“ให้ตายสิ! จะเป็อาวุธอะไรก็ได้ เอาออกมาให้หมด เวลานี้ต้องขวางพวกมันไว้ให้ได้!” หวังเยว่เฉิงเป็คนฉลาด เมื่อยุคเสื่อมทรามมาเยือนก็จะทำให้ขาดแคลนทรัพยากรอย่างรุนแรง พอเป็เช่นนี้แล้วก็จะปลุกความมืดในใจมนุษย์ออกมา และยังได้ทวีความรุนแรงของการเสื่อมทรามทางศีลธรรมให้แผ่ขยายออกไป
ดังนั้นการที่คนกลุ่มนี้ปรากฏตัวจะต้องไม่ใช่เื่ดีแน่!
หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ด้านข้างตัวสั่นเทา เวลานี้ก็เอ่ยตอบกลับด้วยความหวาดกลัว
“เรียนท่านผู้นำ การพัฒนาอาวุธใหม่เพิ่งจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย หากใช้ไม่ถูกวิธี อาจเป็อันตรายต่อทั้งฐานที่มั่นได้!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเยว่เฉิงก็รู้สึกปวดใจ
ในเวลาเดียวกันนี้เอง ถังฮ่าวที่อยู่นอกฐานที่มั่นก็ตวาดเสียงเย็น
“นี่คือวิธีที่ต้อนรับแขกของที่นี่อย่างนั้นหรือ?” พูดจบก็สะกดกลั้นความโกรธในใจ พร้อมกับปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลลง
“พวกเราไม่ใช่ผู้บุกรุก! แต่มาจากฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทต่างหาก! พวกเรามาที่นี่เพราะมีเื่บางอย่าง้าให้ช่วย!”
ถังฮ่าวโบกมือขึ้นเล็กน้อย จ้าวจื่อเซียวที่อยู่ด้านหลังเห็นก็ะโเสียงดังออกมา
“ผมคือจ้าวจื่อเซียวจากตระกูลจ้าวแห่งฐานที่มั่นมหานครแห่งเวท!”
จากนั้นฉินิ ฉู่หย่งเจี๋ย และตัวแทนจากตระกูลอู๋ต่างก็ะโแนะนำตัว
หวังเยว่เฉิงที่อยู่ในฐานที่มั่นขมวดคิ้วแน่น พวกเขาเห็นข่าวเกี่ยวกับมหานครแห่งเวทในอินเทอร์เน็ตแล้ว
เมื่อวานคนพวกนี้เพิ่งจะกวาดล้างฐานที่มั่นบงกชทมิฬไป แถมยังมีข่าวใหญ่ว่ามีผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ถึงเก้าคนอีก!
เช่นนั้นแล้ววันนี้พวกเขากลับมาที่นี่ทำไม?
สีหน้าของหวังเยว่เฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กัดฟันและตัดสินใจเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ
“เปิดประตู!”
...
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ถังฮ่าวก็เริ่มหมดความอดทน จนทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ในหัวก็มีความคิดมากมายปรากฏขึ้น เวลานี้ก็เอาแต่คิดว่าควรจะพังประตูเข้าไปดีหรือไม่
จ้าวจื่อเซียวและฉู่หย่งเจี๋ยรอไม่ไหว ทั้งสองพร้อมที่จะลงมือแล้ว แม้แต่เย่ชิงเฉิงก็เล็งปืนไปที่ประตู ดวงตาของทุกคนจ้องเขม็งไปที่ประตูเหล็กที่ปิดสนิท
“หรือพวกเราบุกเข้าไปเลยดีกว่า! พวกเรามีผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลังมากมายขนาดนี้ ยังจะกลัวมันอีกเหรอ?”
คำพูดนี้กล่าวไม่ผิด เพราะในทีมของพวกเขามีผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ถึงแปดคน อย่าว่าแต่แปดคนเลย ต่อให้มีเพียงแค่คนเดียวก็สามารถพังประตูอิเล็กทรอนิกส์นี้จนเสียหายแล้ว!
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นก็เริ่มพูดขึ้นมาทีละคน
“ใช่! พวกมันรังแกกันเกินไปแล้ว! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่สู้เราแสดงพลังให้พวกมันเห็นไปเลยดีกว่า! จะได้รู้กันไปเสียทีว่าคนจากมหานครแห่งเวทไม่ใช่คนที่จะข่มเหงกันได้ง่ายๆ!”
“ถูกต้อง! ใช่แล้ว!”
ทว่าถังฮ่าวกลับยังคงยืนนิ่งโดยไม่พูดอะไรออกมา
ใช่ เขารู้ว่าทีมของเขาแข็งแกร่ง แต่หากทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดผลด้านลบแทน
หากเขาพังประตูนี้จริงๆ คนทั้งภาคตะวันตกก็จะหวาดกลัวเขา หากเป็เช่นนั้นก็ยากที่จะรวบรวมกองกำลังในภาคตะวันตกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การมาเยือนของยุควันสิ้นโลกถือเป็ภัยพิบัติครั้งใหญ่ของมวลมนุษย์ ดังนั้นทุกคนต้องสามัคคีกันเข้าไว้!
ใบหน้าสวยของเชียนมู่เซวี่ยกลายเป็ตึงเครียดอย่างน่าประหลาด
หลังจากเข้าไปในฐานที่มั่นนี้แล้ว เธอก็จะได้รู้ว่าแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เมื่อคิดถึงเื่นี้ แม้แต่คนสุขุมเยือกเย็นอย่างเชียนมู่เซวี่ยก็ยังอดที่จะกังวลใจไม่ได้!
ซ่งปิงเซี่ยจับมือขวาของเชียนมู่เซวี่ยแน่นเป็เชิงปลอบโยน ในขณะเดียวกันตัวเธอเองก็รู้สึกกังวลเช่นกัน การหายตัวไปของซ่งปิงหยุนส่งผลกระทบต่อเชียนมู่เซวี่ยและเชียนซือหยวนมาก ตอนนี้พ่อลูกคู่นี้ต่างก็มีสีหน้าทั้งคาดหวัง กังวล และกระวนกระวายใจเหมือนกัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ประตูก็ค่อยๆ เปิดออก!
ใบหน้าของหวังเยว่เฉิงค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย บัดนี้ก็ได้นำเหล่าผู้นำระดับสูงของฐานที่มั่นว่านตะวันตกหลายคนออกมาต้อนรับ
“ขอโทษที่ทำให้ทุกคนลำบาก ผมขอเป็ตัวแทนของฐานที่มั่นว่านตะวันตกแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกคนที่เดินทางมาจากฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทด้วย!”
หึ! อย่างที่คิดไม่มีผิด หวังเยว่เฉิงยังคงเป็คนที่เห็นแก่ตัว เ้าเล่ห์ และใจแคบเช่นเคย เพียงแค่พูดไม่กี่คำก็ปัดความรับผิดชอบออกหมด แถมยังเหมารวมว่าพวกเขามาจากฐานที่มั่นมหานครแห่งเวท ซึ่งก็หมายความว่าหากถังฮ่าวและคนอื่นๆ ก่อเื่ก็คงจะดูใจแคบและทำให้ฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
ถังฮ่าวยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับสบถด่าในใจ ทว่าเขากลับไม่ได้เอ่ยออกไปตามตรง แต่กลับพูดตอบด้วยท่าทีใจกว้าง
“ไม่เป็ไร ในยุคที่วุ่นวายเช่นนี้ การปกป้องตัวเองถือเป็เื่ที่ดี”
ลูกน้องของถังฮ่าวล้วนแต่ฉลาดเป็กรด พวกเขาจึงเข้าใจความหมายโดยนัยของหวังเยว่เฉิงทันที แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถังฮ่าวถึงยอมปล่อยเื่นี้ไปง่ายๆ อย่างไรก็ตามในเมื่อหัวหน้าไม่ถือสาเื่นี้ พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องยึดติด
หวังเยว่เฉิงแสร้งยิ้มก่อนจะนำทุกคนเดินเข้าไปในฐานที่มั่นว่านตะวันตก ถังฮ่าวพาลูกน้องเดินตามเข้าไป รถฮัมเมอร์เสริมเหล็กและรถออฟโรดก็ขับตามหลังมาติดๆ
ทันทีที่เข้าประตูมา ทุกคนก็ตกตะลึงกับอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใน แม้ว่าพวกเขาจะเคยได้ยินเื่ราวความมั่งคั่งของอาณาจักรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งนี้มาก่อน แต่เมื่อได้มาเห็นกับตาจริงๆ ก็ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่าประเทศจีนได้ทุ่มเทให้กับอาณาจักรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติทั้งสองแห่งนี้มากแค่ไหน!
“นี่คือเขตวิจัยและพัฒนาของฐานที่มั่นว่านตะวันตก ที่นี่เป็แหล่งรวมเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดของภูมิภาคตะวันตก!”
หวังเยว่เฉิงชี้ไปที่ตึกระฟ้าที่อยู่ไกลออกไป พร้อมกับแนะนำอย่างภาคภูมิใจ
“ทำไมแถวนี้ถึงมีซอมบี้น้อยจัง”
จ้าวเซียวเยว่พึมพำกับตัวเอง และหวังเยว่เฉิงก็ได้ยินเข้าพอดี เขาหัวเราะเบาๆ สองถึงสามครั้ง ก่อนจะหันไปทางนักวิทยาศาสตร์ที่เดินตามหลังมา และนักวิทยาศาสตร์ผู้นั้นก็รีบอธิบายทันที
“พวกเราได้ทำการวิจัยมาเป็ระยะเวลาหนึ่งและพบว่ามีสารชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้ซอมบี้ไม่เข้าใกล้ได้ชั่วคราว”
นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้เป็บุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การใช้คำว่าชั่วคราวนี้ชาญฉลาดมาก ทว่ากลับไม่มีใครจับสังเกต แม้แต่ถังฮ่าวเองก็แค่รู้สึกว่าความสงบสุขของฐานทัพที่มั่นว่านตะวันตกเป็เพียงภาพลวงตาชั่วคราวเท่านั้น
ภายในห้องโถงของฐานที่มั่นว่านตะวันตก หลังจากที่ถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ย เชียนซือหยวน จ้าวจื่อเซียว ฉินิ และคนอื่นๆ นั่งลงแล้ว ถังฮ่าวก็ไม่รีรอและเอ่ยเข้าประเด็นทันที
“ซ่งปิงหยุนหรือ? ฮ่าๆ เื่นี้ผมไม่ค่อยรู้แน่ชัดเท่าไร แต่อย่าได้กังวลเลย ขอแค่พวกคุณอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้ ผมจะต้องหาตัวเธอจนพบให้ได้!” หวังเยว่เฉิงพูดพร้อมกับกลั้วหัวเราะ
ทว่าถังฮ่าวกลับรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร แม้ว่าหวังเยว่เฉิงจะปกปิดได้แเี แต่เขาก็ยังคงสังเกตเห็นแววตากระวนกระวายใจที่ปรากฏขึ้นชั่ววูบในดวงตาของอีกฝ่าย ตอนที่เขาได้ยินชื่อของซ่งปิงหยุน แม้ว่ามันจะเป็เพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม แต่ถังฮ่าวก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องรู้จักซ่งปิงหยุนอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับแสร้งทำเป็ไม่รู้ เช่นนั้นก็แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่
จากนั้นถังฮ่าวก็มอบรายชื่อคนที่้าตามหาที่รับมาจากจ้าวเสี่ยวเยว่และชิวอวิ๋นเอียนให้กับหวังเยว่เฉิง แม้ว่าหวังเยว่เฉิงจะดูกระตือรือร้นและรับปากว่าจะสืบสวนอย่างเต็มที่ แต่เพราะถังฮ่าวรู้จักหวังเยว่เฉิงในชาติที่แล้วดี ดังนั้นถังฮ่าวจึงมองออกว่าภายใต้ความกระตือรือร้นนี้ได้แฝงไปด้วยความไม่จริงใจและความกังวล
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ถังฮ่าวรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่
ดูเหมือนว่าฐานที่มั่นว่านตะวันตกแห่งนี้จะไม่ได้สงบสุขอย่างที่เขาคิด
“หัวหน้าหวัง พวกเราขอเดินชมรอบๆ ฐานที่มั่นหน่อยได้ไหม?” ถังฮ่าวถาม
“เอ่อ... เื่นี้...”
“วางใจเถอะ พวกเราแค่เดินชมเท่านั้น จะไม่เข้าไปวุ่นวายในพื้นที่วิจัยอย่างแน่นอน!”
“ตกลง เดี๋ยวฉันจะนำทางให้เอง!” หวังเยว่เฉิงพอเห็นว่าปฏิเสธไม่ได้ จึงยอมกัดฟันตกลง เพื่อความปลอดภัยแล้วก็ตัดสินใจพาพวกเขาไปเดินชมด้วยตัวเอง
