ตอนที่ 10 งานเลี้ยงชมบุปผา? ไม่ใช่หรอก... มันคือลานปะาสำหรับพวกคุณต่างหาก
กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ... มันเป็กลิ่นแห่งความร่ำรวย กลิ่นแห่งอำนาจ และสำหรับฉันหลินชิงเซวียนมันคือกลิ่นที่ชวนให้ง่วงนอนที่สุดในสามโลก
ฉันนอนแผ่หลาอยู่บนตั่งไม้จันทน์แดงที่ปูทับด้วยหนังเสือดาวหิมะนุ่มฟูภายในห้องหนังสือส่วนตัวของ ท่านอ๋องเก้า เซียวโม่ แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาตกกระทบเปลือกตาฉันเบาๆ ราวกับจะปลุกให้ตื่นจากฝันหวาน แต่น่าเสียดาย... ความี้เีของฉันมีเกราะป้องกันระดับมหากาฬ แสงแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก
"ชิงเซวียน..." เสียงทุ้มต่ำเจือแววขบขันดังขึ้นเหนือหัว
"เ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่? นี่มันยามซื่อ (09.00-11.00 น.) แล้วนะ"
ฉันปรือตาขึ้นข้างหนึ่ง เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเซียวโม่ที่กำลังก้มลงมองฉัน เขาสวมชุดลำลองสีน้ำเงินเข้ม ผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ดูสง่างามจนน่าหมั่นไส้ "คุณคะ... การนอนไม่ใช่การกินบ้านกินเมือง" ฉันเถียงเสียงอู้อี้ พลิกตัวหนีแสงแดด "มันคือการ ชาร์จพลังงาน เพื่อเตรียมรับมือกับความประสาทแดกของคนในโลกนี้ต่างหาก"
เซียวโม่หัวเราะในลำคอ เขาเอื้อมมือมาดึงแก้มฉันเบาๆ
"ข้ออ้างเ้าเยอะนัก... ลุกขึ้นมาเถอะ วันนี้มีเทียบเชิญด่วนมาจากวังหลวง"
คำว่าวังหลวง ทำให้ดวงตาของฉันเบิกโพลงขึ้นทันที ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น แต่เพราะสัญชาตญาณระวังภัย (และความี้เี) มันกรีดร้อง
"วังหลวง? ใครเชิญ? ฮ่องเต้? หรือยัยป้าฮองเฮานั่น?"
เซียวโม่ยื่นเทียบเชิญสีทองอร่ามที่มีกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกมาให้
"ฮองเฮา... พระนางจัดงาน เลี้ยงชมบุปผา ที่อุทยานหลวง เชิญเหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลใหญ่เข้าวัง... และแน่นอน ชื่อเ้าอยู่อันดับแรก"
ฉันรับเทียบเชิญมาดู พลิกไปมาเหมือนดูขยะเปียกชิ้นหนึ่ง
"งานชมดอกไม้เหรอเพคะ? เหอะ... ภาษาคนสวยๆ เขาเรียกว่างานรวมญาติแมงป่อง มากกว่ามั้ง เชิญไปรุมกัดกันเองแล้วคนจัดก็นั่งดูบนภู ดูไฟบรรลัยกัลป์"
"เ้าจะไม่ไปก็ได้นะ" เซียวโม่นั่งลงข้างๆ แววตาของเขาเข้มขึ้น
"ข้ารู้ว่านาง้าอะไร ฮองเฮาแค่้าหาเื่ฉีกหน้าเ้าต่อหน้าธารกำนัล เพื่อลดทอนอำนาจของข้า"
"ไม่ไปเหรอเพคะ?" ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงทิ้งตัวลงคลอเคลียไหล่ [ติ๊ง! ภารกิจใหม่: ตบหน้าแมงป่องในดงดอกไม้] [รายละเอียด: ฮองเฮาเตรียมแผนการร้ายไว้ต้อนรับคุณ 3 อย่าง จงทำลายแผนการเ่าั้ และทำให้งานเลี้ยงนี้กลายเป็ฝันร้ายของนาง] [รางวัล: แต้มปลาเค็ม 5,000 แต้ม และ ไอเทมลับ: ลิปสติกวาจาสิทธิ์ (ทาแล้วพูดอะไร คนจะเชื่อตามนั้น 80%)]
ฉันแสยะยิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้เซียวโม่ถึงกับเลิกคิ้ว
"ทำไมจะไม่ไปล่ะเพคะท่านอ๋อง? ในเมื่อเ้าภาพเขาอุตส่าห์ลงทุนจัดเวทีให้ขนาดนี้ ถ้าตัวเอกอย่างฉันไม่ไป... ละครฉากนี้มันก็กร่อยแย่สิเพคะ" ฉันวางเทียบเชิญลงแล้วลูบคาง
"อีกอย่าง... ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าดอกไม้ ในวังหลวงเนี่ย มันจะสวยสู้ยาพิษ ที่ฉันเตรียมไว้ได้รึเปล่า"
ณ อุทยานหลวง พระราชวังต้องห้าม
บรรยากาศในอุทยานหลวงช่างงดงามวิจิตรตระการตา ดอกโบตั๋นหลากสีบานสะพรั่งแข่งกันอวดโฉม กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ตลบอบอวล แต่มันก็ไม่อาจกลบ กลิ่นคาว ของความริษยาและเล่ห์เหลี่ยมที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศได้
เหล่าคุณหนูและฮูหยินตระกูลใหญ่ในชุดหรูหรานั่งจับกลุ่มคุยกันเสียงดังเจื้อยแจ้ว แต่ทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้ามา... ทุกเสียงก็เงียบกริบ สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่ฉัน... หลินชิงเซวียน สตรีที่เพิ่งสร้างวีรกรรมถล่มราชครูจางที่หน้าประตูเมือง ฉันสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเรียบง่าย ปักลายเมฆาจางๆ ที่ชายกระโปรง ผมเกล้าขึ้นเพียงครึ่งเดียวปักด้วยปิ่นหยกขาวด้ามเดียว ไร้เครื่องประดับทองคำหนักอึ้ง ไร้การแต่งหน้าที่หนาเตอะเหมือนงิ้ว ฉันดูผิดที่ผิดทางอย่างที่สุด... และนั่นแหละคือสิ่งที่ฉัน้า
"ว้าย... นั่นน่ะหรือ ว่าที่พระชายาของท่านอ๋องเก้า?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น (แต่จงใจให้ได้ยิน) จากกลุ่มคุณหนูเสื้อแดง
"แต่งตัวจืดชืดราวกับสาวใช้... ไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย มิน่าล่ะ ถึงมีข่าวลือว่าเป็แค่ลูกอนุภรรยาต่ำต้อย"
ฉันหยุดเดิน หันไปมองเ้าของเสียง... คุณหนูหลิว บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการ ฉันเดินตรงเข้าไปหาเธอด้วยท่วงท่านางพญาี้เี
"คุณคะ..." ฉันเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของวงสนทนา
"คุณรู้ไหมว่าทำไมดอกโบตั๋นถึงดูสวย? เพราะมันไม่ต้องพยายามเอาทองมาแปะที่กลีบของมันไงคะ... ส่วนคุณเนี่ย..." ฉันกวาดสายตามองเครื่องประดับทองคำบนหัวเธอที่หนักจนคอแทบหัก
"ดูเหมือนศาลเ้าเคลื่อนที่มากกว่านะคะ... สำนวนจีนเขาว่า ลิงใส่หมวก แต่งตัวดีแค่ไหน แต่ถ้าข้างในมันกลวง... มันก็ดูตลกอยู่ดี"
"จะ... เ้า! เ้ากล้าว่าข้าเป็ลิง!" คุณหนูหลิวหน้าแดงก่ำ ชี้นิ้วสั่นระริก
"อุ๊ย... ฉันไม่ได้เอ่ยชื่อนะ ร้อนตัวเหรอคะ?" ฉันยิ้มหวานหยดย้อย ก่อนจะเดินผ่านเธอไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้เธอกรี๊ดอัดหมอนลมอยู่ข้างหลัง
"ฮองเฮาเสด็จ!" เสียงขันทีประกาศก้อง ทุกคนรีบลุกขึ้นย่อกายถวายบังคม ฉันค่อยๆ ย่อกายลงช้าๆ (ช้ามากแบบสโลว์โมชั่น) ตามมารยาทพอเป็พิธี ฮองเฮาเว่ย เดินออกมาจากตำหนักในชุดหงส์สีแดงเพลิง ปักดิ้นทองคำระยับ ใบหน้าสวยสง่าแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต นางนั่งลงบนบัลลังก์หงส์ สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ฉันราวกับจะฉีกเนื้อกิน
"ลุกขึ้นเถิดทุกคน..." ฮองเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะหยุดสายตาที่ฉัน "คุณหนูหลิน... วันนี้เ้าดู... สบายดีนะ ได้ข่าวว่าเพิ่งกลับมาจากชายแดน คงเหนื่อยแย่"
"ขอบพระทัยเพคะ ฮองเฮา..." ฉันเงยหน้าขึ้นสบตานางตรงๆ โดยไม่หลบสายตา "หม่อมฉันสบายดีมากเพคะ กินอิ่ม นอนหลับ... เสียแต่ว่าพอกลับมาถึงเมืองหลวง ก็เจอมลพิษทางเสียงจากคนแก่ขี้บ่นนิดหน่อย แต่ท่านอ๋องก็จัดการเก็บกวาด ให้เรียบร้อยแล้วเพคะ"
ฮองเฮากำมือแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อ คนแก่ขี้บ่นที่ฉันพูดถึงคือราชครูจาง คนของนางนั่นเอง
"ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือ..." ฮองเฮาแค่นหัวเราะ
"เอาเถอะ วันนี้ข้าจัดงานเลี้ยงเพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ข้าได้เตรียมชาดอกไม้สูตรพิเศษไว้ต้อนรับ... เด็กๆ ยกน้ำชา!"
นางกำนัลยกถาดน้ำชาเข้ามา กลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยเตะจมูก ฉันมองถ้วยชาตรงหน้า... [ระบบ: ตรวจพบสารพิษวารีลืมเลือน ผสมกับผงคันคะเยอพันปี] [ระดับความอันตราย: ทำให้เป็ใบ้ชั่วคราว และเกิดผื่นคันทั่วตัวจนเสียโฉม] [ทางเลือก: 1. ปัดทิ้ง (เสียมารยาท) 2. ดื่ม (ใช้สกิลต้านพิษ) 3. ย้อนรอย (แนะนำ)]
ฉันหยิบถ้วยชาขึ้นมา หมุนเล่นเบาๆ
"ฮองเฮาเพคะ... ชานี้กลิ่นหอมแปลกๆ นะเพคะ เหมือนกลิ่นของ... ดอกยี่โถ ที่มีพิษร้ายแรงเลย"
คำพูดของฉันทำให้ทุกคนในงานสะดุ้งเฮือก ฮองเฮาหน้าเปลี่ยนสี
"บังอาจ! เ้ากล้ากล่าวหาว่าข้าวางยาพิษรึ!"
"เปล่าเพคะ... หม่อมฉันแค่เปรียบเปรย" ฉันลุกขึ้นเดินถือถ้วยชาไปที่หน้าบัลลังก์ "แต่เพื่อความสบายใจของทุกคน... และเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของฮองเฮา หม่อมฉันขอมอบถ้วยนี้ให้ คุณหนูหลิว ผู้เลอโฉมชิมก่อนได้ไหมเพคะ? นางดูคอแห้งจากการกรีดร้องเมื่อกี้"
ฉันยื่นถ้วยชาไปทางคุณหนูหลิวที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆ
"ไม่! ข้าไม่กิน! ฮองเฮาช่วยข้าด้วย!" คุณหนูหลิวปัดถ้วยชาทิ้งด้วยความกลัว เพล้ง! น้ำชาหกเจิ่งนองพื้น... และทันใดนั้น ฟองสีขาวก็ฟู่ขึ้นมาจากพื้นหินอ่อนที่โดนน้ำชา!
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วอุทยาน... ทุกคนมองดูพื้นหินที่ถูกกัดกร่อนด้วยความสยดสยอง ถ้ากินเข้าไป... ลำไส้คงทะลุ!
"ว้าย! พิษ! มีพิษจริงๆ ด้วย!" เสียงฮือฮาดังระงม
ฉันหันไปมองฮองเฮา แล้วยิ้มเย็น
"ฮองเฮาเพคะ... ดูเหมือนขันทีห้องเครื่องของพระองค์จะสะเพร่า เอาน้ำยาล้างห้องน้ำมาต้มชาให้แขกกินเสียแล้ว... หรือว่า... นี่คือรสชาติแห่งความเมตตาที่พระองค์อยากมอบให้หม่อมฉันกันแน่?"
ฮองเฮาตัวสั่นเทิ้ม แผนการแรกล้มเหลวไม่เป็ท่า แถมยังโดนตอกหน้ากลับ
"บังอาจ! ขันทีเลว! ลากตัวคนชงชาไปปะาเดี๋ยวนี้!" นางโบกมือไล่ความผิดให้พ้นตัว ก่อนจะจ้องฉันด้วยสายตาอาฆาต
"คุณหนูหลินช่างจมูกไว... แต่ข้าได้ยินมาว่า เ้านอกจากจะเก่งเื่จับผิดแล้ว ยังมีฝีมือการร่ายรำที่หาตัวจับยาก วันนี้ข้าอยากชมเป็บุญตา... หากเ้าไม่แสดง ถือว่าดูิ่เบื้องสูง!"
นี่คือแผนที่สอง... บังคับให้ฉันแสดงงิ้วลิงให้คนดูหัวเราะเยาะ ฉันถอนหายใจยาว... "ฮองเฮาเพคะ... พระองค์เข้าใจผิดแล้ว หม่อมฉันไม่ได้ร่ายรำเก่ง..." ฉันดึงปิ่นปักผมออกมา ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงคลุมไหล่
"แต่หม่อมฉันเก่งเื่ การเชือด ต่างหาก"
"เ้าพูดอะไร!"
"วันนี้หม่อมฉันไม่มีอารมณ์มาร่ายรำ... แต่ถ้าฮองเฮาอยากเห็นการแสดง..." ฉันหยิบ พัดจีบสะท้านภพออกมา
"หม่อมฉันจะแสดงมายากลชุดดอกไม้ร่วงโรยในพริบตาให้ดูเพคะ"
ฉันสะบัดพัดเพียงครั้งเดียว... คลื่นลมปราณที่แฝงไปด้วยความคมกริบพุ่งออกจากพัด ตัดผ่านดงดอกโบตั๋นอันล้ำค่าของฮองเฮา ฉับ! ฉับ! ฉับ! ดอกโบตั๋นนับพันดอกที่ฮองเฮาฟูมฟักมาแรมปี... ถูกตัดขาดจากก้านพร้อมกัน ร่วงกราวลงสู่พื้นดินเหมือนหิมะสีเื!
"กรี๊ดดด! ดอกไม้ข้า!" ฮองเฮากรีดร้อง ลุกขึ้นชี้หน้าฉัน
"จับมัน! ทหาร! จับนังคนพาลนี่เดี๋ยวนี้!"
ทหารองครักษ์นับสิบพุ่งเข้ามาล้อมกรอบฉัน ฉันยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากดอกไม้และคมดาบที่ล้อมรอบ สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
"คุณป้าคะ..." (ฉันเปลี่ยนสรรพนามเรียกนางอย่างจงใจ)
"คุณรู้ไหมว่าทำไมคุณถึงแพ้? เพราะคุณเอาแต่วางแผนสกปรกในที่มืด... แต่ฉัน... ฉัน ี้เีที่จะเล่นตามเกมของคุณ ฉันเลยเลือกที่จะพังกระดานทิ้งซะเลย!"
"ตายซะเถอะ!" ทหารคนหนึ่งง้างดาบฟันลงมา
เคร้ง!
ดาบนั้นหักสะบั้นลงกลางอากาศ! ร่างสูงใหญ่ในชุดสีน้ำเงินเข้ม พุ่งลงมาจากหลังคาตำหนัก มายืนขวางหน้าฉันไว้ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้ทหารทั้งกองทัพเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น เซียวโม่!
"ใครกล้าแตะต้องนาง... ข้าจะตัดหัวมันเสียบประจานหน้าวัง!" เสียงคำรามของท่านอ๋องเก้าดังก้องฟ้าดิน เขาหันไปมองฮองเฮาด้วยสายตาที่เ็าจนน่าขนลุก
"เสด็จพี่สะใภ้... ข้าเคยบอกท่านแล้วใช่ไหม? ว่าอย่ามายุ่งกับคนของข้า"
ฮองเฮาหน้าซีดเผือด ทรุดลงนั่งบนบัลลังก์อย่างหมดแรง
"เซียวโม่... เ้ากล้าพาคนมาบุกรุกอุทยานหลวง..."
"ข้าไม่ได้บุกรุก... ข้ามารับว่าที่พระชายากลับบ้าน" เซียวโม่โอบเอวฉันไว้แน่น หันมาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว
"ชิงเซวียน... เ้าสนุกพอรึยัง? หิวหรือยัง?"
ฉันเงยหน้ามองเขา แล้วยิ้มกว้าง
"สนุกค่ะ... แต่เสียดายดอกไม้สวยๆ พวกนี้นะคะ มันต้องมารับกรรมแทนเ้าของที่จิตใจไม่งดงาม" ฉันหันไปมองฮองเฮาเป็ครั้งสุดท้าย
"อ้อ... ฮองเฮาเพคะ ลิปสติกสีแดงสดที่พระองค์ทาน่ะ มันไม่เหมาะกับคนใจดำหรอกค่ะ... แนะนำให้ไปทาสีดำจะดีกว่าจะได้เข้ากับสีของใจพระองค์!"
พูดจบ ฉันก็เดินควงแขนเซียวโม่ ออกจากอุทยานหลวง ท่ามกลางความพินาศย่อยยับของงานเลี้ยง และสายตาหวาดกลัวของทุกคน วันนี้... ชื่อของ หลินชิงเซวียน ไม่ได้เป็แค่ปลาเค็ม... แต่นางคือนางมารปลาเค็ม ที่แม้แต่ฮองเฮายังต้องสยบ!
ระหว่างทางกลับจวน... ในรถม้าที่เงียบสงบ (และนุ่มมาก) เซียวโม่มองฉันแล้วส่ายหัว "เ้านี่มัน... ไปที่ไหนก็พังพินาศที่นั่นจริงๆ ดอกโบตั๋นพวกนั้นราคาแพงมากนะ"
"ช่วยไม่ได้นี่คะ..." ฉันนอนหนุนตักเขาอย่างสบายใจ
"ก็พวกเขาขยันมารนหาที่ตายเอง... ฉันก็แค่สงเคราะห์ให้"
เซียวโม่ลูบหัวฉันเบาๆ
"รู้ไหม... ตอนที่เ้าตัดดอกไม้พวกนั้น เ้าดูงดงามมาก"
"งดงามแบบโหดๆ น่ะเหรอคะ?"
"ใช่... งดงามแบบที่ข้าชอบ"
เขาโน้มหน้าลงมาจูบที่หน้าผากฉัน
"พักผ่อนเถอะ ยัยตัวแสบ... ถึงจวนแล้วข้าจะปลุก"
ฉันหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้ม [ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จ: ตบหน้าแมงป่อง] [ได้รับรางวัล: ลิปสติกวาจาสิทธิ์] [โบนัสพิเศษ: หัวใจของท่านอ๋อง +100%]
โลกภายนอกอาจจะมองว่าฉันร้ายกาจ... แต่ใครจะสนล่ะ? ในเมื่อฉันมีตักที่นุ่มที่สุดให้นอนหนุน และมีผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดคอยกันหมาให้ ชีวิตปลาเค็มแบบนี้... มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
