จูบนี้กินระยะเวลายาวนาน จ้าวซีเหอถอนริมฝีปากออก เขามองหนิงมู่ฉืออย่างดีใจ ริมฝีปากยกขึ้นเป็รอยยิ้ม ก่อนจะดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดอีกครา
หนิงมู่ฉือผลักจ้าวซีเหอออกอย่างไม่พอใจ เขายังคงเป็คุณชายเสเพลเ้าชู้เช่นเดิม ถึงกับกล้าหยอกเย้านางเช่นนี้เชียวหรือ
ใบหน้านางเ็า “ซื่อจื่อให้เกียรติข้าด้วย” นางใช้มือเช็ดริมฝีปากจนแดงก่ำ แลดูน่าสงสารและน่าปวดใจ
จ้าวซีเหอคิดไม่ถึงว่าหนิงมู่ฉือจะทำท่าทางเช่นนี้กับตน เขาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่ริมฝีปากจะยกเป็รอยยิ้ม “หนิงมู่ฉือ เ้านี่ช่างปากไม่ตรงกับใจเหลือเกิน เมื่อครู่เ้ายังเคลิบเคลิ้มไปกับจุมพิตของข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงทำท่ารังเกียจเสียเล่า”
หนิงมู่ฉือหน้าแดง กล่าวอย่างอ้ำอึ้ง “ข้า…ข้า..นั่นแค่…”
จู่ๆ ใบหน้าของจ้าวซีเหอก็ราบเรียบจริงจัง เขาจับตัวหนิงมู่ฉือให้ยืนตัวตรง มองนางด้วยแววตาอ่อนโยน “ฉือเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เป็ข้าที่ทำให้เ้าต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ”
หนิงมู่ฉือมองสภาพจ้าวซีเหอที่ทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาดำคล้ำ ที่คางมีไรเคราขึ้นเล็กน้อย หน้าตาท่าทางก็ดูไร้ชีวิตชีวา
“ฉือเอ๋อร์ ่ที่เ้าไม่อยู่ ข้าคิดถึงเ้ามาก สกุลหนิงของเ้ายังไม่ได้รับความเป็ธรรม เ้ายังมีเื่ที่ต้องทำอีกมากมายไม่ใช่หรือ เช่นนั้นเ้ากลับไปกับข้าเถิด” จ้าวซีเหอเอ่ยพร้อมกับจ้องแววตาใสประดุจธารน้ำของหนิงมู่ฉือนิ่ง
หนิงมู่ฉือมองท่าทางอ่อนโยนของจ้าวซีเหออย่างเขินอาย นางไม่ชินกับท่าทางอ่อนโยนเช่นนี้ของเขาเลย “ซื่อจื่อ ท่านอย่าทำเช่นนี้ ข้าไม่ชิน”
จ้าวซีเหอยื่นมือไปจับแขนหนิงมู่ฉือ “ฉือเอ๋อร์ ข้าจริงจังนะ”
หนิงมู่ฉือห่อไหล่เข้าหาตัว ไอน้ำจากบ่อน้ำร้อนลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะกลายเป็ละอองน้ำตกลงมาที่ตัวนาง ตัวนางที่แช่อยู่ในบ่อน้ำร้อนจนร้อน เมื่อััถูกละอองน้ำที่หนาวเย็นทำให้หน้าขึ้นสีแดงจางๆ
“ฉือเอ๋อร์ ข้าลองคิดทบทวนมาเป็อย่างดีแล้ว ่เวลาที่ไม่มีเ้าอยู่ ใจของข้าเบาโหว่งและว่างเปล่า เดิมทีข้าคิดว่าจะสามารถใช้สตรีคนอื่นมาแทนที่เ้าได้ แต่ข้าคิดผิดไป”
จ้าวซีเหอกุมมือหนิงมู่ฉือเอาไว้แน่น ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย หนิงมู่ฉือจึงทำได้แค่ขมวดคิ้ว
หนิงมู่ฉือลอบถอนหายใจ หัวใจเต้นรัวและแรง ราวกับมีกระต่ายเข้าไปะโโลดเต้นอยู่ข้างใน “ซื่อจื่อ ท่านพูดประโยคเหล่านี้เพื่อเหตุใดเ้าคะ”
หนิงมู่ฉือคิดอย่างน้อยใจ ตอนแรกเป็จ้าวซีเหอที่ไล่นาง ตอนนี้กลับมาตามนางให้นางกลับไป ตอนนี้นางมีชีวิตที่ดีมาก มีท่านตา พ่อบ้าน และหลิงชีอยู่ด้วย นางจึงไม่อยากกลับไปเมืองหลวงอีก และถ้าระหว่างทางนางไม่ได้เจอจอมยุทธ์น้อยเฉิน ป่านนี้นางก็คงจะเสียชีวิตไปแล้ว
จ้าวซีเหอนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “ก่อนหน้านี้ที่ข้าพูดเช่นนั้นออกไปเพราะข้าอยากยั่วโมโหเ้า ตอนนี้ข้าอยากใช้ชีวิตอยู่กับเ้าจริงๆ” ดวงตาของจ้าวซีเหอแดงก่ำ ท่าทางก็ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
หนิงมู่ฉือดึงชุดกระโปรงขึ้นก่อนจะเดินขึ้นฝั่ง “ข้าเองก็ไม่รู้ต้องทำเช่นไร”
นางรู้สึกสับสนเหลือเกิน ทางหนึ่งก็เฉินเกอที่คอยตามติดนางไม่ลดละ อีกทางหนึ่งก็จ้าวซีเหอที่สารภาพรักกับนางท่ามกลางแสงจันทร์ นางไม่รู้ว่าควรต้องเลือกใครดี
เฉินเกอเห็นทั้งสองยังไม่กลับมาสักที ด้วยความที่กลัวว่าหนิงมู่ฉือจะมีอันตรายจึงแอบตามไป เมื่อตามมาพบ ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือทั้งสองจับมือกันและกำลังพลอดรักกัน
ในใจเขารู้สึกปวดหนึบ เขาแอบมองทั้งสองคนอยู่ไกลๆ เห็นจ้าวซีเหอไม่ได้ทำร้ายหนิงมู่ฉือก็รู้สึกวางใจขึ้นมาก
“ฉือเอ๋อร์ กลับไปกลับข้าเถิด ข้าจะดูแลเ้าอย่างดี” จ้าวซีเหอเห็นหนิงมู่ฉือขึ้นจากแอ่งน้ำร้อนโดยไม่พูดไม่จาจึงะโไล่หลัง
หนิงมู่ฉือชะงักฝีเท้า ตอนนี้นางไม่รู้ว่าควรต้องเลือกใครจริงๆ ทันใดนั้นเองสายตานางเหลือบไปเห็นเฉินเกอที่กำลังมองมาทางพวกนางจากที่ไกลๆ ใบหน้าพลันขึ้นสีเข้มในทันใด
เฉินเกอเห็นหนิงมู่ฉือเดินขึ้นมาจากน้ำด้วยเนื้อตัวเปียกปอน อากาศใน่นี้ยังคงหนาวอยู่ ทั้งมีลมพัดอ่อนๆ เขากลัวนางจะต้องลมหนาวจนไม่สบายจึงรีบเดินเข้าไปหา ถอดเสื้อคลุมออกแล้วคลุมลงไปบนตัวนาง
หนิงมู่ฉือส่งยิ้มให้เฉินเกอ ขณะที่ในใจนึกเป็ห่วงจ้าวซีเหอที่ยังคงแช่อยู่ในแอ่งน้ำร้อน นางหันไปมองชายหนุ่มอย่างเป็ห่วง กลับต้องพบว่าเขาเอาศีรษะจุ่มลงไปในน้ำ นางเห็นเช่นนั้นให้รู้สึกใยิ่ง “ซื่อจื่อ ท่านรีบขึ้นมาเร็วเ้าค่ะ!”
จ้าวซีเหอแค่อยากเอาศีรษะจุ่มน้ำเพื่อให้ใจเย็นลงเท่านั้น ตอนที่เขาเห็นหนิงมู่ฉือเดินขึ้นจากแอ่งน้ำร้อน ใจเขารู้สึกปวดร้าวอย่างมาก เวลาเพียงแค่สองเดือนนางก็ลืมเขาจนหมดสิ้น ซึ่งเขาเอาความไม่พอใจนี้ไปลงที่เฉินเกอ
เขาลืมตาอยู่ในน้ำอยู่ครู่หนึ่ง จนดวงตาเปลี่ยนเป็แดงก่ำถึงขึ้นจากน้ำ เขาสวมเสื้อคลุม หยิบกิ่งไม้มาวางกองรวมกันโดยไม่พูดไม่จา ก่อนจะหยิบหินมาสีกันเพื่อจุดไฟ เขาถอดเสื้อผ้าแล้วเอาไปผิงไฟให้แห้ง
หนิงมู่ฉือที่อยู่ด้านข้างไม่ไกลเอาเสื้อผิงไฟเงียบๆ เช่นกัน เฉินเกอที่อยู่ด้านข้างเอาเสื้อผ้าของหนิงมู่ฉือที่เปียกชื้นไปผิงไฟให้อย่างเอาใจใส่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
จ้าวซีเหอเดินเข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยว่า “หนิงมู่ฉือ ข้าหิวแล้ว!”
หนิงมู่ฉือเงยหน้ามองจ้าวซีเหอ เห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ อดไม่ได้ที่จะกลอกตา พร้อมกับเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่ค่อยมีแรง “หากหิว ในห่อผ้าของข้ามีอาหารแห้งอยู่ ท่านหยิบไปทานก็ใช้ได้แล้ว”
จ้าวซีเหอไม่โกรธแต่อย่างใด ทำหน้าหนาเอ่ยออดอ้อนต่อ “ฉือเอ๋อร์ ฉือเอ๋อร์คนดีของข้า นานแล้วที่ข้าไม่ได้ทานอาหารฝีมือเ้า ข้าคิดถึงอาหารฝีมือเ้ายิ่งนัก เ้าทำอาหารให้ข้าสักอย่างสองอย่างได้หรือไม่”
ครั้นหนิงมู่ฉือเห็นท่าทางออดอ้อนของจ้าวซีเหอ นางถึงกับขนลุกขนชัน ด้านเฉินเกอหรี่ตามองพร้อมกับทำหน้าแปลกๆ
จ้าวซีเหอดูผ่ายผอมกว่าตอนก่อนหน้านี้ไม่น้อย คิดถึงตรงนี้ในใจหนิงมู่ฉือทั้งรู้สึกเ็ปและสงสาร “แต่ในที่ห่างไกลเช่นนี้จะหาวัตถุดิบจากที่ใดมาทำอาหารให้ท่าน”
เฉินเกอราวกับนึกบางเื่ออก หยิบของบางอย่างออกมาจากห่อผ้า ยิ้มอย่างมีลับลมคมใน “ฉือเอ๋อร์ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราเก็บหน่อไม้มาด้วย”
หนิงมู่ฉือมองไปที่หน่อไม้พลางใช้มือตบศีรษะอย่างไม่แรงนัก “ข้าลืมไปได้อย่างไร อีกอย่างแอ่งน้ำร้อนนี้ต้องมีปลาแน่ เมื่อครู่ตอนขาเดินขึ้นฝั่ง เหมือนจะเห็นอยู่ตัวสองตัว คาดไม่ถึงเลยว่าในที่ห่างไกลผู้คนจะมีธรรมชาติที่สวยงามเช่นนี้อยู่!”
จ้าวซีเหอส่งยิ้มให้หนิงมู่ฉือ “เช่นนั้นเ้าไปเตรียมทำอาหารเถอะ เดี๋ยวข้าลงไปจับปลาในแอ่งน้ำร้อนมาให้”
