“มันไม่สำคัญแล้วกองทัพ ตอนนี้พ่อไล่พี่ออกจากบ้าน ในที่สุดก็ถึงวันที่พี่กลัว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พ่อก็เลิกเกลียดพี่ไม่ได้ ให้พ่อคิดว่าทุกอย่างเป็ฝีมือของพี่ ส่วนนายก็กลับไปตั้งใจเรียน ทำหน้าที่ตัวเองให้ดี และอย่าทำให้พ่อผิดหวังในตัวนายอีก ที่ผ่านมานายไม่เคยเชื่อพี่เลย ครั้งนี้เชื่อพี่สักครั้งจะได้ไหม” กองทัพก้มหน้าร้องไห้จนตัวสั่น ก่อนจะทุบมือลงบนพื้นเพื่อระบายความอัดอั้น
ปลายฝนสูดลมหายใจเข้าจนสุดแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันกลับมายังชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ที่รอคำตอบอยู่ เธอส่งยิ้มให้เขาแล้วตัดสินใจทำบางอย่าง
“ฉันจะรับใช้หนี้ของน้องชายฉันค่ะ แต่ขอเวลาได้ไหม” ธไนยยิ้มตอบ พลางส่ายศีรษะไปมาปฏิเสธ
“ผมเป็คนไม่ชอบรอด้วยสิ” ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าแล้วเดินเข้ามาจ้องมองเธอ
“ถ้างั้นคุณก็ฆ่าฉันแทนได้เลยค่ะ” ธไนยขมวดคิ้วแล้วมองเข้าไปั์ตานั้นด้วยความแปลกใจ
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ยืนท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว นับจากเกิดมา เขาไม่เคยเห็นใครอาจหาญเท่านี้มาก่อน
“คุณท้าผมเหรอ”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็ใคร ไม่กล้าท้าทายอำนาจคุณหรอกค่ะ” ปลายฝนพูดพร้อมกับน้ำตารินไหลอาบสองแก้มเช่นเดิม
ธไนยรู้ว่าเธอกำลังทำเข้มแข็งเพียงเพราะ้าปกป้องน้องชายผู้ไม่เอาไหนคนนั้น ก่อนจะเลื่อนมองไปยังกองทัพ ที่ร้องไห้ด้วยความเ็ป เขายืนทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกบางอย่างได้
“นายไปหาเงินหนึ่งล้านบาทมาคืนฉันได้เมื่อไหร่ ฉันก็จะปล่อยพี่สาวนายกลับไป” ด้วยคำพูดของธไนยนั้น ทำให้กองทัพเข้าใจว่าเขากำลังเปิดช่อง จึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพลันเลื่อนสายตามองตรงไปยังปลายฝน
“รับปากสิกองทัพ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น
“ฉันจะรีบหาเงินมาคืนคุณ แต่ถ้าพี่สาวฉันเป็อะไรไปล่ะก็ ฉันจะเป็คนลากคอคุณเข้าคุก” ชายหนุ่มพูดจบจึงหันหลังเตรียมเดินจากไป
“กองทัพ” เสียงหวานของปลายฝนทำให้ชายหนุ่มหลับตาลงทั้งน้ำตา พลันกลั้นใจหันไปมองพี่สาวเป็ครั้งสุดท้าย
“รับปากกับพี่นะ ว่านายจะหาเงินก้อนนั้นมาอย่างบริสุทธิ์ อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดีอีก รับปากสิ” เขาพยักหน้า แล้วตัดสินใจวิ่งเข้าไป ดึงตัวปลายฝนมาสวมกอดเป็ครั้งสุดท้าย
“พี่รอผมนะ ผมจะพยายามหาเงินมา” ปลายฝนหลับตาลงแล้วกระชับกอดแน่นเป็ครั้งสุดท้าย ภาพความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาในวัยเด็กแล่นเข้ามาให้หญิงสาวไม่อาจกลั้นน้ำตาได้
“ไม่มีพี่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะ” กองทัพรับรู้ความเ็ปอย่างแท้จริงก็วันนี้ ทุกอย่างพังทลายลงเพราะความโง่และความโลภของเขาโดยแท้จริง
ภายในรถหรูของธไนย ปลายฝนนั่งเหม่อลอยไม่พูดจาและไม่มองหน้าเขา ใบหน้าเขียวช้ำทำให้ชายหนุ่มหันมองเป็ระยะ ก่อนจะจับใบหน้าเธอหันมา
“คุณจะทำอะไรคะ” หญิงสาวใจนเผลอถอยออก ในขณะที่ชายหนุ่มดึงเธอกลับมา แล้วทอดสายตามองรอยเขียวช้ำนั้น
“พ่อคุณก็บ้าเนอะ ที่กล้าทำร้ายลูกตัวเองขนาดนี้ คุณเองก็บ้าที่ปกป้องน้องชายเลว ๆ แบบนั้น” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้หัวใจเช่นเดิม
“หยุดลามปามคนในครอบครัวของฉัน” ดวงตากลมหันไปพูดกับเขาด้วยเสียงสั่นไหว ก่อนที่ธไนยจะขมวดคิ้วในความกล้าหาญของหล่อน แล้วเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้ พลางจับจ้องมองตรงเข้าไปั์ตาสวยคู่นั้น
“คุณต่างหากที่ไม่ควรก้าวร้าวกับผม น้องชายคุณเป็หนี้ผม รู้ใช่ไหมถ้าผมไม่ยอมล่ะก็ ครอบครัวคุณจะเกิดอะไรขึ้น น้องชายเลว ๆ ของคุณจะเดือดร้อนยังไง ดังนั้นอย่าปากดีกับผม” ชายหนุ่มพูดจบจึงเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“ค่าตัวของคุณมากสุดก็ไม่เกินหนึ่งแสน” หญิงสาวขมวดคิ้วแล้วหันกลับมายังชายหนุ่ม
“คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ”
“อย่ามาทำเป็ไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ที่กล้าเอาตัวเข้ามา ก็น่าจะรู้ว่าผมหมายถึงอะไร”
“แล้วคุณหมายถึงอะไรล่ะคะ” ปลายฝนถามย้ำ ก่อนที่ธไนยจะช้อยคางเธอขึ้น
“คุณคิดว่าน้องชายคุณจะหาเงินมาคืนผมได้จริง ๆ เหรอ และคุณคิดว่าผมจะให้คุณอยู่กับผมไปเป็ปี เพื่อรอให้น้องชายคุณเอาเงินมาไถ่ตัวคุณคืนโดยไม่คิดอะไรเลยเหรอ” หญิงสาวยังคงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ก่อนรอยยิ้มคมเข้มจะเผยออกมา
“จากบทสนทนาที่คุยกัน ผมเดาได้ว่ากว่าน้องชายคุณจะหาเงินหนึ่งล้านมาคืนผมได้ เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี ตัวคุณก็แค่ดอกเบี้ยที่ผมคิด ปล่อยกู้มันก็ต้องมีดอกเบี้ยนะคุณ” ปลายฝนเข้าใจเจตนาของเขาในทันที พลางจับจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า นึกสมเพชชีวิตตัวเองที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
“จะเปลี่ยนใจก็ได้นะ ผมไม่เคยบังคับใครอยู่แล้ว”
“ถ้าฉันเปลี่ยนใจล่ะคะ” หญิงสาวหยั่งเชิง
“ผมก็จะกลับรถ แล้วตรงไปยังบ้านของคุณ ทวงถามเอาจากพ่อของคุณไง ก็แค่ไม่ต้องมีคุณเป็ดอกเบี้ย ง่าย ๆ อยู่แล้ว” ชายหนุ่มทำท่าจะไม่สนใจ มองทุกอย่างเป็เื่ง่ายดาย อีกทั้งไม่ได้กดดันเธอแต่อย่างใด กลับกันปลายฝนรักกองทัพเกินกว่าจะทำร้ายเขาได้ เธอกำมือแน่นพลางใช้ความคิด เมื่อรถแล่นไปได้สักระยะปลายฝนก็แสร้งหันมายิ้มกับเขา
