เมืองเทียนโหมวชั้นใน ณ จวนที่พำนักแห่งหนึ่งบนไหล่เขา
หลัวชิงเยว่กำลังนั่งอยู่ตรงนั้น นั่งเล่นถ้วยน้ำชาที่อยู่ในมือ ดวงตาของนางดูเหม่อลอย ราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่
“เยว่เอ๋อ” ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ทุ้มต่ำดังขึ้นมา หลัวชิงเยว่จึงลุกขึ้นยืนในทันที “ท่านพ่อ ท่านปู่ทวดว่าอย่างไรบ้าง? เื่โอกาสสำคัญนั่นเป็อย่างไร?”
หลัวเฟิงมองดูหลัวชิงเยว่ และพูดพลางถอนหายใจเบาๆ “เื่โอกาสที่ว่านั่นก็ไม่ต้องถามแล้ว และไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับเื่ของหลี่โหย่วฉายอีก!”
ดวงตาของหลัวชิงเยว่เบิกกว้างทันที และพูดอย่างตกตะลึง “เป็เช่นนี้ได้อย่างไรกัน? โอกาสที่ว่านั่น... มันคือโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ออกไปจากแดนต้าโหมวเทียนได้... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ท่านพูดกับท่านปู่ทวดดีแล้วจริงหรือ? นั่นเป็โอกาสในการออกไปจากแดนต้าโหมวเทียนเชียวนะ ทำไมจึงถามมากไม่ได้? อีกอย่าง หากหลี่โหย่วฉายตายไป แล้วจะมีผู้ใดไปขอให้ผู้เฒ่าร้องไห้ช่วยได้อีก?”
หลัวชิงเย่วร้อนใจอย่างมาก นางไม่ได้สนใจความเป็ความตายของฉินอวี่ แต่นางกำลังสนใจเื่ของการออกจากการกักขังในแดนต้าโหมวเทียน!
“พอได้แล้ว เื่มันไม่ง่ายอย่างที่เ้าคิดหรอกนะ และมันก็ไม่ใช่เื่ที่พวกเราจะเข้าไปแทรกแซงได้เช่นกัน” หลัวเฟิงกล่าวเบาๆ ด้วยสายตาที่ดูลังเลใจ
“ไม่อาจแทรกแซงได้หรือ? มันไม่ง่ายเลยที่จะมีโอกาสสำคัญที่ช่วยพลิกให้พวกเราออกไปจากแดนต้าโหมวเทียนได้ แล้วทำไมจึงปล่อยวางเสียง่ายดายเช่นนี้? หรือว่าจะเป็อย่างที่หลี่โหย่วฉายบอกไว้ ว่าโอกาสสำคัญที่ว่านั่น อยู่ในคุกโหมวเทียน? หรือว่า... พวกโหมวเทียนหวังมีเจตนาจะปกปิดโอกาสพลิกวิกฤติครั้งนี้เอาไว้? เพราะอะไร? เพราะอะไรต้องปกปิดโอกาสสำคัญเช่นนี้ด้วย?” เมื่อหลัวชิงเยว่พูดจบ นางก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น สายตาจ้องตรงไปยังบิดาของนาง ด้วยความหวังที่เฝ้ารอคำตอบ
“เื่รายละเอียดอื่นๆ พ่อเองก็ไม่มีสิทธิ์ได้รู้หรอก เอาล่ะ รีบไปเก็บของเตรียมตัวเถอะ!” พูดจบ หลัวเฟิงก็หันหลังเดินจากไป
หลังชิงเยว่ตกตะลึง และพูดอย่างประหลาดใจ “เก็บของ? เตรียมตัว? เตรียมตัวอะไร?”
“ออกไป... จากแดนต้าโหมวเทียน!”
ดวงตาของหลัวชิงเยว่เบิกกว้างราวกับถูกฟ้าผ่า ใบหน้าที่งดงามเผยให้เห็นถึงความยินดีและตื่นเต้น!
...
ในเื่คำถามของโหมวจิ่นซิ่วนั้น ฉินอวี่ไม่ได้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาคิดว่าโหมวจิ่นซิ่วคงกำลังคิดว่าตัวเขากำลังยอมรุกรานและยั่วยุผู้มีกำลังในแดนต้าโหมวเทียนเพื่อใครสักคนหนึ่ง
เพียงแต่ คำถามของโหมวจิ่นซิ่วนั้นทำให้ฉินอวี่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ถึงอย่างไรฉินอวี่ก็มองเห็นถึงความยึดติดของโหมวจิ่นซิ่ว คนที่มีความยึดติดและหลงใหลสิ่งใด ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็คนเืเย็นไร้ความรู้สึกไปเสียทุกคน อย่างน้อยที่สุดทุกคนต่างมีความมั่นคงในจิตใจ เป็ไปไม่ได้อย่างยิ่งที่จะหลงกลอย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ฉินอวี่ยังมองข้ามไปคือ ด้วยระดับการฝึกฝนอย่างโหมวจิ่นซิ่วยังมีความยึดติดลุ่มหลงเช่นนี้ หากพบสิ่งที่ยากจะพบหรือแปลกใหม่ใด ก็คงต้องพบความลำบากทุกข์ยากที่มิอาจนับครั้งได้ จากมุมมองชีวิตของโหมวจิ่นซิ่ว ก็น่าจะยังเป็เช่นเดิม
หรืออาจบอกได้ว่า โหมวจิ่นซิ่วเริ่มเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ... และฉินอวี่ก็ไม่รู้เลยว่าคำตอบของตนจะมีผลต่อโหมวจิ่นซิ่วมากน้อยเพียงใด หรือมอบความกล้าให้นางได้บ้างหรือไม่!
ในตอนนี้ ฉินอวี่กำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อทำสมาธิอยู่ในลานของจวนที่พำนักในเมือง และทั่วทั้งจวนแห่งนี้มีเขาอยู่เพียงคนเดียว ส่วนพวกฉวีหย่งเซิงทั้งสี่คนนั้นยังไม่รู้ว่าเดินทางไปทิศทางใด และในตอนนั้น ก็สามารถเข้าใจสถานการณ์โดยรวมของอาจารย์ได้จากปากของนาง
หนึ่งชั่วยาม...
ครึ่งวัน...
หนึ่งวัน...
เป็เวลาสามวันผ่านไป ใบหน้าของฉินอวี่ก็ซีดเซียวขึ้นมาทันที ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความกังวลอย่างมาก
ตามการคาดการณ์ของเขา หลัวชิงเยว่จะต้องมาหาเขาในเวลาสามวันก่อนหน้านี้ เป็เพราะเขาดูออกว่าหลัวชิงเยว่ให้ความสำคัญกับเื่โอกาสสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ของพวกนาง และเื่การออกจากแดนต้าโหมวเทียนเป็อย่างมาก แต่ตอนนี้ เวลาผ่านไปสามวันแล้ว ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของหลัวชิงเยว่ แต่จะเห็นได้ว่า เื่ราวทั้งหมดเริ่มเกินความคาดหมายของฉินอวี่ แล้วฉินอวี่ตัดสินใจได้อย่างแน่ชัด ว่าตอนนี้อาจารย์หวงถิงน่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายกว่าที่เขาคิดไว้!
“เป็เช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน? ทำไมถึงเป็แบบนี้? สิ่งที่ข้าพูดไปไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่น้อย แม้แต่โหมวเทียนหวังยังเชื่อ โดยหลักแล้ว ขอเพียงต้าหลัวเต้าจวินทำการสอบถามมา ก็จะรู้ได้ทันทีว่าโหมวเทียนหวังตั้งใจจะปกปิดเื่ของอาจารย์เอาไว้... ยิ่งไปกว่านั้น... ด้วยนิสัยของหลัวชิงเยว่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ก็จะต้องมาหาตนเองแล้ว แต่นางก็ยังไม่มา หรือว่า... จะมีคนข้างหลังนางขัดขวางนางไว้?”
ฉินอวี่อยากจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปรอบๆ แต่ตอนนี้ก็ทำได้แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้ เขายังไม่แน่ใจว่าจะมีคนกำลังจ้องมองเขาหรือไม่ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉินอวี่ก็เริ่มปิดตาทั้งสองลง และเริ่มค้นหาต้นสายปลายเหตุของเื่ราวทั้งหมด!
“เป็เช่นนี้ได้อย่างไร? มันมีอะไรผิดไปกันแน่?”
“หลัวชิงเยว่ไม่มา จะต้องมีคนเื้ันางคอยขัดขวางไว้เป็แน่ หรืออาจพูดได้ว่า เื่ของโอกาสสำคัญนั่น คุกโหมวเทียนจะต้องนำรายงานให้กับต้าหลัวเต้าจวินแล้ว? หรือว่า... พวกเขาเชื่อจริงๆ แล้วว่าอาจารย์คือตัวแปรของโอกาสสำคัญ? เป็ไปได้หรือไม่ว่า... เื่โอกาสที่ข้าได้สร้างขึ้นลอยๆ จะกลายเป็สิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายอาจารย์เสียแล้ว?” ฉินอวี่ใ แต่ก็รีบละความคิดนี้ทิ้งไปทันที
“ไม่สิ ระยะเวลายังไม่ถูกต้อง โหมวเทียนหวังไม่เคยรู้เื่โอกาสสำคัญมาก่อน แต่เขากลับเกรงกลัวอาจารย์... แต่พวกต้าหลัวเต้าจวินรู้ว่าอาจารย์คือโอกาสที่พูดถึง... จึงได้ขัดขวางหลัวชิงเยว่...”
“เป็ไปได้หรือไม่ว่า... มีหรือไม่มีโอกาสที่ว่านี้ก็ไม่สำคัญกับสายตระกูลของต้าหลัวเต้าจวิน!”
“ดังนั้น...”
ดวงตาของฉินอวี่เบิกกว้างขึ้นทันที สีหน้าซีดเผือด เขานึกขึ้นได้ถึงผลที่เขาไม่อยากจะเชื่อ
ผู้แข็งแกร่งของแดนต้าโหมวเทียนจะต้องรีบออกจากการกักขังนี้อย่างแน่นอน!
โดยเฉพาะ ภายในไม่กี่ปีนี้!
ดังนั้น จะมีหรือไม่มีโอกาสที่พูดถึงก็ไม่สำคัญ ดังนั้น จะมีผู้เฒ่าร้องไห้เข้าร่วมหรือไม่ก็ยิ่งไม่สำคัญ!
ฉินอวี่สูดลมหายใจอย่างกระชับ หากการกักขังนี้ถูกทำลาย ทั่วทั้งแดนซิงเฉินจะต้องปั่นป่วนแน่นอน ขุมพลังที่เหลือของจอมอสูรที่ถูกกักเอาไว้ที่นี่จะต้องพัฒนาขึ้นถึงระดับใด ก็ไม่มีผู้ใดรู้ได้เลย แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเขตแดนเต๋าจะต้องมีจำนวนเป็พันเป็หมื่นแน่นอน ในจำนวนนั้น จะต้องมีจำนวนผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดของเขตแดนเต๋าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว!
หากออกไปได้... การนองเืจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเผ่าหยาจื้อจะต้องเป็กลุ่มแรกที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ถึงตอนนั้น... แม้แต่สำนักยุทธ์ว่านจ้งก็ต้องได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน
ฉินอวี่ครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพบเพียงว่าวิธีการนี้ จึงจะสามารถอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ได้ อธิบายได้ว่าทำไมหลัวชิงเยว่จึงไม่มา!
“ซี้ด!” ฉินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าดูเคร่งขรึมเป็อย่างมาก แม้ว่าจะพอได้ข้อสรุปแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ของอาจารย์ในตอนนี้ ฉินอวี่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้
ก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากแดนต้าโหมวเทียน ทำไมโหมวเทียนหวังจะต้องจะต้องเกรงกลัวอาจารย์ด้วย? แล้วเื่ป้ายคำสั่งที่อยู่กับอาจารย์มันคืออะไรกัน? จากคำพูดของโหมวเทียนหวัง เห็นได้ชัดว่าอาจารย์คือคนใกล้ตาย ความเป็ความตายขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ
สรุปว่ามีเื่อะไรที่แอบซ่อนไว้กันแน่?
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะออกไปจากแดนต้าโหมวเทียนได้ แต่อาจารย์ก็คือโอกาส และเพื่อเป็การป้องกัน พวกเขาจะต้องรักษาชีวิตของอาจารย์เอาไว้ เช่นนั้นแล้ว หลัวชิงเยว่ก็ควรจะมาสิ
ดวงตาของฉินอวี่จมดิ่งอยู่กับการครุ่นคิด
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่
ฉินอวี่ก็ะโลุกขึ้นมาอย่างแรง ท่าทางของเขาดูใเป็อย่างยิ่ง หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ฉินอวี่ก็นึกถึงผลบางอย่างที่ทำให้ตนเองรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็มขึ้นมาได้
อาจารย์เป็โอกาสของพวกเขาจริงๆ! เป็โอกาสสำหรับการออกจากแดนต้าโหมวเทียนจริงๆ! แต่ตนเองแค่พูดไปส่งเดช กลับเป็เื่จริง!
และเหตุผลที่โหมวเทียนหวังเกรงกลัวอาจารย์ ส่วนสำคัญน่าจะเป็เพราะป้ายคำสั่งนั่น หรืออาจพูดได้ว่า พวกเขากำลังคิดว่าอาจารย์คือผู้แข็งแกร่ง และจากที่โหมวเทียนหวังพูดว่าอาจารย์คือคนใกล้ตาย...สามารถบอกได้ว่า อีกไม่นานนักอาจารย์อาจจะตายจากไป แต่การตายมิใช่การตายจริงๆ แต่เป็... การถูกแทนที่ร่าง!
คนที่้าแทนที่อาจารย์คือ...
“จู๋ฮวง โผล่ออกมาเดี๋ยวนี้!” ฉินอวี่จมดิ่งเข้าสู่จิตสำนึกของตนเอง และะโเสียงดัง!
