“อาจารย์หญิงยังคิดถึงและเมตตาข้าอยู่เสมอ” เจี้ยนลู่ฟางเหลือบมองน้ำตาของอีกฝ่าย ที่หยดลงบนปิ่น เขาจึงรับรู้ได้ว่านางกำลังคิดถึงพี่สาวของเขาจับหัวใจ ก่อนบีบมือนางไว้แน่นเป็การให้กำลังใจ ขณะหนิงเอ๋อรับรู้ัันั้น นางได้สติขึ้นมาจึงรีบเก็บปิ่นทองทันที
“รู้ฤาไม่ว่าวันแต่งงาน แดน์เราถืออย่างยิ่งห้ามบ่าวสาวมีน้ำตา” เจี้ยนลู่ฟางกระซิบบอกนาง
“ข้า...จะพยายามเพคะ” คำตอบอ่อนหวานของหนิงเอ๋อทำให้องค์ชายรองปล่อยยิ้มออกมา แล้วดำเนินตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามพิธียิ่งใหญ่ ท่ามกลางความยินดีของเหล่าเทพทั้งหลาย หากแต่ปรากฏการณ์อัศจรรย์ได้เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน นั่นคือเหมย์กำลังร่วงหล่นลงมาเป็สักขีพยาน สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าเทพทั้งหลายอีกครั้ง าา์ ทรงดีพระทัยถึงกับลุกขึ้นยืน แล้วตรัสกับเหล่าเทพทั้งหลาย
“นับจากนี้พิธีแต่งตั้งชายาขององค์ชายรองเป็อันเสร็จสิ้น หนิงเอ๋อเซียนน้อยที่พึ่งขึ้นมาทำหน้าที่บนแดน์ได้ไม่นาน แต่นางได้รับเลือกจากโอรสของข้าให้ขึ้นเป็ชายา ข้าขอมอบป้ายหยกสีขาวชิ้นนี้ขอให้เ้า มารับจากมือของข้า” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้น จึงค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปรับป้ายหยกแสดงฐานะใหม่ของนางทันที ก่อนเหล่าเทพพากันค้อมตัวลงเคารพแล้วสรรเสริญนางอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อสายตาของฟางเหนียงเลื่อนมองทุกคนที่ค้อมตัวลงเคารพพระชายา นางจำใจย่อตัวลงด้วยฐานันดรของหนิงเอ๋อสูงกว่า อย่างไม่เต็มใจนัก
“นับจากนี้เป็ต้นไป ตำแหน่งของหนิงเอ๋อคือชายาขององค์ชายรองเจี้ยนลู่ฟาง ขอให้เหล่าเทพทั้งหลาย รักและเคารพนางดังเช่นโอรสของข้าด้วย” คำกล่าวของาา์ บ่งบอกถึงความเมตตาที่เขามีให้หนิงเอ๋อ ก่อนสายตาหวานจะเลื่อนมองทุกคนที่กำลังค้อมตัวลงนอบน้อมนาง
“นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ฤาไม่ เหตุใดข้าจึงมายืนจุดนี้ เป็จุดที่ข้าไม่คุ้นชินเสียเลย” หญิงสาวทอดสายตาไปยังเบื่องหน้า เห็นความยิ่งใหญ่ และเริ่มเข้าใจสถานะของตัวเอง ว่านับจากนี้นางไม่ใช่เซียนน้อยอีกต่อไป ก่อนมือขององค์ชายรองจะคว้านาง แล้วพาเดินตามขบวนแห่ของเหล่าเทพเพื่อกลับมายังตำหนักฉางชุน
ฟางเหนียงจำใจเดินตามขบวนนั้นด้วยใบหน้าราบเรียบ ก่อนอิงอิงจะหันไปพร้อมรอยยิ้ม
“องค์หญิงว่าหนิงเอ๋อจะปรับตัวเข้ากับองค์ชายรองได้หรือไม่เพคะ”
“ไม่รู้สิ” คำตอบเ็าของอีกฝ่ายทำให้อิงอิงเลื่อนสายตาตรงไปยังหญิงสูงศักดิ์ ก่อนนางจะกล่าวขึ้นลอย ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เ้าก็รู้มิใช่ฤา ว่าที่องค์ชายรองตัดสินใจอภิเษกกับนาง เพื่อประชดข้าเท่านั้น ลู่ฟางเคยรักข้าอย่างไร ยากที่ใครจะเปลี่ยนแปลงได้ และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของหนิงเอ๋อ เมื่อใดที่นางกล้ามอบใจให้องค์ชายรอง เมื่อนั้นนางจะต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานไปตลอด” อิงอิงชะงักนิ่งในคำตอบแสนเ็านั้น พลางค่อย ๆ ก้าวเท้าตามไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาอีก
“องค์หญิงล่ะ” อิงอิงเดินตามหาฟางเหนียงจนรอบตำหนัก หากแต่ไม่เห็นวี่แววของนาง จึงตัดสินใจเดินไปถามเซียนรับใช้คนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมา
“หลังจากพิธีส่งตัวเข้าหอขององค์ชายรองกับพระชายาเสร็จสิ้นแล้ว องค์หญิงฟางเหนียงก็หมกองค์อยู่ในห้องสรงน้ำ ไม่ยอมออกมาเสวยอะไรเลย ข้าจนใจยิ่งนัก” เมื่ออิงอิงได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเบี่ยงตัวเข้าไป หากแต่ถูกเซียนรับใช้เอ่ยห้ามไว้
“เ้าอย่าได้เข้าไปให้องค์หญิงต้องขุ่นพระทัย นางกำชับข้า ว่าห้ามผู้ใดเข้ารบกวน นอกจากองค์รัชทายาทกับองค์ชายรองเท่านั้น” อิงอิงได้ยินดังนั้นจึงหันกลับมาด้วยสายตาแปลกใจ
“เช่นนี้ข้าจะรู้ได้อย่างไร ว่าองค์หญิงเป็อะไร”
“องค์หญิงมิได้เป็อะไร เพียงแค่กำชับว่าหากมีผู้ใดเข้าไปรบกวน นางจะทำโทษข้าอย่างหนัก” เมื่ออิงอิงได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจเบี่ยงตัวเดินจากมา
ภายในห้องสรงน้ำขนาดใหญ่ ร่างของฟางเหนียงแช่อยู่ในน้ำอุ่นที่ลอยด้วยดอกไม้นานาพรรณ พร้อมมือบางยกดื่มสุราเพื่อให้ลืมภาพพิธีการในวันนี้ หญิงสาวไม่อาจเก็บงำความเ็ปได้อีกต่อไป จึงรีบยกสุราขึ้นดื่ม พร้อมน้ำตารินไหลออกมาเพื่อระบายความทุกข์ใจ
“หนิงเอ๋อ..เ้าก็แค่เซียนน้อยด้อยฐานะ หากข้าไม่ปล่อยมือองค์ชายรองไป มีฤาว่าเซียนน้อยธรรมดาอย่างเ้าจะขึ้นชูคอเป็ชายาเคียงคู่ลู่ฟางผู้สูงศักดิ์ได้ เขาทั้งยังอ่อนโยนกว่าใครในใต้หล้า ที่ข้ายอมเห็นพิธีการในวันนี้ ก็เพื่อตำแหน่งชายาองค์รัชทายาท เมื่อใดที่ได้ครองตำแหน่งนี้ ข้าจะกำจัดเ้าให้พ้นตัวลู่ฟาง...ข้าจะไม่มีวันให้หญิงใดได้อยู่ใกล้เขา” ฟางเหนียงกัดฟันพูด พร้อมน้ำตารินไหลลงมาไม่ขาดสาย พลางยกสุราขึ้นดื่ม ท่ามกลางแสงเทียนและหมู่มวลดอกไม้ ที่ลอยเหนือน้ำส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว
หลังจากเข้าพิธีส่งตัวแล้ว เจี้ยนลู่ฟางจึงค่อย ๆ ย่างเท้าเดินมาหาหนิงเอ๋อยังเตียงสีทอง พลันใช้พลังเทพดึงผ้าคลุมหน้าออก เพื่อให้นางหายใจสะดวก ทั้งสองสบตามองกันครู่หนึ่ง ก่อนหนิงเอ๋อจะปล่อยยิ้มหวานออกมาให้เขา
“เสร็จพิธีแล้วใช่ฤาไม่เพคะ” นางเอ่ยถามแก้เขิน ทั้งที่รู้ความหมายทั้งหมด ก่อนที่ชายหนุ่มจะย่อตัวลงยังโต๊ะด้านข้าง แล้วพยักหน้าขึ้นลง
“เหนื่อยฤาไม่” สุรเสียงราบเรียบเอ่ยถามหนิงเอ๋อ หากแต่ในสายตาของหญิงสาวสบตาเขาครู่หนึ่ง แล้วคลี่ยิ้มออกมา
“เหนื่อยสิเพคะ แต่ด้วยความยิ่งใหญ่ของพิธี ทำให้ข้าลืมความเหนื่อยหมดสิ้น เหล่าเทพบนแดน์มากมายเกินกว่าที่ข้าคิดไว้มาก ก่อนหนิงเอ๋อจะหยิบเอาปิ่นทองขึ้นมาแล้วปล่อยยิ้มอย่างมีความสุข
