ขบวนรถม้าเดินทางมุ่งไปยังบ้านสกุลหูอย่างเชื่องช้า
ชาวบ้านที่มาล้อมดูมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าคนทั้งหมู่บ้านได้มากระจุกกองรวมกันอยู่ตรงนี้ทั้งหมด
หลัวจิ่งขี่ม้าอยู่ในชุดรัดรูปท่าทางแข็งแกร่งมีสง่า ระหว่างเส้นทางกลับหมู่บ้าน เขาตั้งใจขึ้นมาขี่ม้าเป็พิเศษ เพราะไม่อยากให้ผู้ใดเห็นว่าเขาได้รับาเ็
ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่อยู่บริเวณโดยรอบ ใช้สายตาเลื่อมใสและชื่นชมเงยขึ้นมองมาที่เขา
บนใบหน้าเหยาเฮ่าหลานนิ่งขรึมมาตลอดตามปกติ ทว่าใบหูกลับเก็บรวบรวมเนื้อหาความเห็นของกลุ่มผู้คนที่มารุมล้อมรอบๆ เพราะนายท่านกั๋วกงบอกไว้ว่าให้จับตาดูหมู่บ้านที่ครอบครัวสกุลหูอยู่ให้มาก และหากตรวจสอบสกุลหูทั้งตระกูลให้ชัดแจ้งได้จะยิ่งดีที่สุด
หากจำเป็จริงๆ ก็สามารถรั้งอยู่ในหมู่บ้านจนเสร็จสิ้นปีใหม่ไปได้ จากนั้นค่อยออกเดินทางกลับ
เขาตามขบวนรถม้ามาตลอดทางอย่างเชื่องช้า ในใจกำลังครุ่นคิดว่าควรพักอยู่ในหมู่บ้านกี่วัน
หลัวจิ่งมองเห็นที่ดินผืนที่ตนเองซื้อเอาไว้จากมุมไกลๆ ที่นั่นได้ล้อมกำแพงสูงขึ้นแล้ว ก่อนพวกเขาออกเดินทางที่ตรงนั้นยังเป็เพียงป่ารกหนึ่งผืนอยู่เลย
บัดนี้ ต้นไม้รกทั้งหมดได้กำจัดทิ้งไปจนสะอาดเกลี้ยง ในรั้วกำแพงบริเวณส่วนที่ติดทางด้านซ้าย เป็ห้องข้างโถงใหญ่เรียงกันเป็แนวยาวหนึ่งเส้นอย่างเป็ระเบียบ ผนังกำแพงสีขาวกระเบื้องสีดำแบบเดียวกัน ประตูหน้าต่างล้วนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์
หนึ่ง สอง สาม… เก้า สิบ ห้องข้างโถงใหญ่ตรงกลางมีทั้งหมดสิบห้อง ก่อสร้างกันเร็วมากจริงๆ นี่เพิ่งหนึ่งเดือนเอง ไม่นึกเลยว่าประสิทธิภาพการทำงานจะสูงเพียงนี้
เขารู้... ก่อนจะเดินทางไปเจินจูได้ฝากฝังหลิงเสี่ยนให้ช่วยดูแลแผนการทำงานของลานนั้นเป็พิเศษ
เพราะเขาเคยเอ่ยไว้กับนางก่อนหน้านี้ ว่าอาจต้องสั่งโยกย้ายผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามา เจินจูจดจำมันไว้อย่างใส่ใจ หากคนมาแล้วไม่มีสถานที่ต้อนรับคงไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไร ด้วยเหตุนี้นางจึงให้หลิ่วฉางผิงเร่งสร้างห้องข้างโถงใหญ่เพื่อต้อนรับแขกขึ้นมาก่อน เป็ห้องเดี่ยวพ่วงด้วยห้องส้วมและห้องอาบน้ำ รูปแบบเป็เหมือนกันทั้งหมด ทิศทางหันมาทางเดียวกัน ท่อระบายน้ำกับเตียงอิฐจะได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันได้สะดวกมาก ห้องที่สร้างขึ้นมาจึงเปลืองแรงน้อยทว่าได้ผลมากยิ่งนัก
นอกจากนี้ผู้ชายทั้งหมู่บ้านแทบถูกระดมกำลังขึ้น ให้ค่าแรงเต็มที่ ทั้งมีผู้ใช้แรงงานแข็งแกร่ง กำแพงรั้วและห้องข้างโถงใหญ่ก็เริ่มสร้างขึ้นเกือบพร้อมเพรียงกัน มีผู้าุโหลิงควบคุมงาน ทำตามแบบที่วางแผน รีบเร่งก่อนที่หิมะจะตกหนักปิดูเา จึงสร้างรั้วกำแพงและห้องข้างโถงใหญ่เรียบร้อยทั้งหมดลงได้จริงๆ
เครื่องเรือนที่สั่งทำไว้กับนายช่างหลู่ก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางก็ได้นำมาส่งให้แล้ว
ห้องที่อยู่ข้างห้องโถงจำนวนสิบห้อง เพียงพอต่อการจัดหาที่พักให้เหยาเฮ่าหลานพร้อมบุคคลในสังกัด และยังรวมไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาที่หลัวจิ่งนำมาเองอีกด้วย
ประตูลานบ้านของสกุลหูเปิดออกกว้าง พานเสวี่ยหลันที่เฝ้าอยู่ในลานบ้านกับจ้าวหงยู่ต่างก็มีสีหน้าปีติยินดีขึ้น
่เวลาที่เจินจูและผิงอันไม่อยู่ ลานบ้านของสกุลหูเงียบเหงาลงมากอย่างเห็นได้ชัด
เสี่ยวหวงวิ่งส่ายหางเข้าไปวนรอบข้างกายผิงอันไม่หยุด
ต้าไป๋กับต้าฮุยบินกลับมาจากชายแดนนานแล้ว แต่ไม่เห็นร่องรอยของผู้เป็นาย ่เวลาที่ผ่านมาจึงเป็หลี่ซื่อและอาชิงคอยดูแลพวกมัน
ต้าฮุยกับต้าไป๋ค่อนข้างคุ้นเคยกับคนสกุลหูเป็อย่างดี ไม่ได้บินกลับไปชายแดน คอยอยู่ที่หมู่บ้านวั้งหลินมาตลอด ตอนกลางวันมักบินไปในูเาลึกจรดเย็น พอฟ้ามืดแล้วจึงจะบินกลับมา
ผู้คุ้มกันที่หลิวผิงส่งมา ไม่กี่วันก่อนล้วนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เมื่อองค์ไท่จื่อสิ้นพระชนม์ ก็ไม่มีคนมาคอยคะนึงหาพื้นที่หมู่บ้านกันดารเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลหลายพันลี้แล้ว พวกเขาจึงถอนตัวจากไปเพราะเป้าหมายบรรลุเสร็จสิ้น
สกุลหูสามารถเฉลิมฉลองปีใหม่กันได้อย่างสบายใจยิ่งนัก
หน้าประตูถูกกลุ่มคนรายล้อมเป็กลุ่มใหญ่ แต่พวกเขาเพียงยืนชมอยู่ด้านนอกโดยไม่ได้ก่อความวุ่นวาย ไม่มีคนพุ่งเข้าบ้านสกุลหูและฉวยโอกาสก่อความโกลาหลขึ้น อย่างไรเสียผู้คุ้มกันยี่สิบคนก็ยืนอยู่หน้าประตูบ้านสกุลหูอย่างเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน
ในรถม้าสี่เกวียน โดยรวมแล้วบรรทุกสิ่งของมาเต็มเกวียน ผิงอัน ผิงซุ่น อาชิง ถู่วั่ง หลิงเสี่ยน และพวกเด็กค่อนข้างโตต่างมาช่วยเหลือ พากันขนย้ายสิ่งของไปมาด้วยความรวดเร็ว
กลุ่มคนที่มามุงดูยิ่งมีเสียงพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์กันดังขึ้น
“นี่ซื้อของมากันเท่าไรนี่ แต่ละสิ่งแต่ละอย่าง นับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว”
“แต่ทุกกองตรงนั้นเป็ผ้าพับหรือไม่ มากมายเพียงนี้ สุรุ่ยสุร่ายเกินไปแล้วกระมัง”
“เอ๋ ที่ถู่วั่งอุ้มไปนั่นเป็ตำราหรือ ตำราเยอะแยะเพียงนั้น มีราคาแพงมากยิ่งนัก จุ๊ๆ”
“โอ้ หีบเดินทางประณีตงดงามเสียจริง ด้านในล้วนใส่สิ่งใดไว้กัน ท่าทางดูหนักมากเลย”
“…”
กลุ่มคนที่ยืนล้อมดูช่างคึกคักกันอย่างมาก เจินจูมองชาวบ้านที่ไม่โยกย้ายไปที่อื่นด้วยสีหน้าจนปัญญา แม้เหล่าผู้คุ้มกันแต่ละคนล้วนใบหน้านิ่งเ็า ก็ยังคงไม่อาจดับไฟความคึกคักของกลุ่มคนให้มอดลงได้
ลูกกวาดและผลไม้เชื่อมห่อใหญ่ที่ซื้อมาจากหัวเมืองถูกลำเลียงลงมาจากเกวียน
“เสี่ยวซาน เ้าเรียกพวกเด็กๆ ในหมู่บ้านทั้งหมดมาที อีกเดี๋ยวมาต่อแถวรับลูกกวาดกันไปทาน เด็กทุกคนคนละหนึ่งชุด” นางยิ้มแล้วเรียกจ้าวเสี่ยวซานที่ยืนอยู่ข้างหน้ากลุ่มคนขึ้น บริเวณรอบกายเขามีเด็กน้อยจำนวนหนึ่งที่เจินจูจำชื่อไม่ได้ แต่ล้วนเป็เด็กในหมู่บ้านเดียวกันทั้งสิ้น แม้ชื่ออาจจะไม่สามารถเรียกออกมาได้ แต่มากน้อยอย่างไรก็มีความทรงจำอยู่บ้าง
เสี่ยวซานดวงตาเป็ประกาย มองไปยังฝั่งหนึ่งที่เหล่าผู้คุ้มกันยืนอยู่
“ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัว เ้าช่วยไปแจ้งที เด็กผู้ชายและผู้หญิงล้วนได้กันทั้งหมด อีกเดี๋ยวให้มาต่อแถวกันที่หน้าประตู มอบให้คนละหนึ่งชุด”
แม้ความเป็อยู่ของชาวไร่ชาวนาในหมู่บ้านวั้งหลินไม่กี่ปีมานี้จะดีกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย แต่ยังบอกว่าเป็ผู้ร่ำรวยมั่งคั่งไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เหล่าเด็กน้อยส่วนใหญ่จึงสามารถทานอาหารว่างจำพวกลูกกวาด เกาปิ่ง และเกาเตี่ยนเหล่านี้ได้ในวันเทศกาลเฉลิมฉลองเท่านั้น เมื่อคำพูดออกจากปากเจินจู พวกเด็กๆ ต่างก็เริ่มแตกฮือ แย่งกันวิ่งออกไปเรียกหาบรรดาเพื่อนตัวน้อยในหมู่บ้านขึ้นทันที
หวังซื่อและหลี่ซื่อช่วยกันจัดสิ่งของที่พวกผิงอันขนย้ายเข้ามาอยู่ภายในลานบ้าน ชุ่ยจูดูแลซิ่วจูและผิงซั่น ส่วนชายชราสกุลหูนำหูฉางกุ้ยและหูฉางหลินไปดูแลหลัวจิ่งกับพวกเหยาเฮ่าหลานให้เข้าบ้านมานั่งพักผ่อนดื่มชา หัวหน้าหมู่บ้านจ้าวเหวินเฉียงก็ได้นำทางซิ่วฉายจ้าวไป่ิเข้ามาด้วยเช่นกัน
พานเสวี่ยหลันเดินเข้ามา กำลังคิดจะช่วยเจินจูย้ายลูกกวาด เกาปิ่ง และเกาเตี่ยนในมือเจินจู
“พี่เสวี่ยหลัน รบกวนท่านช่วยข้าตัดกระดาษน้ำมันหน่อยนะ พอพวกเด็กๆ มาจะได้ห่อขนมให้คนละชุด” เจินจูหันไปยิ้มบางๆ ทางนาง
ในดวงตาพานเสวี่ยหลันปรากฏความตื่นตะลึงขึ้น ไม่เจอกันเดือนเดียว เครื่องหน้าของเจินจูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังคงดูงดงามเช่นเคย แต่บุคลิกลักษณะกลับมีความสูงศักดิ์สวยสง่าขึ้นบางๆ แตกต่างจากภาพลักษณ์ที่ปล่อยปละละเลยเอื่อยเฉื่อยตามอำเภอใจเป็อย่างมาก
นางยิ้มกลับไปและพยักหน้าตอบรับ รีบหมุนกายไปตัดกระดาษน้ำมันทันที
เมื่อย้ายของเข้ามาหมดแล้ว ก็เหลือปัญหาการจัดที่พักของรถม้าสี่เกวียนและม้ายี่สิบกว่าตัว
ในจำนวนนั้นมีรถม้าสองเกวียนที่ยืมมาจากหลิวผิง ส่วนนี้จัดการง่ายจึงมอบหน้าที่ให้หูฉางกุ้ยและหูฉางหลินเร่งเข้าไปในเมืองเพื่อนำไปคืนที่ฝูอันถัง และให้อาชิงเร่งเกวียนล่อตามไปด้านหลัง ขากลับจะได้ซื้อธัญพืชและอาหารจำพวกเนื้อจำนวนหนึ่งกลับมาด้วยพอดี
ที่บ้านมีแขกผู้ชายมากมาย เพียงดูแลเื่อาหารอย่างเดียวล้วนต้องสิ้นเปลืองธัญพืชและอาหารจำพวกเนื้อไปเป็จำนวนมากแล้ว
หลิ่วฉางผิงเคลื่อนตัวทะลุออกมาจากในกลุ่มคน ยิ้มและทักทายเจินจูขึ้น สองคนสนิทกันเป็อย่างมาก เจินจูก็ไม่ได้มากพิธีกับเขาเช่นกัน
เมื่อได้ทราบว่าทางห้องข้างโถงหลักที่สร้างใหม่ของหลัวจิ่ง ได้สร้างโรงม้าขนาดใหญ่ไว้ด้วย เพื่อเตรียมไว้สำหรับพวกผู้คุ้มกันที่ฝูอันถังส่งมาเ่าั้โดยเฉพาะ พวกเขาขี่ม้าไปมาทุกวัน ม้าก็จำเป็ต้องมีสถานที่พัก ผู้าุโหลิงจึงตัดสินใจสร้างเพิงม้าที่ไม่ไกลจากห้องข้างโถงใหญ่ขึ้นในพื้นที่ส่วนหนึ่ง
จึงจัดหาที่พักให้รถม้าสองเกวียนและม้าอีกยี่สิบกว่าตัวที่เหลือได้พอดี
ข้างห้องโถงใหญ่ยังสร้างห้องครัวไว้อีกด้วย จัดตั้งขึ้นสำหรับต้อนรับผู้คุ้มกันเ่าั้โดยเฉพาะ อย่างไรเสียบุรุษหนึ่งกลุ่มก็ไม่เหมาะให้เข้าออกภายในที่พักของครอบครัวสักเท่าไร วันก่อนๆ ล้วนเป็หวังซื่อจ้างสตรีที่คุ้นเคยในหมู่บ้านคนละห้าเหวิน เข้ามาช่วยทำอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ อีกทั้งทำงานจำพวกเก็บกวาดล้างถ้วยชามต่างๆ
เตียงอิฐภายในห้องข้างโถงหลักได้จุดความร้อนขึ้นมาแล้ว เครื่องนอนที่ปูล้วนทำขึ้นมาใหม่ หลังผู้คุ้มกันชุดนั้นจากไป หลี่ซื่อได้พาพานเสวี่ยหลันกับจ้าวหงยู่มาทำความสะอาดไว้อย่างเรียบร้อย
เจินจูเรียกผิงอันและผิงซุ่นเข้ามา ให้สองคนติดตามหลิ่วฉางผิงไปจัดการความเรียบร้อยของม้าและผู้คุ้มกัน มีของอะไรที่จำเป็ต้องจัดหาเพิ่มก็ให้กลับมาบอกนางได้เลย
ผิงอันรับหน้าที่ไป จากนั้นรีบจูงรถม้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อหลัวสือซานที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปช่วย
ในที่สุดเหล่าผู้คุ้มกันต่างก็มีที่พักลงเรียบร้อย เจินจูจึงโล่งใจได้เสียที
เสี่ยวเฮยได้ะโออกไปข้างนอก ไม่มีร่องรอยให้ได้เห็นั้แ่รถม้าเพิ่งเข้าหมู่บ้านมาแล้ว
ส่วนเสี่ยวฮุยถูกผิงอันแอบอุ้มกลับมาพักอยู่ในห้องของเจินจู
บรรดาเด็กน้อยที่มารับลูกกวาด เริ่มทยอยมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูบ้านขึ้นเรื่อยๆ
เจินจูหันไปยิ้มให้พวกเขา “รอสักครู่ เรียงแถวกันให้ดี พวกเ้าล้วนมีส่วนได้กันทุกคน”
“ขอบคุณพี่เจินจู!”
เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ล้วนเป็เด็กในโรงเรียน ไม่ได้แปลกหน้าสำหรับเจินจูเท่าไร พวกเขาเข้าแถวกันอย่างเป็ระเบียบโดยทันที เด็กผู้หญิงจำนวนหนึ่งปะปนอยู่ท่ามกลางพวกเขา ต่างก็มองนางด้วยความประหลาดใจและชื่นชม และยังมีเด็กที่เล็กมากอีกจำนวนหนึ่ง ถูกพ่อแม่หรือพี่ชายพี่สาวอุ้มมา เด็กน้อยเหล่านี้อายุปีหรือสองปีเท่านั้นเอง
เมื่อได้ฟังว่าเด็กทุกคนล้วนมีส่วนได้กันทั้งสิ้น จึงมีชาวบ้านบางคนอุ้มลูกอายุยังไม่เต็มเดือนออกมาด้วย คิดจะรับลูกกวาดและเกาปิ่งไปให้มากขึ้นอีกหนึ่งชุด
เจินจูมองพิจารณาอย่างละเอียด มีเด็กทารกที่อยู่ในห่อผ้าห่มสี่คน อากาศหนาวเย็นเช่นนี้กลับอุ้มทารกออกมาต้องลม รู้สึกว่านี่ไม่ดีเท่าไรจึงให้พวกเขาอุ้มเด็กกลับบ้านไป แล้วให้ผู้ใหญ่มาต่อแถวแทนก็พอ
ผู้คนต่างก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน บ้านผู้ใดมีเด็กหรือไม่มีเด็กทุกคนล้วนรู้ดี ไม่จำเป็ต้องให้เด็กน้อยออกมาเลย
ชาวบ้านที่อุ้มเด็กทารกอยู่หัวเราะอย่างละอายใจ และรีบอุ้มลูกกลับบ้านทันที
ให้หลัวจิ่งช่วยย้ายโต๊ะไม่กี่ตัวเข้ามา และนำลูกกวาด เกาปิ่ง ผลไม้เชื่อม ผลไม้แห้ง รวมทั้งเกาเตี่ยนแต่ละอย่างจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย หลัวจิ่งอยากรั้งอยู่ช่วย ทว่าถูกเจินจูไล่กลับเข้าไปในบ้าน เขาเป็ผู้าเ็ยังไม่หายดี ห้ามก่อปัญหาให้อยู่นิ่งๆ แล้วยังบอกอีกว่าทิ้งเหยาเฮ่าหลานไว้ภายในบ้านคนเดียว จะให้เขาคิดอย่างไร
เมื่อกะจำนวนของเด็กโดยประมาณแล้ว พานเสวี่ยหลันจึงตัดกระดาษน้ำมัน เริ่มห่อขนมให้พวกเด็กๆ ด้วยกัน ทันใดนั้นอาหยุนก็โผล่เข้ามา นางยิ้มแฉ่งและรีบเข้ามาช่วยเหลือ
เจินจูลูบศีรษะเล็กของนาง แล้วป้อนลูกกวาดที่ทำจากเมล็ดสนหนึ่งเม็ดเข้าในปากเล็กของนางเป็การให้รางวัล
อาหยุนเคี้ยวน้ำตาลเมล็ดสนจนดวงตายิ้มหยี สภาพครอบครัวของนางในตอนนี้ปรับเปลี่ยนขึ้นมาดีอย่างมาก แต่ซิ่วฉายหยางกับมารดาของนางต่างไม่ได้พะเน้าพะนอลูก น้อยครั้งที่จะซื้อขนมจุกจิกทานเล่นเหล่านี้ให้
ลูกกวาดธัญพืช ลูกกวาดเมล็ดสน ลูกกวาดถั่วลิสง พุทราตากแห้ง ลูกท้อตากแห้ง ผลไห่ถังตากแห้ง เม็ดแตงโมคั่ว เมล็ดสนคั่ว เจินจื่อคั่ว [1] แต่ละชุดล้วนใส่ให้เต็มจนพูน นี่ยังไม่ได้ห่อผลไม้เชื่อมที่มีน้ำตาลให้ไปด้วย เพราะจะไปเปื้อนจนเป็ใยเหนียวติดของอย่างอื่นเข้า
บรรดาเด็กน้อยประคองขนมหวานห่อใหญ่ แต่ละคนล้วนยิ้มแย้มจนหน้าบาน
เห็นพวกเขามีรอยยิ้มเต็มไปทั่วใบหน้า หัวใจของเจินจูก็อิ่มเอมตามไปด้วย
ที่จริงแล้วเด็กในหมู่บ้านมีไม่มาก อายุสิบห้าปีลงไปล้วนไม่เกินหนึ่งร้อยคน ส่วนเด็กโตที่มีอายุสิบสี่หรือสิบห้าปีส่วนใหญ่แล้วกระดากใจเกินกว่าจะมารับ ดังนั้น เมื่อเด็กที่มาต่อแถวรับขนมหวานหมดลง ขนมหวานจึงเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง
ชาวบ้านที่คอยใส่ใจยืนล้อมพวกเขาอยู่ตลอด เมื่อเห็นหนึ่งครอบครัวมีเด็กห้าคนล้วนได้รับขนมหวานกันไปห้าชุด ต่างพากันอยากตีอกชกหัวตัวเองอยู่เล็กน้อย เสียใจที่ทำไมไม่ให้กำเนิดบุตรให้มากกว่านี้ ดูสิขนมหวานตั้งมากมาย ของที่ใช้ในงานเฉลิมฉลองปีใหม่ล้วนประหยัดลงไปได้มากยิ่งนัก
จ้าวไป่เฉิงจูงจ้าวเหม่ยเยว่เดินเข้ามาถึงช้ากว่าเด็กผู้อื่น
เดิมทีหวงซื่อเห็นแก่หน้าตาศักดิ์ศรี ไม่อยากให้หลานชายหลานสาวมารับขนมหวาน แต่นางเห็นเด็กผู้อื่นประคองขนมหวานห่อใหญ่กลับบ้านไปด้วยความดีอกดีใจ ในใจจึงเกิดความเสียดายขึ้นมา ได้ยินว่าขนมหวานเ่าั้ล้วนซื้อกลับมาจากหัวเมืองทั้งสิ้น ดีกว่าในเมืองไม่รู้ตั้งเท่าไร
แล้วเลี่ยวซื่อยังบอกอีกว่าไป่เฉิงกับเหม่ยเยว่เป็เด็กจากครอบครัวรอง ต่อให้พวกเขาไปรับขนมหวานก็ไม่มีทางเสียหน้าจ้าวไป่ิ นางจึงพยักหน้าเห็นด้วย แสร้งทำเป็ว่าไม่รู้เื่ราวแล้วให้เลี่ยวซื่อไปบอกเด็กสองคนเอง
สถานที่ทำอาหารหมักของสกุลหูหยุดมาสองวันแล้ว แม้ใบรายการสั่งอาหารของสือหลี่เซียงยังไม่เสร็จสิ้น ทว่าหวังซื่อบอกแล้วว่าหลังจัดเตรียมเฉลิมฉลองปีใหม่ไปค่อยเร่งทำอีกหนึ่งชุด ยามนี้จวนจะเฉลิมฉลองปีใหม่แล้ว ที่บ้านของทุกคนล้วนมีเื่ให้จัดการกันมาก ให้หยุดล่วงหน้าก่อนสักสองสามวัน ทุกคนจะได้ทำความสะอาดบ้านและเฉลิมฉลองปีใหม่กันอย่างมีความสุข
ส่วนเงินเดือนได้คิดเสร็จเรียบร้อย แค่ปีที่แล้วๆ มาบรรดาคนงานผู้หญิงล้วนได้รับของขวัญสิ้นปีจำนวนหนึ่งชุดมูลค่าไม่น้อยจากสกุลหู ทว่าปีนี้กลับไม่มีเวลาแจกให้
เนื่องจากวันนี้เจินจูและน้องชายเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เื่ของขวัญสิ้นปีเกรงว่าคงต้องช้าลงไปสักหน่อย
หลังจากเลี่ยวซื่อถูกเจินจูตำหนิในครั้งก่อน ก็ทำงานอย่างประพฤติตัวดีขึ้น ไม่กล้าเกิดความคิดไม่ดีอะไรขึ้นอีก
การจ่ายเงินเดือนของสกุลหูเป็ไปอย่างราบรื่นดีมาก ค่าแรงที่ได้รับมาต้องมอบให้แม่สามีครึ่งหนึ่ง แต่สามารถเก็บไว้ได้ครึ่งหนึ่งเช่นนี้นางก็ดีใจอย่างมาก
เงินส่วนใหญ่ล้วนเป็การเลี้ยงดูจ้าวไป่ิของครอบครัวใหญ่ แต่ขอแค่ให้เขามีอนาคตก้าวหน้าได้ ต่อไปจะต้องช่วยเหลือครอบครัวรองอย่างแน่นอน เลี่ยวซื่อจึงมอบเงินให้ไปด้วยความเต็มใจยิ่งนัก
ไป่เฉิงเพิ่งเข้าเรียน และ่นี้ไป่ิเล่าเรียนด้วยตัวเองอยู่ที่บ้าน จึงพอมีเวลาชี้แนะเขาได้เล็กน้อย เลี่ยวซื่อมองแล้วปลื้มใจเป็อย่างยิ่ง ไม่เสียเปล่าที่พวกนางบ้านรองให้การสนับสนุนเส้นทางการสอบเป็ขุนนางของเขาด้วยความประหยัด
เชิงอรรถ
[1] เจินจื่อ คือ ถั่วเฮเซลนัท