เมื่ออวิ๋นซีได้ยินคำถามนั้นก็ยิ้มออกมาทันที “คำพูดของเสด็จแม่ อาซีไม่เข้าใจเป็อย่างยิ่งเขาเป็สามีของหม่อมฉัน แล้วหม่อมฉันยังจำต้องแบ่งปันเขาร่วมกับสตรีอื่นด้วยหรือเพคะ? อาซีเป็คนใจแคบและช่างคิดริษยามาแต่ต้นผู้ที่จะมาเป็สามีได้ต้องห้ามโอบซ้ายโอบขวาเป็อันขาด ด้วยเื่นี้ ก่อนที่เขาจะมาสู่ขอหม่อมฉันก็รู้อย่างชัดแจ้งอยู่แล้วเพราะสามีของหม่อมฉันต้องเป็ชายของหม่อมฉันเพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนที่ไม่รักชีวิตก็คงต้องลองเข้ามาเผชิญหน้ากันสักหน่อยเพคะ”
ฮองเฮาคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดที่น่าใ สีหน้านางเปลี่ยนไปทันที“บังอาจ! นี่เ้าพูดอันใดของเ้า สิ่งใดที่เรียกว่าสามีของเ้าต้องเป็ของเ้าเพียงคนเดียวไม่ต้องพูดหรอกว่าเขาเป็องค์ชายแห่งตระกูล์ ต่อให้จะเป็เศรษฐี หรือคนธรรมดาทั่วไปใครบ้างจะไม่มีสามภรรยาสี่อนุ”
อวิ๋นซีแค่นเสียงเ็า “นั่นมันคนอื่นนี่เพคะ หม่อมฉันคือหม่อมฉันโอวหยางจวินเหยียนก็คือโอวหยางจวินเหยียน ชีวิตของเขา หม่อมฉันเป็คนช่วยไว้ อีกทั้งเป็เขาที่ยินดีจะไปสู่ขอหม่อมฉันด้วยตนเอง ดังนั้น ในวันหน้า หากเขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหม่อมฉันไม่ได้...”
คำพูดสุดท้าย นางยังไม่ทันได้พูดออกมา จวินเหยียนก็ลุกยืนแล้วพูดขึ้นแทน“เสด็จแม่ ชาตินี้ลูกมีอาซีเป็สตรีคนเดียวก็เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ ส่วนคนที่เหลือไม่ว่าจะเป็ใคร หรือใครกล้าพาเข้าจวนมา ลูกก็มีวิธีที่จะทำให้นางตายได้มากมายหากว่าเสด็จแม่ไม่ทรงเชื่อ พระองค์จะลองดูก็ได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม โอวหยางจวินเหยียนสามารถอยู่รอดมาได้ในสถานที่ดังเช่นหานโจวดังนั้น ยามนี้ทุกสิ่งอย่างสำหรับลูกแล้ว ล้วนไม่ได้สำคัญดังเช่นกาลก่อนสิ่งที่ท่านใยดี หาใช่ว่าลูกจะใยดีด้วย”
สำหรับพระมารดาผู้นี้ นางไม่ใยดีเขา ตัวเขาก็ไม่มีความจำเป็ให้ต้องใยดีนางเช่นกันดังนั้น หากจะขัดรับสั่ง จะมีก็แค่แตกหักกันไปเลยเท่านั้น ทว่า นี่จะนับเป็อะไรได้อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยคาดหวังว่านางจะช่วยตน
อย่าว่าแต่คาดหวังเลย หากว่าสตรีผู้นี้ไม่ลอบสร้างความเสียหายให้เขาอยู่เื้ัเขาก็รู้สึกว่าไม่เลวยิ่งแล้ว
จวินเหยียนเมินสายตา และสีหน้าที่ซีดขาวจนไร้สีเืของฮองเฮา “อาซีเป็สตรีที่กระหม่อมโอวหยางจวินเหยียนต้องเพียรพยายามอย่างยากลำบากถึงจะได้นางมาแต่งเป็ภรรยาได้นางเป็ดังชีวิตของกระหม่อม” หากใครกล้าแตะอาซีก็เท่ากับเป็ปฏิปักษ์ต่อเขา เมื่อถึงตอนนั้นเขาเองก็หาได้ใยดี หากจะต้องทำให้เมืองหลวงนี้สั่นไหวสักหลายส่วน
“นางแต่งงานกับเ้ามานานเพียงนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังให้กำเนิดลูกสาวลูกชายออกมาสักคนไม่ได้เ้าไม่รู้หรือไร สำหรับเ้าในตอนนี้แล้ว การมีพระนัดดาให้ฝ่าาถือเป็สิ่งสำคัญเพียงใด”ฮองเฮากัดฟัน พูดอย่างเ็า
ดี ดียิ่งนัก ลูกชายที่นางเลี้ยงมาจนโตถึงกับอาจหาญพูดจาเช่นนี้กับตน
จวินเหยียนแค่นเสียงเ็า “ให้กำเนิดบุตร? หรือว่าเสด็จแม่จะยังไม่ทรงทราบเพื่อจะได้กลับมายังเมืองหลวงนี้ พวกเราสามีภรรยาต้องเสียสละอะไรไปมากมายเพียงใด นับแต่ที่อาซีแต่งให้ลูกนางก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลยแม้แต่วันเดียว เพียงเพื่อจะเปลี่ยนแปลงหานโจวแห่งนั้นอาซีต้องออกเดินไปทั่วทุกหมู่บ้านในหานโจวจนเรียกได้ว่า หากไม่ใช่เพราะภรรยาผู้นี้ชาตินี้คาดว่าลูกคงไม่มีโอกาสให้ได้กลับมาเหยียบเมืองหลวงนี้อีกแล้ว ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนั้นสิ่งที่พวกเราคิดได้ก็มีเพียงหาทางอยู่รอดต่อไป แล้วจะยังไปมีเวลาคิดถึงเื่มีลูกที่ไหนได้อีกเสด็จแม่ พระองค์คิดว่า การที่ลูกต้องไปหานโจวนั้นเป็แค่การไปเที่ยวเล่นหรือพ่ะย่ะค่ะ?พระองค์คิดว่าลูกได้มีชีวิตอยู่อย่างเสรีและแสนสบายหรือ? ” ชายหนุ่มหัวเราะเ็า
“เ้า...” ฮองเฮายังคิดอยากจะพูดต่อ แต่จังหวะนั้นเอง นางกำนัลคนหนึ่งเดินเข้ามารายงานว่าอวี้เฟยนำองค์ชายสี่ และชายาองค์ชายสี่มาขอเข้าเฝ้า
ฮองเฮาแค่นเสียงเ็า และพยายามกดข่มความพิโรธในใจลงไปอย่างยากเย็น ถึงกระนั้นยามที่ต้องเห็นอวิ๋นซีในสายตายังคงปรากฏความรำคาญและรังเกียจอย่างชัดเจน ทว่า สำหรับตัวอวิ๋นซีแล้วนางไม่สนใจสายตาคู่นั้นแม้แต่น้อย
แท้จริงแล้วนั่นก็แค่การส่งสายตามาเท่านั้น นางจึงไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวอีกฝ่ายในเมื่อคนกล้าไร้คุณธรรมต่อจวินเหยียน เช่นนั้นก็อย่าได้ถือโทษว่านางนั้นไร้น้ำใจ ในสายตาของอวิ๋นซีคนเป็มารดาประเภทไหนกัน สตรีที่ไม่มีจิตเมตตาแม้เพียงนิดเยี่ยงนี้ไม่คู่ควรกับการเป็มารดาเลยด้วยซ้ำ
ทางด้านอวี้เฟย นางได้ยินคนในวังไปทูลว่าจวินเหยียนและครอบครัวเข้าวังมาแล้วนางจึงพาลูกชายและลูกสะใภ้มาที่นี่ เหตุที่มาก็เป็เพียงความกังวล ด้วยเกรงว่าฮองเฮาจะหาเื่สองสามีภรรยาคู่นี้
อวิ๋นซีหันมองไปนอกประตู ก่อนจะได้เห็นสตรีสูงศักดิ์ในชุดกงจวงสีฟ้าอมเนื้อเดินมุ่งหน้ามาทางตนนี่ถือเป็ครั้งที่สองนับแต่เกิดใหม่ที่นางได้เจออวี้เฟย สตรีที่ได้ยินมาว่าดีต่อจวินเหยียนไม่น้อย
อีกทั้ง วันนั้นที่เกิดเื่ขึ้นในวัง ตัวนางเองก็ได้เห็นมากับตาตน ความรักใคร่ที่อวี้เฟยมีต่อหวานหว่านนับเป็ความรู้สึกจริงๆที่มาจากใจ ด้วยเื่นี้ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ถึงแม้ในตอนที่นางเป็เฉียวอวิ๋นซีจะเคยพบอวี้เฟยมาบ้างจึงได้เห็นว่าคนดูคล้ายจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เท่าใดนัก ทว่า หากตั้งใจมองสายพระเนตรของฮ่องเต้ให้ดีๆก็จะเห็นได้ไม่ยากว่าฮ่องเต้มองอวี้เฟยแตกต่างไปจากที่มองฮองเฮาและสนมคนอื่นๆ แม้จะมีคำกล่าวที่ว่าผู้เป็าามักไร้รัก แต่ในยามที่ฮ่องเต้มองอวี้เฟยนั้น สายตากลับเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง
แม้คนจักกดข่มเอาไว้แล้ว แต่ก็ยังมีปรากฏให้เห็น
การได้รับความรักจากฮ่องเต้ อวี้เฟยผู้นี้ก็นับว่ายากที่สตรีทั่วไปจะเทียบได้จริงๆส่วนความห่างเหินต่างๆ ที่ผู้อื่นเห็นก็ล้วนเป็สิ่งที่ผู้สูงศักดิ์ทั้งสองอยากจะให้พวกเขาได้เห็นนี่ถือเป็การปกป้องอย่างหนึ่ง
การมาเยือนในหนนี้ เื้ัของอวี้เฟยมีเ้าสี่ที่ยังคงดูเสเพลเหมือนอย่างเคยส่วนข้างกายเขาเป็สตรีงามที่สวมชุดกงจวงสีแดง สตรีผู้นี้นางรู้จัก คนคือเซ่าหลันจากตระกูลอวิ๋นผู้เป็ชายาองค์ชายสี่และเป็สตรีที่เมื่อหลายปีก่อนชอบพอจวินเหยียนขณะปลอมตัวเป็ฉินเหยียนจนก่อเหตุวางยาเขา
หึหึ โลกใบนี้เป็อะไรกันไปหมดแล้ว สตรีที่เคยชอบพี่ชายมาก่อนไม่กี่ปีให้หลังกลับมาแต่งให้น้องชาย
หากถูกเ้าสี่รู้เข้าว่า ชายาองค์ชายผู้น่าเกรงขามที่จวนตนเคยมีอดีตที่ไม่ดีงามทั้งยังเคยวางยาพี่รองของตน ด้วยเื่นี้ก็ไม่รู้เขาจะทำเช่นไร?
“คารวะพี่หญิง ขอพี่หญิงทรงพระเจริญ” อวี้เฟยเดินมาถึงข้างกายฮองเฮาอย่างช้าๆจากนั้นจึงค้อมตัวคารวะอีกฝ่าย
บุตรชายที่ตามติดมาข้างกายก็นำภรรยาถวายบังคมด้วย
ฮองเฮาทำเพียงมองทั้งสามคนเรียบๆ จากนั้นก็พูดว่า “ลุกขึ้นเถอะ”
แค่พูดเพียงประโยคหนึ่งด้วยทีท่าและน้ำเสียงที่เรียบเฉยอย่างที่สุด แต่คนในเหตุการณ์ต่างก็รับรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮองเฮากับอวี้เฟยไม่ได้ดีกันมากมายอย่างที่พวกเขาเห็นด้วยตาถึงขนาดที่อาจพูดได้ว่า ในสายตายามที่ฮองเฮามองอวี้เฟยนั้นเต็มไปด้วยความแค้นอันเข้มข้น
ทว่า ความแค้นกลับวาบผ่านเพียงครู่ ไม่นานก็ถูกปิดกลบ
“น้องหญิงอวี้ เหตุใดจึงไม่พาองค์ชายสี่และชายาองค์ชายสี่ไปยังตำหนักอวิ๋นเหอแต่กลับพามาหาเปิ่นกงที่นี่ ทำให้เปิ่นกงประหลาดใจแล้ว” สิ่งที่ต้องรู้ก่อนงานฉลองในค่ำคืนนี้เป็การร่วมฉลองกับบรรดาขุนนางนับร้อย ทั้งพระสนม และพระชายาจำนวนไม่น้อยต่างต้องหาวิธีแต่งกายให้งดงามโดดเด่นจากนั้นก็หาวิธีดึงดูดสายพระเนตรของฮ่องเต้ในงานเลี้ยง
ถึงกระนั้นอวี้เฟยผู้นี้ที่ในทุกครั้งมักจะเลือกสวมใส่เพียงชุดกงจวงแบบทั่วๆไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่กลับได้รับสายพระเนตรที่แตกต่างของฮ่องเต้เสมอ นี่เป็สิ่งที่ฮองเฮาคิดริษยามาโดยตลอดทั้งที่ความจริงแล้วนางกับอวี้เฟยต่างก็มีอายุที่ไม่ได้แตกต่างกันมากทว่าอวี้เฟยกลับทำให้ฮ่องเต้มีใจคะนึงหาอย่างยากจะลืมเลือนได้
เป็สตรีของฮ่องเต้เหมือนกัน มิหนำซ้ำนางยังเป็ถึงภรรยาเอก แต่เหตุใดสายพระเนตรและความคะนึงหาเ่าั้ตัวนางกลับไม่เคยได้รับบ้าง
อวี้เฟยยิ้มบางๆ “พวกเราได้ยินมาว่า หวาหยางจวิ้นจู่เข้าวังมาแล้ว เ้าสี่ก็เลยอยากจะมาพบนางส่วนหม่อมฉันเองก็คิดอยากจะมาหาเด็กน้อยน่ารักผู้นี้สักหน่อย จึงถือโอกาสนี้มาคารวะพี่หญิงด้วยเลย”
ประโยคที่ฟังดูเรียบง่ายประโยคเดียวสามารถตีความได้ว่า ไม่ใช่ว่าอวี้เฟยอยากจะมาเข้าเฝ้านางแต่เพราะบุตรชายตนอยากพบหน้าหลานสาวตัวน้อยของฮองเฮา จึงได้ถือโอกาสมาเยือน คำพูดนี้ไม่ต่างกับการตบพระพักตร์ฮองเฮาเข้าฉาดใหญ่เพราะเด็กที่นางไม่ชมชอบ ครอบครัวของพวกเขากลับชอบพอยิ่ง
เมื่อฮองเฮาได้ยินแล้วก็ได้แต่ต้องพยายามกดความโกรธไว้เพียงในใจยิ่งกว่าเดิมการได้พบคนเหล่านี้ทำให้นางเกือบจะโกรธจนสำลักตาย หลานสาวของนางต้องให้คนพวกนี้มาชมชอบหรือไร?ช่างเป็พวกยุ่งไม่เข้าเื่จริงๆ
อวี้เฟยนั้นไม่ได้สนใจเลยว่า ยามนี้ในใจของฮองเฮาจะคิดเช่นไร เพราะในสายตาของนางนางก็แค่ชอบหวานหว่านเท่านั้น อีกประการ การมีลูกชายแค่คนเดียวยังถือว่าน้อยเกินไปด้วยเหตุนี้ นางจึงได้เห็นค่าและปฏิบัติต่อจวินเหยียนเป็ดังลูกแท้ๆ ของตน หากคนจะไม่พอใจแล้วจะอย่างไร? นั่นก็เป็เื่ของคนคนนั้น ดังนั้น การที่นางจะรักและเอ็นดูครอบครัวนี้ก็เป็เื่ของนางฮองเฮาจะเข้ามายุ่งเกี่ยวมิได้
