ในใจของหวังเฮ่ายิ่งเกลียดโจวถงมากขึ้น เอ่ยว่า “พี่หญิง หากท่านไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง ต่อไปน้องชายจะดูแลท่านเองขอรับ”
“น้องสาม ชิงชิงก็เอ่ยเหมือนกันกับเ้า” หวังเยวี่ยคิดบางอย่าง เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้ม ดวงตาเปล่งประกาย “ชิงชิงให้เงินเดือนข้าด้วย! ชิงชิงบอกว่าสตรีต้องมีเงินในมือ เมื่อมีเงินก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดแล้ว”
หวังเฮ่าได้ยินชื่อของภรรยา ก็อารมณ์ดีขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้
“เ้าต้องดีกับชิงชิง” หวังเยวี่ยเอ่ยกําชับ “เ้าต้องรักและทะนุถนอมชิงชิง”
“ขอรับ” หวังเฮ่าพยักหน้าแรงๆ ภรรยาของเขาทุ่มเทให้กับครอบครัวเขามากเพียงนี้ หากเขาไม่รักทะนุถนอมนาง ทำไม่ดีต่อนาง เขาจะยังเป็มนุษย์อยู่อีกหรือ?
“ชิงชิงรู้วิชาแพทย์ ช่วยชีวิตคนเอาไว้หลายคน ชีวิตของเ้าช่างดีจริงๆ ที่สามารถแต่งงานกับชิงชิงได้”
“เป็เช่นนั้นขอรับ”
“เ้าต้องดีกับชิงชิง ไม่อาจทําให้ชิงชิงเสียใจได้”
“ข้าทราบแล้ว พี่หญิง ท่านเห็นว่าข้าเป็คนประเภทที่ไม่ดีต่อภรรยาหรือ?”
“นี่ก็พูดยาก บางคนเป็คนดี แต่ไม่ดีต่อภรรยา”
“น้องชายของท่านจะไม่เป็เช่นนั้น”
ด้านหลี่ชิงชิง นางกังวลว่าหวังเฮ่าจะสงสัยถึงที่มาที่ไปของนางจากเื่ของโจวถง และยังกังวลเื่นอนร่วมเตียงกับหวังเฮ่าในคืนนี้...
นางกลัวว่าจะปิดหวังเฮ่าผู้ที่มีความรู้กว้างขวางไม่มิด
ในห้องครัว มือทั้งสองข้างของหวังจื้อถือมีดสับไส้หมูเหมือนอย่างวันก่อนๆ ก่อนที่จางซื่อจะพาหวังเจาตี้พี่น้องไปล้างหน้าล้างตา นางกำชับเขาเสียงเบาเป็พิเศษว่า “น้องสะใภ้ยังต้องตื่นมาทํางานกลางดึก เ้าบอกน้องสามว่าคืนนี้ให้เบาๆ หน่อย”
หวังจื้อใบหน้าแดงก่ำ ทว่าเื่นี้เขาเป็บอกคงเหมาะสมกว่า
ความตั้งใจเดิมของหวังเฮ่าคือปลอบใจหวังเยวี่ย แต่ผู้ใดจะรู้ว่าตนกลับถูกหวังเยวี่ยกำชับว่าให้ดีต่อหลี่ชิงชิงอยู่ครึ่งค่อนวัน จากนั้นเขาก็ถูกหวังจื้อกำชับอีกสองสามประโยค ให้เขาถนอมและเอาใจใส่หลี่ชิงชิง
หลี่ชิงชิงแต่งงานมาเพียงไม่กี่เดือน คนตระกูลหวังต่างก็พูดเพื่อนางแล้ว ในใต้หล้านี้ไม่มีการทำดีโดยไม่มีเหตุผล แต่เห็นได้ว่าหลี่ชิงชิงทุ่มเทให้กับคนตระกูลหวังยิ่ง
หวังเฮ่าทั้งซาบซึ้งใจและรู้สึกผิดในใจ
ภรรยาที่ดีเช่นหลี่ชิงชิงแต่งให้กับทหารชั้นผู้น้อยเช่นเขา วันเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันตลอดทั้งปี นับรวมกันแล้วยังไม่ถึงหนึ่งเดือน
เขาไม่ได้ทําหน้าที่ของสามีให้ดีที่สุด
ยามที่หวังเฮ่ากลับมาที่ห้องนอน ก็เห็นว่าหลี่ชิงชิงนอนหลับอยู่บนเตียงแล้ว แต่ยังจุดไฟไว้ให้เขาอยู่
ตอนบ่ายเขาได้รู้จากปากของน้องชายและน้องสาวแล้วว่า หลังจากที่หลี่ชิงชิงหาเงินได้ก็เอ่ยขอท่านพ่อท่านแม่เพื่อจุดตะเกียงน้ำมันในห้องนอนตอนกลางคืน
ครั้งหนึ่งครอบครัวของเขายากจนเกินกว่าจะจุดตะเกียงน้ำมันได้ ยามนี้เงินที่ภรรยาของเขาหามาได้ ได้นำไปซื้อตะเกียงน้ำมันให้กับห้องนอนทุกห้องในบ้าน ทำให้คนในบ้านไม่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืดอีกต่อไป
ค่ำคืนนี้ภรรยาของเขายังตั้งใจจุดตะเกียงไว้ให้เขา
หวังเฮ่ารู้สึกซาบซึ้งอีกครั้ง ค่อยๆ ย่องไปถอดเสื้อผ้าอย่างเบามือ หลังจากเป่าไฟดับแล้วก็ขึ้นเตียง พบว่าในห้องมืดสนิทไปหมด และเสียดายที่เมื่อครู่ไม่ได้มองภรรยาตอนที่ยังมีแสงไฟส่องอยู่
ปกติยามอยู่ในกองทัพ เวลานี้ก็ปิดค่ายแล้ว นอกจากยืนเฝ้าเวรและลาดตระเวน พลทหารที่เหลือล้วนเข้านอนกันแล้ว
แต่ละวันพวกเขาล้วนฝึกซ้อมอย่างหนัก อาหารการกินไม่ดี ทั้งเหนื่อยและหมดเรี่ยวแรง
ทุกคนนอนอยู่บนเตียงดินที่ทั้งแข็งและปูรองด้วยหญ้าแห้ง สนทนากันไม่กี่คําก็หลับแล้ว
ไหนเลยจะสะดวกสบายเหมือนนอนบนเตียงไม้ที่ปูด้วยผ้านวมนุ่มๆ ในบ้านตนเอง
หวังเฮ่าเอื้อมมือไปััผ้าห่มผืนใหม่ นี่เป็สิ่งที่ภรรยาทําให้เขาเป็พิเศษ ทันใดนั้นก็รู้สึกชื่นอกชื่นใจเป็อย่างยิ่ง
เขากลัวว่าหากขยับมากเกินไปที่จะทำให้ภรรยาตื่นได้ จึงเอาแต่นอนหงายไม่พลิกตัว
หลี่ชิงชิงยังไม่ได้หลับ นางฟังเสียงเคลื่อนไหวอยู่ตลอด รออยู่พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงกรนของหวังเฮ่าดังขึ้น
คนผู้นี้พูดจริงทําจริงอย่างแท้จริง ฮึ่ย ไม่แม้แต่จะจูบราตรีสวัสดิ์นางสักครั้ง
โดยปกติแล้วตอนกลางคืนจะเงียบมาก จู่ๆ ก็มีบุรุษมานอนกรนอยู่ข้างกาย ทําให้หลี่ชิงชิงนอนไม่หลับ นางนึกถึงสิ่งที่หวังเฮ่าเคยกล่าวและเื่ที่ทําในวันนี้ แล้วนึกถึงหวังเฮ่าในตอนแต่งงาน คนผู้นี้หน้าตาหล่อเหลา ดีต่อญาติพี่น้องและมิตรสหาย มีความรับผิดชอบ ความสามารถและไม่คร่ำครึ นอกจากครอบครัวที่ยากจนแล้ว อย่างอื่นล้วนดียิ่ง
ทว่ามนุษย์ไม่มีผู้ใดที่สมบูรณ์แบบ หวังเฮ่าย่อมมีข้อบกพร่อง
ข้อบกพร่องของหวังเฮ่าคือสิ่งใดกันนะ?
หลี่ชิงชิงคิดไปคิดมาก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว... เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ล่วงเข้ากลางดึกแล้ว นางเคยชินกับการตื่นในเวลานี้แล้ว
นางไม่ได้จุดตะเกียงน้ำมันเพราะกลัวว่าจะทำให้หวังเฮ่าตื่น หวังเฮ่าลำบากกับการเป็ทหารมามาก ไม่ง่ายเลยที่จะได้กลับมาเยี่ยมญาติ นาง้าให้หวังเฮ่านอนหลับอย่างสบาย
การเคลื่อนไหวของนางทั้งการตื่นนอน แต่งตัวและปิดประตูล้วนเป็ไปอย่างเบามือ เมื่อก่อนนางจะล้างหน้าในห้องนอน แต่วันนี้เปลี่ยนไปที่ลานบ้าน
หวังเยวี่ยตื่นเร็วกว่าหลี่ชิงชิงเล็กน้อย นางทำการนวดแป้งในห้องครัวแล้ว เมื่อคืนหวังเยวี่ยไม่ได้นอนไม่หลับ นางคิดได้แล้ว ตามที่หลี่ชิงชิงกล่าว นางจะเก็บเงินจำนวนหนึ่ง และรักษาร่างกายให้ดีขึ้น เมื่อมีเงินในมือและมีสุขภาพที่ดี ก็ไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกต่อไป
ทันทีที่หลี่ชิงชิงเข้าไปในห้องครัวก็เข้าสู่สถานการณ์มือเป็ระวิง นางเริ่มจากการปรุงไส้ซาลาเปาก่อน แล้วเริ่มนวดแป้งที่ใช้ห่อซาลาเปากับหวังเยวี่ย
หลิวซื่อปรากฏตัวในห้องครัวโดยไม่มีใครสังเกตเห็น นางเดินเข้ามาแล้วรีบเอ่ยว่า “ชิงชิง เ้ารีบกลับไปพักผ่อน ข้าทำเอง”
สตรีสองนางกําลังทํางานอย่างใจจดใจจ่อ ถูกหลิวซื่อทำเอาใไปตามๆ กัน
หลี่ชิงชิงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ท่านแม่ วันนี้ทำซาลาเปาไม่มาก พวกข้าจวนจะห่อเสร็จแล้ว”
หวังเยวี่ยเอ่ยตามตรง “ท่านแม่ ซาลาเปาที่ท่านห่อหน้าตาน่าเกลียดเกินไป ท่านอย่าห่อเลยเ้าค่ะ”
หลิวซื่อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก สมกับที่เป็บุตรสาวแท้ๆ ของนางเสียจริง “นางเด็กตัวเหม็น ยังรังเกียจที่ข้าห่อไม่ดีอีก!”
หวังจวี๋ก็ตื่นขึ้นมาช่วยจุดไฟ หลิวซื่อเห็นว่าหวังจวี๋ห่อซาลาเปาดีกว่าตน จึงแย่งงานจุดไฟ แล้วให้หวังจวี๋ไปห่อซาลาเปา
หลี่ชิงชิงยังคงถูกหลิวซื่อแม่ลูกไล่ออกจากห้องครัว
น้ำเสียงประหลาดใจของผู้เฒ่าหวังดังมาจากห้องโถงที่มืดสนิท “ชิงชิง เหตุใดถึงตื่นขึ้นมาทํางานแล้ว?”
เสียงหวังเฮ่าดังมาจากลานบ้านที่มืดสนิท “ท่านพ่อ อาจเป็เพราะข้ากรนดังเกินไป ทําให้ลูกสะใภ้ของท่านนอนไม่หลับ”
“หวังเฮ่า เหตุใดเ้าก็ตื่นแล้ว? เมื่อคืนมิใช่ตกลงกันแล้วหรือว่า วันนี้ชิงชิงไม่ต้องทํางาน พวกเ้านอนให้มากหน่อยก็ได้!” ผู้เฒ่าหวังใจจดใจจ่อว่าจะได้อุ้มหลานชายและหลานสาวแท้ๆ ตัวอ้วนๆ ในปีหน้า แต่ลูกชายลูกสะใภ้กลับไม่นอน คิดแต่จะทํางาน นี่ใช้การไม่ได้
หวังเลี่ยงเดินไปที่ริมบ่อ เตรียมเอาถังไม้มาตักน้ำใส่โอ่ง เอ่ยขึ้นว่า “พี่สาม กว่าท่านจะกลับมาได้แต่ละครั้งไม่ง่ายเลย รีบไปนอนเถิด พี่สะใภ้สาม ท่านทำงานทุกวัน พี่สามของข้ากลับมา ท่านก็รีบตามไปพักผ่อนด้วยกันเถิดขอรับ”
ด้วยเหตุนี้เอง หวังเฮ่าและหลี่ชิงชิงสามีภรรยาจึงถูกคนในบ้านไล่ให้กลับมาที่ห้องนอน
“เ้ารีบนอนเถิด เ้านอนก่อน จะได้ไม่ต้องฟังเสียงข้ากรน”
“เ้าตื่นขึ้นมาทำไม เป็เพราะข้าตื่นแล้วทำเสียงดังรบกวนเ้าหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าอยู่ในกองทัพ ต้องตื่นแต่เช้าจนติดเป็นิสัยแล้ว”
“กองทัพตื่นเช้าขนาดนี้เชียวหรือ?” หลี่ชิงชิงคำนวณเวลาในใจ ยามนี้เป็เวลาตีสามกว่าแล้ว ทหารของแคว้นต้าถังฝึกซ้อมั้แ่เช้าขนาดนี้เลยหรือ?
“ไม่ใช่ การฝึกยามเช้าของกองทัพช้ากว่านี้หนึ่งชั่วยาม” หวังเฮ่ากดเสียงต่ำลง แล้วเอ่ยว่า “ข้าต้องฝึกการต่อสู้ จึงต้องตื่นเช้ากว่าผู้อื่นหนึ่งชั่วยาม”
“เ้าฝึกการต่อสู้ ฝึกการต่อสู้ใดหรือ?” หลี่ชิงชิงเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที ไม่คิดว่าสามีของนางยังต้องฝึกการต่อสู้อีก แต่ก็ใช่ หากหวังเฮ่าไม่มีทักษะการต่อสู้ แล้วจะสังหารพวกโจรูเาชั่วช้าและสร้างความดีความชอบได้อย่างไร
หวังเฮ่าเห็นว่าภรรยาสนใจเื่ของตนเอง ในใจก็เกิดความสุข อาศัยแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมัน เขาเห็นว่าหลี่ชิงชิงฟังอย่างตั้งใจ ก็อดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนาง
“เ้าฝึกหนักขนาดนี้ ก็เพื่อสร้างความดีความชอบทางทหารหรือ?”
