"ลุง..." น้ำเสียงของถังถังที่ดังมาจากปลายสายฟังดูหดหู่ "ตอนนี้ลุงว่างอยู่หรือเปล่า?"
หยางเฉินตกตะลึงไปในทันที
"เธอเป็อะไรหรือเปล่า”
"หนูอยู่สามแยกย่านธุรกิจลุงมาหาหนูได้ไหม"ถังถังกล่าว
"นี่เธอหนีออกจากบ้านอีกแล้วเหรอ?"
"ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะลุง... ตอนนี้หนูหนาวมากไม่มีเงินติดตัวเลย รีบมาหาหนูเร็ว"
"หนีออกจากบ้านมาหลายครั้งทำไมถึงยังลืมหยิบเงินออกมาอีก และกระทั่งโทรหาฉัน ทำไมเธอไม่เลือกโทรหาหยวนเย่!" หยางเฉินกล่าวอย่างเดือดดาล
ถังถังกล่าวเสียงอ่อยว่า "หนู... หนูเพิ่งทะเลาะกับพี่หยวนเย่มา ก็เลย..."
หยางเฉินรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีเด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งสร้างปัญหา!
ด้วยความสิ้นคิดหยางเฉินขับรถออกไปสถานที่ดังกล่าวโดยทันที
ในยามค่ำคืนไฟแสงระยิบระยับประดับเต็มถนนที่คึกคักเต็มไปด้วยชีวิตชีวาหยางเฉินเห็นถังถังกำลังนั่งรอเขาอยู่ที่ม้านั่งริมถนน แม้ว่าสวมใส่ชุดกันหนาวแต่อากาศในค่ำคืนนี้ก็ยังหนาวจัดอยู่ดี
เมื่อเห็นปลายจมูกของถังถังกลายเป็สีแดงหยางเฉินก็แตะมือไปที่หน้าผากของเธอพร้อมกล่าวว่า
"เธอนี่จริงๆ เลยนะ เป็เพราะฉันอบรมเธอมาไม่ดีเอง นี่ไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้แล้ว มันจะทำให้คุณแม่ของเธอเป็ห่วง"
ถังถังกัดริมฝีปากกล่าวว่า "ไว้สั่งสอนที่หลังได้มั้ยลุงตอนนี้หนูหิวมาก หน้าอกแบนจนจะเหมือนหลังอยู่แล้ว ช่วยพาหนูไปกินข้าวก่อนได้มั้ยคะ"
"ฉันคิดว่าฉันไม่ได้เป็ลุงแล้วล่ะฉันเหมือนเป็พ่อของเธอมากกว่า"หยางเฉินกล่าว
"ฮี่ ฮี่ ถ้างั้นก็ดีเลยสิเราจะได้กินข้าวด้วยกันทุกวัน"ถังถังยิ้มอย่างสนุกสนาน
หยางเฉินไม่อาจทำอย่างไรได้ สายตาของเขามองหาร้านอาหารรอบๆ บริเวณนั้น ก่อนจะสะดุดเข้ากับร้านเกี๊ยวซ่าแห่งหนึ่ง แล้วจึงพาถังถังเข้าไปเลือกที่นั่งภายในร้าน หลังจากนั่งลงสั่งอาหารแล้วเกี๊ยวซ่าร้อนๆ หอมฉุยก็มาเสิร์ฟลงที่โต๊ะถังถังเห็นดังนั้นก็คว้าเกี๊ยวเข้าปากอย่างรวดเร็ว จนหยางเฉินเลิกคิ้วกล่าวว่า
"ไม่ร้อนหรือไง?"
ถังถังเคี้ยวเกี้ยวอ้าปากพลุกพล่านพลางกล่าวว่า"กินเกี๊ยวก็ต้องกินตอนร้อนสิลุงถึงจะอร่อย"
หยางเฉินไม่ได้กวนเวลากินของเด็กน้อยคนนี้อีกดูลักษณะแล้วเธอคงไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน รอจนกระทั่งถังถังกินเกี๊ยวจนหมดจานหยางเฉินค่อยถามขึ้นว่า
"บอกฉันได้หรือยังทำไมถึงหนีออกจากบ้าน?"
ถังถังกะพริบตากล่าวอย่างไม่พอใจว่า
"ลุงไม่รู้หรือไง? อยู่ดีๆ คุณพ่อก็มาหาคุณแม่ทั้งยังบอกว่าคุณแม่ยั่วผู้ชายไปทั่ว จากนั้นทั้งคู่ก็เปิดฉากทะเลาะกัน..."
หยางเฉินรู้ว่าพ่อของถังถังคือฟางจงผิงแต่ไม่นึกว่าฟางจงผิงจะมีด้านนี้ด้วยหยางเฉินอยากพบกับชายที่ทำให้ฟางจงผิงจู่ๆ ก็กลายเป็แบบนี้เสียจริง
"แล้วเื่นี้เกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?"หยางเฉินถาม
ถังถังหัวเราะในลำคอ "มันต้องเกี่ยวข้องอยู่แล้ว หนูกับแม่อยู่บ้านเดียวกัน เมื่อแม่อารมณ์ไม่ดีหนูแหย่เล่นนิดหน่อยก็กล่าวหาว่าหนูชอบพูดไร้สาระเหมือนพ่อ..."
หยางเฉินเลิกคิ้วกล่าวว่า "แม่กำลังอารมณ์เสียแล้วเธอจะไม่อดทนหน่อยหรือไง"
"หนูทนมาตลอด แต่ตอนนี้หนูทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ถ้าให้โทรหาพี่หยวนเย่สู้โทรหาป้าหยางจะดีกว่า ฉันโทรหาเพราะอยากให้ช่วยแท้ๆ แต่พี่หยวนเย่ดันเข้าข้างแม่ซะได้..." ถังถังกล่าวอย่างแง่งอน
หยางเฉินรู้สึกขบขันอยู่ภายในหยวนเย่นี่เข้าใจเข้าหาแม่ยายจริงๆ
"ดังนั้นเธอเลยหนีออกจากบ้าน?" หยางเฉินหัวเราะ
"อ่า... หนูไม่อยากเจอแม่อีกไม่อยากสนใจพี่หยวนเย่แล้วด้วย พวกเขารวมหัวกันรังแกหนู" ถังถังกล่าวั์ตาเริ่มชื้นขึ้นเล็กน้อย
หยางเฉินไม่รู้จะช่วยเื่นี้ยังไงหลังจากจ่ายเงินค่าอาหารที่หน้าเคาน์เตอร์แล้ว เขาก็พาถังถังเดินเล่นไปตามถนน เมื่อเดินมาถึงสวนสาธารณะเล็กๆ แห่งหนึ่งถังถังก็หยุดเดิน แล้วพูดขึ้นว่า
"คุณลุง พวกเราไปนั่งตรงนั้นกันดีกว่า"
"เหนื่อยแล้วหรือไง?" หยางเฉินถาม
"ไม่ หนูแค่อยากจะนั่งที่นี่"
หยางเฉินมองเวลาตอนนี้เป็เวลาสองทุ่มแล้ว จะกลับบ้านก็ดูจะเร็วไปดังนั้นจึงเดินเข้าไปในสวนสาธารณะ และหาที่นั่งเหมาะๆ นั่ง ถังถังเอนกายพิงหยางเฉินเนื่องจากอุณหภูมิในยามค่ำคืนค่อนข้างหนาวเย็น ชายหนุ่มเหลือบมองเด็กสาวก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจึงถอดเสื้อโค้ต พยายามใส่ให้เธอ
ถังถังปฏิเสธในทันที "เดี๋ยวลุงจะหนาวเอานะคะ"
"ฉันไม่เป็อะไรหรอก" หยางเฉินพูดความจริง
"ทำไมลุงถึงไม่หนาวล่ะ?" ถังถังไม่เชื่อเธอผลักเสื้อโค้ตกลับคืนไป และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "หนูจะไม่ยอมให้ลุงหนาวอยู่คนเดียวหรอกนะ”
หยางเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเปิดเสื้อโค้ต แบ่งคลุมให้ถังถังครึ่งหนึ่ง เด็กสาวซบไหล่ชายหนุ่มอย่างสบายๆ
"อากาศหนาวขนาดนี้อย่าหลับเด็ดขาด"
"ไม่ได้หลับสักหน่อยหนูกำลังดูดาวอยู่"ถังถังเบ้ปาก
หยางเฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แม้จะมีดาวอยู่เล็กน้อย และสามารถเห็นได้เพียงเลือนราง แต่มันก็กระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง
"เวลาที่โรแมนติกแบบนี้เธออย่าเสียเวลากับคนแก่อย่างฉันเลย ไปหาหยวนเย่ของเธอจะดีกว่า” หยางเฉินพูดติดตลก
ถังถังย่นจมูกกล่าวว่า "ฉันเป็คนรักของลุงต่างหาก!"
หยางเฉินหัวเราะอย่างเงียบงัน
"ลุงหนูเคยมาที่นี่กับแม่ตอนเด็กๆ ตอนนั้นแม่ยังไม่ยุ่งมากเหมือนตอนนี้ พวกเราเลยชอบมาเดินเล่นที่นี่อยู่บ่อยๆ" ถังถังกล่าวเสียงเบา
หยางเฉินนิ่งในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมถังถังถึงอยากมานั่งที่นี่
"ถึงว่าฉันเกือบจะส่งเธอกลับบ้านอยู่แล้วเชียว" หยางเฉินกล่าว
"อย่าส่งหนูกลับนะคืนนี้หนูขอไปนอนบ้านลุงได้มั้ย หนูไม่อยากกลับบ้าน" ถังถังขอร้อง
หยางเฉินถอนหายใจออกมา จากนั้นแหงนหน้ามองท้องฟ้าก่อนกล่าวว่า
"รู้มั้ยทุกครั้งที่ฉันมองท้องฟ้าฉันจะนึกถึงอะไร?"
"อะไรเหรอคะ"
"ฉันนึกถึงคำว่า ''มหัศจรรย์'' " หยางเฉินพูดต่อโดยที่สายตายังไม่ละจากท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ "ในจักรวาลขนาดใหญ่มีหมู่ดาวมากมายและมนุษย์เราก็ถือกำเนิดขึ้นในดวงดาวที่เรียกว่า ''โลก'' โลกของเราใบนี้เป็เพียงฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ล่องลอยอยู่ในเอกภพเท่านั้น แต่เรากลับมาพบกันหลายคนกลายเป็สามีภรรยากัน บางคนเป็ครูและนักเรียน ทั้งเพื่อนพี่น้อง... ทุกคนต่างถูกโชคชะตานำพาให้มาพบกันแม่ของเธอให้กำเนิดเธอมา และนั่นจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เธอไม่คิดว่ามันมหัศจรรย์หรือไง? เทียบกับโอกาสที่เธอได้เจอกับแม่แล้วเื่ของเธอดูเหมือนเป็เื่เล็กน้อยเลยว่ามั้ย?"
ถังถังนิ่งเงียบเป็เวลานาน ในขณะนี้ใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความละอายใจ
"หนูเข้าใจแล้วค่ะ... ลุงช่วยไปส่งหนูกลับบ้านหน่อยได้มั้ย?..."
หยางเฉินลูบศีรษะของถังถังอย่างเอ็นดูพลางกล่าวว่า
"เร็วเข้าเถอะป่านนี้คุณแม่ของเธอคงจะร้อนใจแย่แล้ว"
"ค่ะ!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นหน้าทางเข้าสวนสาธารณะก็ปรากฏเงาร่างที่ดูร้อนรนของใครบางคน เป็หญิงสาวผู้หนึ่งที่มีเรือนผมสีราตรียาวสลวย สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีน้ำตาล รองเท้าแฟชั่นที่ทำด้วยหนังแกะ กำลังเดินมาตรงหน้าของทั้งสอง ใบหน้ารูปไข่ละเอียดอ่อนที่คุ้นเคยเมื่อสองวันก่อนประทับในจิตใจของหยางเฉินเธอคือ ถังหว่าน นั่นเอง!
ใบหน้าของถังหว่านในยามนี้เต็มไปด้วยความวิตกกังวลเธอไม่คิดว่าจะเจอกับหยางเฉินที่นี่ ดังนั้นจึงเกิดความรู้สึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน
ถังถังที่ยังอยู่สวมเสื้อคลุมร่วมกับหยางเฉินเห็นถังหว่านปรากฏตัวอย่างฉับพลันก็ตกตะลึงไปในทันที จากนั้นยิ้มเจื่อนพลางกล่าวว่า
"แม่... แม่มาที่นี่ได้ยังไง..."
หยางเฉินคิดว่านี่อาจทำให้เกิดเื่เข้าใจผิดจึงตั้งใจจะกล่าวดักทางไว้ก่อนแต่เสียงอันโกรธเกรี้ยวของถังหว่านกลับดังขัดขึ้นเสียก่อน!
"ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่" ถังหว่านเห็นถังถังอยู่กับหยางเฉิน มิหนำซ้ำยังสวมใส่เสื้อโค้ตร่วมกันอย่างโรแมนติกจึงคิดไปว่าหยางเฉินตีท้ายครัวเธอเสียแล้ว ส่งผลให้สัญชาตญาณความเป็แม่ของเธอจึงพุ่งขึ้นถึงขีดสุดในทันที!
คนคนนี้จงใจปกปิดตัวตนเพื่อเข้าหาลูกสาวเธออย่างนั้นหรือ?
ถังถังได้ยินดังนั้นก็ถามอย่างงุนงงว่า "ลุงรู้จักกับแม่ด้วยเหรอคะ...?"
โดยไม่รอให้หยางเฉินได้ตอบคำถามของเด็กสาว ถังหว่านพูดแทรกขึ้นทันทีว่า
"ทำไมไปใกล้เขาขนาดนั้นเธอหนีออกจากบ้านโดยไม่บอกกล่าวสักคำ แล้วยังมาอยู่กับผู้ชายอีก??"
ถังถังนิ่งอึ้งไปในทันทีทั้งยังไม่รู้ว่าจะต้องตอบเช่นไร
"ถังหว่านนี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดนะครับ"หยางเฉินรู้ว่าถังหว่านเข้าใจเขาผิด
"แล้วเื่มันเป็ยังไงกันแน่? หยางเฉิน... ลูกสาวของฉันยังอยู่แค่มัธยมปลายเองนะ! แต่คุณกลับ... ฉันผิดหวังในตัวคุณจริงๆ..."
ในจิตใจของถังหว่านเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันโกรธแค้นเธอคว้าแขนของถังถังอย่างแรงพร้อมขว้างเสื้อโค้ตของหยางเฉินลงกับพื้น
"กลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้เลยนะเธอโดนกักบริเวณเป็เวลาสามเดือน"
ถังหว่านผู้โกรธแค้นและโศกเศร้าพาถังถังจากไปในทันทีทิ้งหยางเฉินให้ยืนนิ่งเป็เวลานาน ก่อนจะหยิบเสื้อโค้ตขึ้นมาจากพื้นพร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่วันนี้ช่างเป็วันที่โชคร้ายสำหรับชายหนุ่ม หยางเฉินไม่คิดว่าแม่ของถังถังจะกลายเป็ถังหว่านไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้เจอกับถังหว่านที่โรงเรียนของหลี่จิงจิง
หยางเฉินฝืนยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้เื่นี้อยู่เหนือการควบคุมของเขา ถึงแม้ถังหว่านจะมีบุคลิกที่อ่อนหวานสง่างามในเวลาปกติแต่เมื่อถึงเวลาต้องปกป้องลูก บุคลิกของเธอก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกับแม่คนอื่นทั่วไป
ในโลกใบนี้นอกจากเพศชายกับเพศหญิงแล้วยังมีเพศแม่อีกหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หยางเฉินไม่ได้อยากอธิบายเื่ราวให้ถังหว่านในตอนนี้ไว้รอให้อารมณ์ของเธอสงบลงเสียก่อนหรือบางทีเธออาจตรัสรู้และแยกแยะข้อจริงเท็จได้ด้วยตนเอง
หยางเฉินเดินเล่นคนเดียวในสวนสาธารณะอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะสวมเสื้อโค้ต ขับรถกลับบ้านนอน
