แสงแวววาวใสกระจ่างถูกปลดปล่อยออกมาจากในผลึกทรงปริซึมก้อนหนึ่ง ส่องให้ถ้ำที่มืดมิดแห่งนี้สว่างไสวราวเป็เวลากลางวัน
ผลึกทรงปริซึมนั้นฝังอยู่ในหยกคงหลิงขนาดใหญ่ั์ก้อนหนึ่ง คล้ายว่าเป็ส่วนหนึ่งของหยกคงหลิงนั้น แต่กลับแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด
ผลึกทรงปริซึมนั้นใสแวววาวยิ่งกว่าหยกคงหลิง คลื่นมิติที่ส่งมาจากข้างในก็แข็งแกร่งกว่ามากมายนัก
“ซี่ๆ!”
หลังจากที่ผลึกทรงปริซึมนั้นปรากฏขึ้นมา แสงหลากสีหลายเส้นในถ้ำก็คล้ายถูกดึงดูดจึงพากันบินมาหาผลึกทรงปริซึม
เนี่ยเทียนััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบไว เขาจึงหันไปมองผลึกทรงปริซึมก้อนนั้นด้วยความสงสัยใคร่รู้ เอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ “นี่คืออะไร?”
ดวงตาทั้งคู่ของเผยฉีฉีที่อยู่ใกล้กับเขาสุกสกาวดั่งดวงดาว จ้องเขม็งไปยังผลึกทรงปริซึมนั้นตาไม่กะพริบ ลมหายใจถี่กระชั้นน้อยๆ
ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้ยินคำพูดของเนี่ยเทียน ในสายตามีเพียงผลึกทรงปริซึมก้อนนั้น ไม่เห็นอย่างอื่นอีก
ได้กลิ่นหอมสะอาดราวดอกกล้วยไม้ที่ลอยมาจากร่างของนาง เนี่ยเทียนกลับไม่โกรธซึ่งถือเป็เื่ผิดปกติมาก ทั้งยังรอด้วยความสงบ รอให้นางสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ
ใกล้กันแค่นี้ เนี่ยเทียนมองใบหน้าด้านข้างที่ผิวกระจ่างราวผลึกใส รู้สึกว่านางน่ามองยิ่งกว่าผลึกทรงปริซึมนั่นเสียอีก
“หัวเทียน ศิษย์พี่หญิง พวกเ้าพบอะไรกันหรือ?”
เ้าอ้วนหลีเหย่เดินออกมาด้วยท่าทางเกียจคร้าน ยื่นหัวเข้ามาใกล้ หมายจะขยับเข้ามาดูสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเช่นกัน
“ผลึกของหยกคงหลิง!”
แค่มองครั้งเดียวหลีเหย่ก็ร้องเสียงแหลมขึ้นมาทันที ะโโลดเต้นด้วยความฮึกเหิม
“เป็ผลึกหยกคงหลิงจริงๆ ด้วย ผลึกหยกคงหลิง! พวกเราช่างโชคดียิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าในเหมืองหยกคงหลิงเล็กๆ แห่งนี้จะมีผลึกหยกคงหลิงด้วย!”
เนี่ยเทียนไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบวิเศษที่เกี่ยวพันกับพลังห้วงมิติเท่าไหร่นัก ไม่รู้แม้กระทั่งว่าหยกคงหลิงมีประโยชน์เช่นไร
ส่วนผลึกหยกคงหลิง แน่นอนว่าเขายิ่งไม่เข้าใจถึงความล้ำค่าของมัน
“ของสิ่งนี้ล้ำค่ายิ่งกว่าหยกคงหลิงมากเลยหรือ?” เขาถามไปในทันที
“แน่นอนสิ!” หลีเหย่ใช้สายตาเหมือนมองคนโง่เหลือบมองมายังเขาหนึ่งครั้งแล้วจึงกล่าวว่า “ความต่างระหว่างหยกคงหลิงและผลึกหยกคงหลิงมีมากยิ่งกว่าความต่างระหว่างหยกวิเศษและผลึกวิเศษเสียอีก! ผลึกวิเศษก้อนหนึ่ง สามารถแลกหยกวิเศษได้หนึ่งร้อยก้อน นี่เป็สิ่งที่อาณาจักรทั้งเก้าในดินแดนดาวตกล้วนยอมรับร่วมกัน แต่หากเป็ผลึกหยกคงหลิงหนึ่งก้อนกลับสามารถแลกหยกคงหลิงที่มีขนาดเท่ากันได้ถึงห้าร้อยก้อน!”
“หยกคงหลิงแค่เอามาใช้เป็วัตถุดิบพื้นฐานที่สุดในการสร้างค่ายกลนำส่งแห่งห้วงมิติได้เท่านั้น”
“แต่ผลึกหยกคงหลิง หลักๆ แล้วเอามาสร้างเป็วัตถุวิเศษแข็งแกร่งประเภทห้วงมิติ! วัตถุวิเศษแข็งแกร่งประเภทห้วงมิติที่ข้าพูดถึงไม่ใช่พวกแหวนเก็บของหรือว่ากำไลเก็บของ แต่เป็อาวุธล้ำค่าที่สามารถข้ามผ่านมิติ ชักนำให้ห้วงมิติเกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาลได้!”
“วัตถุวิเศษประเภทห้วงมิติ ไม่ว่าอยู่ในอาณาจักรไหนก็ล้วนเป็ของล้ำค่าที่หาได้ยากมาก!”
“นอกจากหลอมได้ไม่ง่ายแล้ว สาเหตุสำคัญที่สุดก็คือวัตถุดิบที่สามารถสร้างวัตถุวิเศษห้วงมิติได้นั้นรวบรวมได้ยากมากอย่างแท้จริง เท่าที่ข้ารู้มา ก่อนหน้านี้ตอนที่อาณาจักรเลี่ยคงยังอยู่ในอาณาจักรที่สิบของดินแดนดาวตก สำนักซวีเฉิงยังไม่หายไป ตลอดทั้งดินแดนดาวตกนั้น วัตถุวิเศษประเภทห้วงมิติระดับเชื่อมโยงิญญามีเพียงแค่ที่ในสำนักซวีเฉิงเท่านั้น!”
“ที่สำนักซวีเฉิงสามารถตั้งอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงได้นั้น ก็ล้วนอาศัยวัตถุวิเศษประเภทห้วงมิติระดับเชื่อมโยงิญญาชิ้นนั้น!
“และผลึกหยกคงหลิงก็คือหนึ่งในวัตถุดิบหลักที่สามารถเอามาสร้างเป็วัตถุวิเศษประเภทห้วงมิติระดับเชื่อมโยงิญญา สิ่งของประเภทนี้ไม่ว่าเอาไว้ที่อาณาจักรใดก็ล้วนเรียกได้ว่าเป็สมบัติล้ำค่า สามารถชักนำให้ผู้แข็งแกร่งของแต่ละพื้นที่แย่งชิงกันอย่างดุเดือด!”
หลังจากจำได้ว่าของสิ่งนั้นก็คือผลึกหยกคงหลิง หลีเหย่ก็ตาแดงก่ำ ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
เนี่ยเทียนฟังคำอธิบายของเขาพลางสังเกตสีหน้าของเผยฉีฉีไปด้วย เขาพลันค้นพบว่าเมื่อหลีเหย่เอ่ยถึงสำนักซวีคง เผยฉีฉีที่ตั้งใจมองผลึกหยกคงหลิงก้อนนั้นกลับเหม่อลอยใน่ระยะเวลาสั้นๆ
พอหลีเหย่พูดถึงสำนักซวีเฉิง ดวงตาเผยฉีฉีก็มีความเศร้าโศกเสียใจวาบผ่าน
แต่ไม่นานนางก็สงบสติลงได้ แม้แต่เส้นสายตาที่จับจ้องผลึกหินคงหลิงก็ยังถอนกลับไปด้วย
นางหันหน้ากลับมาพูดกับเนี่ยเทียนว่า “หยกหินคงหลิงที่เ้ารวบรวมได้แค่แบ่งหนึ่งในสามให้หลีเหย่ก็พอ ส่วนของข้าล้วนตกเป็ของเ้าทั้งหมด”
“ทำไมเล่า?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
นางชี้ไปยังผลึกหยกคงหลิงที่ฝังอยู่ในหยกคงหลิงก้อนนั้นแล้วกล่าวว่า “ผลึกหยกคงหลิงที่เ้าพบนี้เป็ของข้าแล้ว มันเป็ของข้า แน่นอนว่าข้าย่อมละทิ้งสิ่งของบางอย่าง ดังนั้นหยกคงหลิงที่เ้าขุดได้ก่อนหน้านี้และหลังจากนี้ ส่วนที่เป็ของข้าจะตกเป็ของเ้าทั้งหมด”
“หัวเทียน ผลึกหยกคงหลิงไม่มีประโยชน์กับเ้า ถือว่าศิษย์พี่หญิงยุติธรรมแล้ว” หลีเหย่เอ่ยเกลี้ยกล่อม “และก็มีเพียงผู้ที่เชี่ยวชาญเวทห้วงมิติอย่างศิษย์พี่หญิงเท่านั้นที่วันหน้าถึงอาจจะจำเป็ต้องใช้วัตถุวิเศษประเภทห้วงมิติ ผลึกหยกคงหลิงคือวัตถุดิบล้ำค่าในการสร้างวัตถุวิเศษประเภทห้วงมิติระดับสูง มันมีความสำคัญสำหรับศิษย์พี่หญิงมาก”
“เ้าเอามันไปก็ได้แต่เอาไปขาย อีกอย่างอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงเ้าเองก็ขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่นัก”
“อ้อ” เนี่ยเทียนยิ้มรับเรียบๆ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ผลพวงที่ข้าได้รับจากในเทือกเขาฮ่วนคงมากเกินกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้แล้ว ในเมื่อคุณหนูเผยยอมยกหยกคงหลิงที่เดิมทีควรเป็ของตัวเองให้ข้าทั้งหมด ถ้าเช่นนั้นข้าก็พร้อมจะมอบผลึกหยกคงหลิงนี้ให้”
“พูดง่ายดีนี่” เผยฉีฉีพอใจกับท่าทีของเนี่ยเทียนมาก นางขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หยกคงหลิงที่เ้าได้จากที่นี่ รวมไปถึงวัตถุวิเศษที่เ้าได้รับจากคนทั้งสี่ของเปลวอัคคีนั่น ข้าสามารถช่วยเอาไปขายให้เ้าในเมืองโพ่เมี่ยแห่งนี้ได้”
“ไม่ว่าเ้า้าแลกมาเป็วัตถุดิบวิเศษ หรือว่าแค่หินวิเศษอย่างเดียวเท่านั้น ข้าก็ล้วนสามารถช่วยทำให้มันเป็จริงได้”
“ข้าช่วยเ้าจัดการธุระเื่นี้ สามารถทำให้เ้าได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่าเดิม”
เนี่ยเทียนดวงตาเป็ประกาย “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมาก”
“เอาล่ะ เจอผลึกหยกคงหลิง ข้าเดาว่านี่น่าจะเป็จุดสิ้นสุดของเหมืองแร่แห่งนี้แล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ พวกเราช่วยกันขุดออกมา เสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ” เผยฉีฉีเอ่ยเร่ง
ดูเหมือนนางแทบจะอดทนรอให้ขุดเอาผลึกหยกคงหลิงนั่นออกมาแล้วรีบกลับไปเมืองโพ่เมี่ยไม่ไหวอีกต่อไป
เนี่ยเทียนและหลีเหย่จึงเริ่มลงมือกันอีกครั้ง
สามชั่วยามต่อมา หยกคงหลิงทั้งหมดที่อยู่ในเหมืองก็ถูกคนทั้งสามเก็บไปจนเกลี้ยง และเนี่ยเทียนก็เป็ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เกินครึ่ง
เสร็จแล้วพวกเขาจึงเดินทางกลับกันทันที
โลกภายนอก
เนี่ยเทียนที่สวมกำไลหยกเขียวดังเดิมอีกครั้งตามเผยฉีฉีและหลีเหย่กลับไปทางเก่า
หยกคงหลิงทั้งหมดล้วนถูกคนทั้งสามเก็บไว้ในกำไลเก็บของและแหวนเก็บของ เมื่อผ่านประสบการณ์การขุดเหมืองแร่ และเนี่ยเทียนยอมยกผลึกหยกคงหลิงให้ ทำให้ท่าทีที่เผยฉีฉีมีต่อเนี่ยเทียนเปลี่ยนแปลงไป
ตลอดทางที่เดินกลับเผยฉีฉีไม่ได้นำหน้าไปเพียงลำพังอีก แต่เมื่อหลีเหย่พูดคุยกับเนี่ยเทียนนางก็จะชะลอความเร็ว และบางครั้งก็หันมาพูดคุยด้วย
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสามปรองดองยิ่งกว่าขามาเยอะมาก
ภายใต้ม่านรัตติกาล พวกเขาก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ค่ายกลนำส่งขนาดเล็กที่เผยฉีฉีสร้างไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง ทว่าขณะที่พวกเขากำลังจะไปถึงที่นั่น ร่างของเผยฉีฉีพลันหยุดชะงัก แล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง “ใครน่ะ? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“ตึง ตึง!”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังลอยมาจากทิศไกล ทำให้หลีเหย่หน้าเปลียนสีกะทันหัน “แย่แล้ว! คงไม่ดวงซวยเจอเข้ากับสัตว์วิเศษของเทือกเขาฮ่วนคงหรอกนะ?”
-----
