ไม่ว่าหยวนเหล่าเอ้อร์จะเชื้อเชิญทุกคนให้มาร่วมวงอย่างกระตือรือร้นเพียงใดกลับไม่มีใครขยับตัวเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสียนั่นก็เป็หมู่ที่ขโมยมา ต่อให้กลิ่นจะหอมเพียงใด หากอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านเช่นนี้ผู้ใดจะกล้า
ผู้เฒ่าหยวนและหยวนเหล่าต้าต่างยิ้มอย่างสาสมใจ ครานี้ขโมยหมูเชียวหรือ ร้ายแรงยิ่งกว่าขโมยไก่ขโมยสุนัขเสียอีก
“เ้าลูกไม่รักดีข้า จะตีเ้าให้ตาย!” ผู้เฒ่าหยวนมองไปรอบๆ เพื่อหาไม้หมายจะฟาดบุตรชายคนรอง
“ท่านพ่อ ท่านอย่าโมโหไปเลยขอรับ แค่ไล่ออกออกจากสกุลพอ หากโมโหจะไม่ดีต่อสุขภาพนะขอรับ” หยวนเหล่าต้าทำทีรีบเข้าไปห้าม
ผู้เฒ่าหยวนหันไปร่ำไห้กับผู้นำสกุล “ผู้นำนามสกุล ท่านต้องช่วยตัดสินเื่นี้ให้ข้านะ อย่างไรวันนี้ข้าก็ต้องไล่เ้าลูกเนรคุณผู้นี้ออกจากสกุลไปให้จงได้ ข้าไม่มีลูกที่ไม่เอาไหนเช่นนี้!”
เื่นี้ยังมีอะไรให้ต้องพูดกันอีก หยวนเหล่าเอ้อร์ถึงกับใจกล้าขโมยหมูมาต้มกิน พอทุกคนมาพบยังเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมวงหน้าระรื่น เช่นนี้ต้องไล่ออกจากสกุลสถานเดียว!
“เ้ารอง บิดาเ้าให้โอกาสเ้า แต่เ้ากลับไม่รักษาโอกาสในครั้งนี้เอาไว้ เช่นนั้นก็อย่าได้โทษบิดาของเ้า!” ผู้นำสกุลกล่าวสั่งสอน
ผู้นำนามสกุลกล่าวถึงเช่นแล้ว หยวนเหล่าต้าจึงรีบไปเตรียมกระดาษและพู่กันมา เพื่อให้ผู้นำสกุลเขียนหนังสือขับไล่เ้ารองออกจากสกุล
หยวนเหล่าเอ้อร์ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้นำนามสกุล “ท่านอา ท่านคิดจะขับไล่ข้าออกจากสกุลจริงหรือ หารือกันก่อนดีหรือไม่ ท่านพ่อจะให้ข้าแยกบ้านออกไปก็แล้วไปเถิด แต่ท่านถึงกับจะขับไล่ข้าออกจากสกุลเชียวหรือ”
ผู้นำสกุลเค้นเสียงขึ้นจมูกอย่างเ็า “ยามนี้ถึงค่อยมาสำนึกเสียใจทีหลัง มันสายไปแล้ว!” กล่าวจบชี้ไปที่หยวนเหล่าเอ้อร์พร้อมกับหันไปกล่าวกับคนในสกุลคนอื่น “ทุกคนจงดูให้ดี หากต่อไปใครทำเช่นเหล่าเอ้อร์ ข้าไม่ปล่อยคนผู้นั้นเอาไว้แน่ ข้าจะขับไล่คนออกจากสกุลให้หมด!”
คนหนุ่มในสกุลต่างรับปากว่าจะไม่ทำแบบเหล่าเอ้อร์ จะตั้งใจทำงาน ไม่เป็ขโมยเช่นเหล่าเอ้อร์เด็ดขาด
ความจริงแล้วหมูตัวหนึ่งราคาแค่ไม่กี่ตำลึงเท่านั้น หากคนสกุลหยวนยินดีชดใช้เงินให้เ้าของหมู เพียงเท่านี้เื่ก็จบ ไม่จำเป็ต้องขับไล่หยวนเหล่าเอ้อร์ออกจากสกุล เพียงแต่ผู้นำสกุลได้ยินว่าสกุลหลิ่วได้เชิญแม่สื่อเพื่อจะไปสู่ขอเ้าใหญ่ที่บ้านแล้ว หลิ่วซิ่วไฉมีอนาคตสดใสยาวไกล ทั้งก่อนหน้านี้ยังมีนักพรตผู้หนึ่งกล่าวว่าเ้าใหญ่เป็ผู้มีวาสนาสูงส่ง ดังนั้นหากให้เลือกระหว่างบ้านใหญ่กับบ้านรอง ผู้นำสกุลย่อมเลือกบ้านใหญ่แน่นอนอยู่แล้ว
เขาดูออกั้แ่แรกแล้วว่าหยวนเอ้อร์สี่กับบุตรชายตนโต้าขับไล่เ้ารองออกจากสกุล นับจากนี้ไม่อยากมีเกี่ยวข้องใดกับอีกฝ่ายอีก
“ต่อให้ครั้งนี้เ้าเอามีดมาจ่อที่คอ ข้าก็จะไม่ยอมอีก อย่างไรก็ต้องขับเ้าออกจากสกุลไปให้จงได้!” ผู้เฒ่าหยวนกล่าวอย่างมีโทสะ
หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มพร้อมกับหยักไหล่อย่างไม่แยแส “เช่นนั้นก็ย่อมได้”
พอคนที่มารอดูหยวนเหล่าเอ้อร์ร่ำไห้อ้อนวอนได้ยินประโยคนี้ต่างมีสีหน้าผิดหวังกันถ้วนทั่ว
ครั้นผู้นำสกุลเขียนหนังสือขับไล่ออกออกจากสกุลเสร็จเรียบร้อยก็เขียนหนังสือแยกบ้านต่อ ระหว่างนี้หันไปเอ่ยถามผู้เฒ่าหยวน “เ้าจะยกอะไรให้เ้ารองหรือไม่”
“เ้ารองต้องออกจากบ้านไปโดยไม่ได้อะไรไปแม้แต่อย่างเดียว!” ผู้เฒ่าหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าเด็ดขาด
ผู้นำสกุลคิดกล่าวเตือนสองสามประโยค หากหยวนเหล่าเอ้อร์กลับเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจขึ้นมา “อย่างไรเสียภายในบ้านก็ไม่มีสิ่งของมีค่าอะไรอยู่แล้ว ออกมาตัวเปล่าก็ดีเช่นกัน”
ทุกคน “…”
ไม่ยื้อไม่แย่งเช่นนี้ไม่ใช่นิสัยของหยวนเหล่าเอ้อร์เลย หยวนเหล่าเอ้อร์ผู้มีนิสัยไม่ชอบเสียเปรียบใครผู้นั้นหายไปที่ใดแล้ว!
ผู้นำสกุลเขียนเสร็จเรียบร้อยยื่นส่งให้ทั้งสองฝ่ายประทับลายนิ้วมือ หยวนเหล่าเอ้อร์เอานิ้วโป้งจุ่มที่เืหมูแล้วประทับรอยนิ้วมือลงไป หลังได้หนังสือขับไล่ออกจากสกุลและแยกบ้านมาแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวว่า “นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปข้ามิใช่คนของสกุลหยวนอีก เพียงแต่หมูตัวนี้อย่างไรก็ฆ่าแล้ว หากไม่กินคงจะเสียดายแย่ ทุกคนรีบไปหยิบถ้วยกับตะเกียบมากินด้วยกันเถิด”
หวางซื่อไหนเลยจะยินยอม รีบวิ่งเอาตัวมาขวางหน้าหม้อต้มเอาไว้ “ไม่ได้ หมูตัวนี้เป็ของที่บ้านข้า!”
นางแค้นจนแทบจะกระอักเื เ้าลูกไม่รักดีผู้นี้ขโมยไก่ไม่ได้เลยไปเอาหมูในคอกมาฆ่าเพื่อกินเนื้อ! ก่อนหน้านี้เป็เพราะเ้าใหญ่ห้ามเอาไว้ นางเลยไม่ได้พูดเื่นี้ออกไป เ้าใหญ่บอกว่า อย่างไรเสียหมูก็ถูกฆ่าไปแล้ว รอให้ทุกคนกลับไปก่อนค่อยจัดการเื่นี้ทีหลัง
ด้วยเหตุนี้นางเลยพยายามอดทนอดกลั้นมาตลอด ขณะที่ในใจกลัวเหลือเกินว่าทุกคนจะไปนำถ้วยและตะเกียบมากินหมูของนางตามที่เ้ารองเชื้อเชิญจริงๆ เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดทำเช่นนั้น ทว่าเวลานี้หนังสือขับไล่ออกจากสกุลและแยกบ้านได้ออกมาแล้ว นางจึงทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว!
หมูมีค่าหลายตำลึงเช่นนี้จะให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่คนในสกุลกินได้อย่างไร คิดแล้วก็ทั้งแค้นทั้งเจ็บใจยิ่ง!
ทุกคนไม่ใช่คนโง่ หวางซื่อเอ่ยออกมาเช่นนี้แล้ว ทุกคนก็พอจะเดาเื่ราวทั้งหมดออก ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยออกมา “ที่แท้หมูตัวนี้หยวนเหล่าเอ้อร์ก็ไม่ได้ขโมยมา ข้าก็ว่าในหมู่บ้านไม่มีบ้านไหนมีสิ่งใดหายไปแล้วจะบอกว่าหมูตัวนี้ถูกขโมยมาได้อย่างไร”
“ข้าว่าบ้านใหญ่หยวนคงอยากจะขับไล่เ้ารองออกจากสกุลจะแย่ แม้แต่หมูตัวเดียวก็ยังห่วงไม่ให้กิน”
“ทำเช่นนี้ใช้ได้ที่ใดกัน อย่างไรเสียคนเขาก็อุตส่าห์ให้บุตรสาวแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคลแทนตนเอง ยังมีหน้าไปขับไล่เขาออกจากสกุลและบังคับให้แยกบ้านออกไปอีก”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์และสายตาที่มองมาของคนในหมู่บ้านทำให้สีหน้าของผู้เฒ่าหยวนเปลี่ยนเป็อึมขรึม หันไปกล่าวถามภรรยาด้วยสีหน้าไม่ดีนัก “เ้าว่ากระไรนะ? หมูตัวนี้เป็ของบ้านใดนะ?”
“ท่านพี่ หมูตัวนี้เป็ของบ้านเรา หลังจากพวกท่านออกไปได้ไม่นานเ้ารองก็เข้าไปฆ่าหมูของเราในคอก” หวางซื่อตอบพลางสะอึกสะอื้น
ผู้ใหญ่บ้านโมโหจะแย่อยู่แล้ว ชี้หน้าผู้เฒ่าหยวนพลางถาม “ในเมื่อเป็หมูของบ้านเ้าแล้วเหตุใดเมื่อครู่นี้ถึงไม่พูดออกมา!”
“ใช่ เหตุใดตอนที่ข้าเขียนหนังสือขับไล่เ้ารองออกจากสกุลและให้เ้ารองแยกบ้านออกไป พวกเ้าถึงไม่พูดอะไรบ้างเลย” ผู้นำสกุลกล่าวอย่างมีโทสะ
“พวกเ้า้าจะแยกบ้านก็แล้วไปเถอะ แต่นี่เ้ารองไม่ได้ไปขโมยหมูของบ้านอื่น เช่นนั้นไฉนต้องขับไล่ออกจากสกุลด้วย พวกเ้าเป็พ่อแม่ประเภทใดกัน เ้ารองยังใช่บุตรชายของพวกเ้าอยู่หรือไม่!”
ประโยคคำถามของผู้ใหญ่บ้านนี้ทำเอาผู้เฒ่าหยวนไม่รู้จะตอบเช่นไร จึงหันไประบายโทสะใส่ภรรยา ยกมือแล้วฟาดไปที่ใบหน้าของภรรยาอย่างแรง “ผู้ใหญ่บ้านถามเ้า เหตุใดเมื่อสักครู่นี้เ้าถึงไม่พูดออกมา ขโมยของบ้านตัวเองกับขโมยของบ้านผู้อื่นมันไม่แตกต่างกัน เหตุใดเมื่อครู่นี้เ้าถึงไม่พูดให้ชัดเจน!”
“ท่านพ่อ ข้ากินหมูของที่บ้านไม่เรียกว่าขโมยเสียหน่อย ข้าไม่ได้แอบฆ่า แต่ข้าฆ่าอย่างเปิดเผย บ้านใหญ่ของพวกท่านไม่ให้บ้านรองอย่างพวกเรากินอะไรเลย คิดจะปล่อยให้พวกเราอดตายเช่นนั้นหรือ อีกประการ หมูภายในบ้านเป็ภรรยากับบุตรสาวของข้าคอยเลี้ยงคอยให้อาหาร เหตุใดข้าจะไม่มีสิทธิ์ฆ่าเอาเนื้อมากิน” หยวนเหล่าเอ้อร์แย้ง
ผู้เฒ่าหยวนกระทืบเท้าด้วยความโมโห “ก็เพราะข้ายังไม่เห็นชอบน่ะสิ! เมื่อข้าไม่เห็นด้วยเช่นนั้นก็ถือว่าเ้าขโมย!”
หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มเยาะกล่าวว่า “หากยังไม่แยกบ้านกันไม่เรียกว่าขโมย ต่อให้ท่านนำเื่นี้ไปฟ้องต่อที่ว่าการ ที่ว่าการก็ไม่มีทางตัดสินว่าข้าขโมย ช่างเถิด เวลานี้เื่เป็ไปตามที่ท่าน้าแล้ว พวกท่านขับไล่พวกข้าออกจากสกุลและให้ข้าแยกบ้านออกไปได้สำเร็จแล้ว ท่านไม่จำเป็ต้องพูดอะไรอีกแล้ว และในเมื่อยามนี้ข้าไม่ใช่คนของสกุลหยวน ต่อให้ท่านนำเื่นี้ไปฟ้องต่อที่ว่าการว่าข้าเป็บุตรอกตัญญูก็คงจะไม่ได้เช่นกัน”
“เ้า…เ้า…” ผู้เฒ่าหยวนได้แต่ชี้หน้าบุตรชายคนรอง พูดอันใดไม่ออกสักคำ
ทุกคนในหมู่บ้านต่างเข้าข้างหยวนเหล่าเอ้อร์ ทำเอาผู้เฒ่าหยวนแค้นจนร่างกายซวนเซจะเป็ลม เ้าใหญ่เห็นเช่นนี้รีบเข้าไปประคอง “ท่านปู่ ท่านอย่าโมโหท่านอารองไปเลยเ้าค่ะ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ และขอท่านอย่าได้ต่อว่าท่านย่า ยามนั้นพวกเราทำอันใดไม่ถูก กว่าจะรู้ตัวอีกทีหนังสือขับไล่ออกจากสกุลและให้แยกบ้านออกไปก็ถูกเขียนเสร็จแล้ว ท่านคงไม่ทราบ ท่าทางตอนท่านอารองฆ่าหมูนั้นช่างนั้นน่าประหวั่นเหลือเกิน ประหนึ่งกำลังฆ่าศัตรูคู่แค้นก็ไม่ปาน…”
เ้าใหญ่พูดปลอบผู้เฒ่าหยวนจบหันไปกล่าวขออภัยคนในหมู่บ้าน “ข้าต้องขออภัยทุกคนด้วย เื่ในบ้านข้าทำให้ทุกคนต้องเสียเวลา ท่านอารองกล่าวได้ถูกต้อง ในเมื่อมาแล้วเช่นนั้นก็กินให้อิ่มท้องเสียก่อนแล้วค่อยกลับไปเถิด”
จบประโยคนางส่งสัญญาณทางสายตาให้แก่ผู้เฒ่าหยวน ก็แค่หมูหนึ่งตัวเท่านั้น มีคำกล่าวว่ากินของของเขาปากย่อมอ่อน ให้คนในหมู่บ้านกินเนื้อหมูจะได้อุดปากคนในหมู่บ้านได้
เื่มาถึงขั้นนี้แล้วผู้เฒ่าหยวนยังจะกล่าวอันใดได้อีก เอ่ยอย่างเห็นด้วยกับหลานสาว “ทุกคนไปหยิบถ้วยและตะเกียบมาเถิด มื้อนี้ถือเสียว่าเป็มื้อจากลาระหว่างพวกข้ากับเ้ารอง หวังว่าทุกคนจะช่วยเป็พยานให้แก่พวกเราด้วย”
