เช้าวันใหม่ อากาศในหมู่บ้านสดชื่นกว่าทุกครั้ง แสงแดดอุ่นอาบผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องเล็ก ๆ ของทัคคุง กลิ่นหอมของข้าวต้มที่กำลังเดือดปุด ๆ ลอยอบอวลอยู่ในครัว
“ทัคคุง~ ตื่นเถอะค่ะ”
เสียงหวานสดใสดังขึ้นพร้อมกับแรงสะกิดเบา ๆ ที่ไหล่ ทัคคุงลืมตาขึ้นช้า ๆ ก็เห็นใบหน้าของมาเรียก้มลงมาใกล้ ๆ แววตากลมโตระยิบระยับเหมือนเด็กที่ได้ของขวัญใหม่ รอยยิ้มสดใสจนเกินจริง
เขาขยี้ตาเล็กน้อย
“มาเรีย…วันนี้ดูอารมณ์ดีจังเลยนะ”
เธอหัวเราะคิก ใบหน้าแดงระเรื่อ
“ก็คนรัหของมาเรียกำลังจะได้กินอาหารฝีมือมาเรียเองนี่คะ ไม่ให้ดีใจได้ยังไง~”
ทัคคุงพยายามไม่คิดมาก แต่ลึก ๆ ก็อดรู้สึกแปลกไม่ได้ ปกติมาเรียจะยิ้มอ่อนโยน ไม่ได้สดใสซ่านขนาดนี้ มันเหมือนเธอปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมาแล้ว และนั่นทำให้เขาหัวใจเต้นแรงจนสับสน
บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ มีข้าวต้มร้อน ๆ วางเรียงอยู่พร้อมถ้วยเล็กที่ตกแต่งอย่างใส่ใจ ทัคคุงนั่งลงตรงข้าม หญิงสาวรีบตักให้ ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มตลอดเวลา
“อืม…อร่อยมากเลย มาเรีย”
“จริงเหรอคะ? ดีจัง มาเรียตั้งใจทำให้ทัคคุงที่สุดเลย”
เธอพูดพลางยันคางกับมือ มองเขาด้วยสายตาอ่อนหวานยิ่งกว่าทุกครั้ง ทัคคุงเผลอก้มหน้าหนีเพราะใจสั่น แต่พอแอบมองกลับมาอีกที ก็เห็นมาเรียหัวเราะเบา ๆ เหมือนรู้ทัน
หลังอาหาร ทั้งคู่เดินเล่นรอบหมู่บ้านด้วยกัน มือเล็กของมาเรียสอดเข้ามาเกาะแขนทัคคุงแน่นกว่าเดิมกว่าปกติ ทุกก้าวของเธอดูเบาสบายราวกับปลิวไปกับสายลม เธอชวนเขาคุยเื่เล็กน้อย ทั้งเื่เด็ก ๆ ในสถานเลี้ยงกำพร้า เื่ร้านขายขนมที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือแม้แต่ท้องฟ้าที่วันนี้ใสเป็พิเศษ
ทุกคำพูดเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ไม่เหมือนมาเรียที่ทัคคุงคุ้นเคยในยามที่เธอต้องทนแบกภาระ แต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยให้บรรยากาศอบอุ่นนี้โอบกอดหัวใจเขาเอาไว้
กระทั่งตกเย็น ทั้งคู่กลับมานั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลำธาร เงาสะท้อนของแสงอาทิตย์ยามอัสดงทอดลงบนผิวน้ำเป็ประกาย มาเรียวางศีรษะลงบนไหล่ของทัคคุงอย่างแ่เบา
“ทัคคุง…”
เสียงเธอเบาและสั่นเล็กน้อย
“ขอบคุณนะคะ ที่อยู่กับมาเรียเสมอ”
เขายิ้มอ่อน วางมือลงบนมือเล็กที่วางบนตัก
“เธอต่างหากล่ะ มาเรีย ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ”
มาเรียหลับตา ยิ้มละมุน แต่ในใจกลับแอบเจ็บ เธอรู้ว่าเขาไม่มีวันรู้ความจริงที่เธอได้สูญเสียสิ่งสำคัญไป แต่ก็เลือกจะไม่บอก ปิดมันไว้ข้างใน ยอมเก็บเป็ความลับ…เพราะไม่อยากให้รอยยิ้มอบอุ่นของเขาหายไป
ลมเย็นพัดแ่ผ่าน เสียงน้ำไหลเบา ๆ เคล้าไปกับเสียงหัวใจที่เต้นพร้อมกัน ทั้งคู่ไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้ความเงียบสงบโรแมนติกในยามเย็นเป็คำตอบแทนทุกสิ่ง
รอยยิ้มสดใสผิดปกติของมาเรียยังคงอยู่บนใบหน้า และทัคคุงก็กุมมือเธอแน่นยิ่งขึ้น เหมือนจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็ยังไง เขาก็จะอยู่กับเธอเสมอ
