ซูเหยาเดินเข้าไปใกล้ แล้วย่อตัวลงระดับเดียวกับเด็กหญิง เธอเอื้อมมือที่หยาบกร้านไปลูบหัวที่ยุ่งเหยิงนั้นเบาๆ และมันเป็สิ่งที่เธอไม่เคยคิดจะทำในชาติก่อน
"ฉันบอกให้วางไงล่ะ เพราะวันนี้เราจะไม่ทำงานเยี่ยงทาส... แต่เราจะสำรวจป่ากัน"
"สำรวจ... ป่าเหรอจ๊ะแม่?" เสี่ยวเถาเอียงคอสงสัย
"ใช่ ในเมื่อดินในสวนมันตายแล้ว เราก็ต้องไปหาของขวัญจากป่ามาคืนชีวิตให้มัน" ซูเหยาพูดพลางหยิบตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นมาสะพาย
ในใจของซูเหยาเริ่มวางแผน ความรู้ด้านอนุกรมวิธานพืชและเคมีในสมองของเธอกำลังถูกรันขึ้นมาใหม่ ในยุค 70 ที่แร้นแค้นเช่นนี้ เธออาจจะไม่มีเครื่องมือไฮเทค แต่เธอมีดวงตาที่มองเห็นคุณค่าของวัชพืชทุกต้น และเธอจะไม่ยอมให้ตัวเองหรือเด็กน้อยคนนี้ต้องอดตายเด็ดขาด
"ไปเถอะ ยัยหนู... ตามมาให้ทันล่ะ อย่ามัวแต่ร้องไห้ มันเปลืองน้ำในร่างกาย"
ซูเหยาก้าวเดินนำออกไปทางชายป่าด้วยท่าทางมั่นใจ ทิ้งให้เสี่ยวเถายืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามหลังแม่ที่ "เปลี่ยนไปเป็คนละคน" ไปอย่างเร่งรีบ
ชีวิตใหม่ของนักพฤกษศาสตร์ผู้เกลียดเด็กได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางกลิ่นอายปฏิวัติและความแร้นแค้นของจีนยุค 70 และดูเหมือนว่าการเลี้ยงต้นไม้ จะง่ายกว่าการเลี้ยงเด็กคนนี้เยอะ!
สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชกผ่านซอกเขา นำพาเอาความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินิัหยาบกร้านของ หลินซูเหยา คนใหม่ เธอเดินนำหน้า เสี่ยวเถา ไปตามทางเดินดินโคลนที่คดเคี้ยวออกจากตัวหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ชายป่าที่ดูรกชัฏ ทว่าในสายตาของนักพฤกษศาสตร์ระดับดุษฎีบัณฑิตอย่างเธอ ป่าแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่น่ากลัว แต่มันคือ "คลังทรัพยากร" ที่ไม่ได้ถูกแปรรูป
"แม่จ๋า... ฮึก... รอหนูด้วย"
เสียงสะอื้นเบาๆ ดังมาจากด้านหลัง ซูเหยาหยุดกึกแล้วหันกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอที่เคยคิดว่าแข็งแกร่งราวกับหินผาต้องสั่นคลอน เด็กหญิงวัยสี่ขวบตัวเล็กจ้อยกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่ง มือเล็กๆ สองข้างหอบหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ที่ใบใหญ่เกือบเท่าตัวเธอ เสี่ยวเถาหอบจนตัวโยน ใบหน้าเล็กซูบตอบนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลซึมออกมาปนกับคราบดิน
ซูเหยาขมวดคิ้ว "ทำไมไม่วางตะกร้าลงล่ะ? มันหนักขนาดนั้นเธอจะแบกมาทำไม"
เสี่ยวเถาชะงัก ร่างเล็กๆ สั่นเทิ้มขึ้นมาทันที เธอรีบก้มหน้าจนคางชิดอก "หนู...หนูขอโทษจ๊ะแม่ หนูไม่ได้จะอู้งาน หนูแค่...หนูแค่เดินไม่ทัน หนูจะแบกไปให้ถึงป่าจ๊ะ อย่าตีหนูเลยนะ อย่าทิ้งหนูไว้ที่นี่คนเดียว"
คำว่าอย่าตีหนู และ อย่าทิ้งหนู เหมือนเข็มแหลมเล็กๆ นับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้ามาในมโนสำนึกของซูเหยา ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาเป็ฉากๆ ภาพที่หญิงคนนี้กระชากผมเด็กน้อยแล้วลากไปที่สวนผัก บังคับให้ขุดดินทั้งที่มือน้อยๆ นั้นพองจนเืซิบ เพียงเพราะเด็กทำงานช้าไม่ทันใจ
โธ่เอ๊ย... ยัยหลินซูเหยาคนเก่า เธอทำลงไปได้ยังไงกัน
ซูเหยาถอนหายใจยาว เธอเดินกลับไปหาเด็กหญิง เสี่ยวเถาหลับตาปี๋ ย่อตัวลงต่ำพลางยกแขนขึ้นบังหัวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่ถูกฝึกมาด้วยความเ็ป
"เอามานี่" ซูเหยาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น เธอไม่ได้เงื้อมือขึ้นฟาด แต่กลับเอื้อมไปคว้าหูหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ออกจากมือเด็กน้อย แรงดึงนั้นทำให้เสี่ยวเถาเงยหน้าขึ้นอย่างใ
"แม่จ๋า?"
"บอกให้เอามานี่ไง ฉันมีแรงมากกว่าเธอ ฉันจะถือเอง" ซูเหยาสะพายตะกร้าขึ้นหลังอย่างคล่องแคล่ว "แล้วก็เลิกทำท่าเหมือนฉันจะกินหัวเธอเสียที มันน่ารำคาญรู้มั้ย"
คำพูดอาจจะดูโผงผางตามนิสัยเดิมของเธอที่ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่การกระทำกลับสวนทาง เสี่ยวเถายืนอึ้งอยู่กลางทางเดิน ดวงตากลมโตที่คลอน้ำตาจ้องมองแผ่นหลังของแม่ด้วยความสับสน ั้แ่เกิดมา เธอจำได้ว่าตะกร้าใบนี้คือหน้าที่ของเธอเสมอ ไม่ว่ามันจะหนักแค่ไหนก็ตาม
"เดินตามมาดีๆ อย่าให้ตกเขาไปล่ะ" ซูเหยาบอกโดยไม่หันมามอง
"จ๊ะ... จ๊ะแม่" เสี่ยวเถาขานรับ เสียงของเธอเริ่มมีความหวังปนความสงสัย
เมื่อเข้าสู่เขตชายป่า ซูเหยาเริ่มกวาดสายตามองไปตามพื้นดินและโคนต้นไม้ใหญ่ เธอไม่ได้มองหาความสวยงาม แต่มองหาสัญลักษณ์ของระบบนิเวศ
"นั่นไง..." เธอพึมพำพลางเดินไปที่กลุ่มพืชสีเขียวเข้มที่มีใบเป็หยักๆ
"แม่จ๋า อันนั้นกินไม่ได้นะ ป้าสะใภ้บอกว่าเป็หญ้าพิษ หมูกินเข้าไปยังท้องร่วงเลย" เสี่ยวเถารีบเตือนด้วยความหวังดี
ซูเหยาแค่นยิ้มมุมปาก "ป้าสะใภ้ของเธอน่ะรู้แค่เื่ปากหอยปากปู แต่นี่คือ ต้าจี้ มันไม่ใช่แค่หญ้า แต่มันคือยาสมานแผลและตัวช่วยบำรุงดินชั้นดี"
ซูเหยาใช้เสียมเล็กๆ ขุดเอาทั้งต้นและรากขึ้นมาอย่างเชี่ยวชาญ เธอหันไปหาเสี่ยวเถาที่ยืนมองตาค้าง "รู้ไหมเสี่ยวเถา ดินที่บ้านเรามันป่วย มันเหนื่อยเกินกว่าจะปลูกผักกาดขาวให้เธอได้กิน แต่เ้าต้นนี้แหละที่จะช่วยรักษาดิน"
"ดิน... ป่วยได้ด้วยเหรอจ๊ะแม่จ๋า?" เด็กน้อยถามเสียงเบา ความกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก
"ทุกอย่างที่มีชีวิตป่วยได้หมดแหละ ถ้าถูกใช้งานหนักเกินไปโดยไม่ได้รับการดูแล มันก็เหมือนร่างกายนั่นแหละ" ซูเหยาหยุดพูดไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงตัวเองที่ตายเพราะโหมงานหนัก "แต่ถ้าเรารู้จักธรรมชาติ เราจะรู้ว่าพืชตัวไหนช่วยพืชตัวไหน"
ซูเหยาเดินต่อไป เธอพบพืชตระกูลถั่วป่าและเริ่มเก็บฝักที่แห้งแล้วใส่ตะกร้า
"นี่คือแหล่งไนโตรเจนชั้นดี ถ้าเราเอาไปผสมกับดินที่บ้าน สวนผักที่เธอเกลียดนักเกลียดหนามันจะกลายเป็์เลยล่ะ"
"หนูไม่ได้เกลียดสวนผักนะจ๊ะแม่" เสี่ยวเถาขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น จนแทบจะเกาะชายเสื้อของซูเหยา "หนูแค่... หนูแค่เจ็บมือ แล้วหนูก็กลัวแม่โกรธเวลาผักมันเหี่ยว"
ซูเหยาหยุดเดิน เธอหันมามองมือน้อยๆ ของเสี่ยวเถาอีกครั้ง เห็นรอยแตกปรกคลุมด้วยขี้ดินหนา เธอหยิบกระบอกน้ำไม้ไผ่ที่พกมาด้วย ราดน้ำลงบนมือเด็กน้อยเบาๆ เพื่อล้างคราบสกปรก
"ฟังนะเสี่ยวเถา ต่อไปนี้ถ้าเธอเจ็บมือ เธอต้องบอก ไม่ใช่ก้มหน้าทำงานต่อจนเืออก" ซูเหยาพูดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าซับน้ำให้
