คมมีดตรงหน้าทำให้บุปผาพิรุณรู้สึกสิ้นหวัง เสียงคำรามของิญญาร้ายดังเข้าไปในโสตประสาท เธอไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แต่กลับรู้สึกเสียใจมากกว่า
ข้าตายแล้วงั้นเหรอ? จะต้องตายไปเช่นนี้จริงๆ น่ะเหรอ?
ภาพความทรงจำนับไม่ถ้วนถาโถมเข้ามาในหัวของบุปผาพิรุณ ั้แ่ตอนที่เธอยังเป็เด็กตัวเล็กๆ จากตระกูลไช่อันมีชื่อเสียง แต่ชีวิตของเธอดูเหมือนจะถูกผู้อื่นขีดเส้นไว้ให้แล้ว หลังจากอายุ 11 เธอก็ถูกพาตัวไปโรงเรียนพิเศษ ถูกสอนโดยปรมาจารย์ตระกูลถัง ผู้เชี่ยวชาญยาพิษและอาวุธลับ เพื่อเป็นักรบชั้นยอดของกองพลน้อยเหยียนหวง
เธอฝึกฝนตัวเองอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืน ต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมกลางป่า ที่มีแต่เสียงของฝนฟ้าและผืนดิน
ในความคิดของหญิงสาวมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เธอมีทั้งพ่อแม่และครอบครัว แต่ไม่สามารถกลับไปหา ไม่สามารถแม้แต่จะคิดถึง องค์กรต้องมาเป็อันดับหนึ่ง และแม้แต่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่อาจมีได้
เธออาศัยอยู่ในที่เช่นนี้ถึงยี่สิบปี!!
มีครั้งหนึ่งเธอเคยถามอาจารย์ผู้ฝึกสอนว่า "อาจารย์คะ คนเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร?"
จำได้ว่าตอนนั้นอาจารย์ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตอบกลับมาว่า "เพราะทุกคน้ามีชีวิตอยู่" ใช่ นั่นคือคำตอบที่ถูกต้อง ใครจะรู้ว่าคนเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?
ความคิดมากมายหมุนวนในหัวของบุปผาพิรุณอยู่ตลอดเวลา ดวงตางดงามปิดลง รอยยิ้มที่ดูคลุมเครือปรากฏบนใบหน้า
อย่างไรก็ตามความเ็ปที่เตรียมใจจะได้รับกลับมาไม่ถึงเสียที
แต่ทันใดนั้นบุปผาพิรุณกลับรู้สึกอึดอัดที่สะโพกเล็กน้อย เอวอันบอบบางละเอียดอ่อนถูกแขนที่ร้อนแรงโอบอุ้มไว้อย่างง่ายดายราวกับยกกระเป๋าใบหนึ่งเท่านั้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนบุปผาพิรุณไม่ทันได้ตั้งตัว
เกิดอะไรขึ้น?
"เฮ้ รู้ตัวว่าหลบไม่ได้ ทำไมไม่ลองพยายามก่อนเล่า หรือกำลังรอให้หมอเถื่อนมาศัลยกรรมบั้นท้ายมหึมาของเธอกันแน่”
เสียงอันน่ารำคาญและคุ้นเคยนี้ ทำให้บุปผาพิรุณกลับมาสู่ความเป็จริง
เธอลืมตาขึ้น เห็นเงาร่างชายผู้หนึ่งยืนอยู่ ในปากของเขาคาบบุหรี่ไว้เหมือนพวกนักเลงหัวไม้
เป็เขา!?
"คุณ... นี่... ได้อย่างไรกัน..." บุปผาพิรุณใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้
การปรากฏตัวของหยางเฉินไม่เพียงแต่บุปผาพิรุณเท่านั้นที่ประหลาดใจ
แต่เดิมที่คิดว่าร่างของบุปผาพิรุณคงต้องขาดเป็สองท่อนจากมีดแล่เนื้อสุดแกร่ง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าร่างของเธอจะหายลับไปจากตำแหน่งเดิม ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกทีในอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้หนึ่ง
หยงเย่รู้ว่าชายหนุ่มที่ปรากฏตัวคือหยางเฉินที่เขาจงเกลียดจงชัง แถมตอนนี้ยังมาโอบกอดหนิงเอ๋อของเขาเสียอีก!?
โรมันศักดิ์สิทธิ์และสภามืดต่างรู้สึกประหลาดใจอย่างที่สุด เพราะชายผู้นี้สามารถช่วยคนจากคมมีดแล่เนื้อของลิลิธได้ พวกเขาต่างรู้จักความแข็งแกร่งของลิลิธดี แม้จะยังไม่อาจเทียบเท่าผู้าุโหลายคนเนื่องจากอายุ แต่ด้วยเชื้อสายอันสูงศักดิ์ทำให้เธอความแข็งแกร่งของเธอติดอันดับหนึ่งในสิบ!
หยางเฉินไม่รีบร้อนตอบคำถามของบุปผาพิรุณ เมื่อรู้สึกว่าบุหรี่ในปากได้ดับลงไปเพราะการเคลื่อนที่รวดเร็ว และอากาศที่เย็นจัด ทำให้ก้นบุหรี่นั้นเยือกแข็งไปในทันที
"คุณคิดว่าผมมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ" หยางเฉินกล่าวอย่างไม่พอใจ
"จอกศักดิ์สิทธิ์งี่เง่านั่น เป็เื่ของโรมันศักดิ์สิทธิ์และสภามืด พวกเขาต่อสู้กันมาหลายสิบศตวรรษ แล้วพวกคุณมายุ่งอะไรด้วย คิดว่าพวกเขาจะทำร้ายคนบริสุทธิ์งั้นเหรอ เผ่าเื้าหลบซ่อนตัว ในขณะที่โรมันศักดิ์สิทธิ์ก็ปิดบังตัวตนใช้ชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดา แล้วพวกคุณล่ะ้าอะไร?”
บุปผาพิรุณกล่าวว่า "นี่เป็คำสั่งระดับสูง... สภามืดไม่ได้เป็คนชั่วร้ายงั้นหรือ?"
"คุณยังรู้จักเผ่าเืไม่ดีพอ" หยางเฉินถอนหายใจออกมา "อันที่จริงผมเองก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้นัก ถ้าไม่เห็นคุณกำลังจะตายผมคงไม่ออกมา"
บุปผาพิรุณประหลาดใจเล็กน้อยที่ชายคนนี้มาเพื่อช่วยเธอ "แล้วคุณออกมาช่วยฉันทำไม?"
"อ้า คุณเป็พี่สาวของไช่เอี๋ยน ไช่เอี๋ยนเป็เพื่อนที่ดีกับภรรยาของผม อีกอย่างเมื่อตอนปล้นธนาคาร คุณก็ช่วยผมไว้ ถึงแม้ความตายของคุณจะไม่เกี่ยวกับอะไรกับผมโดยตรง แต่แน่นอนว่าคนใกล้ชิดของผมจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน”
หยางเฉินกล่าวพลางหยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาจุด ควันไฟสีขาวท่ามกลางความมืดดูสะดุดตา หยางเฉินก้าวเดินไปข้างหน้าพลางกล่าวต่อว่า
"คุณโชคดีมากนะ ถ้าเป็หลายปีก่อน ผมคงปล่อยให้คุณตายไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมแต่งงานมีครอบครัว เลยต้องทำสิ่งที่คนทั่วไปควรทำ”
คำพูดของหยางเฉินทำให้บุปผาพิรุณรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง เธอไม่อาจเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งไม่ใช่หรือไร!?
การปรากฏตัวของหยางเฉินทำให้ทุกคนหยุดชะงัก
ในเวลานี้จากการต่อสู้ที่รุนแรง ทำให้ตอนนี้ฝ่ายโรมันศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียง กาเบรียล โทมัส อาเธอร์ และอัศวินอีกเจ็ดแปดคน หยงเย่พร้อมด้วยสมาชิกทีมัที่สองเหลือเพียงสองสามคน ฝ่ายสภามืดมี ลิลิธ อาร์คิมีดีส และลูกน้องสี่ห้าคน
อย่างไรก็ตามเนื่องจากลิลิธและมีดแล่เนื้อในมือนั้นแข็งแกร่งเกินไป ผลลัพธ์ที่แท้จริงจึงยังไม่ปรากฏ แน่นอนว่าถ้าจอกศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ในมือของสภามืด ฝ่ายโรมันศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยอมแพ้
"สุภาพบุรุษท่านนี้ แม้ฉันจะอยากรู้เหลือเกินว่าท่านเป็ใคร แต่ตอนนี้ฉันขอถามก่อนว่าท่านอยู่ฝ่ายไหนกันแน่" ลิลิธรู้ถึงความแข็งแกร่งของหยางเฉินดีที่สุด เธอจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
หยงเย่เองแม้จะเกลียดหยางเฉิน แต่เพื่อความอยู่รอด แต่เขาย่อมต้องไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
"ไม่เห็นหรือไงว่า เขาเพิ่งช่วยคนของกองพลน้อยเหยียนหวง ส่งจอกศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเราได้แล้ว!”
หยางเฉินเหลือบมองหยงเย่อย่างเ็า "หากนายยังพูดแม้เพียงคำเดียว ผมจะฆ่านายเป็คนแรก อยากลองดูมั้ยล่ะ"
คำพูดอันเหี้ยมเกรียมของหยางเฉิน ทำเอาหยงเย่กลืนความเย่อหยิ่งเมื่อครู่กลับลงท้องไป เขาไม่กล้าพูดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ใบหน้าแดงก่ำเต็มด้วยความโกรธ
แรงกดดันของหยางเฉินประกอบกับความเร็วเมื่อครู่ ทำให้ความกล้าหาญของหยงเย่หายไปโดยสิ้นเชิง
กาเบรียลในชุดเกราะหนักที่แม้จะมีรอยขีดข่วนอยู่บ้าง แต่พละกำลังยังคงเต็มเปี่ยม เอ่ยถามหยางเฉินอย่างเคร่งขรึมว่า
"ความแข็งแรงของท่านอยู่เหนือพวกเราทั้งหมด หรือว่าท่านเองก็้าจอกศักดิ์สิทธิ์ด้วยอีกคน?”
"จอกศักดิ์สิทธิ์เป็ของจริงหรือไม่ ผมเองก็ยังไม่รู้ แต่ผมไม่มีสนใจ ''ความเป็ะ'' แม้แต่น้อย" หยางเฉินหัวเราะ
"แล้วท่าน้าทำอะไร?" อาร์คิมิดีสถามอย่างกระวนกระวาย
"ผมแค่อยากจะอยู่อย่างสงบ ผมช่วยชีวิตคนจากกองพลน้อยเหยียนหวงไว้ในครั้งนี้ แน่นอนว่าผมจะไม่ให้พวกเขามายุ่งกับพวกคุณอีก ดังนั้นผมขอแนะนำให้พวกคุณทุกคนแยกย้ายกันไป แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้"
"แล้วพวกพ้องของเราที่ตายไปล่ะ ท่านจะให้พวกเรานิ่งเฉยต่อเื่นี้หรือไร?" กาเบรียลถามเสียงดัง
"หึ หึ กาเบรียล พวกเ้าต้องตายกันให้หมดถึงจะรามือใช่หรือไม่ จอกศักดิ์สิทธิ์เป็ของพวกเราแล้ว" ฮิวจ์สกล่าว
ลิลิธยิ้มและกล่าวเสริมว่า "ฉันไม่ทราบชื่อของท่าน แต่ดูเหมือนศัตรูของพวกเราจะไม่ยอมให้เราจากไปง่ายๆ ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร"
"ในเมื่อจอกศักดิ์สิทธิ์นั้นมีปัญหานัก งั้นผมจะทำลายมันเอง ทุกคนจะได้แยกย้ายกันไปเสียที”
"ไม่ได้!" กาเบรียลและอาร์คิมีดีสะโขึ้นโดยพร้อมเพรียง
"นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี พวกคุณจะเอายังไงกันแน่ อย่ายั่วโมโหผมจะดีกว่า"
"ท่านโปรดอย่าทำเช่นนี้ แม้ท่านจะแข็งแกร่ง แต่พวกเราย่อมต้องขัดขวางทุกวิถีทาง" อาร์คิมีดีสกล่าว
หยางเฉินหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง เมื่อคิดว่าหลินรั่วซีคงกลับบ้านไปก่อน แล้วเขาต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
"ในเมื่อพวกคุณไม่ยอม งั้นผมก็จะไม่ไยดีพวกคุณอีกต่อไป"
พูดจบร่างของหยางเฉินก็พลันหายลับไป ก่อนจะปรากฏตัวตรงหน้าชาร์ลี ชาร์ลีขวัญเห็นดังนั้นจึงกระเจิงไปในทันที ทันใดนั้นเขารู้สึกเจ็บที่แขนอย่างฉับพลัน!
รังสีฆ่าฟันที่หยางเฉินปล่อยออกมา ย้อมบรรยากาศโดยรอบ ส่งผลให้ใครก็ตามที่อยู่บริเวณนั้นรู้สึกหดหู่ใจจนมิอาจต่อต้าน!
และเมื่อหยางเฉินยืนยันได้ว่า จอกศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้อยู่ที่ชาร์ลี เขาก็โยนชาร์ลีทิ้งเรากับสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง จากนั้นมุ่งเป้าไปที่ฮิวจ์สต่อทันที!
การกระทำของหยางเฉินที่คล้ายกับผู้ใหญ่รังแกเด็กทำให้ทุกคนตกตะลึงไปชั่วขณะ พวกเขาตระหนักได้ว่าความสามารถของหยางเฉินเป็ของจริง!
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังไม่ทันทั้งตัว หยางเฉินกลับหยุดการกระทำทุกอย่างลงในทันใด!
"ทำไมถึง..."
หยางเฉินจ้องมองใบหน้าของฮิวจ์สอย่างตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ห่างออกไปเพียงแค่ 3 ฟุตเท่านั้น จากนั้นร่างของฮิวจ์สกลับหายลับไป หลงเหลือเพียงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่กลิ้งตกลงสู่พื้น!
"ฮิวจ์ส!!!" อาร์คิมีดีส และคนอื่นๆ ะโขึ้น เห็นได้ชัดว่ายังคงสับสนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
