บทที่ 81 ไม่ยอม
“เฉียนหลิงอู่ ข้าจะบอกเ้าเอาไว้อย่าง หากเกิดอะไรขึ้นกับฉินชูขึ้นมา สำนักชิงหยุนพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อบดขยี้ราชวงศ์เฉียนให้สิ้นซาก” โม่เต้าจื่อไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปช่วยฉินชู ดังนั้นจึงได้แต่ลั่นวาจาออกมา
“เ้าอยากจะทำลายราชวงศ์เฉียนก็ทำไป ไปกันเถอะ” เฉียนหลิงอู่พูดห้วนๆ แล้วลากฉินชูออกจากสำนักชิงหยุนไป
ถูกล่ามข้อเท้าไว้แบบนี้ ฉินชูทำได้แค่เดินตามไป
หลังจากเดินได้สองสามก้าว ฉินชูก็ถอดแหวนมิติเก็บของออกและโยนให้โม่เต้าจื่อ ในนั้นมีป้ายลัญจกรชิงหวางอยู่ ในเมื่อเขาถูกเฉียนหลิงอู่จับไปแบบนี้ ทำให้เขาสูญสิ้นอิสรภาพ แต่เขาไม่อาจเสียป้ายลัญจกรชิงหวางไปได้
เฉียนหลิงอู่ไม่สนใจการกระทำของฉินชูแม้แต่น้อยและได้แต่พาฉินชูออกห่างจากสำนักชิงหยุนไปไกลเรื่อยๆ
“ในเมื่อเ้าเป็องค์หญิงคนโต แสดงว่าเป็บุตรีคนโตของจักรพรรดิเฉียนใช่หรือไม่” ฉินชูรู้สึกอึดอัดกับการถูกล่ามข้อเท้า แต่กระนั้นก็อยากรู้อยากเห็น
“ไม่ใช่ ข้าเป็บุตรีของจักรพรรดิเฉียนองค์ก่อน เป็น้องสาวของจักรพรรดิเฉียนองค์ปัจจุบัน เนื่องจากาุโกว่าองค์หญิงคนโตองค์ปัจจุบัน ดังนั้นข้าจึงได้ครองตำแหน่งองค์หญิงคนโตแห่งราชวงศ์เฉียน เ้าหุบปากและอย่าคิดสอดรู้เื่ไม่เป็เื่ ตอนนี้เ้าเป็เชลย จำเป็ต้องตระหนักในสถานะของตนเอง” เฉียนหลิงอู่ออกแรงกระชากเส้นเอ็นอสูรที่ล่ามข้อเท้าฉินชู
“ผู้หญิงควรสงวนความเป็กุลสตรีของตัวเองไว้บ้าง ทำไมต้องดุขนาดนี้” ฉินชูบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะเฉียนหลิงอู่ลากเขาอย่างไร้ความอ่อนโยนแม้แต่น้อย
เฉียนหลิงอู่หันกลับมาพร้อมลูกเตะแหวกอากาศ อีกนิดก็เกือบเตะก้านคอฉินชูแล้ว
ฉินชูหุบปากลงทันที คนฉลาดย่อมอ่านสถานการณ์เบื้องหน้าออก เขารู้ดีว่าหากยั่วโมโหเฉียนหลิงอู่อีกครั้งคงไม่ดีแน่ สิ่งที่เขาควรใส่ใจที่สุดตอนนี้คือหาทางหนี
“เ้ากำลังคิดหาทางหนีอยู่ใช่หรือไม่ ข้าจะบอกเ้าให้ชัดเจน ครั้งแรกที่เ้าหนี ข้าจะตัดขาซ้ายเ้า ครั้งที่สองเป็ขาขวา ครั้งที่สามคือตัดหัวเ้า นับดูแล้ว เ้ามีโอกาสหนีเพียงสองครั้ง รู้แบบนี้แล้ว จะลองดูก็ได้” หลังจากเฉียนหลิงอู่อ่านความคิดของฉินชูออก ก็เสนอทางเลือกให้สองทาง
ทางเลือกแบบนี้เรียกว่าเป็โอกาสได้ด้วยหรือ ฉินชูอับจนหนทาง เขาไม่มีทางเอาขาของตัวเองมาเป็เครื่องเดิมพันแน่นอน ดังนั้นเท่ากับว่าตัวเขาหมดโอกาสหนีแล้ว
หลังจากออกมาจากสำนักชิงหยุนได้ระยะหนึ่ง เฉียนหลิงอู่ก็ะเิพลังปราณออกมาทั่วร่างกาย โดยถ่ายโอนส่วนหนึ่งมาคลุมร่างฉินชูเอาไว้ จากนั้นก็พาฉินชูเหาะขึ้นไปในอากาศ
ฉินชูรู้สึกเซ็ง เขาไม่คิดว่าการเหาะเหินเดินอากาศครั้งแรกของตัวเองจะตกอยู่ในสภาพเชลยแบบนี้
เมื่อเหาะมาได้สักพักใหญ่ๆ เฉียนหลิงอู่ก็หยุดพักที่ริมลำธารแห่งหนึ่ง
เฉียนหลิงอู่ปล่อยฉินชูเอาไว้ข้างๆ ส่วนตัวเองก็ต้มน้ำชงชาดื่มอย่างสบายใจและไม่สนใจฉินชูแม้แต่น้อย
ฉินชูไม่สนใจเฉียนหลิงอู่เช่นกัน เขามาริมลำธารเพื่อดื่มน้ำ จากนั้นก็ดื่มโอสถเจินหยวนและเข้าฌานฝึกตน เขาเห็นเฉียนหลิงอู่เอาเบาะอาสนะออกมาเข้าฌานเช่นกัน ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว นางคงไม่เดินทางต่อ
ต่อให้เฉียนหลิงอู่ไม่สนใจฉินชู ฉินชูก็หนีไปไหนไม่ได้ สามารถพูดได้เลยว่า แม้แต่สายลมแ่หรือปลายหญ้าไหวก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเฉียนหลิงอู่ไปได้
ฉินชูนั่งสมาธิเข้าฌานจนถึงรุ่งเช้า เขาถูกเฉียนหลิงอู่กระตุกปลายเส้นเอ็นจนหลุดออกจากฌาน
“ออกเดินทางต่อได้” เมื่อเห็นฉินชูลืมตาขึ้น นางจึงเอ่ยปาก
“เ้ายังมีความเป็มนุษย์หลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ ข้ายังไม่ได้กินอะไรเลย” พอถูกปลุกขึ้นมาก็ต้องออกเดินทางทันที การกระทำเช่นนี้ของเฉียนหลิงอู่สร้างความไม่พอใจให้ฉินชูอย่างมาก จะเป็ทาสหรือเชลยต่างก็ต้องหิวเป็
นางถลึงตาใส่ฉินชูก่อนโยนขวดโอสถให้เขาหนึ่งขวด “นี่คือโอสถอาหารทิพย์ สามวันกินหนึ่งเม็ด แล้วท้องเ้าจะไม่หิว”
ตอนนี้ฉินชูเพิ่งจะเข้าใจว่าเพราะเหตุใดซั่งซูอวี๋ถึงไม่ร่วมกินเนื้อย่างกับเขาและพวกไป๋อวี้ ที่แท้นางกินโอสถอาหารทิพย์นี่เอง
ตอนนี้ฉินชูเป็เหยื่อของเฉียนหลิงอู่ ดังนั้นเขาจึงขัดขืนไม่ได้ ทำได้เพียงออกเดินทางต่อตามคำสั่งของเฉียนหลิงอู่เท่านั้น
เฉียนหลิงอู่พาเขาเหาะต่อเป็เวลากว่าสามวัน ในที่สุดก็เข้าสู่เขตพื้นที่ใจกลางของราชวงศ์เฉียน เมืองหลวงต้าเฉียน
เมื่อเห็นเมืองหลวงต้าเฉียน ฉินชูก็รู้ซึ้งถึงคำว่ามหาอำนาจและความเจริญรุ่งโรจน์ทันที
“เป็อะไร ไม่เคยเห็นเมืองใหญ่มาก่อนหรือ” ตอนนี้เฉียนหลิงอู่สวมผ้าคลุมปิดหน้าแล้ว
เมื่อเข้าสู่เขตเมือง เฉียนหลิงอู่จำเป็ต้องใส่ผ้าคลุมปิดหน้า เพราะใบหน้าของนางโดดเด่นเกินไป
“เ้าไม่เห็นหรือไงว่าคนอื่นมองข้าด้วยสายตาแบบไหน เ้าจะจับข้าขังไว้ที่ไหนก็รีบๆ ไปเถอะ ข้าไม่ชอบสายตาแบบนี้” ฉินชูรู้สึกอึดอัดที่ต้องให้ผู้คนมากมายเห็นตัวเองในสภาพถูกล่ามข้อเท้าไว้แบบนี้
เหลือบมองดูฉินชูครู่หนึ่ง เฉียนหลิงอู่ก็พาเขาออกจากเมืองและมาถึงตำหนักหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก
บริเวณรอบๆ ตำหนักมีทหารองครักษ์ผู้หญิงล่าตระเวนอยู่ ซึ่งเขามองระดับตบะของพวกนางไม่ออกแม้แต่คนเดียว
“จับตาดูเ้าหมอนี่เอาไว้ให้ดี เมื่อไหร่ที่เขาออกจากเขตตำหนัก ก็ตัดขาเขาทิ้งเมื่อนั้น แล้วหิ้วเขากลับมาให้ข้า” เฉียนหลิงอู่ออกคำสั่ง จากนั้นก็ลากฉินชูเข้าไปด้านในตำหนักและปลดเอ็นสัตว์อสูรที่ข้อเท้าเขาออก
“เ้าอยากพูดอะไรก็พูดออกมาได้เลย ข้าจะทำตามที่เ้า้า แต่หลังจากนั้นเ้าต้องปล่อยข้าไป” ฉินชูมองหน้าเฉียนหลิงอู่พร้อมกับพูดขึ้น
“เ้ายังคิดจะหนีอีกหรือ” เฉียนหลิงอู่เหลือบมองฉินชูอย่างเ็า
ฉินชูคลี่ยิ้ม “หากเ้าไม่คิดจะปล่อยข้าไปจริงๆ งั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด แล้วเ้าก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากข้าเช่นกัน”
“เ้าคิดว่า เ้ามีสิทธิ์ปฏิเสธข้ากระนั้นหรือ” เฉียนหลิงอู่ยืนขึ้น มือข้างหนึ่งถลกกระโปรงขึ้นและเตะฉินชูจนกระเด็น
“ถ้าเ้าอยากให้ข้าตายนักก็ฆ่าข้าเลยสิ” ฉินชูชักกระบี่ออกมาแสดงกระบวนท่าบรรพกายสิทธิ์และพุ่งเข้าสังหารเฉียนหลิงอู่ทันที ในเมื่อตัวเองไม่สามารถออกไปได้ ถ้างั้นก็ขอสู้จนตัวตายที่นี่เลยแล้วกัน
ในสถานการณ์แบบนี้ หากเป็คนอื่นคงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย แต่ไม่ใช่คนอย่างฉินชู เขาคิดมาตลอดว่าหากตัวเองต้องตาย ก็ขอตายในการต่อสู้ดีกว่า
เฉียนหลิงอู่ลงมือเช่นกัน แต่ยังคงเป็วิธีเดิม หลังจากหยุดวิถีกระบี่ของฉินชูได้ ก็เตะสวนกลับ
ฉินชูที่ถูกเตะกระเด็นรีบลุกขึ้นยืนและสู้ต่อทันที
ไม่นาน ฉินชูก็เืกบปาก ต่อให้เป็เช่นนี้ เขาก็ยังยืนหยัดสู้ต่อ ลูกผู้ชาย ขอแค่ยืนตัวตรงได้ ก็ต้องสู้ต่อได้
ไม่รู้ว่าถูกเตะสวนกลับมากี่ครั้งแล้ว ตอนนี้เส้นกระดูกของเขาขาดไปแล้วหลายเส้น อวัยวะภายในเริ่มบอบช้ำ แต่หลังจากกระเด็นหงายหลัง เขาก็ลุกขึ้นสู้ต่อ
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม ฉินชูก็ลุกขึ้นยื่นพร้อมถือกระบี่ด้วยมือสั่นงัก ซอกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ฉีกขาด เืสดไหลออกมาไม่หยุด
เมื่อยืนขึ้นมาได้ ฉินชูก็พุ่งเข้าโจมตีเฉียนหลิงอู่เหมือนเดิม
“พอได้แล้ว ขืนสู้ต่อไป ต่อให้ข้าไม่ฆ่าเ้า เ้าก็จะตายเอง” เฉียนหลิงอู่ขมวดคิ้ว เขาเคยพบเจอผู้คนมามากมาย แต่ไม่เคยเจอคนที่ซื่อบื้อและดื้อด้านเท่าฉินชูมาก่อน
“ก็จริง ขืนสู้ต่อไป ก็มีแต่จะเป็ภัยต่อตัวเอง ข้าพยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้รู้สึกผิดหวังกับตัวเอง กระบี่เทพบูรพา ครั้งนี้เ้าคงไม่ได้กินเืศัตรูแล้ว ถ้างั้นก็กินเืข้าแทนแล้วกัน” ฉินชูมองกระบี่ที่อยู่ในมือและพลิกขึ้นมาจ่อที่หัวใจของตัวเอง ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกแล้ว สู้จนสุดตัวแล้ว ขืนสู้ต่อไปก็มีแต่จะถูกย่ำยี ถึงเวลาปลดปล่อยตัวเองเสียที
เห็นเช่นนั้น เฉียนหลิงอู่รีบพุ่งเข้าไป นางสะบัดมือปัดแขนขวาของฉินฉู่ออก แต่กระบี่เทพบูรพาแทงเข้าไปที่หน้าอกของฉินชูลึกสามคืบแล้ว
เฉียนหลิงอู่ห้ามฉินชูเอาไว้ไม่ทัน ร่างของเขากพลันล้มหงายหลังลงบนพื้น ความเสียดายเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขาก็คือการที่เขายังไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่ของตัวเอง
