เ้าหกหาได้ตระหนกใแต่อย่างใดไม่ ฉายาปีศาจโสมจอมขี้โมโหเมื่อชาติที่แล้วได้มาเพราะฝีมือ มิใช่ได้มาลอยๆ เช่นนี้แล้วนางจะยอมให้เสียชื่อได้อย่างไร
ทันทีที่เ้างูเขียวชูคอหมายพุ่งจะเข้ามาฉกนาง เด็กหญิงตัวน้อยก็ใช้มือฟาดไปอย่างแรงจนมันสลบเหมือด จากนั้นจึงจับมันม้วนเป็ก้อนกลมๆ แล้วใส่ไว้ในตะกร้า
เย่! มีเนื้องูให้กินแล้ว กลับไปนางจะขอท่านแม่กู้ทำอาหารให้กิน เพียงคิดน้ำลายก็ไหลแล้ว!
ขณะที่เ้าหกกำลังนึกด้วยสีหน้าเบิกบานใจอยู่นั้น เสือขาวที่อยู่ด้านหลังเห็นตนเองไม่ได้รับความสนใจเลยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า มันอ้าปากกว้างจนแทบจะกลืนกินศีรษะเ้าหกไปในคำเดียว น้ำลายไหลยืดหยดลงมาเปื้อนเต็มใบหน้าของเด็กหญิง
เสื้อขาวหาได้กินเ้าหกเข้าไปไม่ แต่กลับใช้ลิ้นเลียใบหน้านางแทน จนใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายนั่นแหละถึงค่อยพอใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็เอาหัวดุนดันไปตามตัวของเด็กหญิงตัวน้อย
“ฮ่าๆ พอได้แล้ว เสี่ยวไป๋ เลิกเล่นได้แล้ว ข้าจั๊กจี้”
ทั้งคู่หยอกล้อเล่นกัน เ้าหกใช้มือทั้งสองข้างจับที่ใบหูของเ้าเสือขาว เสียงหัวเราะใสกังวานประหนึ่งกระดิ่งเงินดังก้องไปทั่วทั้งป่า นางคิดถึงมันเหลือเกิน นานแล้วที่ไม่ได้เข้าป่ามาหา
เ้าเสือขาวเอาหัวดุนตัวเ้าหก แววตาเต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ หาได้มีท่าทีองอาจเย่อหยิ่งเช่นที่เ้าป่าควรจะมีไม่ ท่าทางของมันในยามนี้คล้ายแมวเชื่องตัวหนึ่งก็ไม่ปาน
เ้าหกฉีกหลินจือสีแดงอมม่วงออกมาซีกหนึ่ง ก่อนจะป้อนใส่ปากเ้าเสือขาว แต่มันกลับทำหน้าเหยเก ก่อนจะคายออกมา
“เสี่ยวไป๋ เป็เด็กดี หากเ้าไม่กิน ข้าจะไม่เล่นด้วยนะ” เ้าหกเอ่ยพร้อมกับเกาท้องให้มันอย่างเอาใจ จากนั้นจึงหยิบหลินจือสีม่วงออกมาฉีกเป็ชิ้นเล็กๆ แล้วถึงค่อยนำเข้าปากตัวเอง
เ้าเสือขาวได้ยินประโยคนี้จึงต้องยอมหลับตาปี๋ ฝืนกินหลินจือที่รสชาติแสนจะไม่ได้เื่เข้าไป
“ต้องเป็เด็กดีแบบนี้สิ เ้านี่ไม่เหมือนของกินอย่างอื่นในป่า มันมีพลังิญญา หากกินมันเข้าไปจะทำให้เ้าฉลาดและแข็งแรงขึ้น”
ถึงแม้เ้าเสือขาวจะไม่มีรากจิติญญาเซียน ไม่อาจฝึกจนกลายเป็ปีศาจได้ แต่อย่างน้อยหากมันกินหลินจือนั้นเข้าไปจะส่งผลดีต่อร่างกาย
เ้าเสือขาวเอาลิ้นเลียที่มือเ้าหก แต่กลับถูกเด็กหญิงยัดหลินจือเข้าปากอีกครั้ง ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม แต่ทว่ามิกล้าคายออกมา ได้แต่เคี้ยวและกลืนลงไปด้วยสีหน้าน้อยอกน้อยใจ
ครั้นกินเสร็จเ้าเสือขาวใช้ปากคาบแขนของเ้าหกพร้อมกับส่งเสียงร้อง ราวกับ้าจะบอกว่า ‘พวกเรามาเล่นกันเถอะ’ แต่ทว่าเ้าหกกลับนั่งลงพร้อมกับใช้มือตบไปตรงพื้นว่างข้างตัว “ข้าง่วงแล้ว ข้าจะนอนสักหน่อย”
เ้าเสือขาวถลึงตามองเ้าหก ‘คนหลอกลวง ไหนบอกถ้ายอมกินจะเล่นด้วยอย่างไรเล่า’ กระนั้นก็ยอมนอนลงข้างตัวเด็กหญิง ยอมเป็ที่นอนให้นางแต่โดยดี ครั้นเห็นเ้าหกนอนหลับไปแล้วมันใช้ลิ้นเลียไปตามใบหน้าและผมให้นางอย่างรักใคร่ ในดวงตาทอแววอ่อนโยน
เมื่อครั้งที่มันยังเล็ก วันหนึ่งแม่ของมันออกไปหาอาหารไม่กลับมาเสียที มันรู้สึกหิวอย่างมากจึงออกไปตามหา แต่กลับเจอหมาป่าตัวหนึ่งเข้า เวลานั้นเ้าเสือขาวนึกว่าตัวเองต้องถูกกินแน่แล้ว แต่จู่ๆ เ้าหกกลับโผล่จากที่ใดก็ไม่ทราบ เข้าจัดการหมาป่าจนตาย และแบ่งอาหารให้มันกิน ต่อมาไม่ว่าเ้าหกจะไปที่ใดก็จะมีมันติดตามไปทุกครั้ง และแบ่งอาหารให้มันกินทุกคราไป
เ้าหกนอนหลับสบาย กระทั่งตื่นขึ้นจึงเห็นว่างูเขียวที่อยู่ในตะกร้าฟื้นขึ้นมาแล้ว มันทำท่าจะเลื้อยออกจากตะกร้า นางเลยใช้มือตบจนสลบเหมือดไปอีกครั้ง “ทำเช่นนี้ไม่น่ารักเลยนะ”
หากมิใช่เพราะว่าถ้าฆ่ามันก่อนถึงค่อยเอานำไปทำอาหารเนื้อจะไม่สด นางคงฆ่างูตัวนี้ตายไปั้แ่ทีแรกแล้ว
“ไปส่งข้าลงจากเขากันเถอะ” เ้าหกเอ่ยพลางใช้มือลูบไปตามใบหน้าของเ้าเสือขาว
เ้าเสือขาวส่งเสียงร้องยาวเป็การบ่นพึมพำ ‘มนุษย์นิสัยไม่ดี ให้มันกินอะไรก็ไม่รู้แล้วก็ไม่ยอมเล่นด้วย มันช่างน่าน้อยใจยิ่ง!’ แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังยอบกายนั่งลงแล้วให้เ้าปีนขึ้นมาบนหลังได้อย่างสะดวก
เ้าหกปีนขึ้นไปขี่อยู่บนหลังเ้าเสือขาว ก่อนจะใช้มือโอบรอบคอมันเอาไว้ “ไปเลย!”
เ้าเสือขาวส่งเสียงคำรามแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้า เ้าหกที่ขี่อยู่บนหลังส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ “ไป! ย่าห์!”
พระอาทิตย์ค่อยๆ ตกดินอย่างช้าๆ ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็สีส้มก่อนที่สีดำจะคืบคลานเข้าคลุมไปทีละน้อย แม้จะเป็เช่นนี้ หากแต่เ้าหกยังคงไม่กลับมาบ้าน กู้อวี้ขมวดคิ้วมุ่น ในใจบังเกิดความรู้สึกเป็ห่วง กลัวว่านางที่ไปบ้านสกุลหยวนจะถูกรังแกจนได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ อีกอย่างการที่เ้าหกไปไหนมาไหนโดยไม่บอกไม่กล่าวเช่นนี้นับว่าเสียมารยาทอย่างยิ่ง เขาตั้งปณิธานในใจว่าจะต้องสั่งสอนเด็กหญิงให้รู้จักคำว่ามารยาทให้จงได้!
ขงจื๊อเคยกล่าวไว้ว่า มนุษย์หากขาดมารยาทไม่อาจดำรงอยู่ได้ กระทำสิ่งใดหากขาดมารยาทย่อมไม่สำเร็จ ประเทศชาติหากขาดมารยาทล้วนไม่อาจคงอยู่
หากไม่เรียนรู้เื่กฎระเบียบมารยาท ต่อไปนางจะหาสามีที่ดีได้อย่างไร
เขาวางหนังสือในมือลง ก่อนจะะโไปข้างนอกห้อง “เ้ารอง…”
กู้เอ้อร์หลางวิ่งเข้ามาในห้องทันทีที่สิ้นเสียงเรียก “ท่านพี่ ้าอ่างปลดเบาหรืออ่างปลดหนักขอรับ”
เขาถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าระอา จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เ้าช่วยไปดูที่บ้านสกุลหยวน ถามให้ด้วยว่าเ้าหกอยู่ที่นั่นหรือไม่”
ครานี้เปลี่ยนเป็กู้เอ้อร์หลางที่สีหน้าเปลี่ยนไป เขามองพี่ชายด้วยสีหน้าขยาดขณะขอร้อง “ท่านพี่ ข้าไม่ไปได้หรือไม่ นางแม่เสือไม่กลับมาก็เป็เื่ดีแล้วมิใช่หรือ”
กู้อวี้ไม่กล่าวตอบ แต่กลับใช้สายตาอันเย็นเยียบจ้องมองไปที่น้องชายแทน กู้เอ้อร์หลางมองเห็นสายตาเขม็งคู่นั้นก็พลันรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว เอ่ยรับปากอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ข้าไปก็ได้”
‘ไฉนท่านพี่ถึงคิดถึงเ้าหกขึ้นมานะ’ กู้เอ้อร์หลางคิดพร้อมกับไปหาน้องชายอีกสองคนที่ห้องเพื่อขอให้พวกเขาไปเป็เพื่อน ทว่าทั้งคู่กลับอ้างว่าไปด้วยไม่ได้ ด้วยจะไม่มีใครคอยดูแลท่านพี่ เกิดระหว่างนี้กู้อวี้้าสิ่งใดขึ้นมาจะทำเช่นไร
กู้เอ้อร์หลางจำต้องไปบ้านสกุลหยวนคนเดียว ระหว่างทางเขาพยายามปลุกปลอบตัวเองให้มีกำลังใจฮึกเหิม ใครมาเห็นอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเด็กชายกำลังจะไปสนามรบ หาใช่ไปบ้านสกุลหยวนไม่
“เอ้อร์หลาง เ้ามาได้อย่างไร” จ้าวซื่อเอ่ยทักระหว่างกำลังเดินกลับบ้าน หลังจากไปทำงานที่ท้องนาเสร็จ
“ท่านอาสะใภ้ ท่านพี่ให้ข้ามาถามที่บ้านท่านว่า เย็นนี้เ้าหกจะกลับไปบ้านสกุลกู้หรือไม่ขอรับ” กู้เอ้อร์หลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย
“เ้าหกมิไม่ได้กลับมาที่บ้านสกุลหยวน” จ้าวซื่อตอบก่อนจะเอ่ยต่อ “พวกเ้าไม่ต้องห่วง นางคงไปเล่นอยู่ที่ใดสักแห่ง เดี๋ยวข้าจะไปตามหาให้ แล้วจะพาไปส่งที่บ้านสกุลกู้เอง”
‘ข้ามิได้เป็ห่วงแม่เสือเลยสักกะผีก ไม่ได้อยากให้พานางกลับไปส่งด้วย!’
ถึงแม้ในใจจะคิดเช่นนี้ หากปากกลับเอ่ยตอบออกไปว่า “เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะขอรับ” ขณะที่หันกายจะเดินกลับบ้าน ก็พลันได้ยินเสียงใสกังวานของเด็กหญิงผู้หนึ่งส่งเสียงร้องเรียก ‘ท่านแม่’ แว่วมาแต่ไกล
กู้เอ้อร์หลางหันกลับไปมองตามเสียงนั้น เห็นเ้าหกซึ่งเนื้อตัวมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิงกำลังวิ่งตรงมาทางนี้
จ้าวซื่อรับตัวบุตรสาวมากอดอย่างไม่รังเกียจ “เ้าไปเล่นซุกซนที่ใดมา”
“ข้าไปเก็บหัวไชเท้ากับเห็ดมาเ้าค่ะ” เ้าหกกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี
“ไปเก็บหัวไชเท้าอันใดถึงไปทั้งวัน” ระหว่างที่เ้าหกและจ้าวซื่อกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เจียงซื่อ หวางซื่อ รวมถึงผู้หญิงในหมู่บ้านเดินตรงมาทางทั้งคู่ เจียงซื่อมองเข้าไปในตะกร้าของเ้าหกอย่างสงสัย ก่อนจะใช้มือปัดเศษใบไม้ที่วางอยู่้าสุดให้พ้นทาง จากนั้นล้วงมือเข้าไปแล้วดึงบางสิ่งในนั้นขึ้นมา
“ว้าย! งู!”
ด้วยความใงูเขียวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจึงกัดเข้าที่มือของเจียงซื่ออย่างแรง นางใกลัวเลยเผลอขว้างงูเขียวออกไปไกล มันรีบเลื้อยหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
เ้าหก “…” งูเขียวของนาง!
นางเดินเข้าไปหาเจียงซื่อด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวเอาเื่ ก่อนจะแบมือไปตรงหน้าอีกฝ่าย “ท่านต้องชดใช้งูเขียวข้ามา!”
