หลังส่งหลิ่วซือเสร็จ หลิ่วเทียนฉีกลับมานั่งบนเก้าอี้ ครุ่นคิดเพียงลำพัง
เริ่มั้แ่ตนข้ามมิติมาในนิยายเล่มนี้ นิยายเล่มนี้กลับเปลี่ยนแปลงไม่หยุด มีตนเป็ตัวแปรแรก ต่อมาคือตัวเบี้ยเฉียวรุ่ย หลังจากนั้นอีกก็เป็ตระกูลหลิ่ว ความเปลี่ยนแปลงของบ้านใหญ่กับบ้านรองที่กลับตาลปัตร ส่วนการผูกพันธสัญญาระหว่างบิดากับอาอันยิ่งเป็ตัวแปรที่พลิกผันสิ่งที่ถูกวางไว้อย่างสิ้นเชิง
นั่งคิดถึงตัวแปรทุกตัวอย่างละเอียด หลิ่วเทียนฉีก็หรี่ตานิดๆ
หากเป็ตามที่จิ้งจอกน้อยจินเยี่ยนบอก ทำลายกระแสโชคชะตาของคนใกล้ชิดข้างกาย กระแสโชคชะตาของคนผู้หนึ่งจะร่วงหล่นไปด้วย ถ้าเช่นนั้น ตอนนี้บิดามารดาของนางเอกถูกสังหารตายแล้ว พี่ชายสองคนของนางก็เช่นกัน ทั้งหมดทำให้กระแสโชคชะตาของนางเสียหายไปพอประมาณ ใช่หรือไม่นะ?
หากกระแสโชคชะตาของนางเอกเปลี่ยนแปลงไปมาก ถ้าเช่นนั้น แล้วพระเอกเล่า? กระแสโชคชะตาของพระเอกจะร่วงหล่นเพราะเหตุนี้ด้วยหรือไม่กัน?
ไม่ มาขบคิดสิ่งเหล่านี้ในตอนนี้ยังเร็วเกินไป พระเอกไม่ได้จัดการง่ายปานนั้น ต่อให้นางเอกกระแสโชคชะตาถูกทำลายจนตาย ก็ยังมีสตรีอีกสี่นางเสริมแทนอยู่ ดังนั้น การจะเตะพระเอกในตอนนี้จึงเป็ไปได้ยาก!
่เวลานี้ เื่ที่สำคัญที่สุดคือแดนลับเหิงอวี้ ต้องคิดให้ดีๆ ทำอย่างไรถึงจะชนะการแข่งขันจตุรแคว้นเพื่อให้ได้สิทธิเข้าแดนลับ อืม นี่เป็เื่สำคัญมาก หากไม่ได้สิทธิ์ ตนกับเสี่ยวรุ่ยก็ไม่อาจเข้าไปได้!
“แดนลับ!” หลิ่วเทียนฉีพึมพำคำนี้ เท้าคางใคร่ครวญอย่างหนัก
การแข่งขันจตุรแคว้นไม่อาจดูแคลนได้ แม้ตอนนี้ตนจะร่ำเรียนอักขระยันต์ขั้นสามทั้งหมดเป็แล้ว แต่หากคิดชนะผู้ใช้ยันต์ของอีกสามแคว้นในการแข่งขันยันต์เพื่อคว้าที่หนึ่งมา นี่ยังไม่ใช่เื่ง่ายอันใด
คิดถึงการแข่งขันจตุรแคว้นที่ทำให้ผู้คนปวดหัว หลิ่วเทียนฉีถึงกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เอากระดาษยันต์ พู่กันเขียนยันต์และหมึกยันต์ของตนออกมา
หลิ่วเทียนฉียกพู่กัน นิ่งคิดชั่วครู่ถึงวาดยันต์ออกมาสี่แผ่น
ตอนแข่งขันจตุรแคว้น สิ่งที่ทดสอบคือยันต์โจมตี ส่วนยันต์โจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของขั้นสามระดับสูงคือยันต์หมื่นกระบี่ ยันต์มีดบิน ยันต์อสนีบาต์และยันต์อัคคี์ มีอยู่สี่ชนิด แต่ยันต์ทั้งสี่ชนิดนี้ หากเขาวาดได้ อัจฉริยะของแคว้นอื่นย่อมวาดได้อยู่แล้ว อยากใช้ยันต์สี่ชนิดนี้คว้าชัยชนะมา เกรงว่าคงยากพอตัว!
คิดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็หรี่ตาลงอีกเล็กน้อย วาดยันต์แผ่นหนึ่งออกมาอีก
ยันต์แผ่นนี้ชื่อยันต์อัคคีทอง เป็หนึ่งในยันต์สิบแผ่นที่หลิ่วเทียนฉีเห็นในก้อนหิน เป็ยันต์วิเศษประเภทโจมตีขั้นสามระดับสูง พลังของมันเทียบเท่ากับพลังของยันต์โจมตีทั้งสี่ชนิด ต่อให้ไม่เป็ที่รู้จัก ยันต์นี้ก็ยากที่จะคว้าชัยชนะได้!
“ต้องทำอย่างไรถึงจะคว้าชัยชนะมาได้นะ?“ หลิ่วเทียนฉีมองยันต์วิเศษทั้งห้าแผ่นบนโต๊ะ จมลงในห้วงความคิด
ตามเนื้อเื่ของนิยายต้นฉบับ พระเอกได้ชัยชนะในการแข่งขันวิชากระบี่แล้วพาเฉียวรุ่ยเข้าไปในแดนลับ ส่วนนางเอกได้ชัยชนะในการแข่งขันยันต์ พาหลิ่วซือเข้าไปในแดนลับ เพราะอย่างนั้น หากครั้งนี้ตนไม่อาจคว้าชัยชนะในการแข่งขันยันต์ได้ การที่เขากับเสี่ยวรุ่ยจะเข้าไปในแดนลับเหิงอวี้ย่อมเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะพระเอกกับนางเอกไม่มีทางพาพวกเขาเข้าไปแน่ ส่วนสิทธิ์ของวิทยาลัยคงไม่ได้มาอยู่ในมือง่ายดายเช่นนั้น
ต้องชนะ ต้องชนะเพื่อได้สิทธิ์ ไม่เช่นนั้น พวกเขาก็ไม่มีโอกาสเข้าไปในแดนลับ!
หาก้าชนะคู่ต่อสู้ในสถานการณ์ที่ใช้ยันต์วิเศษชนิดเดียวกันแล้วล่ะก็ ถ้าเช่นนั้น ถ้าเช่นนั้นก็ได้แต่ลงมือบางอย่างในส่วนของหมึกยันต์ ระหว่างที่คิดเช่นนี้ สายตาเขาหันไปจับจ้องบนขวดหมึกยันต์บนโต๊ะ
หมึกยันต์คือิญญาของยันต์วิเศษ ส่งผลกับพลังของยันต์วิเศษโดยตรง ขอเพียงตนผสมหมึกยันต์ที่แข็งแกร่ง คุณภาพการโจมตีดียิ่งกว่าออกมาได้ หากเป็เช่นนั้น ไม่ว่าตนวาดยันต์ใด พลังล้วนสูงขึ้น เื่ชนะการแข่งขันจตุรแคว้นย่อมง่ายดายดุจยกฝ่ามือในทันที
“ถูก ต้องผสมหมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นสามชนิดใหม่ที่มีพลังมากกว่าเดิม!” ตัดสินใจแน่วแน่เสร็จ เขาก็เอาสูตรผสมหมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นสามออกมา เริ่มวิเคราะห์อย่างละเอียด
.........
หนึ่งเดือนให้หลัง เฉียวรุ่ยออกจากห้องแรงโน้มถ่วงกลับมาถึงบ้าน
“ตูม...”
ยังไม่ทันเดินเข้าประตู เขาก็ได้ยินเสียงะเิสะท้านแก้วหูดังออกมาจากในเรือนน้อย ควันรูปเห็ดดำทะมึนกลุ่มหนึ่งลอยตลบออกมาจากรูเบ้อเริ่มของหลังคาที่แตก
“ฮะ เทียนฉี เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยใรีบร้อนพุ่งเข้าประตูบ้าน
เขาวิ่งเข้าประตูบ้านมาเห็นภาพในบ้านถูกะเิจนระเนระนาด มองเห็นหลิ่วเทียนฉีนั่งล้มอยู่กับพื้นก็หน้าซีด ลนลานวิ่งมาถึงข้างกายอีกฝ่าย
“เทียนฉี เทียนฉี เ้าเป็อะไร? เ้าเป็อะไรไหม?” เฉียวรุ่ยนั่งยองๆ พยุงหลิ่วเทียนฉีที่ดำไปทั้งร่างและใบหน้าขึ้นมาจากพื้นอย่างร้อนใจ
“ไม่เป็ไร!” หลิ่วเทียนฉีส่ายศีรษะพลางบอก มือดึงเสื้อผ้าของตนออก
“เทียนฉี เ้าาเ็หรือ?” เฉียวรุ่ยมองาแสะดุดตาอันน่าหวั่นใจสองแห่งตรงหน้าอกของคนรักพลันปวดใจขึ้นมาอย่างยิ่ง
“ไม่เป็ไรหรอก แค่าเ็ภายนอกน่ะ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางเอายันต์ขจัดสิ่งสกปรกออกมาแปะบนาแ กำจัดหมึกยันต์จำนวนหนึ่งที่เหลืออยู่ในาแทั้งหมดจนสะอาด
เฉียวรุ่ยเอายารักษาแผลออกมา รีบทายาให้คนรัก พอเขามองแผลลึกเห็นถึงกระดูกสองแผลนั่นยิ่งปวดใจขึ้นไปอีก “เทียนฉี เ้า เ้าทำอีท่าไหนกันฮึ? ทำไมทำตนเองาเ็เช่นนี้เล่า?”
“ข้ากำลังวิจัยหมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นสามแบบใหม่ที่พลังแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอยู่น่ะ มีเค้าโครงอยู่บ้าง แต่ยังล้มเหลวอยู่!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็หดหู่เล็กน้อย ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วกลับไม่สำเร็จเสียที
“ไม่ใช่ว่าเ้าผสมหมึกยันต์ประเภทโจมตีขั้นสามได้อยู่แล้วหรือ? ถ้าอย่างนั้น ทำไมเ้ายังต้องทำหมึกยันต์แบบใหม่ด้วยเล่า? ดูสิ เ้าทำตัวเองาเ็มากเลยนะ?” เฉียวรุ่ยพูดด้วยสีหน้าตำหนิ
ได้ยินคนรักบ่นอย่างเ็ป หลิ่วเทียนฉีระบายยิ้มบางก่อนจูบริมฝีปากน้อย
“ข้าไม่เป็ไร ตอนนี้ข้าต้องไปหอตำรา หาลักษณะพิเศษของบุปผาทิพย์ ซึ่งเป็สมุนไพรทิพย์ไม่กี่ชนิดที่ผสมหมึกยันต์สักหน่อย ในบ้านเ้าหาคนเก็บกวาดหน่อยนะ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางเอายันต์ขจัดสิ่งสกปรกแผ่นหนึ่งออกมาอีกครั้ง จัดการตนเองจนสะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดหนึ่งเสร็จก็เดินออกไป
“เทียนฉี...” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักเดินเร็วปานนั้นจึงถอนหายใจ ไม่เรียกรั้งอีกฝ่าย
หลิ่วเทียนฉีไปคราวนี้สามวัน จนกระทั่งเช้าของวันที่สี่ เขาถึงกลับมา
“เทียนฉี เ้ากลับมาแล้ว!” เฉียวรุ่ยเห็นเขากลับมาสักทีถึงวางใจ
“เสี่ยวรุ่ย ข้าหาวิธีประสานพลังของเืสัตว์อสูรกับสมุนไพรทิพย์พบแล้ว ข้าต้องทดลองหมึกยันต์แบบใหม่นี่ต่อ” หลิ่วเทียนฉีพูดด้วยความมั่นใจ สามวันมานี้เขาค้นหา อ่านตำรามากมาย ใช้เวลาไม่นานต้องผสมหมึกยันต์ชนิดที่้าออกมาได้แน่
“เทียนฉี อันตรายเกินไปแล้ว อย่าทำหมึกยันต์นั่นเลยนะ?” เฉียวรุ่ยจับมือเขา เอ่ยขึ้นอย่างกังวล
“วางใจเถอะ วันนั้นเป็แค่อุบัติเหตุ ข้าจะรักษาตนเองให้ดี” หลิ่วเทียนฉีกุมมือคนรัก ปลอบอีกฝ่ายเสียงเบา
“แต่ แต่ข้าเป็ห่วงเ้านี่!”
“เชื่อข้านะ เื่นี้ข้าจำเป็ต้องทำ เ้าเพิ่งกลับมาจากห้องแรงโน้มถ่วง ต้องต่อสู้จริงเพื่อให้แข็งแกร่งและยกระดับมากขึ้นอีก หลังจากนี้ เ้าประลองที่วิทยาลัยยุทธ์ได้วันละห้ารอบ เช้าสามรอบ บ่ายสองรอบ มื้อกลางวันไปกินที่โรงอาหาร ฟ้าไม่มืดไม่ต้องกลับ กันไม่ให้ตอนข้าอยู่วิจัยหมึกยันต์พลาดจนทำร้ายเ้า!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรัก อธิบายอย่างตั้งใจให้รับรู้
“เทียนฉี เลิกไม่ได้จริงหรือ?” เฉียวรุ่ยขมวดคิ้วมอง ขอร้องเสียงเบา
“ไม่ได้ เื่นี้สำคัญกับข้านัก หากทำไม่ได้ ข้าคงเสียใจไปทั้งชีวิต” ในฐานะผู้ข้ามมิติและผู้ล่วงรู้คนหนึ่ง หากรู้ว่ามีแดนลับแต่ไม่อาจพาคนที่ตนรักเข้าไปด้วยกันได้ นั่นถือเป็ความเสียใจ ชดเชยไม่ได้เชียวนะ!
“ก็ ก็ได้ ข้าฟังเ้า!” เฉียวรุ่ยรู้จักนิสัยของเขาดี ขอเพียงเป็เื่ที่เทียนฉีตัดสินใจ เขาย่อมไม่มีทางเปลี่ยน เพราะอย่างงั้นเื่วิจัยหมึกยันต์นี่ เทียนฉีคงไม่เลิกง่ายปานนั้น
“เด็กดี!” หลิ่วเทียนฉีเห็นเฉียวรุ่ยพยักหน้าตกลงก็โอบเขาอย่างพอใจ
“แต่ แต่เ้าต้องรับปากข้า ห้ามทำให้ตนเองาเ็ หากเ้าปล่อยให้ข้าพบว่าเ้าทำตัวเองาเ็อีก ข้า ข้าจะไม่ให้เ้าวิจัยหมึกยันต์แบบใหม่อะไรนั่นอีก!” เฉียวรุ่ยย่นจมูก พูดชัดถ้อยชัดคำ
หลิ่วเทียนฉีมองคนรักข่มขู่ตนก็ผงกหัวรับ “ได้ ข้ารับปาก! แต่เ้าก็ต้องรับปากข้าเหมือนกันว่าจะปกป้องตนเองให้ดี อย่าให้ตนเองาเ็เช่นกัน”
หากไม่ใช่เพื่อให้วิชาต่อสู้มือเปล่าของเสี่ยวรุ่ยยกระดับขึ้นในเวลาอันสั้น ให้คนรักมีพลังปกป้องตนเองมากพอ เขาคงตัดใจให้ประลองห้ารอบทุกวันอย่างเหนื่อยยากไม่ลงเด็ดขาด
“อืม ข้ารู้!” เฉียวรุ่ยรู้ว่าเทียนฉีเป็ห่วง ดังนั้น ต่อให้ประลองอยู่ เขาก็จะเลี่ยงไม่ให้ตนาเ็ให้จงได้
.........
หนึ่งเดือนให้หลัง
เมื่อกลับมาถึง เห็นในบ้านเก็บกวาดสะอาดสะอ้าน บนโต๊ะวางอาหารโอชาชั้นดีไว้เต็ม มีสุราทิพย์อีก เฉียวรุ่ยจึงกระพริบตาปริบๆ
แปลก พักนี้เทียนฉีวิจัยหมึกยันต์แบบใหม่อยู่มิใช่หรือ? ทำไมถึงมีเวลามาทำอาหารให้ตนด้วยเล่า? หรือมีแขกมาอย่างนั้นหรือ?
“อาหารจานสุดท้าย!” ระหว่างที่เฉียวรุ่ยกำลังคิดฟุ้งซ่าน หลิ่วเทียนฉีก็ยกอาหารจานสุดท้ายเข้ามาในห้อง
“เทียนฉี เ้า วันนี้ทำไม ทำไมเ้าถึงเข้าครัวเล่า?” ฮือๆ เดือนนี้เทียนฉียุ่งอยู่ตลอด จึงมักเป็เขาที่ทำอาหาร
“ทำหมึกยันต์สำเร็จแล้วน่ะ ข้าถึงตั้งใจทำอาหารที่เ้าชอบมาฉลองด้วยกัน!” หลิ่วเทียนยิ้มเย้าคนรักก่อนประกาศข่าวดี
ได้ยินอย่างนั้น เฉียวรุ่ยกะพริบตาอย่างไม่อยากเชื่อ “หมึกยันต์แบบใหม่ของเ้า วิจัยสำเร็จแล้วหรือ?”
“อืม สำเร็จแล้ว!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางเอาหมึกยันต์สีแดงเข้มขวดหนึ่งออกมาส่งให้ดู
เฉียวรุ่ยยื่นมือไปรับมาอย่างระมัดระวัง จ้องของเหลวในขวดอยู่เนิ่นนาน เนิ่นนานเสียจริง
“หมึกยันต์นี่ ยันต์ที่วาดออกมาร้ายกาจกว่ายันต์ที่ใช้หมึกยันต์ขั้นสามธรรมดาวาดอยู่มากเลยหรือ?”
“ยันต์ขั้นสามระดับล่างที่ใช้หมึกยันต์ชนิดนี้วาด พลังเทียบเท่ากับขั้นสามระดับกลาง ยันต์ขั้นสามระดับกลางพลังเทียบเท่ากับขั้นสามระดับสูง และยันต์ขั้นสามระดับสูงพลังเทียบเท่ากับยันต์วิเศษขั้นสี่ พลังมากกว่ายันต์วิเศษขั้นเดียวกันห้าเท่าอย่างไรล่ะ”
“ห้าเท่าเชียวหรือ? ร้ายกาจมากเลยนะ!”
“ฮ่าๆๆ ร้ายกาจอยู่แล้ว ข้าไม่กินไม่นอนวิจัยมาตั้งสองเดือน เกือบทำตนเองะเิตายถึงวิจัยออกมาได้!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีแสดงสีหน้าจนปัญญา
ที่จริงในสองเดือนนี้ ในบ้านะเิไปทั้งหมดยี่สิบสามครั้ง เพียงแต่เสี่ยวรุ่ยไม่อยู่บ้าน จึงมาทันเพียงครั้งเดียว หากให้เสี่ยวรุ่ยรู้ว่าในบ้านเกิดะเิน้อยใหญ่เช่นนี้ ไม่ว่าตนพูดอย่างไร อีกฝ่ายคงไม่ให้วิจัยหมึกยันต์นี่อีกเป็แน่
“เ้านี่นะ ยังมีหน้ามาพูด เ้าไม่คิดหรือไงว่าข้าเพิ่งออกจากห้องแรงโน้มถ่วง ต้องมาได้ยินเสียงะเิดังจากในบ้าน มันน่าหวาดกลัวเท่าไรน่ะ!” เฉียวรุ่ยพูดจบก็ทุบหน้าอกอีกฝ่ายอย่างรุนแรงหนึ่งหมัด
“โอ๊ย เจ็บ!” หลิ่วเทียนฉีกุมหน้าอก ร้องอย่างน่าสงสาร
“เฮอะ ถ้าเ้ากล้าก่อเื่ไม่ถนอมร่างกายของตนอีก ข้าจะอัดเ้ายกหนึ่ง ให้เ้ารู้ว่าอะไรคือความเ็ปที่แท้จริง!” เฉียวรุ่ยพูดพลางยกกำปั้นของตนขึ้น
“เสี่ยวรุ่ยจะใช้ความรุนแรงในครอบครัวกับข้าหรือ? ข้าเป็เด็กดีปานนี้ ทำอาหารโต๊ะใหญ่ฉลองด้วยกันเชียวนะ เสี่ยวรุ่ยจะใจแข็งตีข้าลงหรือ?” หลิ่วเทียนฉีดึงคนรักเข้ามาในอ้อมแขนพลางพูดอย่างน่าสงสาร
“เ้านี่นะ? เก่งแต่หลอกข้า!” เฉียวรุ่ยถลึงตาใส่ ขืนตัวออกมานั่งบนเก้าอี้
“มา ดื่มหนึ่งจอกกัน ฉลองที่ข้าวิจัยหมึกยันต์แบบใหม่สำเร็จ!” หลิ่วเทียนฉีพูด นำไหสุราออกมารินสุราทิพย์ให้เฉียวรุ่ยหนึ่งจอก
เฉียวรุ่ยกลอกตา ยกจอกสุราขึ้น “ยินดีกับเ้าที่วิจัยหมึกยันต์แบบใหม่ออกมาได้ แต่ครั้งหน้าข้าไม่อนุญาตให้ทำเื่อันตรายเช่นนี้แล้วนะ!”
หลิ่วเทียนฉีมองคนรักทำหน้าเคร่งเครียดก็พยักหน้าประหนึ่งตำกระเทียม “ได้ ต่อไปไม่ทำแล้ว!”
