บทที่ 3 ได้รับพลังแห่งความรักและความสุข!
เสี่ยวเปาเปาเคี้ยวโจ๊กด้วยความตื่นเต้น มือเล็กๆ ที่ผอมแห้งจนเห็นกระดูกพยายามจะคว้าช้อนมาถือเองอย่างกระตือรือร้น รสหวานละมุนจากข้าวและไข่ทำให้เด็กน้อยที่เคยหมดแรงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นางกลืนโจ๊กคำแล้วคำเล่าลงคอที่แห้งขอด ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปถึงปลายนิ้วที่เคยเย็นเฉียบ
มู่หลันมองลูกสาวที่เริ่มมีเืฝาดจางๆ ปรากฏบนแก้มซูบตอบด้วยความรู้สึกจุกในอก น้ำตาแห่งความโล่งใจเอ่อล้นออกมาจนอาบสองแก้ม เธอรู้สึกถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าการปิดยอดขายหลักร้อยล้านในโลกก่อนเสียอีก
“แม่ต๋า ตดตื้น (สดชื่น) ตังเยย! ท้องข้าไม่ย้องแย่ว!”
เสี่ยวเปาเปาส่งยิ้มกว้างให้มารดา รอยยิ้มที่ครั้งนี้ไม่มีเสี้ยนไม้ติดฟัน มีเพียงคราบโจ๊กสีนวลและความสุขที่ล้นเปี่ยม
ทันใดนั้น เสียงสังเคราะห์ของระบบก็ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างนุ่มนวล
[แจ้งเตือน: ได้รับพลังแห่งความรักและความสุขที่บริสุทธิ์จากเสี่ยวเปาเปา]
[คะแนนที่ได้รับ: +10 แต้ม (ระดับสูงสุดจากบุคคลเป้าหมายหลัก) ]
[สถานะปัจจุบัน: 10/100 เพื่อปลดล็อกระบบสมบูรณ์ 100%]
มู่หลันมองลูกสาวที่ตอนนี้ขูดชามกินจนหยดสุดท้ายพลางส่งรอยยิ้มกว้างที่ไร้เดียงสาที่สุดมาให้เธอ แววตาของหญิงสาวที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตาพลันแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นที่เยือกเย็นและเฉียบขาดเฉกเช่นนักธุรกิจหญิงผู้ทรงพลัง
หัวสมองของอดีตซีอีโอสาวประมวลผลอย่างรวดเร็ว ‘แค่ทำให้เสี่ยวเปาเปาอิ่มท้องและมีความสุขเพียงครั้งเดียว ฉันยังกวาดแต้มมาได้ถึง 10 คะแนนในรวดเดียว ถ้าหากระบบนี้ใช้ความสุขและการเติมเต็มเป็เกณฑ์ในการให้คะแนน การช่วยแค่ลูกสาวเพียงคนเดียวอาจจะไม่ทันการ’
ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมุมปาก เมื่อมองเห็นช่องทางทำกำไรที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ‘ในเมื่อ 10 คะแนนยังเปลี่ยนชีวิตลูกฉันได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเป็คนอื่นล่ะ? แม้ชาวบ้านหรือคนทั่วไปจะให้แต้มความสุขได้แค่ทีละ 1 ถึง 5 แต้ม แต่นั่นคือฐานลูกค้าที่กว้างใหญ่มหาศาล! ยิ่งฉันทำให้ผู้คนพ้นจากความอดอยากและมีความสุขได้มากเท่าไหร่ แต้มพวกนี้ก็จะยิ่งทวีคูณ’
ดวงตาของมู่หลันเป็ประกายวาววับ ‘1% ที่ถูกล็อคเอาไว้ ทั้งคลังปัญญาสูงสุด เทคโนโลยีขั้นสูง และพลังในการควบคุมสภาพอากาศทั้งหมดจะต้องตกเป็ของฉันในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน!’
มู่หลันมองข้อความแจ้งเตือนที่มุมตาแล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ระบบนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตของเธอ ตราบใดที่เธอทำให้ลูกสาวและผู้คนมีความสุข เธอจะมีกำไรมาหล่อเลี้ยงชีวิตและขยายอาณาจักรของเธอในโลกนี้ได้
“กินให้เต็มที่เลยลูกรัก ต่อไปนี้ลูกแม่จะไม่หิวโหยหรือเหน็บหนาวอีกต่อไป”
วูบหนึ่ง! ท่ามกลางความเงียบสงบของกระท่อมผุพัง มู่หลันพลันรู้สึกถึงลมสายหนึ่งที่พัดผ่านทะลุกลางอก ความรู้สึกรวดร้าวและห่วงหาอาวรณ์อย่างสุดแสนไม่ได้มาจากตัวเธอเอง แต่มันคือเสี้ยวอารมณ์สุดท้ายของมู่หลันคนเดิม หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาโดยที่เธอไม่ได้เป็ผู้ร้องไห้ ิญญาดวงนั้นยังคงวนเวียน ยึดติด และหวาดกลัวเกินกว่าจะปล่อยมือจากสายเืเพียงคนเดียว
มู่หลันหลับตาลง ซึมซับความเ็ปแสนรันทดนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเล็กจ้อยของเสี่ยวเปาเปาเอาไว้แนบแก้ม เธอถ่ายทอดความหนักแน่นและคำสาบานจากก้นบึ้งของจิติญญา ผ่านห้วงคำนึงไปถึงดวงิญญาที่กำลังแตกสลาย
‘หลับให้สบายเถอะนะ ความเ็ปของพวกเธอจบลงเพียงแค่นี้!ไม่ต้องห่วงสิ่งใดอีกต่อไป ฉันสัญญาด้วยเกียรติและิญญาทั้งหมดที่มี เด็กคนนี้คือลูกของฉัน ฉันจะรักทะนุถนอมและจะทำให้นางเป็เด็กที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้า ไปสู่สุคติเถิด’
ราวกับปาฏิหาริย์! ความอึดอัดระทมทุกข์ที่กดทับอยู่ในอกพลันมลายหายไป มู่หลันััได้ถึงความโล่งใจอันแสนบริสุทธิ์และอ้อมกอดที่มองไม่เห็นซึ่งโอบรัดร่างของเธอและลูกน้อยเอาไว้ชั่วครู่ ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะค่อยๆ จางหายไป กลายเป็ความสงบเงียบที่แท้จริง บัดนี้!ร่างกายและจิติญญานี้ได้หลอมรวมเป็ของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว
เมื่อเสี่ยวเปาเปาอิ่มจนหนังตาเริ่มหนักและผล็อยหลับไปในอ้อมกอดด้วยความอ่อนเพลียที่เปลี่ยนเป็ความผ่อนคลาย มู่หลันจึงค่อยๆ วางร่างเล็กนั้นลงบนเตียงไม้ที่ปูด้วยฟางแห้งกรอบ ทว่าทันทีที่หลังมือของเธอััโดนเศษฟางสากระคายและกลิ่นเหม็นอับ คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันแน่น
‘ลูกสาวของฉัน จะต้องมานอนทนหนาวบนฟางผุๆ พวกนี้ได้อย่างไร’
มู่หลันไม่รอช้า เธอหลับตาลงและเพ่งจิตเชื่อมต่อกับระบบห้างสรรพสินค้าของเธอทันที พริบตาเดียว สติของเธอก็ถูกดึงเข้าสู่มิติที่สว่างไสวราวกับห้างสรรพสินค้าล้ำยุค แม้พลังกายของเธอจะยังถูกจำกัด แต่ในหมวดสินค้าทั่วไปที่ปลดล็อกอยู่ถึง 99% นั้นมีทุกอย่างที่เธอ้า
นิ้วเรียวตวัดกลางอากาศอย่างรวดเร็วและแม่นยำตามสัญชาตญาณนักบริหาร เธอตรงเข้าไปในหมวดเครื่องนอน กดเลือกฟูกนอนเมมโมรี่โฟมเกรดพรีเมียมที่นุ่มและรองรับสรีระได้ดีที่สุด พร้อมด้วยผ้าห่มขนเป็ดหนานุ่มต้านทานความหนาวเย็น และหมอนหนุนใบเล็กที่ทำจากเส้นใยออร์แกนิก
วูบ!
ก่อนจะวางร่างโล่งเตียนลงบนที่นอนใหม่ สายตาของมู่หลันเหลือบไปเห็นใบหน้าเล็กจ้อยที่มอมแมมไปด้วยคราบน้ำตาเก่าๆ ฝุ่นดิน และรอยเปื้อนจางๆ จากมื้อโจ๊กเมื่อครู่ เธอชะงักมือ แล้วตัดสินใจเรียกผ้าขนหนูเนื้อนุ่มชุบน้ำอุ่นพอหมาดออกมาจากระบบอีกชิ้น
มู่หลันประคองศีรษะเล็กอย่างเบามือ ค่อยๆ ใช้ผ้าอุ่นเช็ดทำความสะอาดใบหน้าซูบตอบนั้นอย่างทะนุถนอม ไล่ั้แ่หน้าผากมน เปลือกตาที่ปิดสนิท แก้มตอบทั้งสองข้าง ไปจนถึงรอบริมฝีปากเล็กๆ คราบสกปรกหลุดออกไป เผยให้เห็นผิวขาวซีดที่เริ่มมีเืฝาดเจือจางและความน่ารักหมดจดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมอมแมม
เสี่ยวเปาเปาเพียงแค่ครางฮือเบาๆ ในลำคอเมื่อัักับความอบอุ่นที่แสนสบาย ก่อนจะหลับลึกยิ่งกว่าเดิม
เมื่อมั่นใจว่าลูกน้อยสะอาดสะอ้านดีแล้ว มู่หลันจึงค่อยๆ วางร่างบางเฉียบลงบนฟูกหนานุ่มและห่มผ้าขนเป็ดให้จนถึงคอ ทันทีที่แผ่นหลังเล็กัักับความนุ่มละมุน เด็กน้อยก็ซุกหน้าเข้าหาหมอนใบเล็กราวกับลูกแมวที่ค้นพบที่ปลอดภัย รอยยิ้มบางเบาประดับบนมุมปากแม้ในยามหลับใหล
ภาพนั้นทำให้มู่หลันอดไม่ได้ที่จะก้มลงจุมพิตหน้าผากที่สะอาดเกลี้ยงเกลาของลูกสาว เธอปาดน้ำตาและสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่ม สำรวจทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างจริงจังในฐานะนักบริหารมือโปร
สภาพบ้าน ไม่สิ สภาพกระท่อมหลังนี้ย่ำแย่กว่าที่คิด หลังคามีรูโหว่ขนาดใหญ่ที่มองเห็นท้องฟ้าสีครามที่ไร้เมฆฝน ฝาผนังที่ทำจากดินเหนียวผสมฟางเริ่มร้าวและหลุดร่วงเป็ผง เครื่องเรือนมีเพียงโต๊ะไม้ขาเขย่งหนึ่งตัว และไหเปล่าใบใหญ่สามสี่ใบที่ก้นไหมีเพียงฝุ่นผง
เธอเดินไปที่มุมห้องครัวที่อยู่ติดกับประตูหลัง สิ่งที่เรียกว่าเตาคือหินสามก้อนวางล้อมกองขี้เถ้าที่เย็นชืด ไม่มีแม้แต่เมล็ดข้าวหรือคราบน้ำมันติดอยู่บนกระทะเหล็กที่ขึ้นสนิมกรัง
‘ติดลบ! ทุกอย่างคือศูนย์และติดลบ’ มู่หลันคิดในใจพลางกำหมัด
เธอเดินออกไปนอกตัวบ้าน แสงแดดแรงกล้าแผดเผาิัจนแสบร้อน พื้นดินรอบบริเวณบ้านแตกเป็ลายแทงของความตาย ไร้ซึ่งวัชพืชสักต้นที่พอจะเขียวขจี มองไปไกลๆ คือหมู่บ้านจินเฟิงที่สภาพไม่ต่างกัน กระท่อมแต่ละหลังดูซบเซาและไร้ชีวิตชีวา ชาวบ้านที่พอจะมีแรงเหลืออยู่บ้างก็นั่งพิงฝาบ้าน รอคอยปาฏิหาริย์ที่ไม่มีวันมาถึง
‘แคว้นต้าเฉียน!หมู่บ้านจินเฟิง ที่นี่คือสาขาที่ห่วยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา’
*****
