ฮวาเจาเดินกลับบ้านอย่างงงงัน ก็เห็นฮวาเฉียงยืนอยู่ที่ลานบ้าน ยิ้มจนหุบไม่ลง
ข้างๆ เขามีคนกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนเป็เ้าหน้าที่ยืนอยู่
ฮวาเจาจำคนพวกนี้ได้ พวกเขาเป็เ้าหน้าที่จากในอำเภอ ที่จะเอาของมาเยี่ยมปู่ของเธอใน่เทศกาลต่างๆ
ตอนนี้พวกเขาก็เอาของมาให้เหมือนกัน แถมยังเยอะมาก มีข้าวสารหลายกระสอบ แป้งสาลีหลายกระสอบ ขนมหวานหลายถุง แม้แต่บุหรี่หลายซอง เมล็ดทานตะวันหลายห่อ กับเหล้าขาว 2 กล่อง
แถมยังมีหมูครึ่งตัวอีกด้วย!
นี่ไม่ได้อยู่ใน่เทศกาล แล้วนี่มันของขวัญแต่งงานของเธอเหรอเนี่ย?
ฮวาเจาทายถูกแล้ว ของเหล่านี้เป็ของขวัญแต่งงานของเธอจริง แต่ไม่ใช่จากพวกเขา เพราะทางนโยบายไม่มีเื่นี้ พวกเขาจะไม่ให้
สิ่งเหล่านี้เป็เงินส่วนตัวที่ฉินเซี่ยงตงส่งมาให้พวกเขาช่วยจัดการ นี่เป็ของขวัญที่เขาให้หลานชายและหลานสะใภ้
คนพวกนี้พอเห็นฮวาเจาก็ไม่ได้ใอะไร เพราะพวกเขาเห็นฮวาเจามาั้แ่เด็ก จากเด็กสาวผอมแห้งขี้กลัว กลายเป็นักซูโม่ไปแล้ว
สิ่งที่พวกเขาแปลกใจคือ ฮวาเจาแต่งงานได้ยังไงต่างหาก!
แต่พอนึกถึงฐานะของฮวาเฉียงและปู่ของเย่เซิน บวกกับที่ฮวาเฉียงเพิ่งบอกไปว่าสองคนหมั้นกันไว้ั้แ่เด็ก พวกเขาก็เข้าใจได้
"ฮวาเอ้ย มาดูเร็ว นี่ใบทะเบียนสมรสของลูก!" ฮวาเฉียงยื่นสมุดปกแดงให้ฮวาเจาด้วยความตื่นเต้น
ฮวาเจาแปลกใจมาก สมัยนี้แต่งงานไม่ต้องไปเองเหรอ? ไม่ต้องให้เ้าตัวรู้เลยเหรอ?
"ในทะเบียนสมรสไม่มีรูปถ่าย คุณเย่เซินติดภารกิจกลับมาไม่ได้ ตอนนั้นก็ให้เธอทั้งสองคนไปถ่ายรูปมาแปะเองก็แล้วกัน" เ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้น
ฮวาเจากะพริบตาปริบๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เธอพูดอะไรไม่ออกแล้ว
ขนาดงานแต่งยังไม่ต้องให้เ้าตัวไปร่วมเลย
เธอเก็บใบทะเบียนสมรสอย่างดี ไม่มีท่าทีปฏิเสธ
ตอนที่เธอปฏิเสธเย่เซินไปเมื่อตอนนั้น มันเป็เพราะเพิ่งมาถึงที่นี่ ยังไม่ทันได้รู้เื่อะไร ก็เลยทำอะไรตามใจตัวเอง
พอเธอเริ่มคิดได้ว่าตัวเองท้องแล้ว ก็เริ่มเสียใจ
ตอนนี้พอใบทะเบียนสมรสอยู่ในมือ เธอก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ขอบคุณเขาจริงๆ ที่เป็คนรับผิดชอบ พูดคำไหนคำนั้นว่าจะแต่งกับเธอ ก็แต่ง
ไม่อย่างนั้นลูกๆ ของเธอจะต้องเป็ลูกไม่มีพ่อสิ!
เกิดในยุค 70 แถมยังเป็ลูกไม่มีพ่ออีก มันเป็ฝันร้ายของเด็กสองคนอย่างแท้จริง เสียงหัวเราะเยาะและการโจมตีจากคนรอบข้าง สามารถทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนล้มลง และทิ้งรอยแผลในใจไปตลอดชีวิต
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอเก็บใบทะเบียนสมรสใส่กล่องอย่างดี แล้วซ่อนไว้
ในตอนนี้เธอตัดสินใจแล้ว เพื่อให้ลูกๆ ของเธอมีครอบครัวที่ปกติ มีพ่อที่ดี เธอจะต้องดีกับเย่เซินมากกว่านี้
"ดูเด็กคนนี้สิ ดีใจจนโง่ไปแล้ว" ชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ข้างนอกพูดแซว
สมัยนี้เวลาจะดูอะไรก็ทำกันอย่างเปิดเผย เดินมามุงดูที่หน้าต่างกันเลย
"ไอ้หนูฮวา ออกมาทำกับข้าวเร็ว เตรียมจัดงานแต่งงาน วันนี้เราจะเชิญคนทั้งหมู่บ้านมากินเลี้ยงกัน!" ฮวาเฉียงะโอย่างดีใจ
"เอ้อ ปู่ฮวา จะพูดแบบนั้นได้ยังไง? วันนี้ฮวาเจาเป็เ้าสาวนะ จะให้เ้าสาวลงมือทำอะไรได้ยังไง? ฉันทำเอง ฉันทำเอง" ป้าหม่าพูดขึ้นแล้วก็หัวเราะ
"ฉันก็จะมาช่วยด้วย"
พวกผู้หญิงอีกเจ็ดแปดคนพูดขึ้นทันที
พวกเขามองหมูครึ่งตัวนั้นแล้วก็รู้สึกอยากกินขึ้นมา พวกเขาไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้ว วันนี้โชคดีจะได้อิ่มหนำเสียที
"ดีๆๆ ดีๆๆ" ฮวาเฉียงดีใจจนลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว
แต่ก็มีคนนึกถึงเื่นี้ได้
เมียของต้าหนิวกับเมียของเอ้อหนิววิ่งมาทันทีที่ได้ยินข่าว พอได้ยินคำพูดนี้ เมียของต้าหนิวก็เบ้ปาก "ลุงใหญ่คะ รอก่อนสิคะ รอให้บ้านหนูฮวาพูดก่อนค่อยว่ากัน ไม่งั้นพวกเราไม่กล้ากินหรอก เดี๋ยวกลืนลงไปแล้วต้องคายออกมา"
จากสิ่งที่เธอรู้เกี่ยวกับฮวาเจา เธอทำเื่แบบนี้ได้แน่นอน!
บรรยากาศรอบข้างเย็นลง จากคำร่ำลือในอดีต ทุกคนก็คิดว่าฮวาเจาทำเื่แบบนั้นได้จริงๆ
มีคนบอกว่าฮวาเจาหวงเนื้อมาก เนื้อที่ซื้อมาในบ้าน อนุญาตให้เธอคนเดียวกินเท่านั้น แม้แต่ฮวาเฉียงก็ยังแตะไม่ได้!
แล้วพวกเขาล่ะ จะเป็อะไรกัน?
ฮวาเจาเปิดม่านแล้วเดินออกมา ยิ้มให้เมียของต้าหนิว "ป้าต้าหนิวพูดถูก ของในบ้านฉัน ถ้าฉันไม่พูด ใครก็ห้ามแตะ!"
บรรยากาศรอบข้างเย็นลงกว่าเดิม แม้แต่รอยยิ้มของฮวาเฉียงก็แข็งทื่อไปเล็กน้อย นี่หลานสาวของเขา จะกำเริบอีกแล้วเหรอ?
ฮวาเจาหันไปยิ้มให้ทุกคน "วันนี้เป็วันมงคลของฉัน ตอนนี้ฉันอนุญาตเลย ใครก็ห้ามไปไหน กินดื่มให้อิ่มหนำสำราญแล้วค่อยกลับบ้าน!"
"ป้าหม่า ฉันเห็นที่บ้านป้ามีผักดอง เอามาสองหัวได้ไหม? ฉันจะทำต้มจับฉ่ายให้ทุกคนกิน" ฮวาเจาพูดต่อ
ป้าหม่าชะงักไป ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ "เอ้อ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้เลย!"
บ้านของเธอมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดี เพราะมีแรงงานเยอะ ทุกปีจะต้องดองผักกาดไว้สองโอ่งใหญ่ กินได้ถึงหน้าร้อน เอาออกมาสองหัว ไม่ได้ทำให้เธอเสียดายอะไร
อีกอย่าง ฮวาเจายังไม่เสียดายหมูครึ่งตัวเลย แล้วเธอจะด้อยกว่าฮวาเจาได้ยังไง?
ป้าหม่ารีบเดินกลับบ้านไป สักพักก็กลับมาพร้อมกับกะละมังใบใหญ่ ในนั้นมีผักดองอยู่ 4 หัวใหญ่
ส่วนทางนี้ ฮวาเจาก็ลงมือหั่นหมูครึ่งตัวอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าจะเอาไปตุ๋นทั้งหมด
ความใจกว้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เธอดีใจจริงๆ
เธอแต่งงานแล้ว!
มีลูกแล้ว!
แถมลูกๆ ยังมีพ่อที่ใช้ได้อีกด้วย!
ส่วนเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อของลูกนั้น...
ชีวิตสมรสสามารถสร้างได้ หากมีความรู้สึกก็สามารถสร้างได้ หากไม่มีความรู้สึกก็สามารถสร้างได้
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยสร้างมาก่อน แต่ความรู้ทางทฤษฎีของเธอแน่น แถมยังมีความมั่นใจด้วย ไม่ว่ายังไงก็จะสร้างครอบครัวที่ปรองดองให้ลูกๆ ได้อย่างแน่นอน
ถ้าสุดท้ายแล้วสร้างไม่ได้จริงๆ ... รอให้สภาพแวดล้อมเหมาะสมกว่านี้ ค่อยหาพ่อใหม่ให้ลูกๆ ก็แล้วกัน!
หลานสาวไม่ได้กำเริบ...ฮวาเฉียงก็สบายใจ หัวเราะร่าเริงกว่าเดิม
ในลานบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกันอย่างครึกครื้น ยิ่งกว่าวันตรุษจีนเสียอีก
มีแต่เมียของต้าหนิว ที่ไม่สามารถฝืนยิ้มออกมาได้
เธอมองเนื้อที่อยู่ในหม้อด้วยความเสียดาย เดิมทีเธอคิดว่าจะเอาเนื้อกลับไปบ้าง ตอนนี้อากาศร้อนแล้ว เก็บไว้นานไม่ได้ แถมบ้านฮวาเฉียงก็กินไม่หมด แบ่งให้บ้านพี่น้องบ้างจะเป็อะไรไป?
พวกเขาไม่ได้เอาไปฟรีๆ พวกเขาจะเอาเงินมาซื้อ! แน่นอนว่าตอนนี้พวกเขายังไม่มีเงิน ต้องรอให้ถึง่เก็บเกี่ยวแล้วทางทีมจ่ายเงินให้ก่อน
แน่นอนว่าถ้าฮวาเฉียงรอถึงตอนนั้นไม่ไหว พวกเขาก็ช่วยไม่ได้
แต่ตอนนี้ แผนการก็ล้มเหลว
ฮวาเจาแยกประเภทเนื้อ แล้วเริ่มทำอาหาร ทั้งทำแบบผัดน้ำมันหอย ทั้งทำแบบนึ่ง ทั้งทำแบบตุ๋น พอเปิดตาขึ้นมาอีกที เธอก็ทำอาหารได้ 7-8 อย่างแล้ว แถมดูสีสันน่ากิน และส่งกลิ่นหอมอีกด้วย
ไม่ต้องพูดถึงเด็กๆ เลย แม้แต่ผู้ใหญ่ที่กำลังคุยกันอยู่ในลานบ้านก็ยังมองมาที่ห้องครัวเป็ระยะ บางคนถึงกับบอกว่าั้แ่เกิดมาไม่เคยได้กลิ่นอะไรที่หอมขนาดนี้มาก่อนเลย
"ฮวาเจาทำอาหารเป็ด้วยเหรอ?"
"แถมยังทำได้อร่อยขนาดนี้ด้วย?"
"แถมยังขยันอีกต่างหาก!"
อาหารมากมายขนาดนั้น ฮวาเจาทำเองคนเดียวหมด คนอื่นอยากจะช่วยก็ทำอะไรไม่ทัน ดูไม่คล่องแคล่วเท่าเธอคนเดียว
ทุกคนตกตะลึงไปเลย นี่มันใช่คนี้เีจนขึ้นชื่อหรือไงกัน ผู้หญิงเจ็ดแปดคนรวมกัน ยังคล่องแคล่วไม่เท่าเธอคนเดียวเลย! ผู้หญิงทั้งหมู่บ้านรวมกัน ก็ยังทำอาหารไม่อร่อยเท่าเธอคนเดียวด้วยซ้ำ!
ฮวาเจาในวันนี้ เหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคน สร้างความตะลึงให้คนรอบข้าง
พออาหารขึ้นโต๊ะ ทุกคนได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยอย่างไม่เคยได้กินมาก่อน จนคนแก่หลายคนยังเสียใจ ที่เมื่อก่อนไม่ได้เลือกฮวาเจามาเป็ลูกสะใภ้
พวกเขาเลือกสะใภ้ ไม่ได้ดูที่หน้าตา แต่ดูที่สะใภ้ทำงานเก่งไหม ขยันไหม ถ้าทำอาหารอร่อยก็ไม่มีอะไรต้องขออีก
แต่ตอนนี้ พูดอะไรไปก็สายไปแล้ว เพราะเธอแต่งงานไปแล้ว
