เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนดินโคลนดังแข่งกับเสียงหอบหายใจที่สั่นพร่า เจนนี่วิ่งออกมาจากเขตรั้วบ้านสกุลหวังได้ไกลพอสมควรแล้ว แต่ร่างกายของต้าเหนิงที่เธออาศัยอยู่นั้นกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นรุนแรง อาการหน้ามืดเป็พักๆ จากสภาวะน้ำตาลในเืต่ำและการเสียเืเพียงเล็กน้อยบวกกับความเครียดสะสม ทำให้ทัศนวิสัยของเธอเริ่มพร่าเลือน
ถนนลูกรังในชนบทมณฑลเหอเป่ย่กลางดึกปี 1980 นั้นมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหมู่เมฆพอให้เห็นทางรางๆ สองข้างทางเป็ป่าละเมาะและนาข้าวที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
"เราต้อง... ต้องไปให้ถึงถนนใหญ่" เจนนี่กัดริมฝีปากจนห่อเืเพื่อเรียกสติ "ถ้าเจอรถบรรทุกหรือรถของทางราชการ... ฉันถึงจะรอด"
ในขณะเดียวกัน บนถนนสายหลักที่ตัดผ่านหมู่บ้าน รถจี๊ปทหารสีเขียวขี้ม้า 'ปักกิ่ง 212' กำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง ไฟหน้ารถสาดส่องตัดความมืดฝ่าม่านหมอกจางๆ ยามค่ำคืน
ภายในรถ 'ผู้พันจิน' หรือ จินหยาง นายทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้มีใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยท่าทางเคร่งขรึม ดวงตาเรียวรีแต่ดุดันจ้องมองไปที่ถนนเบื้องหน้า เขาเพิ่งกลับจากการประชุมด่วนที่ฐานทัพมณฑลและต้องรีบเดินทางไปสมทบกับหน่วยเหนือเพื่อเตรียมภารกิจลับในเช้าตรู่
"ผู้พันครับ อีกประมาณห้ากิโลเมตรจะถึงเขตหมู่บ้านข้างหน้า เราจะแวะพักหรือขับยาวไปเลยครับ?" พลทหารเสี่ยวหลี่ คนสนิทที่นั่งมาด้วยเอ่ยถาม
"ไม่ต้องพัก" จินตอบเสียงเรียบและทรงอำนาจ "ภารกิจครั้งนี้สำคัญมาก เราเสียเวลาไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว"
จินเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์คำรามลั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของขุนเขา เขาเป็คนเ้าระเบียบและเ็า ชีวิตทหารหล่อหลอมให้เขาบ้างานพอๆ กับเจนนี่ในโลกเดิม ความอ่อนโยนเป็สิ่งสุดท้ายที่คนอย่างเขาจะหยิบยื่นให้ใคร... จนกระทั่งวินาทีนั้น
เจนนี่มองเห็นแสงไฟสองดวงไกลๆ ที่กำลังมุ่งตรงมาหาเธอ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความหวัง
‘รถ! มีรถมาจริงๆ ด้วย!’
เธอพยายามเร่งฝีเท้าออกไปที่กึ่งกลางถนนเพื่อดักรถคันนั้น แต่ทว่าร่างกายที่ถึงขีดจำกัดกลับทรยศ ขาซ้ายที่เคล็ดจากการะโกำแพงเกิดตะคริวขึ้นกะทันหัน ทำให้เธอเสียหลักล้มคะมำลงไปกลางถนนในจังหวะเดียวกับที่แสงไฟหน้ารถสาดส่องมาปะทะร่างพอดี
"ผู้พัน! ระวังครับ! มีคนอยู่บนถนน!" เสี่ยวหลี่แผดเสียงะโ
จินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณทหารทำให้เขาเหยียบเบรกจนมิดเท้าพร้อมกับหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว
เอี๊ยดดดดดดดดดด!
เสียงยางรถบดกับถนนลูกรังดังสนั่นหวั่นไหว รถจี๊ปไถลไปตามทางดินก่อนจะหยุดกึกห่างจากร่างของเจนนี่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
จินนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ ลมหายใจของเขาหนักหน่วงด้วยความโกรธ "ใครมันมานอนขวางถนนกลางดึกแบบนี้!"
เขาเปิดประตูรถกระชากตัวออกไปทันที โดยมีเสี่ยวหลี่รีบวิ่งตามลงมาพร้อมปืนพกในมือเพราะเกรงว่าจะเป็แผนดักซุ่มโจมตีของโจรป่า
แสงไฟหน้ารถที่ยังเปิดค้างอยู่สาดส่องให้เห็นร่างผอมบางในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นมอมแมมที่นอนคุดคู้บนพื้นถนน เจนนี่พยายามยันกายลุกขึ้นแต่ล้มลงไปอีกครั้ง เธอไอโขลกออกมาจากฝุ่นโคลนที่ฟุ้งกระจาย
จินก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเธอ เงาร่างสูงใหญ่ของเขาในชุดเครื่องแบบทหารเต็มนยศบดบังแสงไฟจนทำให้เจนนี่มองเห็นเพียงโครงร่างอันน่าเกรงขาม
"นี่คุณ! อยากตายหรือไงถึงมาวิ่งตัดหน้ารถทหารแบบนี้!" จินตวาดเสียงแข็ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เจนนี่เงยหน้าขึ้นมองเขา แสงไฟที่ลอดผ่านขาของเขามาทำให้เธอมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มเพียงรางๆ แต่ในฐานะแพทย์ สิ่งแรกที่เธอมองไม่ใช่ความหล่อเหลา แต่คือ 'โอกาสในการรอดชีวิต'
"ช่วย... ช่วยด้วย..." เจนนี่เอ่ยเสียงสั่นพร่า "ฉัน... ฉันาเ็..."
"ผู้พันครับ ดูเหมือนเธอจะเป็ชาวบ้านแถวนี้" เสี่ยวหลี่ส่องไฟฉายไปที่ตัวเจนนี่ "ตายจริง! เธอมีแผลเต็มไปหมดเลยครับ หน้าก็บวมเป่ง เหมือนจะถูกทำร้ายมา"
จินขมวดคิ้วแน่น เขามองดูหญิงสาวที่สภาพไม่ต่างจากขอทาน มือของเธอพันด้วยผ้าขี้ริ้วซกมก และที่มุมปากมีรอยช้ำสีม่วงคล้ำ
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ... จะตัดหน้า..." เจนนี่พยายามรวบรวมลมหายใจ "ฉันกำลังหนี... หนีจากการกักขัง..."
"กักขัง?" จินทวนคำพลางย่อตัวลงมองหน้าเธอใกล้ๆ "คุณเป็ใคร มาจากไหน?"
เจนนี่มองจินด้วยสายตาที่เริ่มพร่าพราย แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังคงทำงาน เธอเห็นแถบยศบนบ่าและลักษณะการวางตัวของเขา 'นายทหารระดับสูง... มั่นคง... และพึ่งพาได้'
"ชื่อของฉัน... ไม่สำคัญ" เจนนี่เอื้อมมือที่สั่นเทาไปจับที่ขากางเกงของจิน "แต่ถ้าคุณ... ไม่พาฉันไปหาหมอ... ภายในหนึ่งชั่วโมง... ฉันจะช็อกเพราะภาวะขาดน้ำ... และติดเชื้อ"
จินชะงักไปกับคำศัพท์ที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวชาวบ้านที่ดูเหมือนไม่รู้หนังสือ 'ช็อก? ติดเชื้อ? นั่นไม่ใช่คำที่คนแถวนี้จะใช้กัน'
"คุณรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง?" จินถามเสียงต่ำ แววตาสงสัยเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธ
"ฉัน... ฉันรู้ก็แล้วกัน..." เจนนี่เริ่มคุมการหายใจลำบากขึ้น "พาฉัน... ไปด้วย... ฉันจะจ่ายคืน... ให้คุณทุกหยาดเหงื่อ..."
ทันใดนั้นเอง เจนนี่ก็รู้สึกถึงแรงกดที่หน้าอกที่คุ้นเคย แต่อาการครั้งนี้คือความเหนื่อยล้าเกินขีดจำกัด เธอเห็นภาพใบหน้าคมเข้มของจินที่เข้ามาใกล้ขึ้น ก่อนที่โลกทั้งใบจะดับวูบลงอีกครั้ง ร่างกายของเธอกระตุกเล็กน้อยก่อนจะสลบคาหน้าแข้งของนายทหารหนุ่ม
"คุณ! คุณ!" เสี่ยวหลี่ใ "ผู้พันครับ เธอหมดสติไปแล้ว เราจะทำยังไงดีครับ? เราต้องรีบไปรายงานตัวนะ"
จินมองร่างที่ไร้สติของเจนนี่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ใจหนึ่งเขาบอกว่าภารกิจต้องมาก่อน แต่อีกใจหนึ่ง ความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่แวบเข้ามาในตอนที่สบตากับเธอ—ดวงตาที่เต็มไปด้วยสติปัญญาและความดื้อรั้น ไม่เหมือนคนบ้าหรือคนตาย—ทำให้เขาไม่อาจทิ้งเธอไว้กลางถนนสายมืดนี้ได้
เขามองดูรอยแผลที่ข้อมือของเธอที่ถูกมัดจนเป็รอยแดงช้ำ และรอยตบบนใบหน้าที่ดูจงใจกระทำมากกว่าอุบัติเหตุ
"เสี่ยวหลี่ ช่วยพยุงเธอขึ้นรถ" จินสั่งเสียงเด็ดขาด
"แต่ผู้พันครับ ภารกิจ..."
"ฉันบอกให้เอาขึ้นรถ!" จินย้ำ "เราจะไปที่กองรักษาการณ์ในหมู่บ้านข้างหน้า อย่างน้อยให้พวกแพทย์สนามดูอาการเธอก่อน ถ้าเธอตายบนถนนเส้นนี้ในเขตที่ฉันดูแล ฉันก็มีมลทินในรายงานอยู่ดี"
จินอุ้มร่างที่ผอมบางและเบาหวิวของเจนนี่ขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาแปลกใจที่คนคนหนึ่งจะผอมได้ขนาดนี้ ความรู้สึกสงสารที่เขาไม่เคยมีให้ใครมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
เขาวางเธอลงบนเบาะหลังอย่างระมัดระวังเกินกว่าที่จะเป็แค่การ 'ช่วยตามหน้าที่'
"ออกรถ!"
รถจี๊ปสีเขียวพุ่งทะยานออกไปในความมืดอีกครั้ง คราวนี้ทิศทางไม่ได้มุ่งหน้าไปยังฐานทัพใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มันมุ่งหน้าไปสู่จุดเริ่มต้นของเื่ราววุ่นวายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้พันจินและเจนนี่ไปตลอดกาล โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่เขาเพิ่งช่วยไว้นั้น ไม่ใช่แค่ชาวบ้านธรรมดา แต่คือ 'ยอดแพทย์' ที่จะมาเยียวยาแผลเป็ในหัวใจของเขาในภายหลัง
