ถึงแม้ว่าจะเป็การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยครั้งแรกในชีวิต แต่หมี่หลันเยว่ก็พอจะรู้ขั้นตอนการลงทะเบียนอยู่บ้าง เพราะตอนลูกสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอก็เคยไปส่งด้วยตัวเอง ความทรงจำเกี่ยวกับลูกสาวทำให้หัวใจของหมี่หลันเยว่เ็ปราวกับถูกฉีกเป็ชิ้นๆ
เธอส่ายหน้าแรงๆ พยายามปัดเป่าความรู้สึกไม่สบายใจเ่าั้ออกไป ชาตินี้เธอได้เกิดใหม่แล้ว ชีวิตจะต้องไม่เหมือนชาติที่แล้วอย่างแน่นอน เพียงแต่ความทรงจำอันแสนหวาน อบอุ่น หรือแม้แต่ความยากลำบากในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เ่าั้ กลับไม่สามารถลบเลือนไปได้ เธอจะเก็บมันไว้
เก็บความทรงจำเ่าั้ไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ ในที่ที่ลับตาที่สุด ให้มันเป็แรงผลักดันในการก้าวไปข้างหน้าในชาตินี้ ให้มันเป็ความอบอุ่นที่ใครก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ การสูญเสียในอดีตไม่ได้หมายถึงการลืมเลือน มันคือความเสียใจ และคือความนิรันดร์
"หลันเยว่ เดินสิ"
เมื่อรู้สึกว่าน้องสาวไม่ได้เดินตามมา หมี่หลันหยางจึงหันกลับไปมอง เห็นเธอยืนอยู่ริมถนน เอามือกดไว้ที่หน้าอก หลับตาลงครึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังเหม่อลอย เขาคิดว่าเธอคงตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกกับการได้เข้ามาในมหาวิทยาลัยเป็ครั้งแรก
"หลันเยว่!"
เขาเดินกลับไปหาน้องสาว จับมือเธอ หมี่หลันเยว่จึงเบิกตากว้าง หมี่หลันหยางเห็นประกายน้ำตาในดวงตาคู่นั้น หัวใจก็กระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล
"พี่คะ ไปกันเถอะ ไปที่จุดลงทะเบียนก่อน แล้วค่อยไปรับกุญแจหอพัก"
หมี่หลันเยว่เดินนำหน้าไปยังจุดลงทะเบียนของมหาวิทยาลัย สถานที่นั้นหาไม่ยาก เพราะนักเรียนส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปทางนั้น เพียงแค่เดินตามกลุ่มคนส่วนใหญ่ ก็จะถึงที่หมายในไม่ช้า
"พี่ซวี่เหยาบอกว่าจะพาพวกเราไปทำเื่เข้าเรียน พวกนายก็ดื้อดึงไม่ยอม ทำเองทีละอย่างๆ แบบนี้มันเสียเวลาเปล่าๆ"
เฉียนหย่งจิ้นบ่นพึมพำ อาจจะเป็เพราะคุ้นเคยกับการเข้าสังคม เขาจึงคิดถึงแต่การหาทางลัดอยู่เสมอ ตอนนี้เขาก็เรียก ‘พี่ซวี่เหยา’ ได้คล่องปากแล้ว เหมือนกับที่หมี่หลันเยว่เรียกไม่มีผิด
"พี่หย่งจิ้น พวกเราเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วนะ ชีวิตนี้เราจะได้เรียนมหาวิทยาลัยแค่ครั้งเดียว ทำไมเราไม่ลองทำตามขั้นตอนทุกอย่างดูล่ะ? พอถึงตอนที่พี่ย้อนนึกถึงมัน พี่ก็จะมีเื่ราวให้เล่าให้คุยได้มากมาย ไม่ใช่ว่าพอคนอื่นคุยกันเื่การลงทะเบียน การหาหอพัก การเจอเพื่อนร่วมชั้น พี่ก็แค่พูดว่า มีคนจัดการให้หมดแล้ว มันจะสนุกตรงไหน?"
หมี่หลันเยว่ว่าเฉียนหย่งจิ้นเข้าให้ เฉียนหย่งจิ้นจึงเกาหัวอย่างอายๆ
"จริงด้วย กว่าจะได้เรียนมหาวิทยาลัยสักครั้ง พวกเราก็ต้องลองใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยดูบ้าง ถ้ามีคนจัดการให้ทุกอย่าง มันก็ไม่สนุกสิ"
'ฮึ' หมี่หลันเยว่ฮึในลำคออย่างพอใจ ที่เฉียนหย่งจิ้นตาสว่างได้เร็วขนาดนี้หลังจากได้รับการอบรมจากเธอ
"ก็ดี รู้ตัวว่าผิดแล้วปรับปรุงตัว ถือว่าน่าชม งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ พี่ซวี่เหยายังรออยู่ในรถเลยนะ ร้อนแย่"
เมื่อคิดว่าเจิ้งซวี่เหยายังนั่งรออยู่ในรถ รอให้พวกเขาลงทะเบียนเสร็จแล้วไปรับกุญแจหอพัก พวกหนุ่มๆ ก็รีบเร่งฝีเท้า ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ การอยู่ในรถมันทรมานจริงๆ ขั้นตอนการทำเื่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ที่ยากคือคนมันเยอะ
เจิ้งซวี่เหยานั่งรออยู่ในรถ เหงื่อท่วมตัว เขามาลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยั้แ่สองวันก่อนแล้ว ครั้งนี้เขาเป็คนมาส่งสัมภาระ สัมภาระของทั้งห้าคนยัดไว้ในรถของเขาหมด หมี่หลันเยว่เป็คนเตรียมสัมภาระเองทั้งหมด เตรียมมาอย่างครบครัน เธอมีประสบการณ์จริงๆ แต่เขาก็สงสัยว่า เธอไปเอาประสบการณ์เ่าั้มาจากไหนทั้งๆ ที่เป็การเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรกของเธอ
"โอ้ พี่ซวี่เหยา เหงื่อท่วมตัวเลย ในรถมันร้อน พี่ออกมาข้างนอกหน่อยสิ"
ตอนที่พวกเขารับกุญแจหอพักแล้วเดินกลับมา เฉียนหย่งจิ้นก็โวยวายเสียงดังใส่เจิ้งซวี่เหยาที่อยู่ในรถ ทุกคนชินชากับท่าทางแปลกๆ ของเขาไปแล้ว แม้แต่เจิ้งซวี่เหยาก็ยังชินกับท่าทางประหลาดๆ ของเขา
"ทำไม ข้างนอกรถมันเย็นสบายเหรอ?"
เจิ้งซวี่เหยาทำท่าจะยื่นหัวออกมานอกหน้าต่าง แล้วก็รีบดึงหัวกลับเข้าไป
"โอ๊ย ร้อน!"
หมี่หลันเยว่และคนอื่นๆ หัวเราะกันครืน ต่างก็ยื่นแขนออกไปในอากาศ ััอุณหภูมิในอากาศ ถึงจะไม่ร้อนจนลวก แต่สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ก็เกินทนแล้ว แต่การที่เจิ้งซวี่เหยาเล่นตลกกับเฉียนหย่งจิ้น ก็ทำให้ทุกคนอารมณ์ดีขึ้นมาก
"พวกนายได้ห้องพักหมายเลขอะไรกันบ้าง? พวกเราจะได้เอาสัมภาระไปส่ง"
เจิ้งซวี่เหยาพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้ระวัง หนิวเถียจู้ยื่นแขนโอบคอเขาจากนอกหน้าต่าง
"ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็ไม่รู้เลย พี่ซวี่เหยา พี่ช่วยพวกเราให้ได้อยู่ห้องเดียวกัน แล้วยังมาทำเป็ไม่รู้เื่อีก"
เจิ้งซวี่เหยาทำท่าใสุดขีด
"อะไรนะ พวกนายได้อยู่ห้องเดียวกันเหรอ? บังเอิญจังเลยนะเนี่ย ฉันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ พวกนายโชคดีเองต่างหาก"
ใครจะเชื่อเื่โชคดีแบบนั้นกัน? หมี่หลันหยางเอียงคอพูด
"พี่ซวี่เหยา แกล้งทำเป็ไม่รู้เื่ให้เนียนกว่านี้หน่อยสิ หลินเผิงเฟยถึงจะเรียนคณะและสาขาเดียวกับพวกเรา แต่ไม่ได้เรียนวิชาเอกเดียวกัน พี่ยังอุตส่าห์ให้พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกันได้ พี่หลอกพวกเราชัดๆ"
"ใช่แล้ว พี่ยังจะปิดบังพวกเราเื่นี้อีก ถ้าเป็แบบนี้ พวกเราก็ไม่ซาบซึ้งแล้วกันนะ ยังคิดว่าจะเลี้ยงขอบคุณพี่สักหน่อย คราวนี้งานเลี้ยงยกเลิกไปเลย!"
หลินเผิงเฟยยกไหล่ขึ้น ชูมือทั้งสองข้างทำท่าโบกมือลา แม้แต่หมี่หลันเยว่ก็ยังขำท่าทางของเขา
"พวกนายนี่มันเด็กแสบจริงๆ จะก่อฏกันแล้วเหรอ ฉันเป็อาจารย์ของพวกนายนะ คอยดูตอนฉันสอนหนังสือเถอะ ฉันจะแก้แค้นส่วนตัวแน่ๆ"
เจิ้งซวี่เหยากัดฟันทำท่าฮึดฮัด พวกเด็กหนุ่มตัวแสบรีบส่งเสียงร้องขอความเมตตา
"ดูพวกพี่สิ ไม่มีความเป็นักสู้เลยสักนิด พี่ซวี่เหยาขู่หน่อยเดียว พวกพี่ก็ยอมแพ้แล้ว น่าขายหน้าจริงๆ อย่าบอกใครนะว่ารู้จักฉัน"
หมี่หลันเยว่รีบแทรกตัวเข้าไปในรถก่อน ปล่อยให้เจิ้งซวี่เหยาขับรถไปส่งเธอที่หอก่อน ส่วนพวกพี่ชายก็ต้องไปด้วยกันอยู่แล้ว ทุกคนแย่งกันเบียดขึ้นรถอย่างอลหม่าน เลิกเล่นตลก
หมี่หลันเยว่ได้ห้องพักแบบหกคน เจิ้งซวี่เหยาวานคนช่วยหาห้องแบบสี่คนให้พวกหนุ่มๆ ทั้งสี่คนแล้ว ส่วนของเธอก็คงจะขอความช่วยเหลืออีกไม่ได้แล้ว และในจินตนาการของเขา ห้องสี่คนกับห้องหกคนก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ถ้ามีห้องส่วนตัว เขาก็คงจะช่วยหมี่หลันเยว่หาห้องส่วนตัวไปก่อนแล้ว
ต่อมาเขาได้สอบถามความคิดเห็นของหมี่หลันเยว่ ถ้าเธอยังอยากอยู่ห้องที่มีคนน้อยๆ เขาก็จะไปวานคนอื่นให้ช่วยอีก แต่หมี่หลันเยว่ก็บอกว่าไม่ต้องแล้ว คนเยอะคนน้อยก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ อยู่หอพักที่มหาวิทยาลัยห้าวัน อยู่บ้านสี่วันสองวันก็ไม่เห็นจะเป็อะไร ที่พักมันก็แค่นอนหลับเท่านั้นเอง มีคนเพิ่มมาอีกสองคนก็ไม่ได้มีผลอะไร
"ถึงแล้ว นี่ไงตึกนี้"
เจิ้งซวี่เหยาได้มาสำรวจหอพักของเด็กๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเขาจึงหาตึกหอพักของหมี่หลันเยว่เจออย่างรวดเร็ว จอดรถแล้วเรียกให้เด็กๆ ลงมา
"หลันเยว่อยู่ชั้นไหน ดูป้ายสิ"
หมี่หลันหยางยื่นคอดูหมายเลขห้องพักในมือของหมี่หลันเยว่
"ชั้นสองนี่เอง โชคดีที่ไม่สูง ถ้าสูงกว่านี้คงลำบากน่าดูเลยเวลาเดินขึ้นเดินลง ได้ยินมาว่าห้องน้ำของหอพักมหาวิทยาลัยอยู่ชั้นหนึ่งหมดเลย อย่างนี้ก็จะได้ตักน้ำร้อนได้สะดวกหน่อย"
หมี่หลันเยว่หัวเราะ ตึกนี้มันมีไม่กี่ชั้นเอง ต่อให้จะอยู่ชั้นบนสุดแล้วลงมาตักน้ำที่ชั้นล่าง ก็คงไม่เหนื่อยหรอกมั้ง พี่ชายของเธอนี่เป็ห่วงเธอมากจริงๆ หมี่หลันเยว่รู้สึกอบอุ่นหัวใจ มีพี่ชายก็ดีอย่างนี้ คอยดูแลเอาใจใส่เธออยู่เสมอ
"ห้องนี้แหละ เดี๋ยวฉันเคาะประตูก่อน"
เฉียนหย่งจิ้นเป็คนแรกที่หาห้องพักของหมี่หลันเยว่เจอ เขายื่นมือไปเคาะประตู ไม่นานก็ได้ยินเสียงใสๆ จากข้างในห้องบอกให้เข้าไป
"หลันเยว่ เข้าไปก่อนเลย ถ้าไม่มีอะไรไม่สะดวก พวกเราค่อยเข้าไป"
ถึงแม้ว่าเฉียนหย่งจิ้นจะดูเป็คนเปิดเผย แต่เขาก็ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ไม่เคยทำผิดมารยาท ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่สามารถจัดการความสัมพันธ์กับผู้คนได้อย่างราบรื่นแบบนี้
เฉียนหย่งจิ้นเป็คนที่ดูเหมือนจะใจกว้าง แต่จริงๆ แล้วเป็คนที่ฉลาดหลักแหลมมาก เขาจะทำให้คนอื่นไม่ระแวงเขา สามารถเป็เพื่อนกับอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว และได้รับความไว้วางใจ คนแบบนี้เหมาะที่จะทำงานด้านการขายที่สุด ด้านประชาสัมพันธ์ เขาถือว่าเป็สุดยอดฝีมือ
"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหมี่หลันเยว่"
หมี่หลันเยว่เปิดประตูเข้าไป เห็นมีนักศึกษาหญิงสามคนอยู่ในห้อง คนหนึ่งนอนพักอยู่บนเตียง อีกสองคนกำลังปูเตียง
"สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อต่งรั่วจิ่น หมี่หลันเยว่ใช่ไหม เธอได้นอนเตียงบนของฉันนะ ฉันเพิ่งเห็นชื่อเธอที่หัวเตียง"
นักศึกษาหญิงคนที่กำลังปูเตียงล่างอยู่ พอได้ยินหมี่หลันเยว่ทักทาย ก็รีบหยุดมือแล้วเดินเข้ามาคุยกับหมี่หลันเยว่ ดูท่าทางก็เป็คนเปิดเผย
"อ๋อ เตียงนี้เองเหรอ ขอบคุณนะ อย่างนี้พวกเราก็เป็พี่น้องร่วมเตียงกันแล้วสิ"
หมี่หลันเยว่เขย่งเท้า มองไปที่เตียงบนของตัวเอง นักศึกษาหญิงที่ชื่อต่งรั่วจิ่นคนนั้นเห็นหมี่หลันเยว่ก็ชอบเธอมาก รีบจับมือเธอเขย่าเบาๆ อย่างเป็มิตร
"เธอไม่ได้เอาสัมภาระมาด้วยเหรอ? ต้องไปซื้อเหรอ?"
ต่งรั่วจิ่นถามอย่างกระตือรือร้น
"จะให้ฉันไปเป็เพื่อนไหม ฉันปูเตียงเสร็จแล้วไปเป็เพื่อนเธอได้นะ"
หมี่หลันเยว่รู้สึกขอบคุณในความกระตือรือร้นของเธอมาก รีบตอบ
"ไม่ต้องๆ ฉันเอาสัมภาระมาด้วย ข้างนอกมีคนช่วยถือมาให้"
เธอชี้มือออกไปนอกประตู ปฏิเสธความหวังดีของต่งรั่วจิ่น
"พี่ชายของฉันมาส่ง สะดวกไหมถ้าจะให้พวกเขาเข้ามา?"
หมี่หลันเยว่ไม่ได้ผลีผลามให้พี่ชายเข้ามาในห้อง แต่ขออนุญาตนักศึกษาหญิงทั้งสามคนก่อน เพราะหลังจากนี้จะต้องอยู่ร่วมห้องกัน ถ้าใครมีนิสัยแปลกๆ แล้วเธอทำอะไรผิดใจไปก็ไม่ดี
"อ๋อ ได้สิ เชิญพวกเขาเข้ามาได้เลย สวัสดี ฉันชื่อเซี่ยเสี่ยวเล่อ"
คราวนี้เป็นักศึกษาหญิงคนที่นอนพักอยู่บนเตียงพูด พอได้ยินหมี่หลันเยว่พูดอย่างนั้น ก็รีบลุกขึ้นนั่งจากเตียงอย่างมีมารยาท ราวกับกลัวว่าหมี่หลันเยว่จะรู้สึกว่าท่าทางของเธอไม่สะดวก
เมื่อเห็นว่าเธอรบกวนการพักผ่อนของคนอื่น หมี่หลันเยว่ก็รู้สึกขอโทษ
"ขอโทษนะ พี่ชายมาส่ง อยากจะเข้ามาดูสภาพแวดล้อมในห้องหน่อย รบกวนด้วยนะ"
"จะรบกวนอะไรกัน ครอบครัวของพวกเราก็มากันหลายคนเหมือนกัน ถ้าไม่ให้พวกเขาดูสภาพแวดล้อม พวกเขาจะสบายใจได้ยังไง"
เซี่ยเสี่ยวเล่อคนนี้ก็มีนิสัยดี ไม่ได้แสดงความไม่พอใจอะไรออกมาเพราะถูกรบกวนการพักผ่อน ทำให้หมี่หลันเยว่รู้สึกคาดหวังกับการใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต เธอชอบคนที่นิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมาแบบนี้ คบหาง่าย
"เชิญเข้ามาได้เลย ฉันเป็เพื่อนร่วมห้องของหมี่หลันเยว่"
ในขณะที่หมี่หลันเยว่กำลังพูดคุยกับเซี่ยเสี่ยวเล่อและต่งรั่วจิ่นอยู่นั้น นักศึกษาหญิงอีกคนที่กำลังปูเตียงอยู่ กลับเปิดประตูออกโดยตรง เชิญชวนคนข้างนอก หมี่หลันเยว่ยกยิ้มน้อยๆ ได้รู้จักเพื่อนใหม่แล้ว ดีจัง โชคดีจริงๆ
