เมื่อโจวเหวินหลงก้าวเข้าไปด้านในรถม้าเขาแทบไม่กล้าหายใจแรง ๆ ภาพที่ไป๋เล่อฉิงนอนหลับยิ่งทำให้เขาอยากปกป้องและทะนุถนอมนางไว้ในมือ แม้แต่น้ำตาสักหยดเขาก็ไม่อยากให้ร่วงหล่นจากดวงตากลมโตนั่น
ด้วยเกรงว่าจะทำให้ไป๋เล่อฉิงตื่นโจวเหวินหลงจึงแง้มผ้าม่านหน้าต่าง เพื่อส่งสัญญาณให้กลับเข้าเมืองหลวงโดยเร็ว เพราะเกรงว่าที่จวนตระกูลไป๋จะกระวนกระวายจนเป็เื่ใหญ่ได้
จิ่งฟางที่กลับมาถึงจวนพร้อมบ่าวชายทั้งสองคน ก็ถามบ่าวไพร่ในจวนว่าใต้เท้าไป๋กับคุณชายใหญ่กลับมาแล้วหรือยัง ส่วนคำตอบที่ได้รับก็คือเ้านายทั้งสองยังไม่กลับจวน ทั้งสามคนจึงตัดสินใจยืนรออยู่หน้าประตูมากกว่าไปรายงานกับหวังฮูหยิน
“ฮ้ายย เหตุใดวันนี้นายท่านกับคุณชายใหญ่ถึงกลับช้าเสียได้นะ ข้าไม่อยากนำเื่นี้ไปรายงานฮูหยินใหญ่เกรงจะใจนเป็ลมไปเสียก่อน”
“จิ่งฟางพวกเราก็รอนายท่านอยู่ที่นี่เถิด ข้าว่าไม่ถึงหนึ่งชั่วยามนายท่านคงกลับมาแล้วล่ะ” อาเผิงก็คิดเช่นเดียวกับจิ่งฟางเพราะฮูหยินใหญ่เพิ่งจะสบายใจหลังจากบุตรสาวหายป่วย
“ก็ดีเหมือนกันตอนนี้คงได้แต่ภาวนาให้คุณหนูปลอดภัย”
จิ่งฟางที่เอาแต่เดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจ เพราะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเ้านายสาว และนางไม่ยอมหยุดเดินจนผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม รถม้าอันคุ้นตาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าจวนเสียที
ใต้เท้าไป๋และไป๋เจิ้งหยูที่เพิ่งลงจากรถม้าก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เพราะจิ่งฟางรีบถลาเข้ามาทำความเคารพพร้อมรายงานเื่ที่เกิดขึ้นทันที
“นายท่าน คุณชายใหญ่ เกิดเื่กับคุณหนูแล้วเ้าค่ะ”
“เดี๋ยว ๆ ๆ จิ่งฟางเ้าตั้งสติหน่อยค่อย ๆ พูด” ไปเจิ้งหยูกล่าวเตือนจิ่งฟางที่ละล่ำละลักพูดทำให้เขาเกิดความงุนงง
“คุณหนูหายตัวไปขณะที่ต่อแถวซื้อขนมชนิดใหม่ที่ร้านเยว่ฮวาโหลว พวกบ่าวสามคนช่วยกันตามหาแล้วแต่หาอย่างไรก็ไม่พบตัวคุณหนูสี่เ้าค่ะ”
“ฉิงเอ๋อร์หายตัวไปงั้นรึ! นี่มันเกิดอะไรกับบุตรสาวคนนี้ของข้านักนะ เพิ่งจะหายป่วยก็มาหายตัวไปอีก” ใต้เท้าไป๋ทั้งใและทุกข์ใจกับสิ่งที่บุตรสาวคนนี้ต้องพบเจอ
ไป๋เจิ้งหยูแม้จะใไม่แพ้บิดาแต่เขายังพอมีสติถามเรี่องราวกับจิ่งฟางเพิ่มเติม “จิ่งฟางยามที่พวกเ้าแยกกันไปตามหาน้องสาวของข้า ได้ถามชาวบ้านละแวกนั้นด้วยหรือไม่”
“เรียนคุณชายใหญ่บ่าวกับพวกอาเผิงถามชาวบ้านจนทั่ว แต่พวกเขาก็ตอบเป็เสียงเดียวกันว่าไม่เห็นเ้าค่ะ คุณชายใหญ่บ่าวกลัวว่าจะมีคนคิดทำมิดีมิร้ายคุณหนู พวกท่านรีบให้คนไปช่วยกันตามหาเถิดเ้าค่ะ”
ใต้เท้าไป๋ได้ยินสิ่งที่จิ่งฟางพูดออกมาก็เริ่มกังวลในเื่นี้ จึงหันไปสั่งการกับคนสนิทอย่างเฉินเจี๋ย แต่คำสั่งของเขาต้องหยุดไว้เพียงเท่านั้น เพราะมีรถม้าคันใหญ่มาหยุดอยู่ด้านหน้าจวนพอดี
“เฉินเจี๋ย...”
กุบกับ ๆ ๆ ยู๊ว์
หลังจากรถม้าหยุดนิ่งอยู่กับที่เป็โจวฉีิที่ลงจากหลังม้า และเดินเข้ามาทำความเคารพใต้เท้าไป๋กับไป๋เจิ้งหยูอย่างมีมารยาท ก่อนจะบอกถึงสาเหตุที่ตนนำรถม้ามายังจวนไป๋ในยามนี้
“คารวะใต้เท้าไป๋ คุณชายใหญ่ไป๋ขอรับ”
สองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าผู้มาเยือนคือใคร พวกเขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าหรือเคยสนทนากันมาก่อน
“เอ่อ คุณชายท่านนี้ไม่ทราบว่ามาที่จวนของข้าด้วยเหตุใดหรือ”
“อ้อ ข้าโจวฉีิบอกใต้เท้าตามตรงที่ข้ามายังจวนของท่าน เพราะ้าพาคนผู้หนึ่งมาส่งให้กับครอบครัว หากใต้เท้ากับคุณชายใหญ่ไป๋ไม่เชื่อ เชิญพวกท่านไปดูด้านในรถม้าก่อนก็ย่อมได้ขอรับ”
ไป๋เจิ้งหยูจ้องมองโจวฉีินิ่ง ๆ ก็ไม่พบพิรุธอันใดจึงหันไปเอ่ยกับบิดาของตน “ท่านพ่อดู ๆ แล้วคุณชายท่านนี้มิได้มีท่าทีโกหก ข้าว่าพวกเราไปดูให้เห็นกับตาก็ดีนะขอรับ”
“อืม”
โจวฉีิพาใต้เท้าไป๋กับไป๋เจิ้งหยูไปยังด้านหน้ารถม้า โดยคนที่เปิดประตูออกให้เห็นด้านในก็คือโจวเหวินหลง เมื่อสองพ่อลูกเห็นว่าคนที่โจวฉีิพูดถึงเป็ใคร จึงเรียกชื่อเ้าของร่างบางแต่ได้รับการปรามไว้เสียก่อน
“ฉิงเอ๋อร์! /น้องพี่!”
“ชู่ว์...พวกท่านกำลังจะทำให้นางตื่น คุณชายใหญ่ไป๋ท่านช่วยอุ้มน้องสาวของท่านกลับไปที่เรือนก่อนเถิด ส่วนสาเหตุที่นางมาอยู่กับข้าได้อย่างไรนั้น ประเดี๋ยวข้าจะอธิบายให้พวกท่านฟังเอง”
ไป๋เจิ้งหยูเดินขึ้นไปอุ้มน้องสาวอย่างเบามือเพื่อมิให้นางตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ด้านใต้เท้าไป๋จึงหันไปกำชับกับจิ่งฟางเื่การดูแลบุตรสาวของตน
“จิ่งฟางคอยดูแลคุณหนูของเ้าให้ดี”
“เ้าค่ะนายท่าน”
“เช่นนั้นเชิญคุณชายทั้งสองเข้าไปนั่งพักด้านในกับข้าเถิด เื่ที่ท่านจะอธิบายไว้รอบุตรชายของข้ากลับมาแล้วค่อยพูดคุยกัน”
“เชิญใต้เท้าไป๋”
ภายหลังใต้เท้าไป๋เชิญแขกที่ช่วยเหลือบุตรสาวคนที่สี่มาถึงโถงรับรอง ก็เป็เวลาเดียวกับที่ไป๋เจิ้งหยูกลับมานั่นจึงไม่ต้องรอให้เสียเวลาในการพูดคุย
“คุณชายโจวทั้งสองเชิญนั่ง”
“ไม่ทราบว่าคุณชายโจวท่านนี้มีนามว่าอันใดหรือ?”
โจวเหวินหลงนั่งหลังตรงด้วยท่าทางสง่างาม เขามองสบตาใต้เท้าไป๋ยามตอบคำถามเพื่อแสดงให้เห็นว่ามิได้เป็คนพูดจาโป้ปดมดเท็จ
“ข้าโจวเหวินหลงบุตรชายคนโตของโจวหงเจินคหบดีอันดับหนึ่งของแคว้นเซี่ยนหนิง คาดว่าใต้เท้าไป๋คงเคยได้ยินชื่อเสียงของตระกูลโจวมาบ้างกระมังขอรับ”
ใต้เท้าไป๋จะไม่รู้จักตระกูลโจวอันยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงได้อย่างไร “แน่นอนว่าข้าย่อมได้ยินชื่อเสียงของนายท่านโจว พวกท่านทำการค้าเก่งกาจครอบคลุมทุกด้าน มีตระกูลที่ทำการค้ามากมายแม้แต่ตระกูลขุนนาง ล้วนอยากเกี่ยวดองกับพวกท่าน”
“เื่นั้นข้ากับน้องชายมิได้สนใจ คนเ่าั้ล้วนหวังในทรัพย์สมบัติของตระกูลโจว เอาเป็ว่าบุตรชายตระกูลโจวจะเลือกคู่ชีวิตด้วยตนเอง แต่ตอนนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณหนูสี่ก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
“โอ้ นั่นสินะว่าแต่บุตรสาวของข้าไปอยู่กับพวกท่านได้อย่างไรหรือ เพราะสาวใช้ของนางเพิ่งบอกว่านางหายตัวไปที่หน้าร้านเยว่ฮวาโหลว”
“ตอนที่ไปส่งฉิงเอ๋อร์ที่เรือนข้าสังเกตเห็นที่ข้อมือของนางมีรอยแดงจากเชือก นั่นหมายความว่านางมิได้หายตัวไปธรรมดาใช่หรือไม่คุณชายใหญ่โจว” ไป๋เจิ้งหยูที่พาน้องสาวกลับเรือนของนาง บังเอิญเห็นร่องรอยบนข้อมือขณะที่วางร่างของนางลงบนเตียง
โจวเหวินหลงย่อมไม่ปิดบังว่าที่ไป๋เล่อฉิงเป็เช่นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร “ใช่ เพราะนางถูกคนของเส้าเหยี่ยนเสียงลักพาตัวไปยังอารามร้างนอกเมือง และนี่เป็แผนการวีรบุรุษช่วยสาวงาม เพื่อให้คุณหนูสี่ไม่อาจหลบเลี่ยงชื่อเสียงที่เสียหาย สุดท้ายนางต้องแต่งเข้าจวนตระกูลเส้าเท่านั้น”
“คนผู้นี้อีกแล้วรึ! เมื่อหลายวันก่อนบุตรสาวของข้าก็ประกาศอย่างชัดเจน ว่านางไม่้ายุ่งเกี่ยวกับเส้าเหยี่ยนเสียงอีก หรือคิดว่าบุตรสาวของข้าพูดจาล้อเล่นหรืออย่างไร”
“หึ ที่ผ่านมาคงมองว่าฉิงเอ๋อร์มักจะโกรธเพียงไม่นาน นางก็จะกลับไปวิ่งตามเหมือนเดิมครั้งนี้เส้าเหยี่ยนเสียงก็คงคิดเช่นนั้น แต่สาเหตุที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่ถึงกับต้องวางแผนร้ายกาจเช่นนี้” ไป๋เจิ้งหยูยังคิดไม่ออกถึงการกระทำของเส้าเหยี่ยนเสียง
“ขอไม่ปิดบังใต้เท้าไป๋กับคุณชายใหญ่ไป๋ เื่นี้ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากที่ข้าให้คนไปจัดการขบวนสินค้าของตระกูลเส้า เพื่อสั่งสอนเส้าเหยี่ยนเสียงที่ปล่อยให้คุณหนูสี่ยืนตากน้ำค้างอยู่ครึ่งค่อนคืน สุดท้ายนางต้องล้มป่วยนอนซมอยู่หลายวัน
ซึ่งทำให้ตระกูลเส้าสูญเสียเงินไปนับหมื่นตำลึงและสถานการณ์เกี่ยวกับเงินทองเกิดปัญหาใหญ่ เสนาบดีเส้าจึงอยากให้เส้าเหยี่ยนเสียงรีบแต่งงานกับคุณหนูสี่ เพราะหวังจะใช้สินเดิมของนางไปอุดรอยรั่วของตระกูล”
โจวฉีิเอ่ยสำทับให้กับคำพูดของพี่ชาย ที่แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในตัวของไป๋เล่อฉิงจากใจจริง
“ใต้เท้าไป๋พี่ชายของข้าคาดการณ์เื่นี้ได้อย่างแม่นยำ จึงส่งคนเข้าไปสืบข่าวในจวนของเสนาบดีเส้า จนทราบถึงแผนการชั่วช้าของเส้าเหยี่ยนเสียง ทำให้ตามไปช่วยคุณหนูสี่ออกมาก่อนที่เส้าเหยี่ยนเสียงจะไปถึงขอรับ”
ใต้เท้าไป๋ไม่ละสายตาไปจากบุรุษที่ท่าทางสุขุมเ็า แต่ยามพูดถึงบุตรสาวของตนในแววตากลับปรากฏความอ่อนโยนให้เห็น เพราะเป็คนซื่อตรงไม่ชอบการพูดจาอ้อมค้อม คำถามนี้จากใต้เท้าไป๋บ่งบอกได้ว่าจริงจังเป็อย่างมาก
“การที่คุณชายใหญ่โจวทำเช่นนี้กับตระกูลเส้า ไม่ทราบว่าท่านกำลังคิดอันใดกับบุตรสาวของข้าใช่หรือไม่?”
“ใช่ ข้ายอมรับว่าแอบพึงใจคุณหนูสี่มานานแล้ว ก่อนหน้าเป็เพราะต้องเดินทางไปจัดการปัญหาเื่การค้า ทำให้เส้าเหยี่ยนเสียงมีโอกาสเข้ามาหลอกลวงนาง และทำร้ายความรู้สึกของนางจนกลายเป็เช่นนี้ได้
ข้าโจวเหวินหลงชอบก็คือชอบเกลียดก็คือเกลียด หากใต้เท้าไป๋จะให้โอกาสข้าได้ทำความรู้จักกับคุณหนูสี่มากกว่านี้ ท่านจะเห็นนางมีแต่ความสุขไม่ว่านางอยากทำสิ่งใดข้าจะคอยสนับสนุนนางทุกอย่าง”
ใต้เท้าไป๋และไป๋เจิ้งหยูไม่คิดว่าโจวเหวินหลงจะเอ่ยขออนุญาตตรง ๆ แววตาที่แสดงออกมามีแต่ความมุ่งมั่น ว่าเขาสามารถทำอย่างที่พูดได้จริง ๆ เพียงแค่ใต้เท้าไป๋ไม่อาจตัดสินใจแทนบุตรสาวได้ เขาจึงแบ่งรับแบ่งสู้ยกให้บุตรสาวเป็คนตัดสินใจด้วยตนเอง
“ข้าขอบคุณคุณชายใหญ่โจวที่มีความจริงใจต่อบุตรสาวของข้า แต่เื่นี้คงต้องยกให้นางตัดสินใจด้วยตนเอง ข้าอนุญาตให้ท่านกับนางได้ทำความรู้จักกัน สุดท้ายแล้วไม่ว่าบุตรสาวของข้าจะตัดสินใจอย่างไร ขอท่านช่วยเคารพการตัดสินใจของนางก็พอ”
“ขอบคุณใต้เท้าไป๋ท่านไม่ต้องกังวล ข้าไม่มีทางให้คุณหนูสี่ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เมื่อเวลาผ่านไปหากนางไม่รู้สึกอันใดกับข้า อย่างน้อยก็ถือว่าพวกเราสองตระกูลได้รู้จักกัน ในภายหน้าไม่ว่าเกิดเื่อันใดตระกูลโจวยินดีช่วยเหลือ
หากไม่เป็การก้าวก่ายมากเกินไป วันนี้คนสนิทของข้าซวี่ไห่จะเป็องครักษ์ คอยติดตามดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูสี่ ส่วนข้ากับน้องชายต้องขอตัวกลับก่อนไว้ข้าจะมาเยี่ยมคุณหนูสี่อีกครั้งขอรับ”
“ในเมื่อเป็ความหวังดีจากคุณชายใหญ่โจวข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร ขอบคุณท่านอีกครั้งทั้งเื่ที่ช่วยบุตรสาวของข้า และมอบคนสนิทไว้คอยดูแลความปลอดภัยให้นาง จวนไป๋ของเรายินดีต้อนรับท่านทุกเมื่อ” ใต้เท้าไป๋จะปฏิเสธความหวังดีที่พวกเขาคาดไม่ถึงนี้ได้อย่างไร
“ไว้พบกันใหม่ขอรับ”
สองพ่อลูกเดินมาส่งแขกที่เป็ผู้มีพระคุณของครอบครัวเพียงหน้าโถงรับรองแขก เื่ที่ได้รับรู้เกี่ยวกับแผนการของเส้าเหยี่ยนเสียงยิ่งทำให้พวกเขาต้องระวังตัวมากขึ้นเสียแล้ว
ส่วนบุรุษผู้ได้รับอนุญาตในการคบหาจากบิดาของสตรีในดวงใจ เดินไปขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์ดีมากกว่าทุกวัน แม้แต่โจวฉีิยังไม่อยากเชื่อสายตาว่าพี่ชายจะมีท่าทางเช่นนี้ได้ ด้านซวี่ไห่เดินตามมาส่งเ้านายก่อนจะกลับเข้าไปทำหน้าที่ของตน ต่อจากนี้ข้างกายของไป๋เล่อฉิงจะมีเขาคอยดูแลทุกฝีก้าวตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
