ใบหน้าของหลินซือซือซีดขาว ร่างของนางสั่นเทา เสื้อเปียกโชกจนแนบเนื้อ เหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากไม่หยุด พลังทั่วร่างอ่อนแรงเป็อย่างยิ่ง
หลังจากที่กระบี่ล้ำค่าสีเขียวดูดซับพลังปราณภายในร่างของนาง แสงกระบี่ที่ปลดปล่อยออกมาสว่างจ้าขึ้น บรรยากาศโดยรอบดูแล้วแปลกประหลาดน่าฉงน
“ให้ตาย นี่มันกระบี่ปีศาจ” เต้าหลิงกระชับหมัดแน่น พลังทั่วร่างแผ่กระจายทำให้มวลอากาศทรุดตัวลง กำปั้นตรงดิ่งไปที่กระบี่อาถรรพ์
เขารู้แล้วว่า กระบี่เล่มนี้กำลังดูดซับพลังบริสุทธิ์ภายในร่างของหลินซือซือ ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไปนางจะต้องถูกดูดพลังจนตาย
หมัดพุ่งเข้าปะทะ ทำให้กระบี่เล่มบางสั่นไหว ปลายกระบี่ปล่อยแสงกระบี่ทะลวงฝ่าอากาศเข้าใส่กำปั้นของเต้าหลิง จนมีเสียงเคร้งดังออกมาประหนึ่งกระทบกับโลหะ
ิัของเต้าหลิงถูกคมจนมีเืไหล แสงกระบี่เส้นนั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก มันแผ่มุ่งเข้าไปในร่างของเต้าหลิงหมายจะฉีกร่างของเขา
“ออกไปซะ” เต้าหลิงตะเบ็งเสียง ลำแสงสีเงินแตกกระเจิงออก และเพราะความแข็งแกร่งของกระดูกจึงทำให้แสงกระบี่บิดเบี้ยว
“แหลก” เต้าหลิงกำหมัดทั้งสองแน่น ดวงดาราที่มีน้ำหนักดุจขุนเขาแต่ละดวงปรากฏขึ้นภายในร่าง พวกมันผสานเข้าด้วยกันก่อนทำลายเส้นแสงกระบี่นั้นจนแหลกเป็ผุยผง
“เป็กระบี่ที่ชั่วร้ายมาก นี่มันบ้าอะไรกัน” เต้าหลิงอึ้งไป สายตากวาดมองไปยังร่างของหลินซือซือที่สั่นเทา กระบี่หักปรากฏขึ้นภายในมือ ก่อนเขาจะใช้มันฟาดฟันทำลาย
กระบี่หักพุ่งทะลวงฝ่าอากาศประหนึ่งดวงอาทิตย์ทมิฬแผดเผาด้วยเพลิงโลกันตร์ แรงพลังนั้นทำให้กระบี่ล้ำค่าสีเขียวสั่นไหว แสงกระบี่ที่ปลดปล่อยออกมาพลันเบาบางลง
“แหลกไปซะ” เต้าหลิงโจมตีซ้ำๆ ใส่กระบี่สีเขียวอย่างบ้าคลั่ง แม้มันมีธาตุปีศาจ ทว่าด้วยพลังอานุภาพของกระบี่หัก อาวุธมีคมอีกเล่มจำต้องสิ้นฤทธิ์ร่วงตกลงไปที่พื้น
“อ่อก” ทั่วร่างของหลินซือซือสั่นเทิ้ม สีหน้าของนางซีดขาวราวกระดาษ ก่อนสำรอกเืกองใหญ่ นางมีทีท่าอิดโรยคล้ายจะเป็ลมสลบล้มฟุบได้ทุกเมื่อ
“ซือซือ เ้าเป็อย่างไรบ้าง?” เต้าหลิงรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของนางเอาไว้ สายตาเป็กังวลมองไปที่นางพลางเอาหยดพลังงานสีทองออกมาหนึ่งหยดอย่างไม่ลังเล แล้วแบ่งออกครึ่งหยดใส่ลงไปในปากของนาง
คลื่นพลังชีวิตเข้มข้นไหลพรั่งพรูเข้าไปภายในร่างอ่อนแรงของหลินซือซือ นางฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าซีดขาวเริ่มมีสีเืฝาด
“เ้าให้ข้ากินอะไร?" หลินซือซือถามด้วยความสงสัย นางรู้สึกได้ว่าพลังปราณของนางฟื้นกลับคืนมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
“กระบี่เล่มนั้นมันอะไร เหตุใดมันถึงได้ดูดซับพลังบริสุทธิ์ภายในร่างกายของเ้า?” เต้าหลิงไม่มีกะจิตกะใจตอบคำถามของนาง เขาชี้ไปที่กระบี่ปีศาจสีเขียวบนพื้น
ได้ยินดังนั้น คิ้วสวยของหลินซือซือกลับขมวดเป็ปม ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังกระบี่เขียวล้ำค่าพลางคิดย้อนกลับไปถึงเื่ที่เกิดขึ้น หัวใจของนางก็สั่นไหว ถ้าเต้าหลิงมาไม่ทันเวลา ถึงตอนนั้น นางได้ตกอยู่ในอันตรายจริงๆ แน่
“ของสืบทอดของตระกูลข้า จะต้องใช้เืในการหล่อเลี้ยง” หลินซือซือก้มหน้าพร้อมถอนหายใจออกมา
“เช่นนี้ไม่ใช่ว่าเป็การหาเื่ใส่ตัวหรอกหรือ?” เต้าหลิงขมวดคิ้ว “กระบี่พังๆ ทั้งยังต้องใช้เืบริสุทธิ์ในการหล่อเลี้ยงอีก ข้าว่าเ้าทิ้งมันไปเถอะ ไม่เช่นนั้นได้เกิดเื่ใหญ่ขึ้นกับเ้าแน่”
“ไม่ได้" หลินซือซือปฏิเสธ นางฝืนยิ้มเฝื่อน “ข้าทิ้งกระบี่เล่มนี้ไม่ได้ อย่างไรเสียใช้ได้อีกไม่นาน กระบี่เล่มนี้ก็ไม่้าข้าแล้ว”
เต้าหลิงอ้าปากค้าง เขายื่นฝ่ามือออกมาทาบหน้าผากขาวเนียนของหลินซือซือ แต่เพียงพริบตามือของเขาก็ถูกปัดออก ก่อนที่หลินซือซือเข่นเขี้ยวถามด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “เ้าทำอะไร?”
“เ้าเป็ไข้อย่างนั้นหรือ?” เต้าหลิงพูดไม่ออก กระบี่ร้ายกาจเฉกเช่นปีศาจเช่นนี้ จะเอาไว้ใช้เพื่ออะไร?
“ใครเป็ไข้” หลินซือซือขบริมฝีปากพลางมองค้อนแล้วพูดว่า “เื่นี้ถึงข้าพูดกับเ้าไป เ้าก็ไม่เข้าใจหรอก โถงวิหารดาราเปิดแล้วอย่างนั้นสินะ”
“ไปเถอะ เดาว่าตอนนี้ผู้คนจำนวนมากน่าจะเข้าไปข้างในกันแล้ว ถ้าไปช้าจะไม่ทันการณ์” เต้าหลิงยอมเปลี่ยนเื่พลางพานางทะยานเข้าไปยังส่วนลึกของสำนักซิงเฉิน
ผนึกของโถงวิหารดาราได้ถูกปลดออกแล้ว สถานที่โบราณนี้ได้แอบซ่อนอยู่ภายในพื้นที่แห่งหนึ่ง คลื่นพลังแห่งกฎที่ทุกคนจำต้องศิโรราบแผ่ซ่านฟุ้งกระจาย ถ้ามีจอมยุทธ์ซึ่งมีขั้นฝึกฝนสูงเกินกว่าที่โถงวิหารดารากำหนดเอาไว้ ก็จะถูกพลังแห่งกฎนั้นสังหารในทันที
ร่างเงาทั้งสองโผนผ่านปากทางเข้า ยามนั้นผู้คนจำนวนมากก็ได้เดินมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขาทั้งสองยืนอยู่ภายในกลุ่มคน ย่ำเท้าก้าวเดินตามฝูงชน
จู่ๆ ก็มีพลังรุนแรงะเิกดทับ ทำให้หัวใจของผู้คนไหวสะท้าน สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่กลุ่มคนซึ่งเดินมาจากที่ไกลๆ ตรงกลางระหว่างคิ้วมีตราประทับสายฟ้ามองคล้ายดวงตาที่สาม
“คนของแคว้นเหลย [1] เองก็มาอย่างนั้นหรือ ว่ากันว่าทั่วทั้งแคว้นเหลยเต็มไปด้วยสายฟ้า ทั้งแคว้นนั้นส่วนมากจะฝึกฝนวิชาสายฟ้าโบราณ พลังการต่อสู้น่าเกรงขามเหลือล้น”
“ใช่ แต่ว่าที่นั่นอันตรายมากเกินไป สามารถถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ มิหนำซ้ำผู้คนซึ่งมาจากที่นั่นแต่ละคนนั้นล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง“
ผู้คนพูดคุยสนทนากัน พวกเขาเห็นอัจฉริยะหลายคน หนึ่งในนั้นยังมีสัตว์อสูรโบราณดูโหดร้าย เป้าหมายของผู้คนทั้งหลายก็คือไปตามหาของล้ำค่า
โถงวิหารดาราเป็สถานที่ลึกลับซึ่งมีอยู่มาั้แ่สมัยโบราณกาล ฟ้าดินภายในนั้นก็ยังเป็ฟ้าดินสมัยโบราณ ทำให้ภายในมีพลังต้นกำเนิดมากมายถือกำเนิดขึ้น และนั่นต่างเป็ของล้ำค่าที่ทุกคนปรารถนา
ว่ากันว่าในสมัยโบราณนั้นมีพลังต้นกำเนิดเต็มไปทั่วทั้งฟ้าดิน ชนิดที่ฟ้าดินในสมัยนี้ไม่อาจทัดเทียมได้ ในสมัยนั้นมียอดยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอยู่นับไม่ถ้วน ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปทรัพยากรจึงลดน้อยลง พลังต้นกำเนิดสูญสลายจนเหลือเพียงหยิบมือ ถึงแม้สถานที่แห่งนั้นคือเขา์โบราณก็ยากจะหาพบ
“น้องชาย เ้าจำข้าได้หรือไม่?”
น้ำเสียงเ็าดังขึ้นทำให้เต้าหลิงขมวดคิ้ว เขาหันหน้ามองไปทางต้นเสียงก็พบกับคนสามตาคนหนึ่ง ดวงตาที่สามโอบล้อมไปด้วยคลื่นพลังแสนน่ากลัว ภายในมีอักขระต้นกำเนิดไหลเวียนอยู่ ทำให้ผู้คนที่พบพานต้องใจสั่น
“มือของเ้าดีขึ้นแล้วอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงยิ้ม
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของคนสามตาก็พลันแข็งทื่อ เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นมาในหัวใจ ไม่กี่เดือนก่อนบนเส้นทางสีทองในหอคอยผ่านจิตชั้นที่เก้า แต่เดิมทีเขาจะต้องได้ของเหลวล้ำค่าพลังชีวิตสิบเจ็ดหยด ทว่ากลับถูกลอบโจมตีจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
โดยเฉพาะมือของเขาที่ถูกตัดทิ้งไป ทำให้เขาต้องเสียของล้ำค่าไปเป็จำนวนมากถึงจะทำให้มันงอกขึ้นมาใหม่ได้ แต่เขาไม่มีทางที่จะลืมเื่นี้ และได้ให้สาบานว่าสักวันหนึ่ง เขาจะต้องกลับมาแก้แค้น คิดไม่ถึงเลยว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้
คนสามตาระงับเพลิงโทสะซึ่งลุกโชนขึ้นในหัวใจพลางเอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม “ที่นี่ไม่ใช่หอคอยผ่านจิต จำคำของข้าเอาไว้ ข้าจะไปหาเ้า แล้วพอถึงตอนนั้นก็อย่าใกลัวจนหัวหดล่ะ”
“เ้าสามตาประหลาด อย่าดีแต่พล่าม ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหนถึงได้กล้ามาหาข้า” เต้าหลิงก้าวเท้าถอยหลังไปก้าวหนึ่งสายตามองไปที่เขาก่อนแค่นเสียงขึ้นจมูก
สีหน้าของคนสามตาพลันเขียวขุ่น เขาเป็คนของตระกูลสามตาศักดิ์สิทธิ์ ใครบังอาจหาญกล้ามาเรียกตระกูลของพวกเขาว่าสามตาประหลาด หากเื่นี้แพร่งพรายออกไปถึงจะมีสิบชีวิตก็ไม่พอ
ด้านข้างชายสามตา มีุ์รูปลักษณ์ภายนอกดั่งเช่นปุถุชนทั่วไป ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยคลื่นพลังเก่าแก่ ภายในร่างของุ์นี้มีพลังป่าเถื่อนไหลเวียนอยู่ ทั้งยังแอบแฝงไปด้วยพลังปราณแสนร้ายกาจ
“เ้าเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ อายุของเ้ายังน้อยนักทว่าวาจากลับห้าวหาญ ข้าได้ยินสหายสามตาบอกว่าเ้านั้นไม่เลว เป็อาหารที่ไม่เลวเลย” ุ์ผู้มีพลังป่าเถื่อนแผ่ซ่านออกมาทั่วร่างเอ่ยเสียงเย็นออกมา
“แล้วมาดูกันว่าใครที่จะเป็อาหาร” เต้าหลิงชายตามองมันแว็บหนึ่ง เขาััได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งมาก เดาว่าน่าจะเหนือกว่ากายดารา
“อวดดีนัก ทำให้ข้าโกรธเสียได้” ุ์เอ่ยเสียงเย็น ในตอนนี้มันเริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมาแล้ว
“สหายหลงเซี้ยง อีกไม่นานเื่นี้ก็ต้องถูกคิดบัญชี อย่าได้รีบร้อน” ชายสามตายิ้มเหยียด เขารู้ถึงความน่ากลัวของหลงเซี้ยงดี อีกฝ่ายเป็สัตว์อสูรโบราณ ขนาดเขาเองยังไม่กล้าล่วงเกิน
“โถงวิหารดาราครั้งนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ” หลงเซี้ยงพยักหน้าพลางแผดเสียง “แล้วพลังหยางที่เ้าว่า แท้จริงแล้วเป็เื่จริงหรือไม่ นั่นเป็พลังต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งที่สุดของพลังต้นกำเนิดทั้งหมดนะ”
“วางใจเถอะ ข้าไม่เอาเื่แบบนี้มาล้อเล่นหรอก” คนสามตาพูด “ถ้าพวกเราได้พลังหยางมา พลังในขั้นสถิติญญาก็จะถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับอู่ตี้ข้าก็ไม่หวั่น”
“อู่ตี้น่ากลัวเป็อย่างมาก ขั้นพลังของเขาสูงเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะข้าเสียเวลาล่าช้าอยู่ในขั้นสถิติญญาแล้วละก็ ตอนนี้ขั้นพลังของข้าจะต้องไม่ด้อยไปกว่าเขาแน่” หลงเซี้ยงกล่าว
หลินซือซือดึงชายเสื้อของเต้าหลิงพลางกระซิบเสียงเบา “ทำไมเ้าถึงได้มีศัตรูเยอะนักเล่า เ้าสองคนนั่นแข็งแกร่งมากเลยนะ”
เต้าหลิงลูบจมูก ขณะกำลังจะตอบคำถาม สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นหญิงสาวสวมชุดเกราะสีทอง หนังตาของเขากระตุกขึ้นทันควัน ก่อนก้าวเท้าไปหลบอยู่อีกด้านหนึ่งข้างๆ หลินซือซือ
หญิงสาวสวมชุดเกราะสีทองนั้นน่ากลัวร้ายกาจมาก กระบี่ขนาดใหญ่สั่นไหวไปมา ภายในแววตาทั้งสองมีแสงสีทองสลัวๆ ทำให้คนรอบข้างขวัญหาย ไม่รู้ว่านางมาจากที่ไหน ถึงได้แข็งแกร่งมากขนาดนี้
“นั่นใครกัน?” ใบหน้าของหลินซือซือเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางเหลือบมองเจี้ยนเซียวเซียวแว็บหนึ่งและเอ่ยออกมาว่า “เ้าหลบอะไร? ไปหาเื่ใครมาอีกอย่างนั้นหรือ?“
เต้าหลิงคิดไม่ถึงว่าจะเจอนางที่นี่ นางรู้เื่ที่เกิดขึ้นในหอคอยผ่านจิตดี ในชีวิตนี้เต้าหลิงไม่อยากจะพบนางอย่างที่สุด เขาพูดเสียงต่ำ “ใช่ที่ไหนกัน รีบไปเถอะ“
“แต่ข้าไม่เชื่อ” หลินซือซือทำหน้ามุ่ย คิ้วโก่งเลิกขึ้น กระนั้นดวงตากลมโตกลับยอมเลื่อนไปจ้องมองยังสุดขอบเส้นทางที่อยู่ตรงหน้าพลางสาวเท้าเดินออกไป
------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เหลย 雷 ในภาษาจีนแปลว่าสายฟ้า
