เหนียนยวี่ใคร่ครวญ พลางประคององค์หญิงใหญ่ไปที่หน้าตำหนักครั้นผู้คนเห็นองค์หญิงใหญ่ต่างก็พากันถวายความเคารพ
เมื่อเหล่าข้าหลวงเห็นองค์หญิงใหญ่ก็รีบเร่งยกเก้าอี้ไปให้นางทันที องค์หญิงใหญ่ชิงเหอนั่งลงและเหนียนยวี่ก็กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างทุกอย่างอยู่ในสายตาของผู้คนรอบข้าง พวกเขาเห็นแล้วก็อยากจะเข้าไปใกล้ทว่าก็กลัวว่าจะเจอกำแพงกั้นขวาง และจะเป็ที่อับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย
ทุกคนรู้ดีว่าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอมักจะเฉยเมยต่อผู้อื่นและนิสัยก็คาดเดาได้ยาก
ทว่าเหนียนยวี่ผู้นั้น...
เมื่อครู่คุณหนูรองตระกูลเหนียนอยู่ด้านข้างองค์หญิงใหญ่ชิงเหอตลอดเวลาไม่เพียงแค่นั้น ยิ่งเห็นว่าพวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างรักใคร่สนิทสนมก็ยิ่งมั่นใจว่าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอผู้นี้ปฏิบัติกับเหนียนยวี่แตกต่างไปจากผู้อื่น
เหนียนอีหลานที่มาถึงหน้าตำหนักฉวินฝาง เห็นเหนียนยวี่และองค์หญิงใหญ่ชิงเหอแล้ว
นางไม่เข้าใจ...ในวันพิธียกน้ำชาวันนั้นเห็นได้ชัดว่า เหนียนยวี่ทำให้องค์หญิงใหญ่ชิงเหอรำคาญ และยังถูกลงโทษอีกด้วยเห็นชัดๆ ว่าสูญเสียความโปรดปรานไปแล้ว ทว่าเหตุใดยามนี้ เหนียนยวี่ถึงดูจะได้รับความรักใคร่จากองค์หญิงใหญ่ชิงเหอมากมายเช่นนี้
แท้จริงมันผิดพลาดตรงไหนกันแน่?
ในเวลาสั้นๆ เหนียนยวี่ผู้นี้นอกจากได้ใกล้ชิดท่านอ๋องมู่แล้ว ก็ไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดปรับความสัมพันธ์กับองค์หญิงใหญ่ชิงเหอเลยมิใช่หรือ?
เหนียนอีหลานขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงเื่ราวเหล่านี้ ความรู้สึกที่รู้สึกว่าตนอ่านความคิดของเหนียนยวี่ไม่ออกขึ้นเรื่อยๆนั้น ยิ่งทำให้นางตื่นตระหนกอย่างอธิบายไม่ถูก
ทว่าเหนียนยวี่ที่ถูกนางมองอยู่นั้นกลับกำลังคิดถึงเื่อื่น
เหนียนยวี่เหลือบมองครรภ์ขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอ เอ่ยกระซิบเบาๆ ว่า "คนผู้นั้น...มีวี่แววอะไรหรือยังเพคะ?"
คนผู้นั้น...ด้วยความเฉลียวฉลาดขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอแม้เป็การกล่าวถึงที่ฟังดูคลุมเครือ ทว่าเพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นก็รู้แล้วว่าคนผู้นั้นที่เหนียนยวี่เอ่ยถึงหมายถึงผู้ใด
คนที่พยายามลอบทำร้ายเด็กในท้องนางถึงสองครั้งสองครา!
ดวงตาขององค์หญิงใหญ่ฉายแววเ็า ทว่ายามที่ประจันหน้า เห็นแววตาของเหนียนยวี่ก็รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาไม่น้อย
"หลังจากวันนี้จบลงเ้าอย่ารีบกลับจวนเหนียน ตามข้ามาที่ตำหนักก่อนเถิด"องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเอ่ยขึ้นมาอย่างราบเรียบ แม้น้ำเสียงจะฟังดูราบเรียบทว่าเหนียนยวี่ก็ััได้ถึงความพิเศษเล็กน้อย
"เพคะ เสด็จแม่"รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหนียนยวี่ ดูเหมือนว่าจะมีวี่แววเื่คนผู้นั้นแล้วไม่เพียงแค่มีวี่แวว ทว่าดูเหมือนว่าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอจะวางแผนไว้แล้วด้วย
เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ขันทีก็ได้ประกาศเวลาไม่นานหลังจากนั้น เหล่าข้าหลวงก็เดินพาผู้คนที่อยู่นอกตำหนักเข้ามาข้างใน
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเป็คนแรกที่เข้ามาในตำหนัก โดยมีเหนียนยวี่อยู่เคียงข้างนางนั่งในตำแหน่งสูงสุดทางขวา รองจากที่นั่งฮองเฮาเท่านั้น
ผู้คนมากมายเห็นทุกสิ่งในสายตาทว่าก็ยังมีใครบางคนที่มิอาจปิดบังความอิจฉาไว้ได้
"หึ เป็แค่บุตรีอนุปีนป่ายขึ้นมาได้ด้วยตำแหน่งสูงส่งขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอมิเช่นนั้นคงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาที่นี่ได้"
แม้เสียงนั้นจะเบายิ่งทว่าก็ยังดังก้องทั่วตำหนักมากพอที่ทำให้ผู้คนได้ยิน
ทุกคนหันมองไปทางเสียงนั้นอย่างอดไม่ได้ครุ่นคิดในใจว่าผู้ใดที่อาจหาญขนาดนี้ กล้ากล่าววาจาที่พวกนางไม่กล้าพูดทว่าอย่างไรองค์หญิงใหญ่ชิงเหอก็อยู่ด้วยถ้าหากว่าความรักใคร่ขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอที่มีต่อบุตรีอนุยังยึดมั่นเช่นนี้ นั่นจะไม่สร้างปัญหาหรือ?
ทว่ายามที่พวกนางเห็นคนที่กล่าววาจาก็มีแววตาประหลาดใจแวบผ่าน จากนั้นก็ได้แต่คอยดูงิ้วสนุกๆ มีคนไม่น้อยเลยที่เคยตกอยู่ในเงื้อมมือนาง!
ชั่วเวลาหนึ่งผู้คนมากมายหวังว่าประโยคนั้นจะจุดประเด็นทำให้เหนียนยวี่โกรธได้ทว่าพวกนางกลับได้เห็นเหนียนยวี่ที่ใกล้ชิดกับองค์หญิงใหญ่ชิงเหอมีท่าทีสงบยิ่ง
เหนียนยวี่เองก็เห็นคนผู้นั้น
เป็หนานกงเย่...
ยามที่เหนียนยวี่มองผ่าน นางก็สบสายตาเหยียดหยามของหนานกงเย่พอดิบพอดี ความเกลียดชังและความไม่พอใจในดวงตานั้นชัดเจนมาก
ไม่เต็มใจหรือ
วันนั้นที่จวนเหนียน หนานกงเย่ไม่พอใจที่ไม่ได้ตัดมือนางหรือ?
มุมปากเหนียนยวี่ยกยิ้มเล็กน้อยและวางมือลงบนโต๊ะข้างหน้านิ้วชี้เคาะลงบนโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนเจตนาแต่ก็ไม่เจตนา ท่าทีผ่อนคลายสบายใจทั้งหมดอยู่ในสายตาของหนานกงเย่ร่างกายของหนานกงเย่อดไม่ได้จะสั่นสะท้าน สีหน้าทะมึนไปชั่วครู่หนึ่ง
ท่าทีตอบสนองเช่นนี้ ผู้คนมากมายล้วนจ้องมองอยู่ในใจพวกเขามิอาจปกปิดความประหลาดใจไว้ได้
คุณหนูตระกูลหนานกงผู้นี้แต่ไหนแต่ไรมิเคยเห็นผู้ใดในสายตา เหตุใดวันนี้...ใบหน้าของนางกลับดูเหมือนว่าจะอิจฉาขึ้นมาเล็กน้อย
อิจฉางั้นหรือ? อิจฉาเหนียนยวี่งั้นหรือ?
การคาดเดานี้ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตะลึงหันมองไปทางเหนียนยวี่ก็ยิ่งมีสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ
หนานกงเย่อิจฉาเหนียนยวี่หรือ
เกรงว่านี่อาจเป็เื่น่าขบขันที่สุดในโลกใบนี้แล้ว
ทว่าท่าทีของหนานกงเย่...ในสายตาของทุกคน โดยไม่ทันได้คาดคิดทันใดนั้น เหนียนยวี่ก็ชี้นิ้วไปทางหนานกงเย่ ความหมายไม่อาจชัดเจนไปกว่านี้แล้ว
นางให้หนานกงเย่ผ่าน!
ทว่าหนานกงเย่จะเป็คนที่ผู้อื่นส่งมาได้อย่างไร?
ผู้คนจ้องมองไปที่หนานกงเย่ เห็นนางขมวดคิ้วั์ตาราวกับกำลังต่อสู้ดิ้นรน ครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วก้าวไปทางเหนียนยวี่ การกระทำครั้งนี้ ยิ่งทำให้ผู้คนมากมายไม่เข้าใจและไม่เชื่อแม้กระทั่งสายตาตัวเอง
เป็ไปได้อย่างไร? หนานกงเย่...นิสัยที่เอาแต่ใจตนเองของนางนั้นเป็ไปได้อย่างไรที่จะยอมฟังคนที่ในใจตัวเองดูถูก
ทุกคนพินิจจ้องมองอย่างละเอียด แม้ใบหน้าของหนานกงเย่จะอัดแน่นด้วยความไม่เต็มใจแต่ในที่สุดก็เดินมาด้านหน้าของเหนียนยวี่
หนานกงเย่ที่กำลังยืนและเหนียนยวี่ที่กำลังนั่งรอยยิ้มบนใบหน้าหนึ่งสงบเสงี่ยมใจเย็น สายตาหนึ่งดื้อรั้นไม่พอใจทั้งสองมองหน้ากัน ผ่านไปครู่หนึ่ง เหนียนยวี่จึงค่อยๆ เอ่ยขึ้นมาว่า"ในเมื่อข้าก็ปีนขึ้นมาได้แล้ว อย่างไรก็ต้องจ้องมองใบหน้าของคนที่สูงส่งกว่าเช่นนี้คุณหนูหนานกงจะช่วยรินสุราให้ข้าสักจอกได้หรือไม่"
เอ่ยจบ ใบหน้าของหนานกงเย่จู่ๆก็มีสีหน้ามืดมนขึ้นมาทันใด ผู้คนที่เฝ้ามองดูอยู่ด้านข้างต่างก็ยากจะปกปิดความประหลาดใจนี้ไว้ได้
รินสุราหรือ
โอกาสยิ่งใหญ่เช่นนี้ กฎเกณฑ์ในการรินสุรามีมากเกินไป
เหนียนยวี่เป็บุตรีอนุ ทั้งยังไม่มีภูมิหลังใดๆ พูดตามหลักแล้วต่อหน้าลูกภรรยาหลวงตระกูลใหญ่เช่นหนานกงเย่ นางเรียกเหนียนยวี่ให้คุกเข่ารินสุราก็ยังได้
ทว่าวันนี้ ในที่สุดนามของนางก็ได้ถูกบันทึกลงในทะเบียนของราชสำนักแล้วตำแหน่งฐานะตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งสองเผชิญหน้ากัน ตำแหน่งสลับสับเปลี่ยนกลายเป็เหนียนยวี่ที่เป็คนเรียกให้หนานกงเย่มารินสุราให้
ทว่าเข่าของบุตรีผู้ดื้อรั้นเช่นหนานกงเย่ จะยอมคุกเข่าให้ใครก็ได้ที่ไหนกัน
เป็ดังคาด หนานกงเย่โกรธจนหน้าเขียว กำหมัดแน่นอีกนิดก็จะะเิออกมาแล้ว...
"เ้า..."
ตึก...ตึก...ตึก...
ในตำหนัก ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะดังขึ้นมาอีกครั้งดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัดบทหนานกงเย่ เสียงเคาะดังก้องกังวานตรงจังหวะ
ชั่วครู่หนึ่ง ความหยิ่งยโสของหนานกงเย่ที่พุ่งสูงขึ้นมาราวกับจะถูกเสียงเคาะโต๊ะนั้นเชือดเฉือนคำพูดทั้งหมดให้เลือนหายไปั์ตานางกลับมาฉายแววเป็ทุกข์อีกครั้ง
ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของเหนียนยวี่ รอยยิ้มบนใบหน้านางเจิดจ้าขึ้นมาอีกเล็กน้อยจงใจส่งเสียงไอออกมาเบาๆ เสียงไอนี้ประหนึ่งตั้งใจขู่ขวัญหนานกงเย่หนานกงเย่คุกเข่าลงไปทันทีสองมือยื่นจอกสุราสองจอกวางบนโต๊ะด้านหน้าเหนียนยวี่และองค์หญิงใหญ่ชิงเหออย่างเคารพ"เชิญองค์หญิงใหญ่ชิงเหอเพคะ เชิญคุณหนูยวี่เพคะ"