“หนิงโม่!” เสิ่นม่านเอ่ยถามเสียงค่อยด้วยความดีใจ “นั่นเ้าหรือ?”
ชายหนุ่มที่จี้คอนางตัวแข็งชะงัก แปลงโฉมแล้วยังถูกจับได้? เทพธิดาคนนี้ไม่ธรรมดา! เช่นนั้นก็ปล่อยไว้ไม่ได้!
เขากระชับกริชแน่น ขณะที่กำลังจะลงมือ คนที่ถูกจี้อยู่ก็หันขวับมาทันใดและกระชากผ้าดำที่ปิดบังใบหน้าของเขาออก
อาศัยแสงไฟที่เลือนราง ในที่สุดหนิงโม่ก็เห็นเทพธิดาผู้เลอโฉมที่กล่าวขานกันอย่างชัดเจน
ใบหน้าเรียวเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตาดำขลับแวววาว ริมฝีปากเป็กระจับ มีความชุ่มฉ่ำแวววาวเยี่ยงเด็กสาว
เขาชะงักไป ขณะเดียวกันก็ถูกหญิงสาวตรงหน้าจับใบหน้าเขาพลิกไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่ออยู่หลายรอบ
“ให้ตายเถอะ ข้าจำคนผิดไปหรือ?”
หนิงโม่หรือจะหน้าตาธรรมดาสามัญเช่นนี้? คนผู้นี้หากโยนเข้าไปในฝูงชนก็คงไม่อาจแยกแยะได้
นางผิดหวังและหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ลงมือก่อนได้เปรียบ ทำให้หมดสติก่อนค่อยว่ากัน
หนิงโม่มือไวจึงคว้ามือของนางไว้ได้ทัน เสิ่นม่านยกเท้าจะถีบเขา แต่ชายหนุ่มเหมือนมีดวงตาที่เท้าอย่างไรอย่างนั้น เขาพลิกตัวหลบ ทั้งสองคนจึงกลิ้งลงไปในถ้ำด้วยกัน
ภายในถ้ำ ไม่รู้กริชถูกเตะไปอยู่ที่ไหน ส่วนชายหนุ่มกำลังทับตัวผู้หญิงไว้และจับมือทั้งคู่ของนางตรึงไว้เหนือศีรษะ ควบคุมนางไว้อย่างแ่า
เสิ่นม่านทั้งโมโหทั้งร้อนใจ อยากจะงับชายตรงหน้าสักทีถึงจะเลิกรา “ตกลงเ้าคือใครกัน? เหตุใดจึงรู้กระบวนท่าของหนิงโม่ แล้วยังอบร่ำของหนิงโม่!”
หนิงโม่เ้าตัว “…”
เสียงนี้เหมือนเขาจะฟังออกแล้วว่าคือใคร เขาเลิกคิ้วอย่างไม่แน่ใจ “เสิ่นม่านเหนียง?”
“เอ๋?” เสิ่นม่านจ้องมองเขาด้วยท่าทางตะลึง “ถูกจับได้แล้วหรือ?”
เสี้ยววิถัดมา นางเปลี่ยนเป็ท่าทางดุร้าย “ข้ายิ่งเก็บเ้าไว้ไม่ได้แล้ว! พลังงานปาลาลา! เปิดโหมดพลัง… อื้อๆ”
หนิงโม่อุดปากที่พูดพล่ามไม่หยุดของนางไว้และเตือนเสียงค่อย
“หุบปากเดี๋ยวนี้ ขืนส่งเสียงดังอีก เดี๋ยวโจรก็มาหรอก!”
เสิ่นม่าน “…”
ชายหนุ่มปล่อยตัวนาง เขายื่นมือไปคลำบริเวณปลายคางแถวๆ ต้นคอ จากนั้นเริ่มฉีกดึง
หน้ากากหนังมนุษย์ถูกฉีกออกไป
ภายใต้หน้ากากคือใบหน้าหล่อเหลาเ็า ปรากฏอยู่ภายใต้แสงไฟที่ส่องสว่าง
เสิ่นม่านดวงตาเป็ประกาย “หนิงโม่!”
ใช่เขาจริงๆ!
ในฐานะผู้คลั่งคนหล่อ สองวันมานี้นางได้แต่มองใบหน้าโเี้อัปลักษณ์ของเหล่าโจร ความกล้ำกลืนนี้ของนางคงพอจินตนาการกันได้
บัดนี้ได้มองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่เฝ้าคะนึงหามาตลอด ด้วยความหล่อดุจเทพเซียนนี้ นางก็รู้สึกว่าจิติญญาของตนได้รับการชำระ
ขณะที่นางกำลังจะโผเข้าไปคุยกับเขา ชายหนุ่มกลับยื่นมือมาหยิกแก้มนางและพึมพำ
“ผู้ใดแปลงโฉมให้เ้า? เหตุใดจึงเปลี่ยนได้แม้กระทั่งรูปร่าง? นี่จับเ้าไปเกิดใหม่มาใช่หรือไม่?”
เสิ่นม่าน “…”
นี่คือชายแท้ผู้เถรตรงอย่างไม่ต้องสงสัย
นางสีหน้าขุ่นเคืองและปัดมือของเขาออก “ข้าลดความอ้วนสำเร็จแล้ว! เป็อย่างไรบ้าง งามหรือไม่?”
หนิงโม่สำลัก
ลดความอ้วน? แน่ใจหรือว่าไม่ได้แปลงโฉม?
ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แน่ใจนะว่าไม่ใช่เปลี่ยนศีรษะ? ไม่สิ เปลี่ยนทั้งร่างเลยมากกว่า
ช่างน่าอัศจรรย์นัก
“เ้าเป็อะไรไป? ไม่พูดไม่จา” เสิ่นม่านโบกมือตรงหน้าเขา จากนั้นจับเสื้อผ้าและหมุนตัวให้เขาดูหนึ่งรอบเพื่อโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจ
“เป็อย่างไรบ้าง สวยหรือไม่? ตอนนี้เ้าเรียกข้าโฉมงามก็คงไม่เสียหายแล้วกระมัง?”
รูปร่างสะโอดสะอง ใบหน้างดงามมีเสน่ห์ เหมือนว่าสภาพตอนนี้ น่าจะเป็รูปลักษณ์ที่แท้จริงของเสิ่นม่าน
หนิงโม่จ้องเผลอมองนางอยู่นาน กระทั่งใบหน้าแดงระเรื่อจึงค่อยรวบรวมสติ
“เ้า… ผอมได้อย่างไร?”
ริมฝีปากของเสิ่นม่านเผยยิ้มกว้างและตอบอย่างภูมิใจ “จะว่าไปเื่มันยาว ก่อนหน้านี้ข้าโดนยาพิษ หลังร่างกายขับพิษออกหมดก็ผอมลงมา ผลลัพธ์เหนือคาดอย่างยิ่ง”
ต่างจากความดีใจของนาง หนิงโม่กำลังหน้านิ่วขมวดคิ้ว ตรงหว่างคิ้วย่นเป็สามขีด
“โดนยาพิษได้อย่างไร? กำจัดพิษหมดแล้วหรือ? ก่อนข้าจะไป ได้กำชับเยี่ยนชีไว้ว่าให้ดูแลพวกเ้าอย่างดี เขาทำงานอย่างไรกัน?”
ทั้งถ้อยคำและน้ำเสียงนั้นแฝงด้วยความเป็ห่วง
เสิ่นม่านหัวเราะฮี่ๆ ขณะกำลังจะอธิบายสถานการณ์ในหมู่บ้านให้เขาฟัง แต่กลับโดนหนิงโม่ดึงตัวเข้ามาประชิดและดันติดผนัง
เขาก้มหน้าและใช้มือใหญ่ปิดปากนางไว้ ไออุ่นจากลมหายใจของชายหนุ่มที่อยู่เหนือศีรษะรดลงมาที่ขนตาของเสิ่นม่านแ่เบา ชวนให้รู้สึกจั๊กจี้
เสิ่นม่านกะพริบตาปริบๆ ได้ยินเหมือนหน่วยลาดตระเวนกำลังเดินผ่านด้านนอกถ้ำ
ภายในถ้ำ ทั้งสองนิ่งเงียบ นอกเสียงจากเสียงหัวใจที่เต้นตุบๆ ก็มีเพียงเสียงติ๊ดๆ ของระบบในสมองของเสิ่นม่านที่กำลังชาร์จพลังงาน
รอจนเสียงฝีเท้าจากไปไกล หนิงโม่ก็ยังไม่ปล่อยมือ เสิ่นม่านช้อนตาขึ้นมองเขา ภายใต้แสงสลัว ขนตาของชายหนุ่มทั้งยาวและเป็แพสวย เกิดเป็เงาตกอยู่แก้มของเขา
นางคันไม้คันมือ อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเขี่ยขนตาของเขาเล่น
เมื่อนิ้วััขนตา พลันรู้สึกจั๊กจี้ พาให้หัวใจของนางคันยุบยิบไปด้วย
รูปงามเช่นนี้ หากฉวยโอกาสจูบเขาทีเผลอ คงไม่ถูกตีหรอกนะ?
เสิ่นม่านยังไม่ทันชักมือกลับ ชายหนุ่มก็หันลงมามองนาง ั์ตาที่ล้ำลึกดุจรัตติกาลแฝงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
หนิงโม่ปล่อยมือ มือของเสิ่นม่านถูกดีดกลับมา นางเกาศีรษะด้วยความเก้อเขิน จนไม่รู้จะเอาสายตาไปทางไหนดี
“คือว่า ขนตาเ้ายาวมาก ดูแลได้ไม่เลวเลย ฮ่าๆ ...”
ท่าทางเหมือนผู้ร้ายที่ถูกจับ อันที่จริงก็… น่ารักดีเหมือนกัน หนิงโม่ใจเต้นเร็ว เขารีบเบนสายตาไปที่อื่นและกำมือข้างหนึ่งขึ้นมากระแอมสองที
“เหตุใดเ้าถึงมาที่ค่ายสี่ัตามลำพัง? เยี่ยนชีล่ะ?”
โอ้ ในที่สุดเสิ่นม่านก็นึกเื่สำคัญได้เสียที
“หมู่บ้านเราถูกปล้น ต้าเป่าถูกลักพาตัวมาด้วย ข้าให้เยี่ยนชีปกป้องชาวบ้าน ส่วนข้ามาออกตามหาต้าเป่า”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
“เ้ารู้แล้ว?”
เสิ่นม่านขมวดคิ้วแน่น “เ้ารู้ได้อย่างไร?”
ท่าทางของนาง… น่ารักไร้เดียงสา ทั้งยังซื่อบื้อหน่อยๆ
แย่แล้ว ชักอยากจะหยิกแก้มนิ่มๆ นั่นเหลือเกิน
หนิงโม่สงสัยว่าสมองของตนต้องมีปัญหาแน่ เขาสูดลมหายใจลึก หลังจากสงบจิตใจได้แล้ว ถึงเอ่ย “เพราะว่าข้าเป็คนช่วยต้าเป่าออกไปเอง ตอนนี้เขาอยู่กับใต้เท้าจาง ปลอดภัยดี”
“จริงหรือ?!”
ใครบางคนดวงตาเป็ประกายอีกครั้ง นางกุมมือของหนิงโม่ไว้ด้วยความซาบซึ้ง ดวงตาฉายแสงระยิบระยับเพราะความดีใจ
“หนิงโม่ เ้าคือผู้มีพระคุณของข้าจริงด้วย! รอจัดการเื่ทางนี้จบแล้ว กลับไปเ้ามีอะไรก็สั่งข้าได้เลย รับรองว่าข้าจะจัดการตามที่เ้าสั่งให้เรียบร้อยทุกประการ!”
หึ…
ใครบางคนมุมปากยกยิ้มได้เพียงเสี้ยววิก็รีบหุบ ทว่าแววตายังคงแฝงประกายขบขัน
เขาเผยอปากกำลังจะพูด แต่กลับได้ยินเสียงคนจากข้างนอกมุ่งหน้ามาทางนี้
ร่างหนาของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้น ด้านหลังของเขามีผู้หญิงเสียงเจื้อยแจ้ว
“นายท่าน รอข้าด้วยสิเ้าคะ ก็แค่เทพธิดาคนเดียว นายท่านอย่าอารมณ์เสียเพราะนางเลย”
ชายหนุ่มหันมาและถีบเข้าที่หน้าอกของนาง
“เ้าก็ไม่เห็นหัวข้าอีกคนใช่หรือไม่? ทั่วทั้งค่ายนี้ คนเ่าั้ติดตามหลินผิ่นหรูราวกับผีขอส่วนบุญ ทั้งยังกล้าบังคับให้ข้าคุกเข่าขอขมานางต่อหน้าทุกคน! ความอับอายนี้ ช้าเร็วข้าจะต้องเอาคืนให้ได้!”
-----
