแล้วก็จะรู้ว่าการเป็แม่นั้นไม่ง่ายเลย" เธอถอนหายใจ
ฮวาเจาจู่ ๆ ก็อยากจะญาติดีกับจางกุ้ยหลาน เธอตีความไปเช่นนั้น
หารู้ไม่ว่าทั้งหมดนี้เป็อุบายของจ้าวเสี่ยวหง เธอคิดว่าฮวาเจาเกลียดจางกุ้ยหลาน คงไม่อยากเจอหน้าแน่ ๆ ถ้างั้นเธอก็จะให้พวกเธอเจอกัน!
ถึงตอนนั้นถ้าพวกเธอทะเลาะกัน ตีกัน ก็คงจะดี!
ถ้าทำให้ฮวาเจาแท้งลูกได้ยิ่งดี!
ฮวาเจาไม่โกรธเธอ? แถมยังอยากเจอเธออีก? จางกุ้ยหลานใจอ่อน
ถึงจะไม่มีหน้าไปพบฮวาเจา แต่ตอนนี้ฮวาเจาก็แต่งงานมีลูกแล้ว เธอก็ควรจะไปเจอเธอสักครั้ง ไม่อย่างนั้นชาตินี้ก็คงไม่มีเหตุผลที่จะไปเจออีก
"เธอแต่งงานกับใคร?" จางกุ้ยหลานถามด้วยความกระวนกระวายใจ
"แต่งงานกับคู่หมั้นที่ฮวาเฉียงหาไว้ให้ เธอก็โชคดีนะ เป็คนในเมือง แถมยังเป็ทหารอีกด้วย" คุณนายจางเบ้ปาก "เขาให้ของหมั้นสามอย่างและเงินอีก 2,000 หยวน!"
พอพูดถึงเื่นี้ คุณนายจางก็โกรธและเสียดาย หากรู้ว่าฮวาเจามีคู่หมั้นที่ร่ำรวยเช่นนี้ เธอก็ไม่น่าทิ้งขว้างเธอไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน
ของหมั้นสามอย่าง เงิน 2,000 หยวน!
หากฮวาเจาอยู่ในบ้านของเธอ ของพวกนี้ก็คงเป็ของเธอไปแล้ว!
ใช่แล้ว เงินพวกนี้ต้องเอามาจากฮวาเจาให้ได้
จางกุ้ยหลานถอนหายใจยาว หน้าตาก็เริ่มมีรอยยิ้มจริงใจ ฮวาเจาได้แต่งงานกับคนดี นี่ก็เหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง! โรคในใจของเธอก็หายไป
"พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอ" เธอกล่าว
"จำไว้ บอกให้เธอย้ายทะเบียนบ้านของเราไปที่หมู่บ้านค่าวซานด้วย" คุณนายจางสั่ง "แล้วก็เื่ที่ผ่านมา เื่เงินทอง เื่ที่เธอตบตีฉัน ก็อย่าพูดถึงมันเลย ทั้งหมดเป็เื่ในอดีตแล้ว ตอนนี้เธอก็โตแล้ว ไว้หน้าเธอบ้าง อย่าให้เธอเสียหน้า"
"ได้ ฉันรู้แล้ว" จางกุ้ยหลานมองหน้ามารดา ถึงมารดาจะเห็นแก่ตัวกับเธอบ้าง...แต่เธอก็ดีกับฮวาเจาจริง ๆ
สุดท้ายก็เป็ความรักระหว่างรุ่นเหมือนที่ปู่ของฮวาเจาหลงฮวาเจาเหมือนกัน มารดาของเธอก็หลงฮวาเจาเช่นกัน
คุณนายจางจากไปด้วยความภูมิใจ
จางกุ้ยหลานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ไปหาหัวหน้ากลุ่ม
"พี่หลิว พรุ่งนี้ฉันมีธุระ ขอลาหยุดหนึ่งวัน" เธอพูดเบา ๆ
"โอ๊ะ? เกิดเื่ใหญ่อะไรขึ้นรึ? คนที่ไม่เคยหยุดงานอย่างแกจะลาหยุด? ลาหยุดหนึ่งวันต้องหักเงิน 5 เหรียญนะ! เงินเยอะขนาดนั้น แกเสียดายเหรอ?" หัวหน้ากลุ่มพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อย
คนที่กำลังทำงานในกลุ่มต่างก็หยุดมือ เงยหน้ามองมาทางนี้ บางคนถึงกับหัวเราะคิกคักออกมา
พวกเขาดูถูกผู้หญิงชาวนาที่อ่อนแอ ขี้ขลาด ไม่สู้คน ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานตรงหน้า
"ลูกสาวฉันแต่งงานแล้ว ฉันจะไปดูเธอหน่อย" จางกุ้ยหลานพูดเบา ๆ
"อะไรนะ? ลูกสาวคนโตของแกไม่ใช่เพิ่ง 6 ขวบหรอกเหรอ? คนเล็กก็ 4 ขวบ แกขายพวกเธอไปแล้วเหรอ?" มีคนอุทานออกมาด้วยความใ
"ไม่ใช่ ไม่ใช่!" จางกุ้ยหลานรีบพูด "คือลูกสาวคนโตของฉัน" เธอพูดเสียงเบา "ลูกสาวที่เกิดเมื่อก่อน ตอนนี้ 18 แล้ว"
เธอแต่งงานใหม่ ผู้คนรอบข้างจึงซุบซิบนินทาและมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ทำให้เธอไม่กล้าเงยหน้า
"อ้อ ลูกสาวคนนั้นนี่เอง แต่งงานแล้วนี่เอง ก็สมควรไปดูหน่อย" หัวหน้ากลุ่มถามด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ "แต่งงานกับใครล่ะ?"
ไม่ทันที่จางกุ้ยหลานจะตอบ ก็มีคนพูดขึ้น "จะเป็ใครไปได้ ก็ต้องปลาหาปลา กุ้งหากุ้ง เต่าหากเต่าสิ!"
"ฮ่าฮ่า ๆ"
"คนชนบทก็ต้องหาคนชนบท อย่าหวังจะปีนป่ายขึ้นไปสูง ไม่อย่างนั้นจะลากทั้งครอบครัวไปอดอยาก" มีคนพูดเหน็บแนม
พวกเธอดูถูกสถานะการแต่งงานใหม่ของจางกุ้ยหลาน อีกทั้งยังดูถูกที่เธอเป็คนชนบท
ไม่รู้ทำไม พวกเธอถึงได้ดูถูกเธอ
จางกุ้ยหลานที่อยากจะแบ่งปันเื่ลูกเขยที่ดีของตน ก็ไม่กล้าพูดออกไปแล้ว
"หัวหน้ากลุ่ม ฉันขอลาหยุดหนึ่งวัน" เธอพูดเสียงเบา
"ไปเถอะ ๆ เื่มงคลลูกแต่งงาน ฉันจะไม่อนุมัติได้ยังไง? ถึงตอนนั้นอย่าลืมเอาขนมมาฝากด้วยนะ!"
จางกุ้ยหลานหันหลังเดินจากไป
ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานพูดข้างหลัง "เฮ้ย พวกแกเมื่อกี้ได้ยินไหม เธอบอกว่าลูกสาวแต่งงานแล้ว! ไม่ใช่กำลังจะแต่งงานนะ เธอไปตอนที่ลูกแต่งงานแล้วเนี่ยนะ?"
"นี่เธอไม่ได้รับเชิญรึเปล่า?"
"ถ้าเป็ฉัน ฉันก็ไม่เชิญ ทิ้งลูกไปั้แ่เล็ก ๆ ไม่เคยเหลียวแลเลย แม่แบบนี้จะมีประโยชน์อะไร?"
เื่ที่คุณนายจางมักจะมาขอเงินนั้น จางกุ้ยหลานไม่เคยเล่าให้คนนอกฟัง เธอจะพูดได้อย่างไรว่าลูกตบตีคุณยายเพื่อเอาเงิน คุณยายไม่มีทางเลือกจึงต้องมาหาตน เช่นนั้นฮวาเจาจะมีชื่อเสียงที่ดีได้อย่างไร?
ดังนั้นคนภายนอกจึงคิดว่าเธอทิ้งลูกไปแล้วไม่สนใจ เพราะเหตุนี้จึงดูถูกเธอ
เมื่อไม่ได้ยินเสียงข้างหลังอีก จางกุ้ยหลานก็ถอนหายใจ เดินกลับบ้านอย่างช้า ๆ
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอก็รีบเก็บกวาดบ้าน ทำอาหารเย็น จากนั้นก็ซักผ้ากองโตของวันนี้
หลิวเซี่ยงเฉียนเป็ลูกคนโตของบ้านหลิว พ่อแม่จึงอาศัยอยู่กับพวกเขา แถมยังมีลูก ๆ อีก 5 คน ทำให้มีผ้าที่ต้องซักในแต่ละวันมากมาย
สรุปคือเธอกลับถึงบ้านก็ต้องวุ่นวายอยู่ตลอด ไม่ยอมหยุดพัก และไม่คุยกับใคร
รอจนทุกคนเข้านอน เธอถึงจะได้พักผ่อน
ไม่อย่างนั้น สิ่งที่รอคอยเธอก็ไม่ใช่คำพูดดี ๆ แน่นอน
