“ถังเหล่ย!”
เทียนเล่อวางสารลับของเฮยซานลงบนโต๊ะและขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม้ว่าถังเหล่ยที่เทียนเล่อรู้จักจะตายไปแล้ว แต่ชื่อนี้ก็ทำให้เขาสนใจพอสมควร
“ไปตามหยิงหู่มา บอกว่าข้ามีเื่สำคัญจะปรึกษา!”
เทียนเล่อกล่าวกับองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
“ผู้นำหยิงหู่ไม่ได้อยู่ในวิหารเซียวเหยา ท่านผู้นำออกไปทำธุระบางอย่างที่ด้านนอก และไม่รู้เวลากลับที่แน่ชัด!”
เสียงของคนรับใช้ดังผ่านประตูเข้ามา
เทียนเล่อส่ายหน้า หยิงหู่ผู้นี้มักจะออกไปหาประสบการณ์ตามพื้นที่อันตรายต่างๆบนูเาจู่หุน จึงทำให้ทั่วทั้งตัวของเขานั้นมีรอยแผลเป็มากมาย
“ทันทีที่หยิงหู่กลับมา บอกให้มาพบข้าโดยเร็ว”
เทียนเล่อกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เดิมทีเทียนเล่อไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเฮยซาน้าจับกุมผู้ใดในวิหารเซียวเหยา แต่เมื่อเป็ความ้าของเหอชิง เทียนเล่อจึงไม่สามารถเพิกเฉยได้
เนื่องในสารลับระบุเหตุผลเอาไว้อย่างชัดเจน ถังเหล่ยสังหารบุตรของตี้เลี่ยแห่งจักรวรรดิซือฉีและถังเหล่ยผู้นี้ยังเป็ศัตรูของชิงจือโดยตรง
ใน่เวลาไม่กี่วันอีกฝ่ายได้ก่อปัญหาขึ้นมากมาย และหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในวิหารเซียวเหยาแห่งนี้
เทียนเล่อค่อนข้างสนใจถังเหล่ยผู้นี้มาก แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็เพียงผู้ที่มีชื่อคล้ายกับถังเหล่ยซึ่งเป็าานักปรุงยาในอดีตก็ตาม แต่การกระทำของถังเหล่ยผู้นี้ก็ได้ดึงดูดความสนใจของเทียนเล่อได้เช่นกัน
แน่นอนว่าหยิงหู่ผู้นี้จะไม่ทราบเื่ราวนี้ได้อย่างไร?
ในอีกด้านหนึ่งถังเหล่ยลงมาจากห้องเพื่อสอบถามเกี่ยวกับูเาจู่หุนจากผู้คนที่อยู่ภายในหอคณิกา เนื่องจากพวกเขาเป็คนในพื้นที่
ตี้เชียนเสวี่ยกังวลว่าถังเหล่ยจะถูกล่อลวงโดยหญิงงาม นางจึงยืนกรานที่จะติดตามถังเหล่ยลงมาจากห้อง แต่พวกเขาก็พยายามทำตัวไม่ให้เป็จุดสนใจและเลือกที่จะนั่งตรงที่มีแสงสว่างไม่มากนักเท่านั้น ในเวลาเดียวกันแขกที่อยู่ในห้องโถงต่างก็กำลังสนใจนางรำที่อยู่บนเวที
หลังจากที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยนั่งลง ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีทองเดินเข้ามาหาถังเหล่ยทันที ชายหนุ่มผู้นี้มีอายุประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกปีเท่านั้น ถังเหล่ยประเมินสถานะของอีกฝ่ายและคาดเดาได้ทันทีว่าชายผู้นี้จะต้องมาจากตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน
เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาถึง เขาก็เข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับถังเหล่ยทันที
ถังเหล่ยขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เหตุใดชายแปลกหน้าผู้นี้จึงเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับเขาหน้าตาเฉย? ตี้เชียนเสวี่ยไม่เคยออกจากจักรวรรดิซือฉีจึงเป็ไปไม่ได้ที่ชายแปลกหน้าผู้นี้จะเป็คนรู้จักของนาง
“ข้ารู้จักหญิงสาวทุกคนที่นี่ เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นเ้ามาก่อน เ้าเป็เด็กใหม่หรือ?” ชายหนุ่มกล่าวกับตี้เชียนเสวี่ยโดยตรง โดยไม่ได้มองถังเหล่ยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นใบหน้าของตี้เชียนเสวี่ยก็เปลี่ยนไป ความโกรธในใจนางเพิ่มขึ้นทันทีเพราะอีกฝ่ายกล่าวว่านางทำงานอยู่ที่หอคณิกาแห่งนี้!
“มารดาเ้าเถอะ ไสหัวไปซะ!”
ตี้เชียนเสวี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธ นางสาดสุราในจอกใส่หน้าของอีกฝ่ายทันที
“เ้า!”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้าย แน่นอนว่าเขาไม่เคยถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า
“เ้ารู้หรือไม่ว่าทำอะไรลงไป เ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถทำอะไรกับเ้าได้บ้าง!”
ตี้เชียนเสวี่ยก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน นางถูกเอาอกเอาใจมาั้แ่เด็กนางจึงไม่สามารถอดกลั้นความโกรธภายในใจได้ นางกล่าวออกไปทันทีว่า
“ไสหัวไป!”
ชายหนุ่มโบกมือ ทันใดนั้นงูสีม่วงทองขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นบนแขนของเขา งูตัวนี้มีเขาหนึ่งเขาอยู่บนศีรษะของมันด้วย ลมหายใจต่อมางูสีม่วงทองขนาดเล็กก็ได้พุ่งเข้าหาตี้เชียนเสวี่ยราวกับสายฟ้า
เนื่องจากคู่ต่อสู้คือผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์ ตี้เชียนเสวี่ยจึงใจนไม่แม้แต่จะเรียกวิหคเพลิงิญญาออกมา
ในเวลาเดียวกันถังเหล่ยก็ได้ควบคุมพลังปราณภายในร่างไปที่ฝ่ามือ จากนั้นฝ่ามือสีทองของเขาก็คว้าตัวงูสีม่วงทองขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศทันที
งูสีม่วงทองตอบสนองต่อถังเหล่ยทันทีเช่นกัน ในขณะที่มันกำลังจะฉกไปที่แขนของถังเหล่ยรอยยิ้มเย้ยยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีทองบนฝ่ามือของเขาก็ร้อนระอุขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้งูสีม่วงทองขนาดเล็กขดตัวราวกับว่ามันกำลังถูกย่างทั้งเป็
“อา!”
ชายหนุ่มกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปทันทีที่ิญญายุทธ์ของเขาถูกเผา ในเวลาเดียวกันเสียงกรีดร้องของเขาก็ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ วิหารเซียวเหยาแห่งนี้มีกฎว่าห้ามต่อสู้กันในพื้นที่นี้มิฉะนั้นจะถูกขับไล่หรือยิ่งไปกว่านั้นคือถูกสังหารทันที!
“หยุด!”
องครักษ์สองคนะโพร้อมกับวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากองครักษ์ทั้งสองคือผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งขององครักษ์ทั้งสอง
ถังเหล่ยจึงได้ปล่อยงูสีม่วงทองในมือไป ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มผู้นั้นก็เรียกิญญายุทธ์ของเขากลับเข้าร่าง แต่ในขณะนี้ิญญายุทธ์ของเขาได้รับาเ็และจะต้องใช้เวลาในการรักษานานพอสมควร
“ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้ามีชีวิตอยู่ในูเาจู่หุนอย่างแน่นอน!” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความคับแค้นใจ ทันใดนั้นองครักษ์สองคนก็มาถึง
“เกิดอะไรขึ้น?”
องครักษ์ผู้หนึ่งถามทันทีที่มาถึง ในเวลานี้องครักษ์ทั้งสองยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายเพื่อเป็การป้องกันไม่ให้เกิดการต่อสู้ขึ้นอีก
“นางเริ่มก่อน!” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังตี้เชียนเสวี่ย
“เ้าบีบบังคับให้ข้าทำเอง”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้ายพร้อมกับเท้าเอว หากที่นี่คือจักรวรรดิซือฉีชายผู้นั้นคงถูกนางสับเป็ชิ้นๆ ไปแล้ว
“หยุดโต้เถียงกัน เนื่องจากแขกทั้งสองฝ่ายทำผิดกฎของวิหารเซียวเหยา ข้าจำเป็ต้องเชิญพวกท่านทั้งสามออกไป!”
องครักษ์ผู้หนึ่งกล่าวด้วยเสียงทุ้ม แม้ว่าองครักษ์ผู้นั้นจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพแต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
“เหตุใดจะต้องเชิญพวกราออกไป? เขาเป็ฝ่ายยั่วยุพวกข้าก่อน”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่มผู้นั้น แน่นอนว่าหากชายหนุ่มผู้นั้นไม่เข้ามายั่วยุ เื่ทั้งหมดก็จะไม่เกิดขึ้น
“ข้าก็เช่นกัน เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร? ตระกูลของข้าเป็หนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในจักรวรรดิต้าเซี่ย แม้แต่ผู้ปกครองวิหารเซียวเหยาก็ไม่กล้าไล่ข้าออกจากที่นี่!”
ชายหนุ่มกล่าวเสียงดังกับองครักษ์ทั้งสอง แต่สีหน้าขององครักษ์ทั้งสองยังคงสงบนิ่งพวกเขาไม่สนว่าอีกฝ่ายจะมีสถานะเช่นไร เพราะหลายปีให้หลังไม่มีผู้ใดกล้าฝ่าฝืนกฎของวิหารเซียวเหยา
“ผู้ปกครองวิหารเซียวเหยาไม่กล้าขับไล่เ้าออกไปอย่างนั้นหรือ? วันนี้ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าตระกูลของเ้าแข็งแกร่งมากเพียงใด?”
ในขณะที่องครักษ์กำลังจะกล่าว ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามราวกับสัตว์อสูรดังมาจากด้านนอกประะตู
ในเวลานี้แขกผู้มีเกียรติที่อยู่ภายในหอคณิกาต่างรู้สึกดีเมื่อเห็นร่างของชายผู้นั้น อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยก็ตกตะลึงเช่นกันเมื่อได้ยินเสียงคำรามนั้น!
……
