สามปีผ่านไปในพริบตา ใน่สามปีมานี้ ความพยายามของหลี่ชิงหลิงไม่ได้ไร้ประโยชน์
เด็กสาวไม่เพียงแต่สร้างบ้านหลังใหญ่ที่ท้ายหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังทำให้ชาวบ้านร่ำรวยอีกด้วย
ใน่สามปีมานี้ หลี่ชิงหลิงแทบกลายเป็พระโพธิสัตว์ของหมู่บ้าน
ทุกคนในหมู่บ้านแทบอยากบูชานาง
ถ้าไม่มีนาง พวกเขาคงไม่สามารถมีชีวิตที่ดีได้
“เถ้าแก่ ปีนี้เราเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ดีอีกแล้ว ปลาชั่งแล้วได้ทั้งหมดหนึ่งพันจิน”
เจิงเถียโถววิ่งมาบอกหลี่ชิงหลิงที่ยืนอยู่ข้างบ่อน้ำอย่างมีความสุข
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาเชื่อมั่นในเถ้าแก่คนนี้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเด็กที่อายุยังน้อยจะสามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้
เขาที่ติดตามนางโดยไม่ลังเลั้แ่แรก ตามได้ถูกจริงๆ
ปัจจุบันหลี่ชิงหลิงอายุสิบสี่ปี ใบหน้าขาวสะอาดและนิสัยสุขุม ดูไม่ออกเลยว่าเป็สาวบ้านนอก
เมื่อนางได้ยินรายงานของเจิงเถียโถว รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แบ่งปลาให้คนที่มาช่วยในวันนี้คนละสองตัว ที่เหลือส่งให้ฝูหมั่นโหลว" ตลอดสามปีที่ผ่านมา นางได้รับความร่วมมือกับฝูหมั่นโหลวมาโดยตลอด และฝูหมั่นโหลวก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง ไม่ว่าจะส่งไปมากแค่ไหน อีกฝ่ายก็รับซื้อจนหมด
นั่นก็ทำให้นางไม่ต้องไปหาช่องทางอื่นๆ
เด็กๆ ในหมู่บ้านที่มาช่วยต่างพากันโห่ร้องดีใจ
แค่มาร่วมสนุกก็ได้ปลาสองตัว กำไรเหนาะๆ จริงๆ
“ขอบคุณ เถ้าแก่” เด็กๆ ต่างก็เรียกเถ้าแก่ตามผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน พวกเขาโห่ร้องอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นทุกคนมีความสุข รอยยิ้มของหลี่ชิงหลิงก็กว้างขึ้น
นางพยักหน้าให้พวกเขา กำชับกับเจิงเถียโถว จากนั้นหันหลังกลับบ้าน
นางให้เจิงเถียโถวเป็หัวหน้าดูแลส่วนนี้ หลายสิ่งหลายอย่างเขาเป็คนจัดการ นางแทบไม่ได้ถามอะไรมากนัก
ดังคำกล่าวที่ว่า จะใช้คนก็อย่าระแวง หากระแวงใครก็อย่าใช้เขา นางเชื่อเจิงเถียโถว ดังนั้นนางจะไม่สงสัยในตัวเขา
ข้อเท็จจริงก็ได้พิสูจน์ใน่สามปีที่ผ่านมา เจิงเถียโถวทำได้ดีมาก
เขาเป็คนซื่อสัตย์ ไม่โลภ ความคิดเฉียบไว สามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
นางพอใจกับผู้ดูแลคนนี้มาก
หลี่ชิงหลิงเดินกลับบ้านช้าๆ ทันทีที่นางเข้าไปในสนาม อาหวงที่มีเด็กน้อยห้าตัวตามหลังก็ทะยานเข้าหา
เ้าตัวน้อยห้าตัวที่แสนอ่อนโยน
"อาหวง วันนี้เ้าเป็คนดูแลเด็กๆ ที่บ้านรึ" หลี่ชิงหลิงลูบหัวใหญ่ๆ ของอาหวง จากนั้นก็ย่อตัวลงลูบเ้าตัวน้อยทั้งห้าทีละตัว
ใช่แล้ว เ้าตัวเล็กทั้งห้านี้เป็ลูกของอาหวงและอาไป๋ นางเห็นเสือตัวน้อยเหล่านี้ที่มีั้แ่สีเหลืองเข้ม สีเหลืองอ่อน ไปจนถึงสีขาวล้วนก็อดหัวเราะไม่ได้
ตอนเห็นครั้งแรก นางยังหัวเราะบอกว่าเหมือนภาพที่วาดไปถึงตอนท้ายแล้วหมึกหมด
สีเรียงจากเข้มไปอ่อน
การมาถึงของเ้าตัวน้อยทั้งห้า ทำให้บ้านของพวกเขามีชีวิตชีวามากขึ้น
เมื่อได้ยินหลี่ชิงหลิง อาหวงก็ดุนเอวของหลี่ชิงหลิงอย่างช่วยไม่ได้
ถ้ามันไม่กลัวว่าอาไป๋จะกัด มันคงจะอยากคาบเ้าเด็กเหลือขอเหล่านี้ไปทิ้งูเาซง ให้พวกมันใช้ชีวิตเอง
มีลูกเยอะทำให้มันรำคาญจริงๆ
หลี่ชิงหลิงที่เหมือนจะเข้าใจหัวเราะและลูบหัวของมันอย่างรักใคร่ "ไม่เป็ไร พวกมันโตไว ไว้โตแล้วเ้าก็เป็อิสระแล้ว” การที่อยู่ท้ายหมู่บ้านทำให้อาหวงและอาไป๋สะดวกมาก พวกมันสามารถใช้ทางลัดไปยังูเาซงได้โดยตรงโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนอื่นค้นพบ
อย่างไรก็ตาม ทุกคนในหมู่บ้านรู้แล้วว่าครอบครัวของพวกเขาเลี้ยงเสือตัวใหญ่สองตัว และพวกเขาก็ไม่กลัวกันแล้ว
อาหวงถลึงมองลูก ได้แต่คิดให้พวกมันรีบโต ไว้โตแล้วจะให้พวกมันทั้งหมดกลับไปทีู่เาซง
หลี่ชิงหลิงเล่นกับอาหวงและลูกๆ อยู่สักพัก ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง
ทันทีที่นางเข้ามาก็เห็นหลิวจือโหรวกำลังถักตาข่าย หลิวจือโหรวได้ยินเสียงฝีเท้า เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มเรียกพี่สาว
"โหรวโหรว ทำไมไม่ออกไปเล่นข้างนอก" หลี่ชิงหลิงนึกถึงน้องตัวเองที่เหมือนลิงแล้วรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมา
หลิวจือโหรวถักตาข่ายอย่างชำนาญ พูดด้วยรอยยิ้ม "ข้าเห็นที่บ้านไม่มีคนเลยอยู่เฝ้าบ้าน!" นางไม่ชอบไปที่ที่มีคนเยอะ อยู่บ้านดีกว่า
หลี่ชิงหลิงตอบรับ เห็นตาข่ายในมือนางเสร็จแล้วจึงเอ่ย “พี่เฝ้าบ้านเอง เ้าออกไปเล่นเถอะ พาหนิงหนิงกลับมาด้วย เด็กนั่นเล่นจนติดลมไม่กลับมาแล้ว” นางรู้สึกว่าหลิวจือโหรวยังเด็ก ควรได้มีชีวิตชีวามากกว่านี้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิวจือโหรวก็ตอบกลับ เก็บตาข่ายเรียบร้อยแล้วออกไป
หลี่ชิงหลิงส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม เด็กๆ ที่เงียบก็เงียบมาก ซนก็ซนมาก รวมร่างกันหน่อยไม่ได้รึ นางอยากจะบ้าตาย
ทันทีที่นางเข้าไปในครัว เสียงหลี่ชิงหนิงก็ดังมาจากนอกประตู
เด็กสาวเดินไปที่ประตูห้องครัว มองตรงออกไป เห็นหลี่ชิงหนิงสภาพเปื้อนโคลนเดินยิ้มกลับมาพร้อมปลาในมือ
คิ้วของนางกระตุกอย่างอดไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะนางมีความอดทนคงจับเด็กคนนี้มาตีก้นแล้ว
นางย้ำหลายครั้งแล้วว่าห้ามลงบ่อ แต่เมื่อกลับบ้านก็ลืมทุกสิ่งแล้ววิ่งไปเล่นอีก
หลี่ชิงหนิงซึ่งกำลังหัวเราะกับหลิวจือโหรวเงยหน้าขึ้น เห็นหลี่ชิงหลิงแล้วสั่นสะท้าน แย่แล้ว นางลืมที่พี่สาวย้ำอีกแล้ว
หลี่ชิงหนิงกลืนน้ำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ ยิ้มให้หลี่ชิงหลิงและเรียกทักพี่สาวอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่หลี่ชิงหลิงเห็นท่าทางซื่อๆ ก็ส่งเสียงหึ “ยังจำว่าข้าเป็พี่ได้หรอกหรือ คิดว่าลืมข้าแล้วเสียอีก!" ยัยเด็กคนนี้ซนขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เหลือสภาพเด็กผู้หญิงแล้ว
ทั้งที่เพิ่งสี่ขวบ แต่กลับเล่นนอกบ้านทั้งวันเหมือนเด็กผู้ชาย
นางคิดแล้วก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าข้างนอกมีอะไรน่าดึงดูดใจนัก?
เมื่อได้ยินคำพูดของพี่สาว หลี่ชิงหนิงก็ตัวสั่นกว่าเดิม แย่แล้ว ท่านพี่ดูโกรธมากเลย!
นางใช้ขาสั้นๆ วิ่งไปหาหลี่ชิงหลิง ยกมือขึ้นแล้วพูดกับหลี่ชิงหลิงพลางหัวเราะซื่อๆ "ท่านพี่ ข้าชอบท่านที่สุดเลย คืนนี้กินปลาตุ๋นน้ำแดงกันดีไหม” เมื่อนึกถึงรสชาติ หลี่ชิงหนิงก็น้ำลายแทบไหล
เมื่อก้มลงสบตากับดวงตากลมโตที่เป็กังวล มือของหลี่ชิงหลิงที่อยู่ด้านหลังก็คลายสลับเกร็ง สุดท้ายก็ทนไม่ได้และเคาะหัวนาง “หลี่ชิงหนิง สภาพเ้านี่นะ ไม่ต้องคิดจะกินปลาตุ๋นน้ำแดงเลย” แม่นางคลอดตัวตะกละออกมาหรือไงกันนะ กินทั้งวันเลย
หลี่ชิงหนิงมองพี่สาว จากนั้นมองปลาในมือ ใบหน้าขาวๆ เล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยโคลนย่นเป็ซาลาเปา
นางอยากกินปลาตุ๋นน้ำแดงของพี่สาวจริงๆ นางไม่ได้กินมานานแล้ว
หลิวจือโหรวแอบด่าในใจว่าเด็กโง่ ก้าวไปหยิบปลาจากมือของหลี่ชิงหนิงยัดใส่มือของหลี่ชิงหลิง "ท่านพี่ ข้าก็อยากกินปลาตุ๋นด้วย คืนนี้ทำให้ได้ไหม”
"โดนพวกเ้าตามใจจนเสียคน" หลี่ชิงหลิงย่อมมองออก หลี่ชิงหนิงเป็ลูกคนสุดท้องในครอบครัว ทุกคนตามใจนางจนกลายเป็าาตัวน้อยแล้ว
"ข้าจะพาน้องไปอาบน้ำ มื้อเย็นก็รบกวนพี่หน่อยนะ” หลิวจือโหรวไม่ตอบ กล่าวด้วยรอยยิ้ม ลากหลี่ชิงหนิงเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
หลี่ชิงหลิงนวดขมับอย่างช่วยไม่ได้อีกครั้ง มีพี่ๆ เอาใจแบบนี้ นางอยากสั่งสอนแต่ก็ไม่สามารถ
นางควรจะดีใจหรือเปล่านะ ที่นอกจากชอบเล่นซนแล้ว ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรอื่น
ถ้าน้องกลายเป็เด็กนิสัยเสียจริงๆ นางคงต้องจับตีแน่ๆ
"เป็อะไรไป ได้ยินเสียงถอนหายใจไม่หยุด” หลิวจือโม่ที่เดินเข้าไปในครัวได้ยินแล้วหัวเราะ
พลางเอื้อมมือไปหยิบมีดทำครัวในมือของนางมาชำแหละปลา
หลี่ชิงหลิงหลบออกไป ยืนมองหลิวจือโม่อยู่ข้างๆ
ผ่านไปสามปี หลิวจือโม่กลายเป็ชายหนุ่มรูปงามวัยสิบหกปี ไม่ว่าจะไปที่ไหน ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขามักจะดึงดูดผึ้งและผีเสื้อให้มารุมตอม
“ก็เ้าหนิงหนิงน่ะสิ บอกไม่ให้ลงสระก็ตอบรับดิบดี แต่พอข้ากลับบ้านก็ลืมเกลี้ยง ลงไปเล่นจนกลายเป็เ้าเด็กโคลนกลับมา” หลี่ชิงหลิงบ่นกับคู่หมั้นตัวน้อยของนาง “สมควรโมโหไหมเล่า”
หลิวจือโม่รีบฆ่าปลา ล้างมือ ลูบหัวเด็กสาวและกล่อมอย่างเอ็นดู “อืม ควรโมโหจริงด้วย เดี๋ยวข้าช่วยสั่งสอน”
"น้ำ..." หลี่ชิงหลิงปัดมือใหญ่นั้นออก และเหลือบมองหลิวจือโม่ "ได้ ข้าจะรอดู"
