การเดินทางรอนแรมของสำนักตรวจสอบ นำโดยฟู่หลงเหยียนผู้เป็หัวหน้า ในที่สุดพวกเขาร้อยกว่าชีวิตก็มาหยุดอยู่บริเวณชายป่า ก่อนจะถึงเมืองซุยโจวเพียงห้าสิบลี้เท่านั้น เนื่องจากได้รับคำเตือนถึงอันตรายจากอวี้จิ่น ฟู่หลงเหยียนจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชา นำชุด
ผ้าฝ้ายธรรมดามาสวมใส่ เพื่อปลอมเป็ชาวบ้านเข้าไปหางานทำในเมือง
เมืองซุยโจวมีูเาอยู่โดยรอบ เมื่อหลายสิบปีก่อนมีข่าวลือเื่โจรูเาผู้เหี้ยมโหด ปล้นสะดมหมู่บ้านรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่ขบวนคาราวานที่เดินทางผ่าน ทว่าความอันตรายของพวกมันไม่ใช่แค่ความรุนแรง หากแต่เป็ความเ้าเล่ห์ของผู้นำโจรอย่าง “หยางเสวียน”
ผู้ฉลาดและเป็หัวหน้าโจร
ต่อมาทางการได้ส่งทหารเข้ามาปราบปราม ข่าวคราวของกลุ่มโจรนี้จึงหายไปหลายปี ไม่มีผู้ใดรู้ว่าทางการได้ปราบโจรจนสิ้น หรือยังมีคนหลบหนีเอาตัวรอดไปได้หรือไม่ จนกระทั่งครึ่งปีที่ผ่านมาเริ่มมีเื่ให้ชาวบ้านประหลาดใจ และทำให้พวกเขาต้องอยู่อย่างลำบาก คำสั่งของเ้าเมืองที่เปลี่ยนไปจากเดิม การรีดไถภาษีที่มากกว่าสามเท่า เหล่าเ้าหน้าที่ทำตัวยิ่งใหญ่คับฟ้า บุตรสาวบ้านใดงดงามเข้าตาต้องถูกนำตัวไปยังจวนเ้าเมือง ไม่มีผู้ใดกล้าฟ้องร้องทางการ แม้เคยมีบัณฑิตเขียนฎีกาถึงฮ่องเต้ แต่ถูกจับได้จึงถูกตัดหัวเป็การตักเตือน
หยางเสวียน หัวหน้าโจรที่หลบหนีไปได้ในครั้งนั้น ได้กลับมาแก้แค้นทางการด้วยการสวมรอยเป็เ้าเมืองซุยโจว โดยหยางเสวียนได้สังหารเ้าเมืองตัวจริง ที่เดินทางมารับตำแหน่งเสียกลางทาง หลังจากนั้นพาเหล่าพี่น้องโจรที่เหลือเกือบหนึ่งร้อยคน กลับเข้าเมืองด้วยฐานะเ้าเมืองซุยโจวนั่นเอง
เหนือฟ้ายังมีฟ้าถึงจะป้องกันอย่างดี แต่อย่างไรเสียความลับของคนชั่วย่อมเก็บไว้ไม่อยู่ เมื่อสายลับที่ถูกส่งมาสืบข่าว นำเื่ราวเขียนรายงานส่งกลับเมืองหลวงได้สำเร็จ นั่นจึงเป็เหตุผลที่ฟู่หลงเหยียนถูกฮ่องเต้ส่งมาที่นี่
“เฉินอิ่นทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วใช่หรือไม่”
“เรียนนายน้อย ทุกคนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“อืม จิ่งซวนเ้ากับซือหนงแบ่งคนไปครึ่งหนึ่ง พวกเราจะกระจายกำลังคนออกไป แบ่งไว้ด้านนอกเมืองสักยี่สิบคน สำหรับสืบข่าวจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง รวบรวมข่าวทั้งหมดและเขียนสรุปมาให้ข้า เมื่อเข้าเมืองแล้วจงนำข่าวไปรายงานที่โรงเตี๊ยมขนาดกลาง ที่นั่นจะเป็
ที่พักคาราวานสินค้าของข้า” ตัวฟู่หลงเหยียนจะปลอมเป็พ่อค้าเร่
“ขอรับใต้เท้า”
“ข้าหวังว่าพวกเ้าจะทำงานด้วยความรอบคอบ หากมีอันตรายอย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
“พวกเราเข้าใจแล้วขอรับใต้เท้า” จิ่งซวนกับซือหนงทำงานร่วมกับหัวหน้าผู้นี้ั้แ่แรกเริ่ม ย่อมเข้าใจคำเตือนที่หัวหน้าพูดออกมา นั่นหมายความว่าภารกิจครั้งนี้ไม่ง่าย
“เอาล่ะคืนนี้พวกเราจะพักแรมอยู่นอกเมืองเสียก่อน เมื่อถึงยามเหม่าให้เริ่มลงมือตามแผนได้ทันที”
“ขอรับใต้เท้า”
ลับร่างของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง ฟู่หลงเหยียนได้มอบภารกิจให้กับอู๋จิ้ง เนื่องจากเขามีความคล่องตัวสามารถเอาตัวรอด ยามเกิดสถานการณ์คับขันได้ดี
“อู๋จิ้ง เมื่อเข้าเมืองไปแล้วเ้ารับผิดชอบ เื่การสังเกตชาวบ้านภายในเมือง ข้าคิดว่าต้องมีคนยอมเป็หูเป็ตา เพื่อให้คนในครอบครัวมีชีวิตรอด หรือยอมเพราะได้รับผลประโยชน์เป็ค่าตอบแทน” เื่นี้ฟู่หลงเหยียนคิดมาตลอดทาง และ้าสืบให้ได้ข่าวที่ชัดเจน
“บ่าวทราบแล้วขอรับนายน้อย”
“เท่าที่พวกเราผ่านอำเภออื่น ๆ ยังััได้ว่า ชาวบ้านต่างมีสีหน้าทุกข์ระทมแทบทุกคน นั่นหมายความว่ามีบางอย่างผิดปกติ เ้าเมืองซุยโจวจะกระทำตัวเยี่ยงโจรร้ายได้อย่างไร แม้จะเป็พวกเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ แต่อย่างน้อยก็ยังไม่หนักเช่นเมืองซุยโจวยามนี้” เฉินอิ่นพูดตามสิ่งที่เห็นมาตลอดการเดินทาง
“นั่นคือเหตุผลที่ต้องลงมือให้รวดเร็ว และรอบคอบอย่าได้ประมาทศัตรู พวกเ้าสองคนไปพักเถิด”
“ขอรับนายน้อย”
ค่ำคืนนี้ทุกคนตั้งใจพักผ่อนให้เต็มที่ ั้แ่พรุ่งนี้พวกเขาต้องใช้พลังทั้งหมด เพื่อรวบรวมหลักฐานและข่าวสาร ที่จะนำไปสู่การจับกุมเ้าเมืองตัวปลอมมาสำเร็จโทษให้ได้ เมื่อยามเหม่ามาถึงทุกคนพร้อมทำตามแผน อาหารเช้ายามนี้ไม่สำคัญเท่าการสืบข่าว หิวเมื่อใดพวกเขาสามารถหากินเองได้ จิ่งซวนกับซือหนงแบ่งคนกันอีกครั้ง แยกกันไปตระเวนตามหมู่บ้านคนละทิศ ก่อนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อดวงตะวันหม่นแสง
ด้านฟู่หลงเหยียนพาขบวนการค้าเล็ก ๆ ไปยังประตูเมือง บนเกวียนหนึ่งเล่มมีหีบสินค้าสี่ห้าใบ เป็สินค้าราคาไม่สูงสักเท่าใดนัก แต่ค่าผ่านประตูเทียบเท่าสินค้าดี ๆ หนึ่งชิ้น เพียงเท่านี้ก็เดาได้มากกว่าครึ่งแล้วว่า นี่คือกลุ่มโจรอย่างแน่นอน
“พวกเ้าหยุดก่อน”
“พี่ชายเรียกพวกเราไว้มีสิ่งใดหรือขอรับ” เฉินอิ่นรับเป็คนเจรจาแทนเ้านาย
“บนเกวียนนั่นคือสิ่งใด เคยมาที่เมืองซุยโจวมาก่อนหรือไม่”
“อ้อ พี่ชายท่านนี้บนเกวียนนั่น เป็สินค้าที่นายท่านของข้านำมาทดลองทำการค้า และเพิ่งจะเคยมาที่เมืองซุยโจวเป็ครั้งแรก ขอพี่ชายช่วยชี้แนะด้วยนะขอรับ” แม้สีหน้าท่าทางจะต้องทำเป็นอบน้อม แต่ในใจของเฉินอิ่นแทบจะชักกระบี่ออกมาแทงให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น
“หึ ก็ไม่มีอันใดมากสำหรับการค้าเล็ก ๆ พวกเ้าจ่ายค่าผ่านประตูมาสามตำลึง จากนั้นสามารถเข้าไปทำการค้าได้”
“เอ่อ นายท่านขอรับ” เฉินอิ่นหันไปมองฟู่หลงเหยียนเพื่อขอความเห็น
“อืม”
“แหะ ๆ พี่ชายนายท่านของข้ายินดีอย่างยิ่ง พวกข้าช่างโชคดีที่ได้พี่ชายดูแล” เฉินอิ่นวางเงินสามตำลึงเงินบนมือให้อีกฝ่าย
“พวกเ้าให้ความร่วมมือเช่นนี้ก็ดี จะได้ไม่เหนื่อยพวกข้าออกแรง เข้าไปในเมืองได้แล้ว” ลูกน้องของหยางเสวียนพอใจมากที่เฉินอิ่นไม่ต่อรองเหมือนพ่อค้าคนอื่น
“ขอบคุณพี่ชาย หวังว่าจะมีโอกาสเลี้ยงสุราท่านนะขอรับ”
“ไป ๆ ๆ รีบเข้าไปได้แล้ว”
“นายท่านเข้าเมืองได้แล้วขอรับ” เมื่อถูกเร่งให้เข้าเมืองเฉินอิ่นจึงหันไปบอกฟู่หลงเหยียน ก่อนจะะโขึ้นเกวียนวัวผ่านประตูเมือง
ฟู่หลงเหยียนมิได้ตรงไปยังถนนทำการค้า เขากลับหาที่พักขนาดกลาง ซึ่งราคาค่าห้องพักไม่แพงจนเกินไป แต่ฟู่หลงเหยียนลืมไปว่ายามนี้อยู่ในพื้นที่ของโจร ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีราคาถูกได้อย่างไรกัน
“เถ้าแก่โรงเตี๊ยมของท่านไม่ได้หรูหรา เหตุใดถึงได้เก็บค่าห้องพักแพงนักเล่า เมืองอื่น ๆ ที่ข้าผ่านมายังไม่แพงเท่าที่นี่เลยนะเถ้าแก่” เฉินอิ่นทำทีบ่นกับเถ้าแก่เ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้
“โธ่ นายท่านทั้งหลายขอรับ ได้โปรดเห็นใจข้าสักนิดเถิดนะขอรับ หากข้าไม่เก็บค่าที่พักในราคานี้แล้วละก็ พอถึงกำหนดต้องจ่ายภาษีเกรงว่า ข้าคงมิพ้นถูกทำโทษเพราะไม่มีเงินได้นะขอรับ” เถ้าแก่โอดครวญให้แขกกลุ่มใหม่ได้ฟัง
“เหตุใดถึงต้องจ่ายภาษีทุกเดือนด้วยเล่า มิใช่ว่าภาษีจะเก็บทุกครึ่งปีมิใช่หรือ?” เฉินอิ่นแสร้งทำถามด้วยความไม่รู้
“เฮ้อ น้องชายพวกเ้าคงเพิ่งเคยมาเป็ครั้งแรกกระมัง ั้แ่เ้าเมืองคนนี้มาดูแลเมืองซุยโจว ก็อ้างว่าทางเมืองหลวงต้องเก็บภาษีเพิ่ม เนื่องจากต้องเตรียมหาซื้อเสบียงสำหรับกองทัพ และนำไปช่วยพัฒนาบ้านเมืองด้านอื่น ๆ พวกข้าคิดว่าคงไม่เก็บเพิ่มมากเกินไป
ทุกคนจึงยอมจ่ายแต่ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือน กลับกลายเป็ว่าชาวบ้านทุกคน ที่อยู่ในเขตเมืองซุยโจวต้องจ่ายภาษีทุกเดือน หากใครไม่ยอมจะถูกจับตัวไปลงโทษ มีบางคนเข้าคุกไปก็ไม่ได้กลับออกมาอีก”
“นี่มัน!! ขูดเืขูดเนื้อกันเกินไปกระมัง เก็บภาษีทุกเดือนเช่นนี้แล้วชาวบ้านที่ทำนาทำสวน จะอยู่กินกันอย่างไรรายได้พวกเขามิได้มากมาย” เฉินอิ่นเป็ผู้พูดเพียงคนเดียวส่วนเ้านายของเขาเป็ผู้ฟังอยู่เงียบ ๆ
“ข้าน่ะอยากให้ทางเมืองหลวง ส่งเ้าหน้าที่มาช่วยจัดการเื่นี้โดยเร็ว หากไม่กลัวจะถูกสังหารเมื่อคิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ข้าคงไม่ยอมทนอยู่ที่นี่จนถึงตอนนี้หรอก ตกลงว่าพวกท่าน้าห้องพักกี่ห้องดี ข้าจะได้ให้ลูกน้องไปช่วยเตรียมไว้ให้” เถ้าแก่ชางตัดบทสนทนา
ด้วยตนเอง และถามเฉินอิ่นเื่ห้องพักแทน
“เช่นนั้นรบกวนเถ้าแก่จัดห้องให้ข้าสิบห้อง ส่วนในถุงเงินนี้เป็ค่าห้องจำนวนสามคืน อ้อ ช่วยบอกลูกน้องของเถ้าแก่ เตรียมน้ำร้อนให้นายท่านของข้าด้วยก็แล้วกัน”
“ได้ ๆ ๆ อาฉ่าย ๆ พาแขกไปห้องพักหน่อยเร็วเข้า อย่าลืมเตรียมน้ำร้อนสำหรับนายท่านด้วย” เถ้าแก่ชางรีบเก็บถุงเงินอย่างรวดเร็วพร้อมกับสั่งงานลูกน้องในทันที
ฟู่หลงเหยียนส่งสัญญาณมือ สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันเสียก่อน หากมีเื่สำคัญจะให้เฉินอิ่นไปตามทีหลัง ในวันแรกนี้กลุ่มของฟู่หลงเหยียนทำตัวได้แเี และะหว่างการเดินดูสินค้าย่อมสังเกตและฟังเื่ราวภายในเมืองไปพร้อมกัน ทางด้านจิ่งซวนและซือหนง พวกเขาทั้งสองกลุ่มต่างได้ข้อมูลที่คล้ายกัน ทุกคนในหมู่บ้านนอกเมือง ล้วนต้องกินอยู่อย่างประหยัดมาก ไม่มีครอบครัวไหนกล้ากินเนื้อสัตว์ พวกเขาต้องเจียดเงินเก็บไว้เพื่อจ่ายภาษีซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดนั้นแล้ว
เมื่อได้ข้อมูลเช่นนี้ผู้ช่วยทั้งสองจึงสรุปว่า จะเดินทางเข้าเมืองไปสมทบกับฟู่หลงเหยียน เนื่องจากยังเข้าเมืองได้ทันก่อนประตูจะปิด ด้วยเหตุผลคือการจะเข้าไปหางานทำ จากนั้นค่อยรายงานเื่ที่ได้ฟังจากชาวบ้าน ให้ฟู่หลงเหยียนได้รับทราบต่อไป ซึ่งไม่ต่างกับกลุ่มของอู๋จิ้งเท่าใดนัก แต่ที่แตกต่างคือพวกเขาบังเอิญเหลือเกิน ไม่รู้ว่า์เป็ใจเข้าข้างพวกตนหรือไม่ จึงส่งพ่อบ้านจวนคหบดีคนหนึ่ง ตามหาบุรุษรูปร่างกำยำแข็งแรง ไปช่วยงานสวนในจวนหลังใหญ่พอดีและนั่นทำให้พวกอู๋จิ้งได้ข่าวสำคัญ คือคหบดีไน่เหอเป็ผู้สนับสนุนลูกน้อง เพื่อเป็หูเป็ตาให้กับเ้าเมืองตัวปลอมผู้นี้
เพื่อหลีกเลี่ยงการจับตามองจากพ่อบ้านและลูกน้อง อู๋จิ้งจึงทำทีถามพ่อบ้านเื่ที่พักราคาถูก หรือไม่ก็บ้านเช่าที่อยู่ได้หลายคน
“เอ่อ ท่านพ่อบ้าน ข้ากับสหายอยากจะรบกวนถามอะไรสักนิด”
“พวกเ้าอยากถามอันใดก็ว่ามา”
“ในเมืองซุยโจวมีที่พักราคาถูก ๆ บ้างไหมขอรับ จะเป็โรงเตี๊ยมหรือบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ก็ได้ขอรับ”
“ที่พักราคาถูก ๆ งั้นหรือ?”
“ใช่ ๆ ๆ ข้ากับสหายไม่อยากเดินทางเข้าออกให้เสียเวลา หากพักในเมืองได้พรุ่งนี้จะได้มาช่วยงานท่านพ่อบ้านแต่เช้าได้ขอรับ”
“อืม เ้าพูดมีเหตุผลดี งานยังเหลืออีกมากหากมาแต่เช้าได้ ย่อมทำงานได้มากและคุ้มค่าจ้างเช่นนั้นพวกเ้าไปตรอกิหัว ที่นั่นมีโรงเตี๊ยมราคาไม่ถึงหนึ่งตำลึง รวมค่าจ้างกันจ่ายค่าห้องคงอยู่ได้”
‘หึ พวกข้าจะนอนแออัดอย่างที่เ้าพูดได้อย่างไร’
“โอ้ ขอบคุณท่านพ่อบ้านขอรับ วันนี้พวกข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”
“อืม ออกประตูข้างแล้วอย่าลืมปิดให้ข้าด้วยล่ะ”
“ขอรับ”
เมื่อประตูข้างกำแพงปิดสนิท สีหน้าและแววตาของทุกคนราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความคับแค้นใจ พวกเขาจ้องมองไปที่ประตูคล้ายกับว่า สามารถมองทะลุกำแพงหนาไปได้ หลังจากนี้คงต้องรอแผนการของฟู่หลงเหยียน ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ยามแสงอาทิตย์อัสดงลงที่ปลายท้องฟ้า อู๋จิ้งบอกกับคนอื่น ๆ ให้อยู่ที่บ้านเช่ารอตน หากได้รับแผนการจากฟู่หลงเหยียน จะนำมันมาถ่ายทอดต่อพวกเขาอีกที ทั้งอู๋จิ้งและผู้ช่วยทั้งสองตามหาโรงเตี๊ยม ที่ฟู่หลงเหยียนพักเจอไม่ยากเย็นนัก ทั้งสามมาเจอกันบริเวณข้างโรงเตี๊ยมพอดี จึงตัดสินใจใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปยังชั้นสอง ดีกว่าเดินเข้าด้านหน้าไปถามหาคนโดยตรง
