ไห่ซื่อจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายของโจวทงมีปัญหา นางยังคอยเร่งเร้าให้โจวทงรีบๆ แต่งงาน รีบแต่งภรรยา รีบมีเ้าตัวน้อยให้เร็วที่สุด
บุรุษที่เป็โรคนี้ ต่อให้ปิดบังมารดาได้ ทว่าย่อมมิอาจปิดบังภรรยา โจวทงคิดว่าทันทีที่แต่งงานเข้าห้องหอ เพียงถอดกางเกงก็คงจะถูกภรรยาค้นพบความลับได้ทันที ผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากนั้นย่อมเลวร้ายจนมิอาจจินตนาการ
โจวทงจะยังมีความกล้าที่จะแต่งงานได้อย่างไร เขาทำได้เพียงวิ่งโร่ไปหาหมอทั่วทุกแห่งหนโดยอ้างว่าออกไปทำงานช่างไม้
ในครึ่งปีนั้นเขาเข้าพบหมอไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน ดื่มยาไปมากกว่าร้อยเทียบ เงินถูกใช้ไปจนหมด ทว่าผลลัพธ์กลับไม่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
มีครั้งหนึ่งโจวทงได้ยินว่า ในเมืองที่อยู่ห่างออกไปสามร้อยลี้ มีท่านหมอชื่อดังผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในบุรุษ เขาโอบกอดความรู้สึกที่ว่าลองดูสักตั้งไป ทว่าท่านหมอคนนั้นกลับเอ่ยว่าเขามาช้าไปเสียแล้ว หากมาเร็วกว่านี้สักสองปี โรคนี้ก็คงสามารถรักษาให้หายได้สำเร็จ
ท่านหมอผู้มีชื่อเสียงคนนั้นได้สกัดยาเม็ดที่มีชื่อว่าเซิงหยาง เพื่อรักษาอาการป่วยของโจวทง
สรรพคุณทางยาของยาเม็ดชนิดนี้สามารถเก็บไว้ได้เพียงฤดูกาลเดียว ดังนั้นทุกๆ สามเดือน โจวทงจะต้องเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไปสามร้อยลี้ เพื่อรับยาจากท่านหมอผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนนั้น
ราคาของยาเม็ดเซิงหยางนั้นมิได้ถูกเลย เงินที่ได้จากการทำงานไม้ และการแต่งกายเป็เ้าแม่กวนอิม ล้วนถูกใช้ไปกับการซื้อยาเม็ดเซิงหยางทั้งสิ้น
โจวทงกินยาเม็ดเซิงหยางหนึ่งปี ส่วนล่างของเขาก็ผงาดลุกขึ้นตั้งตรงได้ หลังจากกินไปอีกปี ส่วนล่างก็เหมือนจะปล่อยน้ำเชื้อได้ ทว่าท่านหมอผู้มีชื่อเสียงกลับยังคงยืนยันคำเดิมว่า โจวทงมิอาจทำให้สตรีคนใดตั้งครรภ์ได้ อีกทั้งตัวโจวทงเองก็เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วด้วย ต่อให้กินยาเม็ดเซิงหยางอีกก็มิอาจเกิดผลลัพธ์อันใด
ในยามนั้นโจวทงอายุสิบเจ็ดปีเต็มแล้ว ไห่ซื่อรีบร้อนจนแทบจะคว้าเอาสตรีคนใดก็ได้สักคนมายัดใส่เตียงของเขา
เมื่อโจวทงเห็นแล้วว่าอย่างไรเขาก็มิอาจหนีพ้น เขาจึงทำได้เพียงจำใจหาคนมาแต่งงานด้วย และเพราะเขามีทักษะเป็เอกหน้าตาเป็เลิศ ต่อให้ไห่ซื่อจะโหดร้ายเพียงใด แต่สตรีแรกแย้มที่อยากจะแต่งงานกับเขาก็นับว่ายังพอมีอยู่
โจวทงไม่กล้าเลือกสตรีที่ฉลาดเฉลียว จึงเลือกหวังเยวี่ยผู้ซื่อบื้อและเถรตรง เขาวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากแต่งงาน ก่อนอื่นเขาจะเกลี้ยกล่อมและหลอกลวงหวังเยวี่ย หลังจากนั้นในเวลาเดียวกัน เขาก็จะตามหาท่านหมอที่มีชื่อเสียงเพื่อรักษาโรค ไม่แน่ว่าโรคของเขาอาจจะสามารถรักษาจนหายก็ได้ ผู้ใดเล่าจะล่วงรู้?
ในวันที่โจวทงและหวังเยวี่ยแต่งงานและร่วมหอกัน หวังเยวี่ยเขินอายราวกับอะไรดี เดิมทีก็ไม่กล้ามองส่วนล่างของโจวทงอยู่แล้ว
โจวทงพยายามมุดเข้าถ้ำอยู่ครึ่งค่อนวัน ทว่าสุดท้ายก็มิได้สอดเข้าไป
วันรุ่งขึ้นไห่ซื่อพบว่าบนเตียงนอนไร้รอยเื นางเตรียมจะะเิโทสะ ทว่าถูกโจวทงห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มโกหกมารดาของตนว่าเขากับหวังเยวี่ยเคยร่วมเตียงกันมาก่อนที่จะแต่งงาน และบริเวณนั้นของหวังเยวี่ยก็เคยมีเืออกมาก่อนเช่นกัน
ไห่ซื่อย่อมมิอาจยอมรับเื่ที่สะใภ้ของตนยังไม่ทันข้ามธรณีประตูก็หลับนอนกับบุตรชายของตนเสียแล้วได้ ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา นางมองหวังเยวี่ยแล้วก็รู้สึกว่าเกะกะสายตามาโดยตลอด เมื่อไรที่โมโหก็จะดุด่าว่านางเป็สตรีแพศยา เอ่ยว่านางเป็สตรีชั้นต่ำไร้ราคา
โจวทงได้รับการรักษาต่ออีกเจ็ดปี เงินทั้งหมดที่หาได้จากการทำงานล้วนถูกใช้ไปกับการรักษาจนหมด ทว่าอาการป่วยกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ไห่ซื่ออยากมีหลานจนแทบจะเสียสติ ในแต่ละวัน ลืมตาขึ้นมาก็จ้องแต่จะด่าหวังเยวี่ยว่ามิอาจให้กำเนิดบุตร หลับตาก็เอาแต่จะด่าหวังเยวี่ยว่าเป็โรคผิดปกติ หากนางมิอาจตั้งครรภ์ได้ก็หย่ากับนางเสีย
โจวทงร้อนรนแทบตายแล้ว ในใจเขาย่อมรู้ดี คราวนี้หากเปลี่ยนตัวภรรยา นางย่อมไม่ถูกเขาหลอกเอาง่ายๆ เช่นหวังเยวี่ยอย่างแน่นอน อีกทั้งเขาคงมิอาจหาสตรีที่ทั้งทำงานทั้งกตัญญูต่อไห่ซื่อ และยังดูแลเขาเป็อย่างดีเช่นหวังเยวี่ยได้อีก
ดังนั้นโจวทงจึงวางแผนที่จะใช้เงินให้น้อยที่สุด เพื่อซื้อสตรีเข้าบ้านสักคน หลังจากนั้นยามที่เขาออกไปทำงานด้านนอก เขาก็จะพาสตรีผู้นี้ไปด้วย หนึ่งปีให้หลังค่อยขายสตรีผู้นี้ทิ้ง แล้วซื้อเด็กทารกเพศชายคนหนึ่งกลับไป โกหกว่าสตรีผู้นั้นคลอดบุตรชายอย่างยากลำบากจนเสียชีวิต หลังจากนั้นเขาก็จะมอบทารกคนนี้ให้หวังเยวี่ยเลี้ยงดู และจดจำในนามบุตรของพวกเขาแทน
เมื่อถึงเวลานั้น หวังเยวี่ยที่เข้าใจมาตลอดว่าตนเองมิอาจมีบุตร เห็นว่าโจวทงมิได้หย่านางและยังไว้ใจมอบบุตรชายแท้ๆ ให้นางดูแล หญิงสาวย่อมเพิ่มความตั้งใจในการดูแลทั้งโจวทงและมารดาเป็อย่างดี และย่อมต้องตั้งใจเลี้ยงดูเด็กคนนั้นจนเติบใหญ่อย่างแน่นอน ส่วนเื่ที่ร่างกายของโจวทงไร้สมรรถภาพทางเพศก็จะถูกเก็บไว้เป็ความลับ และไม่มีผู้ใดล่วงรู้ไปตลอดกาล
โจวทงวางแผนเอาไว้เสียดิบดี ยามนี้เพียงรอให้เลือกสตรีที่เหมาะสมได้ และทำการซื้อให้สำเร็จเท่านั้น...
ทันทีที่ไห่ซื่อได้ยินว่าโจวทงยังคงปฏิเสธที่จะหย่ากับหวังเยวี่ย นางก็เอ่ยด้วยความเกรี้ยวโกรธ “นางสตรีแพศยาหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ราวกับลาโง่ นางมีอะไรดีตรงไหน เหตุใดเ้าถึงได้งัดข้อกับแม่ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อนาง?”
โจวทงเอ่ยอย่างเซื่องซึมว่า “ข้างัดข้อกับท่านแม่ที่ใดกัน มิใช่ว่าก็ออกไปเลือกสตรีข้างนอกมาแล้วหรือ?”
น้ำเสียงของไห่ซื่อดังจนแก้วแทบแตก “แล้วตัวคนเล่า คนที่เ้าซื้อมาอยู่ที่ใด?”
“คนหน้าตาดีที่ท่านแม่บอกราคาแพงยิ่งนัก ข้ามีเงินติดตัวไม่พอซื้อหรอกขอรับ”
ตัวไห่ซื่อย่อมมีเงิน เพียงแต่ว่ายิ่งแก่ตัวลง นางก็ยิ่งให้ความสำคัญกับเงินมากขึ้น เมื่อรวมกับความตั้งใจที่จะไม่ยอมให้โจวทงนำเงินไปมอบให้หวังเยวี่ยอีก หญิงชราจึงถลึงตาเอ่ย “ปีปีหนึ่งเ้าทำงานอยู่ข้างนอกครึ่งปีเห็นจะได้ บ้านที่เ้าไปทำล้วนเป็ครอบครัวคหบดี แค่รางวัลก็นับเป็เงินเท่าไรแล้ว แต่เ้ากลับบอกแม่ว่าเ้ามีเงินไม่พอ อย่าบอกนะว่าเ้านำเงินไปมอบให้นางแพศยานั่นอีกแล้วใช่หรือไม่?”
โจวทงหัวเราะ เงินที่จะใช้ซื้อยายังมีไม่พอเลย แล้วเขาจะนำไปให้หวังเยวี่ยได้อย่างไร
เอ่ยถึงเื่นี้ หลายปีที่หวังเยวี่ยแต่งเข้าเรือนมา เงินที่นางใช้จ่ายล้วนมาจากพืชพรรณธัญญาหารที่นางเพาะปลูกและนำไปขายเองทั้งสิ้น
ไม่เพียงเท่านั้น หวังเยวี่ยยังนำเงินเหล่านี้มาเลี้ยงดูไห่ซื่ออีก และยังรวมโจวทงด้วย ในปีปีหนึ่งย่อมต้องมีครึ่งปีที่เขากลับมาดื่มกินมาอาศัยที่บ้าน...
“เ้าบอกมาสิว่าใช่หรือไม่ใช่? ไอ้เ้าลูกโง่คนนี้ ปีนั้นยังยืนกรานจะแต่งงานกับสตรีแพศยาสารเลวหน้าตาขี้เหร่คนนั้นเข้ามา ประเสริฐนัก ยามนี้แม้แต่บุตรชายสักคนก็ไม่มีให้ เ้าจะให้ข้าตายไปเจอหน้าพ่อของเ้าหรืออย่างไร?”
โจวทงเห็นว่าไห่ซื่ออาละวาดและเริ่มจะร้องไห้ฟูมฟาย ก็รีบเดินออกไปจากห้องโถง เพื่อเข้าห้องครัวไปทำอาหารกินเอง
ไห่ซื่อยืนก่นด่าโจวทงอยู่ที่หน้าประตูห้องครัวสองสามประโยค หลังจากนั้นก็ด่าหวังเยวี่ยต่อ แล้วยังลามไปด่าสกุลหวังด้วย และคนที่ถูกด่ามากที่สุดก็คือหลิวซื่อ
ก่อนหน้านี้ไห่ซื่อเคยลงไม้ลงมือกับหวังเยวี่ยมาก่อน ทว่าเมื่อถูกหลิวซื่อรู้เข้า นางก็พุ่งมาทุบตีไห่ซื่อทันที หลังจากนั้นมาไห่ซื่อก็ไม่กล้าทำร้ายหวังเยวี่ยอีกเลย
“นางแพศยาไร้ยางอาย คิดว่าบ้านมารดาตนสร้างเรือนอิฐก็มีหน้ามีตาขึ้นมาแล้ว วิเศษวิโสจนเดินเท้าไม่ติดพื้น ไม่จำเป็ต้องกตัญญูต่อแม่สามีแล้วหรือ? ถุย เงินที่บ้านสกุลหวังใช้ในการสร้างเรือนอิฐก็ยังไม่รู้ว่าไปคดโกงผู้ใดมาหรือไม่?” ไห่ซื่อมองบ้านมุงจากของตน ในใจก็ยิ่งอิจฉาหลิวซื่อ
โจวทงจุดไฟหุงข้าว แค่คิดจะทำใจให้สงบก็นับว่าเป็เื่ยากแล้ว ทว่าคำด่าของไห่ซื่อก็ทำให้เขานึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้
ตระกูลหวังต้องมีโชคลาภเพียงใดกัน ถึงขนาดมีเงินสร้างเรือนอิฐได้?
สองแม่ลูกต่างคนต่างความคิด รีบจ้วงข้าวเข้าปาก
เช้าตรู่วันต่อมาโจวทงเพิ่งจะลุกจากเตียงนอน เปิดประตูบ้านออกไปก็เห็นน้องของภรรยาหวังเลี่ยงนั่งอยู่บนขั้นบันไดหน้าบานประตูใหญ่ บนพื้นยังมีตะกร้าไม้ไผ่หนึ่งใบวางอยู่
“พี่เขย ครอบครัวของข้า้าขายอาหารประเภทแป้ง จึง้าให้ท่านช่วยทำภาชนะไม้สักหน่อย ท่านพ่อของข้าเชิญท่านไปที่บ้านของข้าเพื่อเจรจาเื่นี้ นี่คือซาลาเปาที่บ้านของข้าทำ พี่สาวให้ข้ามายี่สิบลูกเพื่อนำมามอบให้ท่านกับท่านป้าไห่ทาน”
โจวทงไม่อยากไปเยือนบ้านสกุลหวัง แต่เห็นแก่ซาลาเปาจึงเอ่ยว่า “การทำไม้ของข้าต้องใช้ความพยายามสูง อย่างน้อยก็ต้องเรียกเก็บเงินจำนวนหนึ่ง”
“ตกลง” ในใจของหวังเลี่ยงสาปแช่งโจวทงถึงตาย แต่บนใบหน้ายังคงเผยรอยยิ้ม
ไห่ซื่อที่กำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน ได้ยินว่าคนตระกูลหวัง้าให้โจวทงไปทำงานให้ นางก็โมโหเป็ฟืนเป็ไฟจนผุดกายลุกขึ้นนั่งทันที ทว่าเมื่อได้ยินเื่ซาลาเปา นั่นคืออาหารประเภทที่นางเคยได้ยินแต่ไม่เคยทานมาก่อน ถ้อยคำสบถด่าที่จ่ออยู่บนริมฝีปากจึงถูกกลืนกลับไปทันที
แต่ก่อนสิ่งของที่ตระกูลหวังนำมามอบให้หวังซื่อ ล้วนให้หวังเลี่ยงเป็ผู้นำมาส่ง ดังนั้นโจวทงจึงไม่ได้คิดสิ่งใดมากมาย ส่วนทั้งใจของไห่ซื่อเองก็อยากจะทานซาลาเปาเหลือเกิน ยังจะมีกะจิตกะใจใดไปสนใจว่านี่คือแผนของตระกูลหวังอีก
ซาลาเปายัดไส้หมูมะเขือยาว มะเขือยาวดูดซับน้ำมันเอาไว้ หลี่ชิงชิงใส่น้ำมันที่ปรุงสุกในไส้เนื้อ ส่วนแป้งก็ถูกหมักไว้อย่างดี ต่อให้จะถูกลมจนเย็นไปสักหน่อย แต่ทั้งโจวทงและไห่ซื่อก็ยังกินอย่างเอร็ดอร่อยเป็ที่สุด
ซาลาเปาอร่อยมากจริงๆ!
ยามที่กินอยู่ไห่ซื่อไม่เอ่ยค้านสักคำ กระทั่งกินเสร็จก็พลิกลิ้นเปลี่ยนสีหน้าทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ นางเอ่ยกับหวังเลี่ยงด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “พี่สาวของเ้าแต่งเข้าบ้านสกุลโจวของเรามาเจ็ดปีแล้ว แม้แต่บุตรสักคนก็ยังไม่คลอดออกมาเลยด้วยซ้ำ ต้องขอบคุณที่บ้านสกุลโจวของพวกเราดีต่อนางเพียงนี้ เ้าจงกลับไปบอกพี่สาวของเ้า บอกให้นางกลับมาพร้อมซาลาเปาสองร้อยลูก ไม่เช่นนั้นบ้านสกุลโจวของพวกเราจะหย่านางเสีย!”
