ฟานตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดแสนอบอุ่น สิ่งแรกที่ทำคือผลักเต็มแรงแต่ร่างกำยำกลับไม่ขยับเขยื้อนทั้งยังกอดรัดเขาแน่นขึ้นจนขยับหนีไม่ได้ หลังจากที่อาละวาดจนเหนื่อยเขาก็เผลอหลับไปอีกครั้ง นอนพักเติมพลังจนเต็มอิ่มเพื่อมาสู้รบกับอีกฝ่าย สุดท้ายเขาต้องยอมนั่งทานข้าวและยาตามที่เฮียธาวิน้าเพื่อจะได้กลับคอนโดของตัวเอง
นับจากวันนั้นที่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ฟานมักระวังตัวเสมอนั่นทำให้ธาวินยิ่งเอ็นดูอีกฝ่ายมากขึ้น ในระหว่างนี้เขาก็ไม่ได้นิ่งเฉย หลังจากที่เร่งเคลียร์งานจนเสร็จเพื่อหาเวลาไปคุยธุระสำคัญ
เขารีบมาบริษัท TP ั้แ่เช้าตรู่เพราะกลัวว่าคุณลุงกับคุณน้าจะติดธุระ
“ไม่เจอกันนานเลยนะเรา วันนี้ไปไงมาไงถึงมาโผล่ที่นี่ได้ละ ่นี้งานยุ่งไม่ใช่เหรอ ?”
“สวัสดีครับคุณน้าพริ้มพราว สวัสดีครับคุณลุงทิวา”
ธาวินยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความอ่อนน้อม ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โซฟารับรองแขก
“เรียกซะห่างเหินเลยนะ คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่ธาวินมาวันนี้มีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า หรือว่าอยากให้น้าช่วยเหลืออะไร?”
เพราะรู้จักกันมานานพริ้มพราวจึงสังเกตได้ว่าร่างสูงตรงหน้ามีปัญหาภายในใจ
“ผมมีเื่สำคัญจะปรึกษา ไม่ทราบว่าคุณน้ากับคุณลุงพอจะว่างสักนิดไหม ?”
ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่กลับหนักแน่นและจริงจัง นั่นทำให้ลุงทิวาหรือพ่อของฟานปิดแฟ้มเอกสารที่กำลังอ่านก่อนจะเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามร่างสูง
“สำหรับธาวินลุงว่างเสมอ”
“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษคุณลุงกับคุณน้าครับ”
“ขอโทษเื่อะไรกัน ?” พริ้มพราวมองสบสายตาคมด้วยความสงสัย
“คือผมล่วงเกินน้องครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันผิด ขอโทษจริงๆ และผมพร้อมจะรับผิดชอบ ถึงคุณลุงกับคุณน้าจะโกรธจะเกลียดแต่ผมอยากขอโอกาสสักครั้ง”
“ก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น น้าไม่เชื่อหรอกว่าธาวินตั้งใจล่วงเกินน้อง”
“คือว่าก่อนหน้านี้มีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกับฟานแต่ผมเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน คืนนั้นน้องเมาไม่ได้สติครับ ขอโทษที่ผมไม่หักห้ามใจ”
ถึงร่างสูงจะไม่ได้เล่าทั้งหมดแต่เมื่อได้ฟังเหตุผลคนเป็แม่อย่างพริ้มพราวก็พอเข้าใจอยู่บ้าง
“ถึงแม้ว่าธาวินจะเคยช่วยลุงไว้ตอนบริษัทกำลังล้ม ลุงตอบแทนธาวินได้ทุกอย่างแต่ต้องไม่ใช่ฟาน”
ทิวาพูดเสียงดุๆ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายอยากได้ลูกชายเป็ค่าตอบแทนกับเื่ราวที่ผ่านมา
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณลุงอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมไม่ได้จะเอาสิ่งที่ตัวเองเคยช่วยเหลือมาลบล้างความผิดที่เกิดขึ้น แต่ที่ผมอยากคุยกับคุณลุงคุณน้าในวันนี้ เพราะผมรักฟานจริงๆ รักมานานแล้ว”
“น้าพอจะมองออก สำหรับน้าถ้าธาวินทำให้ฟานรับรักตอบได้น้าไม่ขัดขวาง”
“คุณพริ้ม !!! ลูกของเราเพิ่งจะอายุ 20 ส่วนธาวินจะ 40 แล้วนะ”
คนเป็สามีเรียกชื่อคนรักเสียงดังลั่นเพราะเขาไม่เห็นด้วย ชายรักชายเขาพอเข้าใจ ฟานชอบคบหากับผู้ชายด้วยกันเื่นี้เขารู้ดี แต่ว่าด้วยเื่อายุที่ต่างกันเกิดไปเื่นี้เขาว่าไม่เหมาะสม
“คุณกับฉันเราก็ห่างกันเกือบ 20 ปีไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมต้องขัดขวาง ?”
“แต่มันไม่เหมือนกันนะคุณพริ้ม ตอนนี้ฟานก็ดูเหมือนจะเกลียดธาวินมาก ขอโทษที่ลุงต้องพูดตามตรง” ทิวาหันไปพูดกับภรรยาก่อนจะมองสบตากับธาวิน
“ครับผมเข้าใจ”
“อันนั้นขึ้นอยู่กับลูก เราต้องให้ฟานตัดสินใจ คุณจะคิดแทนลูกไม่ได้นะคุณทิวา คู่ชีวิตคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เราเป็แค่พ่อแม่ไม่สามารถอยู่กับลูกได้จนค้ำฟ้า สักวันหนึ่งเราก็ต่างต้องลาจากโลกนี้กันทั้งนั้น”
“ก็ได้ ผมยอมก็ได้ แต่ถ้าธาวินทำให้ฟานเสียใจ ต่อให้เป็ลูกของเพื่อน ต่อให้เป็คนที่มีพระคุณ ลุงก็ไม่ยอม ธาวินเข้าใจใช่ไหม ?”
ทิวายอมแพ้ต่อภรรยาของตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เธอพูดมาล้วนเป็ความจริง ความ้าสูงสุดของคนเป็พ่อคืออยากเห็นลูกมีความสุข ถ้าสุดท้ายแล้วฟานคบหากับธาวินเขาก็ยินดีเพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลย หากตัดเื่อายุออกไปธาวินก็เหมาะสมกับลูกชายของตนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตา ทัศนคติ หรือฐานะ ที่ผ่านมานอกจากธาวินจะช่วยเหลือเขาในเื่ธุรกิจแล้ว ร่างสูงยังคอยดูแลลูกชายเพียงคนเดียวของเขามาตลอด จนบางครั้งดูแลดีกว่าเขาที่เป็พ่อเสียด้วยซ้ำ
“ครับ ผมจะรักและดูแลน้องเป็อย่างดี”
หลังจากตึงเครียดมานานสองสามีภรรยาก็ได้เห็นมุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อย ท่าทางดูผ่อนคลายลงราวกับว่าได้เคลียร์ปัญหาออกจากใจ
“น้ารู้ว่าธาวินทำได้ แต่อาจจะยากหน่อย เพราะฟานดูจะไม่ชอบธาวิน จะว่าไปตอนเด็กๆ ฟานตามติดธาวินแจเลย ที่ไหนมีธาวินที่นั่นต้องมีฟาน”
“น้องเข้าใจผมผิดครับ”
“ถ้าธาวินมั่นใจว่ารักลูกของน้าจริงๆ น้ายินดี เพราะน้าก็รักธาวินเหมือนลูก”
“ขอบคุณครับ”
ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพก่อนต่อสายหาลูกน้องคนสนิทให้เอาเอกสารสำคัญเข้ามา
“ส่วนอันนี้ ผมถือว่าขอจองน้องไว้ก่อนนะครับ”
“น้าจะรับไว้ แต่ถ้าถึงวันนั้นฟานยังไม่ตกลงปลงใจกับธาวิน น้าจะคืนให้ทั้งหมด”
“ขอบคุณคุณลุงกับคุณน้ามากนะครับที่ให้โอกาส”
“อืม / ค่ะ”
หลังจากคุยธุระสำคัญเสร็จเรียบร้อย ธาวินก็ต้องขอตัวเพราะรีบมาหาน้องชายคนเล็กที่โรงพยาบาลหลังจากได้รับข่าวดี กอดกันได้ไม่เท่าไหร่ไอ้เพื่อนตัวดีก็ออกมาเจอ เราแลกกันคนละหมัดสองหมัดพอหอมปากหอมคอ น้องชายของเขาก็ไม่ยอมบอกความจริงเสียทีชอบปล่อยให้ไอ้วินเซนต์เข้าใจผิดอยู่เรื่อย
ในขณะเดียวกันนั้นฟานก็มาถึงโรงพยาบาลเช่นกัน เขารีบตรงไปยังห้องพักฟื้นของเพื่อนสนิททันที แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขากำหมัดแน่น ก่อนที่เขาจะได้เดินเข้าไป แฟนของเพื่อนก็เดินออกจากห้องน้ำพอดีและเกิดการทะเลาะกันขึ้น ฟานไม่ได้อยู่ดูจนจบเพราะเขาคิดว่ามันคือปัญหาของเพื่อนสนิทที่ต้องแก้ไขด้วยตัวเอง เขาเลือกที่จะเดินออกมาด้วยความสับสนและอารมณ์ที่คุกรุ่น
“ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปีเฮียก็ยังชั่วไม่เปลี่ยน”
ฟานพูดออกมาด้วยความเสียใจ เ็ป และโกรธแค้น สองมือกำหมัดแน่นเนื้อตัวสั่นเทา แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้เพื่อนต้องเสียคนรักดีๆ อย่างเซนต์ไปแน่
“ฟานมาเยี่ยมกวินเหรอ ?”
“ถ้าใช่แล้วเฮียเสือกอะไรด้วย หรือว่ากลัวฟานเห็นที่เฮียกอดกวิน”
“เมื่อกี้ฟานเห็นเหรอ ?”
ธาวินถามกลับ แสดงว่าอีกฝ่ายเห็นและคงเข้าใจผิดไปเอง กวินแสบมากเพราะไม่ได้ปิดบังแค่ผัว แต่กับเพื่อนสนิทก็ไม่เว้น น้องชายของเขาน่าตีจริง ๆ
“ใช่ มีอะไรจะโกหกไหม ?”
“ไม่มี” ธาวินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คำตอบนั้นทำให้ฟานรู้สึกโกรธจนเืขึ้นหน้า
“เฮียแม่งโคตรเหี้ยเลยว่ะ ทำไมต้องเข้าไปแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นด้วย ผมไม่ยอมให้เฮียเป็มือที่สามที่ทำให้ไอ้กวินกับพี่เซนต์ต้องเลิกกันแน่”
“เห้ย ! ฟานกำลังเข้าใจเฮียผิด มันไม่ใช่…”
“ไม่ใช่ก็เหี้ยแล้ว ชัดขนาดนั้นฟานไม่ใช่ควายที่จะมองไม่ออกว่าเฮีย้าทำอะไร จะโกหกอะไรก็ขอเนียน ๆ มันทุเรศ”
“คุณคะ รบกวนไปทะเลาะกันด้านนอกนะคะ ที่นี่โรงพยาบาลค่ะ เรา้าความสงบและคนไข้้าการพักผ่อน”
พยาบาลเดินเข้ามาเอ่ยตักเตือนด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบและสายตาตำหนิ
“ขอโทษด้วยครับ มาคุยกับเฮีย”
ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพก่อนจะลากเด็กหนุ่มให้มาคุยกันที่รถ
“ปล่อย !!!”
………………………………………………….
