ผู้คนหันไปมอง
เห็นเป็ชายหนุ่มในชุดผ้าไหมอายุสักยี่สิบกว่าๆ ยืนอยู่กลางฝุ่นควัน ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกไว้อย่างรังเกียจเล็กน้อย อีกมือหนึ่งปัดฝุ่นดินที่ติดอยู่บนชายเสื้อ เขาะโเรียกหมอทหารเสียงดัง
คนหนุ่มคนนี้สวมเสื้อไหมสีม่วง จมูกเหมือนอินทรี คิ้วยาวดั่งดาบ ที่เอวแขวนกระบี่ยาวในปลอกสีแดงอิฐ ปลอกกระบี่มีภาพกลุ่มดาวกระบวนใหญ่อยู่ด้วย ทุกดวงล้วนมีสีม่วงอ่อน มีความแปลกเผ่าและปีศาจที่บอกไม่ถูกอยู่ด้วย คำพูดของเขามีความทะนงในตัวเองยิ่งนัก
คนจากพรรค?
เ่ิูขมวดคิ้วน้อยๆ
จากการแต่งตัวของชายจมูกอินทรีคนนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็คนจากพรรค ท่าทีทะนงตัวเหมือนตัวเองอยู่สูงลิบลับ คลับคล้ายกันกับที่เขาเห็นจากเหล่าชายชาญชาวยุทธภพในหอลมฝนปรอย เป็คนประเภทเดียวกันโดยแท้
“พี่ชาย ท่านเป็ใครกัน?” พลทหารที่มีกลิ่นอายหนังสือเงยหน้ามองเขาคนนั้น พลางจัดการลำดับการให้หมอทหารมาช่วยหญิงชรานางนี้อย่างรีบเร่ง
“พรรคเจ็ดดาวอินทนิลฝ่ามือกระชากไส้ฉีหย่ง คือศิษย์พี่ของข้า” หนุ่มจมูกอินทรีมองอย่างถือดีและเย่อหยิ่งพลางว่า “เป็ไง? ตอนนี้รู้แล้วนี่...ช่างมัน พูดเช่นนี้กับพลทหารเล็กๆ เยี่ยงเ้ามันก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง หมอยาอยู่ที่ไหน รีบตามให้ข้ามาเร็ว...”
พรรคเจ็ดดาวอินทนิล?
คนรอบด้านสูดเอาไอเย็นๆ เข้าปอดอย่างติดๆ ขัดๆ
หนึ่งในพรรคชั้นสูงสุดของอาณาจักรเสวี่ย มีเจ็ดดาวอินทนิลอยู่ในนั้นด้วย เช่นเดียวกันกับพรรคจื่อเวย นับได้ว่าเป็สถานศักดิ์สิทธิ์ทางวรยุทธ์ของภายในอาณาจักรเสวี่ยนี้โดยแท้ หากนับตามเนื้อหาละเอียดลึกซึ้งที่สืบทอดกันมาชั่วนาตาปี ว่ากันว่าประวัติศาสตร์ของพรรคเจ็ดดาวอินทนิลนี้มากกว่าพรรคจื่อเวยเสียอีก เป็พรรคอันลึกลับและเก่าแก่เป็ที่สุด
พลทหารชั้นผู้น้อยมองชายหนุ่มที่าเ็ค่อนข้างหนักและหญิงชราที่สลบเหมือดไปแล้ว ใบหน้าดูลำบากใจเล็กน้อย เขาว่า “น้องชาย ตอนนี้พวกเรามีหมอทหารอยู่คนหนึ่ง ในกระโจมมีคนาเ็หนักหลายคน ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน หากศิษย์พี่ของท่านาเ็ไม่หนักเป็พิเศษ โปรดรอสักครู่เถอะ หรือไม่ก็ย้ายมารักษาที่ในกระโจมนี้ ท่านเห็นเป็เช่นไร?”
วิธีการเช่นนี้เท่ากับจัดการอย่างยุติธรรมดี
เ่ิูชำเลืองมองพลทหารนายนี้อีกครั้ง
ทหารชั้นผู้น้อยของกองพลโยวเยี่ยนล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ช่างน่าชมเชยและยกย่องนัก หากเทียบกันแล้ว พลทหารออกศึกเหล่านี้ ย่อมมีเนื้อแท้ดีสูงกว่านักรบเกราะฝ่ายพลาธิการที่มีส่วนข้องเกี่ยวกับการปกครองไม่รู้กี่เท่าตัว นี่ทำให้ภาพลักษณ์ของด่านโยวเยี่ยนในมุมมองของเ่ิูดีขึ้นเป็กอง
แต่ทว่า
“ใครเป็น้องชายเ้า? เ้าเหมาะสมที่จะเรียกข้าว่าพี่น้องด้วยหรือ? แล้วยัง เ้าว่าอะไรนะ? เ้ากล้าปฏิเสธข้า?”
สาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลจมูกอินทรีตะคอกอย่างไร้เตหุผล
ั์ตาของเขามีทั้งความตระหนกและโกรธขึ้ง เขาชี้หน้าพลทหารชั้นผู้น้อยนายนั้นแล้วะโเสียงดัง “พลทหารชั้นต่ำเล็กๆ อย่างเ้า ในสายตาข้า เ้ามันไม่มีค่า ข้ายอมถามเ้าเพราะเห็นแก่หน้าทัพโยวเยี่ยน เ้ากลับรนหาเื่ทำตัวเอง กล้าปฏิเสธข้าใช่ไหม? หาเื่ตายใช่ไหม? บอกมา เ้าชื่ออะไร...”
เ่ิูแทบจะสำลักออกมา
ตรรกะอะไรกันนี่?
มิใช่ว่าเจรจากับเ้าอยู่ดีๆ หรอกหรือ?
ไยกลายเป็ปฏิเสธไปแล้ว?
สมองสาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลคนนี้คงไม่ได้มีปัญหาหรอกใช่ไหม
คนหนุ่มหนอนหนังสือชะงัก เขาไปไม่เป็กับปฏิกิริยาตอบโต้อันเผ็ดร้อนของศิษย์จมูกอินทรีนี้อย่างชัดเจน
แต่ว่าการควบคุมอารมณ์ของเขาช่างดีเหลือเกิน แม้จะถูกชายหนุ่มจมูกอินทรีชี้หน้า น้ำลายกระเด็นใส่หน้าก็ตามที เมื่ออีกฝ่ายสวดจบเขากลับอธิบายอย่างใจเย็น “มิใช่ว่าข้าเจรจากับท่านอยู่หรือ หมอทหารมีอยู่คนหนึ่ง ทางนี้ก็มีผู้าเ็สาหัส ข้าถึง...”
“อย่าพูดมากเปลืองน้ำลาย ข้าไม่สนโว้ย? คำเดียวเท่านั้น เ้าจะไม่ให้หมอไปกับข้าใช่ไหม?” สาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลเหมือนสุนัขโกรธจัดจนบ้า
พลทหารรอบด้านมีแววโมโห
ถึงจะเป็สาวกพรรคก็เถอะ ทำอย่างนี้มันกำแหงเกินไปแล้ว
พลทหารที่มีกลิ่นอายหนังสือยังคงสงบเช่นเดิม เขาก้าวถอยหลังหลีกเลี่ยงไม่ให้เ้าคนนั้นเอานิ้วทิ่มตา แล้วยิ้มให้ “ให้ศิษย์พี่ท่านมาเองดีกว่า เช่นนั้นจะเป็การสะดวกต่อทุกคน...”
เอ่ยไม่ทันจบ ศิษย์พรรคเจ็ดดาวอินทนิลก็ตะบึงตะบอนจากไปอย่างรวดเร็ว
“รอก่อนเถอะ”
เขาฝากฝังประโยคร้ายกาจเอาไว้
ฝูงชนรอบด้านมองหน้ากันเป็พัลวัน
เื่อะไรกันนี่?
ไร้เหตุผลสิ้นดี
เ่ิูเกิดความคิดว่า จากการแสดงออกของสาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลนั้นแล้ว เื่นี้คงไม่จบง่ายๆ คนของพรรคอันธพาลและถือดีเพียงไหนเขารู้ดี เพราะเขาเคยเผชิญหน้ากับมันมาก่อน
“เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว ทุกคนรีบทำเวลาเข้าเถอะ” พลทหารหนุ่มปรบมือทีหนึ่ง สั่งการให้ผู้คนช่วยเหลือคนเจ็บต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หมอทหารแซ่สวี่จัดการกับาแอย่างชำนิชำนาญ พันผ้าพันแผล ดีที่ด่านโยวเยี่ยนไม่ขาดแคลนหยูกยา ชายหนุ่มคนนั้นและมารดาของเขาจึงระงับอาการเจ็บเอาไว้ได้ ไม่มีอันตรายถึงชีวิต
เมื่อเห็นแม่เฒ่าหยุดโอดครวญ หายใจเป็ปกติมากขึ้นแล้ว คนหนุ่มก็ตื้นตันเป็ยิ่งยวด
เขาไม่สนใจอาการาเ็ของตัวเอง รีบไปคุกเข่าขอบคุณต่อหน้าพลทหารที่มีกลิ่นอายหนังสือกับหมอทหารแซ่สวี่ แล้วยังมาเขกหัวต่อหน้าเ่ิูอีกด้วย “ขอบพระคุณผู้มีพระคุณ ขอบคุณ ข้าหวังเสี่ยวเอ้อร์จะจดจำบุญคุณของพวกท่านไว้ตลอดชีวิต...หากมิใช่เพราะทุกท่าน แม่ชราของข้าคงสิ้นไปนานแล้ว ข้าผู้ต่ำต้อยขอเป็ทาสรับใช้พวกท่านตลอดไปขอรับ”
“น้องชาย รีบลุกขึ้นเถอะ เื่ช่วยคนเป็เื่ที่เราพึงทำอยู่แล้ว” พลทหารหนุ่มรีบประคองหวังเสี่ยวเอ้อร์ให้ลุกขึ้นมา
เวลาค่อนข้างเย็นมากแล้ว
ผู้คนรีบช่วยเหลือและบรรเทาแข่งกับเวลา พวกเขาตรวจหาในระยะหลายพันเมตรโดยละเอียด
มีเ่ิูผู้ทรงพลังมาช่วยเหลือ งานตรวจหาและช่วยเหลือจึงดำเนินไปได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น ก่อนหน้าพระอาทิตย์จะตกดิน เขตที่พลทหารชั้นผู้น้อยรับผิดชอบ ล้วนเรียบร้อยหมดสิ้นแล้ว ผู้าเ็ที่รอดชีวิตได้รับการช่วยเหลือออกมา และถูกนำตัวไปรักษาอาการ
เ่ิูตบมือตัวเอง ทั้งตัวมีแต่ฝุ่น แล้วยังคราบเืแห้งกรังที่หลงเหลือจากการสู้ ร่างกายเป็มันด้วยเหงื่อที่ออกจัด ไม่สู้จะสบายตัวเท่าใด แต่สภาพจิตใจเขากลับดีเหลือเกิน
เขาเกิดมาเฉกเช่นคนสามัญ ยามเป็เด็กเล็กก็เที่ยวเล่นเติบใหญ่ในเขตของผู้คนธรรมดา วันนี้ได้ัักับประชาชนในด่านโยวเยี่ยน ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับไปในยามเด็ก ทำให้พึงพอใจเสียยิ่งกว่าการฝึกวิชาทั้งวัน สำหรับเ่ิูแล้ว นี่เป็ความผ่อนคลายของจิตใจโดยแท้
“น้องชาย วันนี้ขอบคุณเ้ามาก เ้าช่วยพวกเราได้มหาศาลเลยล่ะ” พลทหารนายนั้นตบบ่าเ่ิูแล้วขอบอกขอบใจเป็การใหญ่ เขาถามต่อ “พลังเทพ์เพียงนี้ ไม่แคล้วเป็วัตถุดิบชั้นดีในการฝึกยุทธ์แน่ เสียดาย...อายุเ้าดูจะมากไปเสียหน่อย เริ่มเอาตอนนี้ไม่น่าจะทันแล้ว เป็อย่างไร สนใจอยากเข้าทัพหน้าขอพวกเราหรือเปล่า ในค่ายมีหน่วยสอนการรบ เ้าอาจได้สำแดงพลังเทพของเ้าออกมาเต็มพิกัดได้นะ”
พลทหารนายนี้ไม่รู้ตัวจริงของเ่ิู
เ่ิูยิ้ม แล้วตอบไป “ข้าจะลองคิดดู ใต้เท้า...ข้ามีเื่ต้องสะสางที่บ้าน ขอตัวก่อนล่ะ”
เอ่ยจบก็หันหลังจะไป
“เฮ้? เ้าชื่อว่าอะไรหรือ? วันนี้เ้าทำความดีความชอบมากนัก ข้าได้ไปรายงานแม่ทัพข้า ให้ส่งทองคำเป็ของตอบแทนที่บ้านเ้า...” พลทหารว่าเสียงดัง
เ่ิูเพียงยิ้มรับแล้วปัดป่ายมือ เป็สัญญาณบอกว่าไม่จำเป็ เขาหันกายจากไปในตรอกไกลๆ
“เด็กคนนี้ เป็วัตถุดิบชั้นดี ไม่รู้ทำไมถึงไม่ได้รับเกณฑ์ทหารนะ” พลทหารหนุ่มรำพึงรำพันกับตัวเอง ใบหน้าระบายยิ้มน้อยๆ
คนรอบด้านก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตามกัน
การกระทำของเ่ิู สร้างความประทับใจให้พวกเขาทุกคนเป็อย่างดี
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะเย็นๆ ก็ดังมาจากด้านข้าง
“ฮ่าๆ หลี่ซิว นี่น่ะหรือพลทหารกะจ้อยร่อยที่เ้าพูดถึง?” คนหนุ่มสวมเสื้อไหมสีม่วงเดินมาจากด้านข้าง เขาผิวขาวสะอาด อายุน่าจะไม่ถึงยี่สิบ มีกลิ่นอายสูงศักดิ์ และความเป็จอมบงการ สวมอาภรณ์ของสาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิล
ด้านหลังเขามีสาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลห้าหกคนตามมาด้วย ท่าทีกระฟัดกระเฟียด
หนึ่งในนั้น คือกระทาชายจมูกอินทรีที่ปรี่มาถามหาหมอทหารเหมือนั์มารคนนั้นนั่นเอง
“ถูกแล้ว ศิษย์น้องลิ่น พลทหารคนนี้บ้ามาก ไม่ไว้หน้าพรรคเจ็ดดาวอินทนิลของพวกเราเลย” ชายจมูกอินทรีใส่สีตีไข่ให้เกินความจริง แววตาที่มองพลทหารผู้น้อยนั้นมีทั้งความป่าเถื่อนและสะใจ
“พวกท่านทุกคนเป็ศิษย์ของพรรคเจ็ดดาวอินทนิลหรือ? ไม่ทราบว่าฝ่ามือกระชากไส้ศิษย์พี่ฉีหย่งของพวกท่านมาถึงแล้วหรือขอรับ?” พลทหารยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน เขาคำนับแล้วว่าต่อ “หมอสวี่ตอนนี้ว่างแล้ว สามารถดูอาการของศิษย์พี่พวกท่านได้แล้ว...”
“ฮ่าๆๆๆ” ชายจมูกอินทรีหัวเราะร่า เขาชี้หน้าพลทหารแล้วด่ากราด “ไอ้หมาเถื่อน ตอนนี้กลัวหรือวะ? ถุย ก่อนหน้านี้ไม่ใช่บอกว่าไม่ได้ปาวๆ หรอกหรือ? หมอทหารพวกเ้าว่างแล้ว ศิษย์พี่ฉีพวกเราไม่ว่างแล้ว...มาเล่นกับพวกเราหน่อย ข้าจะทำให้ลูกตาหมาของแกบอดให้ดู”
“ข้าไม่อยากฟังเ้าพล่ามให้มากความ” ชายหนุ่มท่าทางสูงศักดิ์ที่ถูกเรียกว่าศิษย์น้องลิ่น โบกมืออย่างใจร้อน “เ้าชื่ออะไร? บอกข้ามา แล้วก็ไปคุกเข่าขอโทษต่อหน้าศิษย์พี่ฉีของข้าเสีย แล้วข้าจะไม่เอาความเื่นี้”
เมื่อประโยคนี้เอ่ยออกมา ประชาชนและนักรบรอบด้านล้วนโกรธจัด
ศิษย์พรรคพวกนี้ช่างอันธพาลก่อปัญหาเสียจริง ตอนช่วยคนไม่โผล่เงาหัวมาให้เห็น ตอนนี้กลับมาก่อหวอดว่าร้ายคนอื่น เกินไปแล้วจริงๆ
พลทหารที่มีกลิ่นอายหนังสือขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้ายังมีเื่ติดพันที่นี่ เอาอย่างนี้ รอข้าจัดการผู้าเ็ที่นี่ให้เรียบร้อยก่อน ข้าค่อยไปคุกเข่าขอโทษศิษย์พี่ฉีของพวกเ้า”
สะกดอารมณ์ได้ดีจนน่าแปลก
แต่คนหนุ่มสูงศักดิ์ไม่เล่นด้วย “ตอนนี้เลย รีบไปคุกเข่าขอโทษตอนนี้เลย หากเ้ายังผัดผ่อนอยู่อีก ข้าจะหักขาเ้าแล้วลากไปเหมือนลากหมา”
นักรบคนหนึ่งทนไม่ไหว เขาตะคอกด้วยโมโห “พวกคนจากพรรคเยี่ยงเ้ามันเกินไปแล้ว บังคับขู่เข็ญคนอื่นไปทั่ว เฮอะๆ ที่นี่มันที่ไหน? ที่นี่คือด่านโยวเยี่ยน ที่ประจำการของทัพแห่งโยวเยี่ยน คนของยุทธภพกล้าหือกับกองทัพหรือ?”
ชายจมูกอินทรีได้ยินแล้วก็เงียบลง
จากนั้นจึงะเิหัวเราะ
“ฮ่าๆๆๆ”
“กองทัพหรือ? ข้ากลัวจริง”
“ศิษย์น้องลิ่น เห็นท่าไอ้ทหารเถื่อนนี่จะยังไม่รู้ตัวตนเ้าสินะ”
“เฮ้ยๆ เอ่ยยศถาของศิษย์น้องลิ่นมาซิ ไม่งั้นไอ้ทหารเถื่อนนี่ไม่ยอมแน่”
สาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลท้าทายด้วยอาการแปลกๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พวกเขามองนักรบคนนั้นเหมือนมองตัวตลก
มุมปากศิษย์น้องลิ่นยกขึ้นเป็เชิงดูถูกและหยิ่งยโส
ชายจมูกอินทรียืนอยู่ข้างศิษย์น้องลิ่น เขากระแอมไอ แล้วร่ายยาวอย่างพึงใจ “ฟังให้ดีล่ะ ศิษย์น้องลิ่นของพวกเราเป็หลานชายแท้ๆ ของอัครเสนาบดีฝ่ายขวา รุ่งเรืองด้วยลาภยศ เป็โหวราชนิกุลขั้นสี่ เป็ชนชั้นสูงของอาณาจักรโดยตระกูลและสายเืบริสุทธิ์ที่แท้จริง...เฮอะๆ เป็ไงเล่า ฐานะของศิษย์น้องลิ่น มีคุณสมบัติพอสั่งสอนพลทหารกะจ้อยร่อยอย่างเ้าไหม?”
