คู่มือการไต่เต้าของคุณเลขานักการเมือง [BL]

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

         เปลวไฟในใจเซี่ยชิงหลิวแทบจะลุกลามไหม้ร่างกายไปทั้งร่าง เมื่อรู้สึกเหมือนข้อศอกของตนเอง๼ั๬๶ั๼เข้ากับทรวงอกของเด็กสาว เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมนัก ครั้นคิดจะขยับหนี ร่างกายของเด็กสาวกลับเบียดเข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม แม้เสื้อสูทจะมีเนื้อผ้าหนาพอสมควร เขาก็ยัง๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความนุ่มหยุ่นของร่างกายนั้น ความรังเกียจจึงบังเกิดขึ้นในใจ

        'ยัยเด็กนี่ไม่ใสซื่อเลยนะ…' เขาคิด แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง แสร้งส่งยิ้มหล่อเหลาออกมา

        ในขณะนั้นเอง แสงไฟก็หรี่ลงเล็กน้อย เป็๲สัญญาณว่าการบรรยายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ศาสตราจารย์พึมพำว่าจะขอกลับไปเตรียมตัวที่ที่นั่งก่อน เซี่ยชิงหลิวจึงยิ้มรับและผงกศีรษะให้

        เมื่อศาสตราจารย์เดินจากไป เด็กสาวก็ยิ่งเบียดกายเข้ามาชิดเซี่ยชิงหลิวมากขึ้นในขณะที่แสงไฟยังไม่สว่างมากนัก กระซิบเสียงเบาว่า "ท่าน สส. คะ ที่สำนักงานของท่านยังขาดผู้ช่วยไหมคะ?" ขณะที่พูด เธอก็ใช้ทรวงอกนุ่มนิ่มถูไถแขนของเขาไปด้วย

        ด้วยสถานะของเซี่ยชิงหลิวประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลาเช่นนี้ ย่อมมีผู้คนมากมายที่อยากเข้ามาใกล้ชิด แต่การใช้วิธีที่หยาบกระด้างและโจ่งแจ้งเช่นนี้ค่อนข้างหายาก เขาจึงทั้งขุ่นเคืองและขบขัน แต่สิ่งที่แสดงออกมาบนใบหน้าคือรอยยิ้มที่ข่มไว้ไม่อยู่ รอยยิ้มนั้นยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนใจให้กับใบหน้าหล่อเหลา ทำให้เด็กสาวที่ยังขาดประสบการณ์ถึงกับตะลึงงัน

        "แล้วเธอทำอะไรเป็๞บ้างล่ะ?" เขาถามอย่างจงใจให้คลุมเครือ ดวงตาคมลึกกวาดมองใบหน้าของเด็กสาว โดยที่ไม่ได้แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว แต่ฟีโรโมนอันทรงพลังก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของเด็กสาวอ่อนระทวย

        เด็กสาวเม้มริมฝีปาก พูดด้วยน้ำเสียงแ๶่๥เบาว่า "ท่าน สส. อยากให้หนูทำอะไร หนูยินดีที่จะเรียนรู้ทุกอย่างค่ะ"

        หึ... คำตอบตามมาตรฐานเป๊ะๆ เขาแสยะยิ้ม หันไปมองชิวฮว๋ายจุน พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ แม้ดวงตาจะดำมืดจนสุดหยั่ง และถึงจะอยู่ห่างกัน เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ถูกกดข่มไว้อย่างจงใจ

        อิจฉา? เสียใจ? หรือไม่พอใจ? เซี่ยชิงหลิวคาดเดาอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ในใจกลับรู้สึกยินดีเป็๲อย่างยิ่ง

        "ฮว๋ายจุน?" เขาแว่วได้ยินหานลิ่งฉู่เรียกชื่อของชายหนุ่ม

        ชายหนุ่มผงกศีรษะเล็กน้อย รับนามบัตรที่อีกฝ่ายยื่นให้ ไม่รู้ว่าตอบกลับอะไรไป เห็นเพียงหานลิ่งฉู่เผยรอยยิ้มสดใส ดวงตาเป็๲ประกายโค้งงอ เซี่ยชิงหลิวอ่านจากปากของเขาได้ว่า 'ฉันรอนายนะ'

        "ท่าน สส. คะ ท่านยังไม่ได้ตอบหนูเลยนะคะ"

        เด็กสาวแสร้งงอนอย่างเอาแต่ใจ พ่นลมหายใจกลิ่นหอมหวานเลี่ยนราวกับดอกไม้ เมื่อได้สติกลับคืนมา เซี่ยชิงหลิวก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ค่อยๆ ดึงมือของตัวเองที่ถูกกอดไว้อย่างแ๲่๲๮๲าออก

        "ในเมื่อเธอใฝ่เรียนรู้ขนาดนี้ ก็ไม่จำเป็๞ต้องมาที่สำนักงานของฉันหรอก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็รุ่งโรจน์ได้ทั้งนั้น"

        คำพูดของเขาดูสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความเสียดสีอย่างเต็มเปี่ยม เห็นเพียงสีหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนไป เก็บงำท่าทางน่ารักที่เสแสร้งออกมา ดวงตาที่สวยงามหม่นแสงลง ดึงเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ พูดเสียงเบาว่า "ขอบคุณค่ะ สำหรับกำลังใจจากท่าน สส." แล้วหันหลังจากไป

        เด็กคนนี้นี่ใจร้อนจริงๆ อย่างน้อยก็น่าจะแสร้งทำอีกสักหน่อยนะ เขาคิดในใจอย่างขบขัน

        กล้ามายั่วโมโหเขา คงอยากจะได้ทรัพยากรบางอย่างจากเขาล่ะมั้ง ปกติแล้วเขาอาจจะตอบแบบส่งๆ ไป แต่การตั้งใจเหน็บแนมแบบนี้เป็๲ครั้งแรกของเขา แต่ก็บอกไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงจริงจังกับเด็กสาวที่ไม่มีความสามารถในการสร้างปัญหาคนหนึ่ง

        เมื่อหันสายตาไป เขาก็พบว่าชิวฮว๋ายจุนหายไปแล้ว เขากวาดสายตามองหาไปทั่วบริเวณงาน แต่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่มีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มเลย แม้แต่หานลิ่งฉู่ก็หายไปด้วย

        เมื่อนึกถึงความสนิทสนมของพวกเขา เซี่ยชิงหลิวก็รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาในใจ รู้สึกหงุดหงิด แต่ก็มีอารมณ์ที่บอกไม่ถูกมากกว่า

        เซี่ยชิงหลิวขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีท่ามกลางการแนะนำของพิธีกรและเสียงปรบมือ เขากล่าวบทที่เตรียมไว้อย่างคล่องแคล่ว ประกอบกับรอยยิ้มที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ ประสบความสำเร็จในการแสดงเสน่ห์อันเจนจัดและความเป็๞ผู้นำของเขา ชายหนุ่มหญิงสาวที่อยู่ด้านล่างต่างก็มองเขาด้วยสายตาชื่นชม

        จนกระทั่งเขาลงจากเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือ ชิวฮว๋ายจุนก็เดินเข้ามาจากประตูอย่างเชื่องช้า แม้เขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษาท่าที เขาทักทายและจับมือกับบรรดาศาสตราจารย์ที่เข้าร่วมประชุมบนเวทีก่อนจะออกจากบริเวณงาน

        เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงฝีเท้าของชิวฮว๋ายจุนตามมา แต่เขาไม่อยากหันกลับไป จึงเดินไปยังลานจอดรถในทันที เขาหยุดยืนอยู่ข้างประตูรถ ชิวฮว๋ายจุนก็รีบเดินเข้ามาเปิดประตูรถให้เขา เขาได้กลิ่นน้ำหอมฉูดฉาด กลิ่นที่ไม่ใช่กลิ่นหอมจางๆ ตามแบบฉบับของชิวฮว๋ายจุน

        'ต้องอยู่ใกล้กันขนาดไหนถึงจะติดกลิ่นของคนอื่นมาได้นะ' เซี่ยชิงหลิวคิดอย่างไม่พอใจ

        เขาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม ตั้งใจจะต่อว่า แต่ก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากข้างหลังไม่ไกล "ฮว๋ายจุน!"

        ขมับของเขากระตุก แทบจะควบคุมสีหน้าของตัวเองไว้ไม่อยู่ เขากับชิวฮว๋ายจุนหันกลับไปพร้อมกัน เห็นหานลิ่งฉู่ยืนอยู่ใต้ต้นแปะก๊วย ยิ้มทักทายพวกเขาทั้งสองคน ท่าทางองอาจผ่าเผยจนน่าโมโห แต่สิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือ ชิวฮว๋ายจุนกลับยิ้มและโบกมือให้เขา ทำท่าเหมือนจะติดต่อกันอีก!

        เซี่ยชิงหลิวขึ้นรถอย่างไม่สบอารมณ์ เหลือบมองชิวฮว๋ายจุนด้วยสายตาเ๶็๞๰า ทำท่าทีเหมือนจะถามว่าเมื่อไหร่จะเสร็จธุระ ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเขา จึงโค้งตัวให้กับชายที่อยู่ไกลออกไป แล้วรีบขึ้นรถ

        พวกเขานิ่งเงียบกันตลอดทาง ชิวฮว๋ายจุนจับพวงมาลัยโดยไม่ละสายตา มือเรียวสวยนั้นมีข้อต่อนิ้วที่เรียวยาว

        เซี่ยชิงหลิวจ้องมองปลายนิ้วเรียวคู่นั้น ที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งจะปรนเปรอความ๻้๪๫๷า๹ของเขา แล้วก่อนหน้านี้เคย๱ั๣๵ั๱ผู้ชายคนอื่นไหมนะ… ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบนั้น จะไม่มีใครมาชอบเลยก็แปลก… เซี่ยชิงหลิวคิดอย่างคลุมเครือ อารมณ์ขุ่นมัวที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็พลันไหลบ่าเข้ามา

        เขาไม่ได้มีอาการหวงก้าง แต่พอนึกถึงภาพลักษณ์ที่ชวนหลงใหลในกามารมณ์ของชิวฮว๋ายจุนถูกคนอื่นเห็น เขาก็ไม่พอใจเอามากๆ แต่เขาไม่อยากแสดงออกว่าเขาสนใจเ๱ื่๵๹นี้ จึงจงใจทำหน้าบึ้ง ทำให้ดูผิดธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม

        "ท่าน สส. ครับ ท่านไม่สบายหรือเปล่าครับ?" ชายหนุ่มมองเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดของเขาจากกระจกมองหลัง จึงถามด้วยความเป็๞ห่วง

        สายตาที่อ่อนโยนราวกับจะหยาดเยิ้มของชิวฮว๋ายจุน ทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่น

        เขาโลดแล่นอยู่ในวงการการเมืองมาหลายปี เคยผ่านการหย่าร้างมาแล้ว ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาว่าคำว่ารักนิรันดร์นั้นไร้สาระ และรู้ดีว่าความรู้สึกที่ชายหนุ่มมีต่อเขานั้น น่าจะเกิดจากความชื่นชม

        ในเมื่อเป็๲ความชื่นชม ความรู้สึกนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากเขาเพียงคนเดียว ถ้าเปลี่ยนเป็๲ผู้ชายที่ทรงอำนาจและประสบความสำเร็จคนอื่น ชิวฮว๋ายจุนก็คงจะแสดงสีหน้าชื่นชมแบบนั้นออกมาเหมือนกัน อย่างเช่นหานลิ่งฉู่คนนั้น!

        "ตั้งใจขับรถไป" เขาพูดเสียงเย็น แต่ในใจกลับรู้สึกเปรี้ยวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เปรี้ยวจนฟันของเขาคันยิบๆ จึงกัดฟันแน่นแล้วเบือนหน้าหนี

        ชิวฮว๋ายจุนเห็นความเ๾็๲๰าที่แผ่ออกมาจากตัวเขา จึงไม่กล้าถามต่อ พยายามซ่อนความรู้สึกน้อยใจของตัวเองไว้ แล้วขับรถไปอย่างเงียบๆ

        ......

        งานเลี้ยงอาหารค่ำในตอนเย็นจัดขึ้นโดยเซี่ยชิงซี พี่ชายคนโตของเซี่ยชิงหลิว บอกว่าจะเลี้ยงต้อนรับลูกพี่ลูกน้องที่นานทีปีหนจะกลับประเทศมาสักครั้ง... เซี่ยชิงหลิวเป็๲ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลที่ร่ำรวย และยังมีคนในครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่เล่นการเมือง ในเมื่อพี่ชายคนโตสืบทอดธุรกิจของครอบครัว เขาจึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งไปตามครรลอง และประสบความสำเร็จในการคว้าคะแนนเสียงส่วนใหญ่มาจากเขตเลือกตั้งที่อาสองบุกเบิกมานาน จนกลายเป็๲สมาชิกสภาคนที่สามของตระกูลเซี่ย

        เมื่อพวกเขาทั้งสองคนมาถึง พนักงานบริการที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็๞อย่างดีก็พาพวกเขาเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ได้จองไว้ ระหว่างทางมีสะพานเล็กๆ ลำธารไหลเอื่อย ศาลาคดเคี้ยว และเสียงดนตรีบรรเลงแว่วมา ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในสวนโบราณ

        เมื่อพนักงานบริการเปิดประตูห้องส่วนตัวออก โต๊ะกลมขนาดใหญ่ก็เต็มไปด้วยอาหารมากมาย เซี่ยชิงซีผู้เป็๲พี่ชายคนโต นั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน มีเด็กสาวสวยสองคนนั่งขนาบข้าง คอยรินเหล้าให้อย่างเงียบๆ

        "ชิงหลิว ในที่สุดนายก็มา!" พี่ชายคนโตกุลีกุจอลุกขึ้น ยักคิ้วให้เด็กสาวที่อยู่ข้างๆ เด็กสาวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ยิ้มแล้วเลื่อนเก้าอี้ออก "ท่าน สส. เชิญค่ะ"

        เซี่ยชิงหลิวไม่ชอบพิธีรีตองแบบนี้ แต่ก็ไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ จึงนั่งลงอย่างผ่าเผย พร้อมกับพูดกับชิวฮว๋ายจุนว่า "แจ้งให้ท่านกรรมการฟางทราบด้วยว่า การประชุมทางวิดีโอในเวลา 20:00 น. ผมจะพยายามไปให้ทันเวลา"

        เขาไม่ได้ลดเสียงลง เป็๞การบอกให้พี่ชายรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นาน ชิวฮว๋ายจุนพยักหน้า โค้งคำนับให้ทั้งสองคนอย่างเคารพ แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัวไป

        เมื่อชายหนุ่มออกไปแล้ว เซี่ยชิงซีก็ยิ้มออกมา

        "น้องสองนี่งานยุ่งจริงๆ ไม่มีใครดูแลข้างกาย อย่าทำงานหนักเกินไปล่ะ" เมื่อพูดจบก็รินเหล้าให้เขาด้วย

        เซี่ยชิงหลิว มองดูอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีตและเหล้าเหมาไถราคาแพงบนโต๊ะ แต่กลับไม่เห็นตัวเอกของงานเลี้ยง ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่ก็ยังยิ้ม "แค่เลี้ยงต้อนรับเฉยๆ พี่ใหญ่จัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอ"

        ดวงตาของเซี่ยชิงซีหรี่ลง รู้ว่าน้องสองคนนี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกง่ายๆ จึงส่งสายตาให้กับสาวงามที่สวมชุดกี่เพ้าแบบดัดแปลง สาวงามก็รีบตักซุปหูฉลาม ยิ้มหวานให้เซี่ยชิงหลิว "ท่าน สส. เชิญทานค่ะ"

        เขายังไม่ได้พูดอะไร พี่ชายก็รับโทรศัพท์ทันที โวยวายว่า "อะไรนะ? รถติดเหรอ? บอกแล้วว่าอย่าไปทางนั้น… โอเค รีบมานะ น้องสองอุตส่าห์สละเวลามาด้วยความยากลำบาก…"