ซูจื้อหงออกคำสั่งให้เหมาฉิวกดโทรศัพท์ทันที ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากปลายสาย
“ฮัลโหล... เสี่ยวเย่? เป็อย่างไรบ้าง พวกมันไม่ได้ทำอะไรลูกใช่มั้ย?”
เมื่อได้ยินเสียงปลายสาย หยวนเย่ก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีเพราะเสียงที่รับนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพ่อของเขา หยวนหัวเหว่ย
“พ่อ... ผมสบายดี” หยวนเย่เอ่ยตอบเสียงปลายสาย
“ถังถังอยู่กับลูกหรือเปล่า?” หยวนหัวเหว่ยเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ลุงหยวน! พวกหนูถูกจับอยู่ที่นี่!” ถังถังพูดพร้อมกับมองซูจื้อหงด้วยความเกลียดชัง
ในตอนนั้นเสียงในโทรศัพท์ก็ะโขึ้นด้วยความเป็ห่วง “ถังถัง ไม่ต้องห่วง พ่อจะไปช่วยพวกลูกเดี๋ยวนี้!”
“ลุงหยวน พวกเราอยู่ที่... อื้อ!!!” ถังถัง้าที่จะบอกว่าเธออยู่ที่ท่าเรือร้างที่หนึ่ง แต่เมื่อเธอพูดไม่ถึงคำก็ถูกเหมาฉิวใช้มือปิดปากเอาไว้ทำให้เธอไม่สามารถพูดออกมาได้
ถังถัง้าที่จะกัดมือของเหมาฉิวให้ขาด แต่กลิ่นเหม็นเน่าที่มือเหมาฉิวทำให้เธอไม่กล้าที่จะกัดลงไป
“เฮ้ สาวน้อย เธอไม่ได้รับอนุญาตให้พูดอะไรพล่อยๆ ออกไปนะ” เหมาฉิวยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น
“แก ไอ้บัดซบ ปล่อยถังถังนะโว้ย!” หยวนเย่โกรธจนหน้าเปลี่ยนเป็สีแดง
เสียงจากปลายสายดังขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะเป็เสียงของเลขานุการฟางผู้เป็พ่อของถังถัง “พวกแกจะทำอะไรลูกสาวฉัน ถ้าแกแตะเธอแม้แต่น้อย รับรองได้ว่าพวกแกจะไม่ตายดีแน่!”
“เลขานุการฟาง... ใจเย็นๆ ลงก่อน เราสามารถเจรจากันได้ ผมรับรองว่าจะไม่ทำร้ายลูกสาวของคุณแน่นอน”
เมื่อหยางเฉินได้ยินเสียงชายคนหนึ่งพูดกับเลขานุการฟาง เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเป็ใคร ถังถังและหยวนเย่อาจไม่รู้จักชายคนนี้ แต่หยางเฉินนั้นสามารถจำน้ำเสียงของเขา ได้เป็อย่างดี หัวหน้ามาเฟียแก๊งตงซิ่ง โจวกวางเหนียน!
ทุกคนต่างรู้ดีว่าแก๊งตงซิ่งนั้น เป็กลุ่มที่ทรงอิทธิพลในโลกใต้ดิน พวกมันพื้นที่ครึ่งหนึ่งของเมืองจงไห่ ฉากหน้าของพวกมันคือตงซิ่งกรุ๊ปเป็ผู้จัดการด้านการเงินของโลกบนดินและใต้ดิน บางทีหากจะคิดอย่างถี่ถ้วน คงจะไม่มีใครจะบ้าบิ่นเท่าโจวกวางเหนียน ที่ร่วมมือกับซูจื้อหงเพื่อลักพาตัวสองนายน้อยตระกูลใหญ่ และข่มขู่ตระกูลฟางกับตระกูลหยวนด้วยการจับตัวประกัน
โจวกวางเหนียนนั้นเป็ผู้มีอิทธิพลในโลกใต้ดิน เป็ไปไม่ได้ที่พรรคของเลขานุการฟางจะขุดรากถอนโคนมันไปทั้งหมด นั่นทำให้ซูจื้อหงเห็นดีเห็นงามร่วมมือกับโจวกวางเหนียนเพื่อลักพาตัวในครั้งนี้ อีกทั้งการเรียกร้องค่าไถ่ก็ยังทำผ่านโจวกวางเหนียน นั่นทำให้ซูจื้อหงรู้สึกมั่นใจว่าทางสองตระกูลใหญ่จะไม่สามารถหาหลักฐานมาจัดการเขาได้อย่างแน่นอน
“ลุงฟางอย่าไปฟังพวกมัน พวกมันโกหก!” หยวนเย่ะโเสียงดัง
ซูจื้อหงเค้นเสียงเ็าพูดขึ้น “คุณชายหยวน นายไม่ควรที่จะพูดแทรกเวลาที่ผู้าุโกำลังพูดคุยกัน โดยเฉพาะกับบทสนทนาที่กำลังหมายถึงชีวิตของนายในอนาคต แน่นอนว่าผมคงจะรู้สึกยินดีหากพวกเขาช่วยเหลือด้านอำนาจและการเงินให้กับผม หากพวกเขาตกลงที่จะเป็พันธมิตรกับเรา ผมก็จะปล่อยพวกเธอไปโดยไร้ซึ่งาแใดๆ”
“ซูจื้อหง! แกกำลังสมคบคิดกับโจวกวางเหนียนเพื่อข่มขู่พวกเรา คิดเหรอว่าจะรอดไปได้ แกมันเป็ความอับอายของตระกูลซูและบรรพบุรุษทั้งหมดของแก!” เลขานุการฟางะโออกมาจากโทรศัพท์
ซูจื้อหงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกตอบกลับไป “เลขานุการฟาง ไม่ว่าความจริงของตระกูลซูจะเป็อย่างไรพวกเราก็เป็คนตัดสินไม่ใช่คุณ ผู้ชนะเป็เ้า ส่วนผู้แพ้ก็เป็บ่าว คุณไม่จำเป็จะต้องมาพูดคุยกับผมให้ยืดเยื้อ เหล่าลูกหลานของพวกคุณอยู่ในกำมือของผม หากคุณทำให้ผมไม่พอใจผมก็สามารถที่จะโยนลูกของคุณลงทะเลกลายเป็อาหารปลาได้ภายในเวลาไม่นาน แม้กระทั่งกระดูกก็ไม่อาจจะพบ จะช่วยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณ อย่างไรซะคุณก็เป็คนใหญ่คนโตที่นั่งมองลูกน้องอย่างสบายใจที่สำนักงานของตัวเองนี่”
“ถังถังน้อย ลูกเย่ เชื่อพ่อ พ่อจะพาพวกลูกออกมาอย่างปลอดภัยให้ได้!” เสียงเลขานุการฟางดังขึ้นครั้งสุดท้ายก่อนจะโดนตัดสายไป
เหมาฉิวเอามือที่ปิดปากของถังถังลง เธอสูดหายใจเฮือกเสียงดัง หากมันปิดนานกว่านี้เธอคงจะขาดใจตายไปแล้ว
“เ้านาย ไม่จำเป็จะต้องกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อย พวกมันต่างรักลูกปานไข่ในหิน ไม่นานนักมันจะต้องรีบมาหาพวกเราอย่างรวดเร็วแน่ ฮ่าฮ่า!” เหมาฉิวหัวเราะออกมาเสียงดัง
ซูจื้อหงไม่ได้สนใจเหมาฉิว เขาหันมาหาหยางเฉินและพูดขึ้น “คุณหยางครับ ดูเหมือนว่าคุณกับผมจะเจอกันในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีซักเท่าไหร่อีกแล้วนะครับ”
“ผมเกี่ยวอะไรกับเื่นี้?” หยางเฉินเอ่ยปากถามขึ้น
“หากคุณไม่ปรากฏตัวออกมาฉับพลันในตอนนั้น ทุกอย่างที่ผมวางแผนเอาไว้ก็จะเป็ไปอย่างราบรื่น ผมได้ใช้หลินคุนเพื่อเป็หมากในการทำให้หลินรั่วซี กลายมาเป็ผู้หญิงของผม แต่คุณก็เข้ามาทำลายแผนทุกอย่างของผมไป ั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ใบหน้าเืเย็นของเธอก็ยังคงมีอยู่แต่กลับดูงดงามขึ้น งดงามจนถึงขั้นที่อาจฆ่าใครได้หลายคน...” ซูจื้อหงกล่าวด้วยเสียงแ่เบา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจเล็กๆ ที่หากไม่ตั้งใจฟังก็อาจจะไม่ได้ยิน
หยวนเย่และถังถังต่างคิดว่าซูจื้อหงและหยางเฉินไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกัน แต่กลับกันพวกเขาคิดว่าซูจื้อหงนั้นเป็ศัตรูกับหยางเฉินมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว
ทั้งสองต่างพูดคุยกันก่อนหน้านี้ว่าจะแสร้งยอมไปก่อน เพื่อให้ซูจื้อหงไม่ทำอันตรายและปล่อยตัวหยางเฉิน แต่กลับกันหากทั้งคู่เป็ศัตรูกัน การจะช่วยเหลือหยางเฉินนั้นก็เป็เื่ยากยิ่ง อีกทั้งเขายังไม่มีผู้หนุนหลังแม้แต่คนเดียว!
ซูจื้อหงเผยรอยยิ้มชั่วร้ายพร้อมกับกดโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน เสียงปลายสายก็ดังขึ้น “ฮัลโหล นี่หลินรั่วซีกำลัง...”
เสียงที่คุ้นเคยทำให้หยางเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
“รั่วซี ผมซูจื้อหง ผมอยากจะบอกเธอว่าสามีของเธอกำลังจะตายในอีกไม่นาน คุณไม่จำเป็จะต้องเสียเวลามาตามหาเขาหรอก เพราะแม้กระทั่งศพคุณก็จะไม่พบแม้แต่ชิ้นเดียว”
จากนั้นซูจื้อหงก็ตัดสายทิ้งโดยไม่รอให้หลินรั่วซีได้มีโอกาสตอบแม้แต่น้อย
หยางเฉินที่ค่อนข้างจะหดหู่พูดขึ้น "เฮ้ อย่างน้อยคุณก็ควรที่จะให้ผมได้บอกลาภรรยาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนสิ อีกอย่างหนึ่งเธอยังไม่ได้บอกรหัสบัญชีธนาคารของผมเลยแล้วผมจะถอนเงินได้อย่างไรล่ะ?”
“ผมไม่จำเป็จะต้องฟังเื่ไร้สาระจากคุณ ผมแค่รอให้คุณโจวจัดการเื่นี้ให้เสร็จก่อน ส่วนบริษัทอวี้เหล่ยจะเป็ที่ต่อไปที่ผมจะไปเอามันมา" ซูจื้อหงกล่าว
“ดูเหมือนว่าวาระสุดท้ายของคุณจะถูกกำหนดเอาไว้แล้วคุณหยาง ตั๋วเดินทางข้ามแม่น้ำปรภพสำหรับคุณก็พร้อมแล้วเช่นกัน ได้โปรดอย่าโทษผม ผมไม่้าที่จะลักพาตัวคุณมา คุณก็แค่ซวยติดร่างแหมาเท่านั้น แม้กระทั่งพระเ้ายังช่วยผมกำจัดคุณ ได้โปรดอย่าหาว่าผมโหดร้ายเลยก็แล้วกัน”
“แกจะทำร้ายลุงไม่ได้นะ! ลุงไม่เกี่ยวกับเื่นี้!” เมื่อถังถังได้ยินว่าซูจื้อหงจะฆ่าหยางเฉิน เธอก็ะโออกมาด้วยความหวาดกลัว
หยวนเย่ะโจนลำคอแหบแห้ง ”หยางเฉินเป็เพื่อนรักของฉัน ถ้าแกทำอะไรเขา พ่อของพวกเราจะต้องจัดการกับแกแน่นอน แม้กระทั่งตระกูลซูก็จะต้องหายไปจากโลกใบนี้!”
หยางเฉินค่อนข้างจะซาบซึ้งในสิ่งที่เด็กทั้งสองคนนี้พูดออกมา ดูเหมือนว่าความตายของเขานั้นจะกระทบจิตใจของทั้งสองคนมาก
“นายควรจะห่วงชีวิตตัวเองก่อนนะ” หลังจากนั้นซูจื้อหงก็ไม่สนใจพวกเขาอีกพร้อมกับโบกมือเรียกชายสวมแว่นกันแดดสีดำให้เดินเข้ามา
ซูจื้อหงยิ้มอย่างโหดร้ายขึ้น "เอากุญแจมือใส่ขาและมือของมันไว้ แล้วเอาไปผูกกับก้อนคอนกรีตหลังจากนั้นก็พาขึ้นเรือ แล้วโยนลงไปที่กลางทะเลซะ"
“ครับ!”
ภายใต้คำสั่งของซูจื้อหง ชายทั้งสองดึงกุญแจมือออกมาแล้วใส่มันที่ขาและมือของเขาอย่างรวดเร็ว
ทำให้หยางเฉินที่ถูกใส่กุญแจมือมาก่อนหน้านี้มีเพิ่มมาอีกหนึ่งคู่ จากนั้นขาของเขาก็ถูกล็อกด้วยกุญแจมืออย่างสมบูรณ์แบบ
“คุณหยาง ขอให้คุณมีความสุขขณะที่กำลังจมลงสู่ก้นทะเลนะครับ” ซูจื้อหงกล่าวด้วยสีหน้าเืเย็น
“คุณไม่อาจที่จะยอมรับในการเล่นทางตรงได้จนต้องใช้วิธีสกปรกนี่ แม้กระทั่งเื่ผู้หญิงคุณก็ยังใช้วิธีสกปรก อา... คุณซูช่างน่าสงสารจริงๆ ที่กลายเป็หมาจนตรอกถึงขนาดที่ต้องลักพาตัวเด็กๆ มาเพื่อข่มขู่ตระกูลใหญ่ อีกทั้งยังจะฆ่าผมด้วย คุณรู้ใช่มั้ยว่าบาปนี่มันจะติดตัวคุณไปจนวันตายน่ะ?”
“เอามันออกไป!” ซูจื้อหงะโสั่งด้วยความโกรธ
หลังจากนั้นชายสองคนก็จับหยางเฉินออกไปทันทีเขาถูกหิ้วใส่รถออกไปจนหายลับจากสายตาของทุกคน ถังถังและหยวนเย่ะโร้องออกมาสุดเสียง เด็กสาวได้แต่ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
เหมาฉิวมองทั้งสองร้องะโโวยวายด้วยสายตาดูถูกก่อนจะกระแอมไอขึ้นมา "บอส ให้ผมตบปากเด็กพวกนี้ดีมั้ยครับ มันจะได้หุบปากเสียที”
ซูจื้อหงเค้นเสียงเ็าออกมา “นายลองแตะพวกเขาดูสิ ถึงฉันจะไม่ส่งนายลงไปใต้ทะเลกับหยางเฉิน แต่พ่อแม่ของเด็กพวกนี้ก็จะส่งนายไปอยู่ดี”
“ไม่ๆ บอส ผมแค่พูดเล่นเท่านั้น ที่ผมอยากทำคือเล่นสนุกกับเหล่าผู้หญิงทั้งหลาย ตอนนี้ผมยังไม่อยากจะไปนอนอยู่ก้นทะเลเท่าไหร่...” เหมาฉิวปฏิเสธข้อเสนอของซูจื้อหง
ดูเหมือนว่าการที่หยางเฉินกำลังจะถูกถ่วงลงก้นทะเลจะทำให้ซูจื้อหงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ”กลับกันเถอะ... พวกเราจะไปรอคุณโจวนำข่าวดีมาให้ทีหลัง”
“ดีเหมือนกัน ผมไม่ได้กินข้าวมาั้แ่ตอนเช้าแล้ว!”
ซูจื้อหงเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาพูด “พวกนายอยู่ที่นี่เฝ้ายามเอาไว้ด้วยความรอบคอบ อย่าให้ใครที่ไม่รู้จักเข้ามาเป็อันขาด ฉันจะติดต่อกลับมาด้วยโทรศัพท์ หากมีอะไรผิดปดติล่ะก็ พาพวกมันลงทะเลได้เลย!”
“ครับ!”
หยวนเย่และถังถังไม่ได้สนใจที่ซูจื้อหงพูด พวกเขามองไปยังทางที่หยางเฉินถูกนำไป โดยเฉพาะกับถังถังที่กะพริบตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ภายในใจบังเกิดความรู้สึกเศร้าโศกขึ้นมาอย่างถึงที่สุด บางทีเธอกำลังคิดว่าตัวเองเป็คนทำให้หยางเฉินติดร่างแหมาด้วยจนถูกถ่วงน้ำตาย
