เมื่อพาคนมาส่งและมอบม้าตามคำสัญญาแล้ว ฟู่หลงเยียนจึงขอตัวกลับ เนื่องจากยังต้องสะสางงานอยู่พอสมควร แม่ทัพใหญ่ได้บอกกับฟู่หลงเหยียนว่า ช่วยสอบถามฟู่กั๋วกงเกี่ยวกับวันว่างสักหน่อย หากมีวันว่างขอให้บ่าวที่จวนตระกูลฟู่ ช่วยมาส่งข่าวที่จวนเพื่อนัดหมายทานอาหาร
เพราะ้าขอบใจฟู่หลงเหยียนเื่บุตรสาว ซึ่งสามวันต่อมามีบ่าวจากจวนตระกูลฟู่ มาแจ้งกับพ่อบ้านเจียงว่าฟู่กั๋วกงจะมาทานอาหารเย็นในวันถัดไปทันที ยังคงเป็อวี้จิ่นที่อาสาเข้าครัวทำอาหารอีกเช่นเคย ครั้งนี้รายการอาหารมาครบทั้ง หมู เห็ด เป็ด ไก่ อาหารที่นางทำไม่มีความเลี่ยนจากน้ำมันแม้แต่จานเดียว รสชาติของอาหารมีครบทุกรส บนโต๊ะอาหารไม่ว่าจะเป็เ้าของจวนหรือแขกที่เชิญมา ทุกคนสามารถเลือกทานตามความชอบของตนเอง
หลังจากที่เตรียมอาหารเสร็จ อวี้จิ่นกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ จากนั้นมาสมทบคนในครอบครัวเพื่อรอต้อนรับแขกที่หน้าประตูจวน ซึ่งเย็นวันนี้เซี่ยฮูหยินจะได้เห็นรอยยิ้มของบุตรชายและถูกแม่หมออวี้จิ่นมองเห็นอันตรายจากผู้ไม่หวังดี
“คารวะฟู่กั๋วกงข้าต้องขอบคุณ ที่ท่านตอบรับคำเชิญในครั้งนี้”
“แม่ทัพใหญ่กล่าวเกินไปแล้ว พวกเราคนกันเองทั้งนั้น ใยต้องพูดขอบคุณด้วยเล่าทำเหมือนเป็คนอื่นคนไกลไปได้”
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินเ้าค่ะ”
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินขอรับ”
“คารวะฟู่กั๋วกง เซี่ยฮูหยินและพี่ชายฟู่เ้าค่ะ” อวี้จิ่นย่อตัวทำความเคารพแขกผู้ใหญ่ ตามที่มารดาของนางได้อบรมมา
“หืม นี่คงจะเป็คุณหนูเจียง หน้าตาน่าเอ็นดูเสียจริงดีใจด้วยนะ ที่กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน อ้อ ต่อไปเจอหน้ากันไม่ต้องเรียกฟู่กั๋วกงนั่นหรอกนะ เ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงเช่นพี่ชายของเ้าเรียกเถิด” ฟู่กั๋วกงเข้าใจบุตรชายได้ทันทีว่าเหตุใดถึงได้ตัดใจจากอดีตได้
“ขอบคุณท่านลุงฟู่ที่เอ็นดูเ้าค่ะ”
“วันนี้จิ่นเอ๋อร์ คงจะเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเองอีกแล้วใช่หรือไม่ ทำไมไม่ให้แม่ครัวช่วยทำแทนเล่า เ้ายังไม่ได้สอนพวกเขางั้นหรือ” ฟู่หลงเหยียนคิดไว้ไม่ผิดแต่เขาก็เป็ห่วงนางอยู่ดี
“โธ่ พี่ชายฟู่เ้าคะ เื่ทำอาหารไม่ได้อันตรายเลยเ้าค่ะอีกอย่างพวกแม่ครัวกับสาวใช้ ก็ช่วยเตรียมวัตถุดิบไว้รอข้า เหลือเพียงขั้นตอนปรุงมันให้สุกตักใส่จานชามเท่านั้นเอง ตอนนี้ข้ายังรู้สึกขยันอยู่เอาไว้ี้เี หรือไม่ค่อยมีเวลาเมื่อใด ค่อยให้เป็หน้าที่แม่ครัวเช่นเดิม
ดีไหมเ้าคะ” อวี้จิ่นแบ่งรับแบ่งสู้กับฟู่หลงเหยียนที่กำลังทำสีหน้าจริงจัง
“จิ่นเอ๋อร์พูดแล้วต้องทำตามที่พูดด้วยเล่า”
“รับทราบเ้าค่ะ”
เซี่ยฮูหยินยืนมองบุตรชาย พูดคุยกับบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่อย่างไม่มีติดขัด จึงหันไปมองชิงอินที่รู้สึกแปลกใจไม่แพ้เ้านายเช่นกัน เมื่อก่อนกับอดีตคนรักบุตรชายของนาง ยังไม่พูดมากถึงเพียงนี้แต่ดูท่าทางยามอยู่ต่อหน้าคุณหนูเจียงนั่น เขาไม่ได้ฝืนหรือแสร้งทำสักนิด
เซี่ยฮูหยินเห็นเช่นนั้น จึงอยากทำความรู้จักกับอวี้จิ่นบ้างนางเดินเข้าไปใกล้ ๆ และจับมือของอวี้จิ่นมากุมไว้ เพื่อกล่าวทักทายแต่การกระทำเช่นนี้ ทำให้แม่หมอผู้มีญาณวิเศษถึงกับนิ่งงัน
เมื่ออวี้จิ่นมองเห็นว่า เซี่ยฮูหยินถูกสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งที่เสแสร้งทำตัวเป็สหายที่ดีมาอย่างยาวนาน และสตรีผู้นี้ยังไม่ยอมออกเรือน เนื่องจากสหายผู้นี้แค้นใจที่ฟู่กั๋วกงไม่ใยดี ตอนนี้ถึงได้วางแผนเพื่อฮุบท่าเรือของเซี่ยฮูหยินให้ได้ แม้ทุกคนจับสังเกตท่าทางที่มีพิรุธ
ของอวี้จิ่นได้ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามกับนางในตอนนี้
“หมับ! นี่เมี่ยวอวี้เ้าช่างมีบุตรสาวที่น่ารักเสียจริง ดูสินอกจากรอยยิ้มแล้วยังมีดวงตาที่เหมือนกับเ้าเอามาก ๆ ป้าขออวยพรให้จิ่นเอ๋อร์มีความสุข อย่าได้พบเจอกับเื่เลวร้ายอีกต่อไปนะจ๊ะ”
“เอ่อ...ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ วันนี้ท่านป้าต้องทานอาหารฝีมือของข้าเยอะ ๆ รับรองว่าทานแล้วไม่อ้วนเพราะใช้น้ำมันน้อยมากเ้าค่ะ”
“ได้สิจ๊ะ ป้าจะทานให้ครบทุกจานเลยดีไหม”
“คิ คิ พี่สาวเซี่ย หากท่านทำอย่างที่บอกกับจิ่นเอ๋อร์ละก็คืนนี้ท่านต้องเรียกหาท่านหมอ มารอที่จวนแล้วล่ะเ้าค่ะ” จางฮูหยินดีใจมากที่บุตรสาวของนางได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่
“ไหน ๆ ก็พูดถึงเื่อาหารขึ้นมาแล้ว เชิญฟู่กั๋วกงและเซี่ยฮูหยินที่ห้องทานอาหารเถิด ป่านนี้ท่านแม่คงมาถึงแล้ว ข้าขอเตือนพวกท่านสองคนสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเื่นี้ อาหารฝีมือจิ่นเอ๋อร์นั้นอร่อยทุกรายการจริง ๆ เพราะอาเหยียนชอบมาทานข้าวที่นี่บ่อย ๆ” จะบอกว่าแม่ทัพใหญ่ฟ้องก็ไม่ได้เนื่องจากมันคือเื่จริง
เมื่อผู้าุโเดินนำอยู่ด้านหน้า ผู้น้อยทั้งสามย่อมเดินตามหลัง บุรุษทั้งสองเดินขนาบข้างซ้ายขวาของอวี้จิ่นทันที พวกเขาเว้นระยะห่างเล็กน้อย ก่อนจะพูดคุยด้วยเสียงที่เบามาก ๆ แทน
‘พวกท่านสองคนอยากรู้ว่าข้ามองเห็นสิ่งใด?’
‘อืม พี่ใหญ่เห็นเ้าชะงักไปเล็กน้อยจึงพอเดาได้น่ะ’
‘ท่านแม่ของพี่จะเป็อันตรายอันใดหรือไม่? จิ่นเอ๋อร์’
‘หลังทานอาหาพวกท่านสองคนตามข้าไปต้มยาบำรุงนะเ้าคะ แล้วข้าจะเล่าให้ฟังว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นกับท่านป้าบ้างเ้าค่ะ’
‘ได้!/ได้!’
หลังจากนัดหมายกันแล้วจึงได้เร่งฝีเท้าให้ทันกลุ่มผู้าุโเพื่อมิให้มีพิรุธจนถูกจับได้ว่าทั้งสามคนพูดคุยสิ่งใดกัน หลังจากผ่านพ้นการทานอาหารเย็น ดูจะเป็ที่ถูกใจของเซี่ยฮูหยินไม่น้อย เพราะอาหารฝีมือของอวี้จิ่นเป็รสชาติของความอร่อย ต่างจากพวกเหลาอาหารชื่อดังในเมืองหลวงอย่างมาก เมื่อส่งผู้ใหญ่ทั้งห้าไปนั่งย่อยอาหารที่ห้องรับแขก อวี้จิ่นจึงส่งสัญญาณให้กับพี่ชายและฟู่หลงเหยียน ก่อนจะเอ่ยขออนุญาตไปต้มยาบำรุงมาให้ทุกคนได้ดื่ม
พอมาถึงห้องครัวเจียงหยวนกับฟู่หลงเหยียน ก็หยุดมองไปที่อวี้จิ่น เพื่อให้นางเริ่มบอกเล่าเื่ที่จะเกิดขึ้นกับเซี่ยฮูหยิน เนื่องจากยามนี้พวกเขาอยากรู้รายละเอียดใจจะขาดแล้ว ส่วนผู้ติดตามทั้งสี่คนได้ตรวจสอบรอบ ๆ แล้วว่า ไม่มีบ่าวไพร่อยู่บริเวรนี้ อวี้จิ่นจึงเริ่มบอกเล่า
สิ่งที่เห็นเกี่ยวกับเซี่ยฮูหยินทันที
“จิ่นเอ๋อร์พูดมาเถิดว่า ท่านแม่ของพี่จะเกิดเื่ร้ายอันใดกันแน่พี่กับท่านพ่อจะได้หาทางป้องกันมิให้รุนแรงถึงแก่ชีวิต” ครั้งนี้ฟู่หลงเหยียนรู้สึกกังวลใจมากเขายังไม่อยากสูญเสียมารดา
“นั่นสิน้องพี่ หากมีสิ่งไหนที่พอจะช่วยได้ พี่อาสาจัดการเองเ้าเล่ามาเถิด” เจียงหยวนที่สนิทกับครบอครัวของสหายมาแต่เด็กก็้าช่วยเหลือยามที่มีอันตรายเกิดขึ้นเช่นกัน
“ที่พี่ชายฟู่กังวลว่าจะเป็เหตุถึงแก่ชีวิตนั้นถูกต้อง เพราะคนที่้ากำจัดท่านป้า เป็สหายที่ท่านป้าสนิทสนม และทั้งสองยังเป็คู่ค้ากันมาอย่างยาวนาน”
“หรือว่า..ตระกูลเฉางั้นหรือ?”
“หืม ตระกูลเฉา เ้าของร้านเครื่องประทินโฉมในเมืองหลวงและเ้าของร้านเครื่องประดับ อีกหลายสาขานั่นน่ะหรืออาเหยียน”
“อืม สหายของท่านแม่ ก็คือคุณหนูใหญ่เฉาหย่าหรง และนางยังไม่ยอมออกเรือน นับั้แ่ท่านแม่แต่งงานกับบิดาของข้า”
“ที่นางไม่ยอมออกเรือนเป็สาวเทื้ออยู่เช่นนี้ เนื่องจากนางหลงรักท่านลุงก่อนที่จะแต่งงานกับท่านป้า แต่ไม่ว่านางจะสร้างสถานการณ์อย่างไร ก็ไม่เคยได้รับความสนใจจากท่านลุงแม้แต่น้อย แม้จะพบเจอและได้พูดคุยกับท่านลุงหลายครั้งก็ตาม พอท่านลุงต้องรับฮูหยินรอง ตามคำขอของฮูหยินผู้เฒ่านางคิดว่ายังมีโอกาสแต่อนิจจา ท่านลุงไม่คิดรับสตรีใดเข้าจวนอีก แม้จะเป็สตรีพระราชทาน ท่านลุงยังกล้าที่จะปฏิเสธ นางจึงเปลี่ยนแผนการทำทีติดต่อเื่การค้า เมื่อทำการค้าด้วยกันบ่อยมากขึ้นความสนิทสนมจึงตามมา นั่นทำให้นางมีโอกาสได้เข้าออกจวนตระกูลฟู่ได้อย่างง่ายดายเ้าค่ะ” อวี้จิ่นยอมในความรักของสตรีนางนี้จริง ๆ
“อย่าบอกนะว่านาง้ากำจัดท่านป้า เพราะอยากเป็แม่เลี้ยงของเ้าน่ะอาเหยียน!” เจียงหยวนพูดตามสิ่งที่ตนเองคิดกับสหาย
“แต่ข้าคิดว่ามิใช่เช่นนั้น ที่ผ่านมานางมีโอกาสกำจัดท่านแม่มาตลอด นางจะปล่อยให้เวลาผ่านมาเนิ่นนานไปทำไม” ฟู่หลงเหยียนเคยเห็นนางมาที่จวนอยู่บ้าง แต่ไม่เคยพูดคุยหรือทักทายแต่อย่างใด
“ถูกต้องเ้าค่ะ แม้ว่านางจะยังรักท่านลุงอยู่ แต่ความรักของนาง จะสู้สิ่งที่ตระกูลเฉา้าได้อย่างไร ฉะนั้นพี่ชายฟู่กับท่านลุงอย่าให้ท่านป้า ไปทำบุญที่อารามเต๋านอกเมืองเด็ดขาด เพราะระหว่างทางก่อนถึงอารามเต๋า มีคนของตระกูลเฉาดักรออยู่ เสแสร้งแต่งตัวเป็โจร
แท้จริงแล้วคือการลวงท่านป้าไปสังหาร จากนั้นจะส่งคนไปจัดการตระกูลเซี่ยยังแดนใต้ เพื่อยึดกิจการท่าเรือมาเป็ของตนเ้าค่ะ”
