สายลมสาดพัดมาเบาๆ ทำให้ผมยาวสีดำทมิฬไวปลิวไปตามเเรงของลมเบาๆ ร่างสูงใหญ่ของไป๋เยี่ยนหรง นั่งอยู่บนศาลารินสระหลังตำหลังมาร มือหนาค่อยๆเอื้อมหยิบจอกน้ำชาขึ้นจิบเบาๆ พร้อมกับอ่านตำรารายงานเหตุการ์ณในยุทธภพ
" นี่ก็ผ่านมาเกือบจะ4เดือนเเล้วสินะที่มาอยู่ในร่างนี้ เป็เพราะความทรงจำของเ้านี่เเท้ๆเลยทำให้เราเข้าใจภาษาเเละอักษรต่างๆ จะว่าไปยังไม่เคยฝึกวรยุทธหรือทดสอบฝีมือเลยนิน่ะ ตามที่ดูในหนังมาต้องมีการโคจรปราณในหัวสินะ "
มือหนาค่อยๆวางเเก้วชาลงเเล้วมือวางที่หน้าตัก ค่อยหลับตาเเล้วปล่อยจิตให้ว่างเปล่า " ตันเถียนของมารจะอยู่จุดกลางตัวสินะ...เอาล่ะมาลองดูกัน "
ไป๋เยี่ยนหรงค่อยๆตั้งสมาธิไปที่จุดตันเถียน เข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างในตัวก่อนที่จะค่อยเเทรกจิตเข้าไป รอบกายค่อยๆก่อเกิดออร่าสีดำเเรงออกมาพร้อมกับไอมารมหาศาลเเพร่พุ่งออกมาทำให้สิ่งมีชีวิตเล็กในพื้นที่ล้มตาย จากการััไอมาร เเละผ่านไปไม่นานไป๋เยี่ยนก็รู้สึกถึงอะไรบางสิที่กำลังเเตกร้าวภายในร่างกาย จนเกิดะเิออร่าออกทำหลายพื้นที่รอบๆในระยะ10เมตร ออร่าค่อยๆสงบลงเเล้วไป๋เยี่ยนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นก่อนที่จะก้มมองมือตนเองที่กำลังสั่นอยู่เล็กน้อย
" นายท่าน...ขอเเสดงความยินดีด้วยที่ฟื้นพลังกลับมาได้ "
หัวหน้าองครักษ์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมคลุกเขาต่อหน้าของไป๋เยี่ยนหรง เขามีลักษณะรูปร่างสันทัด ใบหน้าผอม โหนกแก้มและกรามชัดเจน ผมยาวเทาเงิน ดูฟูและปรกหน้าผาก ดวงตาลึก มีรอยคล้ำใต้ตา จมูกโด่ง ปากยกมุมเล็กน้อย และมีหนวดเคราแพะสั้นๆ ลักษณะโดยรวมดูมีอายุ
" อืม....หัวหน้าองครักษ์ ลู่ จงนำทางข้าไปที่สนามฝึกยุทธเสียตอนนี้ "
ไป๋เยี่ยนหรงค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนที่จะทอดสายตามองไปที่หัวหน้าองครักษ์ตรงหน้าด้วยท่าทีเรียบนิ่ง
" รับทราบขอรับ เชิญตามข้าน้อยมา "
ทันทีที่หัวหน้าองครักษ์ได้ยินคำสั่งก็รีบลุกขึ้นเเล้วเดินนำทางเ้าสำนักมารเดินไป ลานกว้างและมีอาวุธพื้นฐานต่างๆนาๆชนิดประจำอยู่ข้างสนาม ไป๋เยี่ยนหรงไม่รอช้าที่จะไปยืนอยู่กลางสนามก่อนที่จะเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกับนึกคิดในใจ “ เหมือนในนิยายเลยแหะ....เริ่มสนุกกับอะไรแบบนี้ซะแล้วสิ เหมือนว่าในความทรงจำของไป๋เยี่ยนหรงจะมีท่าที่ใช้เปิดบัพสินะ ไหนๆขอลองหน่อยเถอะ” เค้าแสยะยิ้มออกมาด้วยความปิติก่อนที่จะก้มหน้ามองไปหน้าข้าง
“ประตูมาราาชันนรก!!” ไปเยี่ยนเอ่ยปากขึ้นเบาๆ ทันได่นั้นเองออร่ามารสีดำแดงโพยพุ่งออกมาอย่างมหาสารพื้นดินรอบๆแตกร้าว ไป๋เยี่ยนหรงหลับตาลงก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความพึ่งพอใจ หัวหน้าองครักษ์ยืนมองพร้อมเหงื่อที่ไหลออกมาเต็มใบหน้า บรรยากาศรอบๆเริ่มหนาวเย็นแต่แรงกดดันนั้นทำให้ร่างกายเขาขับเหงื่อออกมา ก่อนที่คนรับใช้หลานหลิงจะวิ่งเข้ามาแล้วคุกเข่าลง “หนึ่งมารเหนือหมื่น์ หนึ่งคำเหนือชีวิต ข้าน้อยขอถวายชีพ แด่ท่านเทพมาร ไป๋เยี่ยนหรง ขอให้มารจงรุ่งเรืองนับหมื่นหมื่นปี! ขออภัยที่ข้ามารบกวนขอรับนายท่าน มีรายงานด่วนเข้ามาจากหน่อยนอกสำนักขอรับ”
ไป๋เยี่ยนหยุดทุกอย่างลง บรรยากาศรอบๆกลับมาปกติ ก่อนที่จะเหลือบตาไปมองคนรับใช้ของตนก่อนที่จะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเ็า
“หืม...ว่ามา”
“ตอนนี้หมู่บ้านทางใต้ ที่อยู่ในเขตลัทธิถูกโจมตีจากฝ่านธรรมะขอรับ”
หลานิก้มกราบลงบนพื้นด้วยความหวาดกลัวและสั่นเทา
“หึๆ....ชั่งไม่รักชีวิตเอาเสียเลย....หัวหน้าองครักษ์ ลู่ จงเตรียมทหารให้ข้า 20 คน และนำข่าวไปแจ้งให้ศิษย์ข้า เ้า4 และฟ่ง ซีหลิง ศิษย์คนใหม่ข้าเ้า7 จงมุ่งหนาไปสู่สมรภูมิซะ....และข้าจะนำทัพเอง อยากเปิดหูเปิดตาต่อยุทธภพเสียหน่อยว่า ข้ากลับมาแล้ว” ไป๋เยี่ยนหรงแสยะยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้ายก่อนที่จะเดินออกไปจากสนาม
ณ หมู่บ้านทางใต้ หมู่บ้านศิลาดำท้องฟ้าถูกย้อมเป็สีแดงจากเปลวไฟที่กำลังเผาทำลายหมู่บ้าน ผู้คนล้มตายพื้นดินปะปนไปด้วยเืเนื้อของชาวบ้าน เสียงกรีดร้องดังทั่วทุกสาระทิศ ตอนนี้ทางเข้าหมู่บ้านได้มีสองพี่น้องหญิงชายวิ่งหนีตายพร้อมกับจอมยุทธที่ไล่ตามมาติดๆ3คน ใบดาบที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยิบกำลังจะถึงตัวเด็กทั้งสอง ทันใดด้วยก็มีมือเรียวมาจับใบดาบนั้นไว้
“ อ่ะ...อะไรว่ะเนี่ยยัยบ้านี้แกเป็ใครกัน” จอมยุทธทั้งสามหยุดซะงักหันมองดูตามมือที่จับใบดาบนั้นเอาไว้ เธอสวมชุดที่ดูเหมือนจะออกแบบมาสำหรับการต่อสู้หรือการเคลื่อนไหวที่คล่องตัว เสื้อท่อนบนเป็เกราะรัดรูปสีม่วงเข้มหรือสีน้ำเงินอมเทา ผมของเธอยาวสลวยเป็สีแดงสดหรือส้มแดง มีความพลิ้วไหวราวกับเปลวไฟ ใบหน้าของเธอดูโฉบเฉี่ยวและมีความดุดันเล็กน้อย ดวงตาคมโตเป็สีแดงเพลิงหรือสีชมพูอมแดง มีรูปร่างที่แข็งแกร่งและมีมัดกล้ามเนื้อที่ชัดเจน โดยเฉพาะ่แขน ไหล่ และหน้าท้องที่แสดงถึงความแข็งแรงและพละกำลัง หน้าอกค่อนข้างใหญ่และมีรูปทรงที่ชัดเจน แต่ไม่ได้ดูผอมบาง สูงพอๆกับผู้ชายที่โตเต็มวัย ่เอวคอดเล็กน้อยรับกับสะโพกและต้นขาที่ดูมีกล้ามเนื้อ เสื้อผ้าที่สวมใส่รัดรูปทำให้เห็นสัดส่วนของร่างกายที่แข็งแรงนี้ได้อย่างชัดเจน
“ ฮ่าๆๆปกติข้าจะไม่เอ่ยนามให้คนใกล้ตายฟังหรอกนะ แต่วันนี้กรณีพิเศษ นามข้าคือ มู่ จิง ท่านหญิง4แห่งสำนักมารจงจำใส่สมองแล้วตายไปซะ! หมัดมาระเิหุบผา” ทันที่พูดจบนางก็ไม่รอคอยเสียงตอบกลับ มู่ จิง ก็ง้างหมัดซัดเข้าไปที่หัวของคนตรงหน้า จนทำให้หัวนั้นกระเด็นหายไปแล้วเกิดแรงะเิที่หมัดทำให้จอมยุทธอีกสองคนด้านหลังเหลือเพียงขาที่ยืนอยู่ ส่วนบนนั้นกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง
“ต้องขอภัยที่ให้ท่านอาจารย์รอเสียนาน ข้าไปเปิดทางให้กับท่านเป็ที่เรียบร้อยแล้วเ้าคะ”
ทันทีที่ทุกอย่างสงบลง มู่ จิง ก็รีบก้มตัวโค้งคำนับไปในป่ามืด ก่อนที่ขบวนทัพและคนที่อยู่กลางขบวนนั้นคือไป๋เยี่ยนหรงที่ถูกประข้างโดยหัวหน้าองครักษ์ ลู่ และ ฟ่ง ซีหลิง ที่ตามมาหลังขบวน
“ทำได้ดีมากเ้า4....เอาล่ะหมดเวลาชื่นชมกันแล้ว ไปซะเหล่ามารของข้าจงแสดงให้พวกนั้นได้เห็นว่ามารแท้จริงเป็เช่นไร”
ทันใดนั้นเมื่อสิ้นเสียงของเทพมารเหล่าทหารและศิยษ์ตนก็กู่ร้องออกมาด้วยความยินดีแล้ววิ่งมงตรงเข้าไปในหมู่บ้าน การสู้รบนั้นดำเนินการไปอย่างดุเดือดแต่ฝ่ายของมารนั้นกลับได้เปรียบอย่างมาก เพราะมียอดฝีมือถึง 2 คนถึงฟ่งนั้นจะเข้ามาในสำนักได้ไม่ถึงเดือน ก็ได้เรียนรู้วรยุทธมารได้ดี จนกระทั้งมีการโจมตีออกมาจากบนท้องนภาสายฟ้าพวยพุ่งเข้าใส่ ฟ่ง ซีหลิง แต่นางก็สามารถปัดการโจมตีนั้นออกไปได้ ในหม่านควัน ได้ปรากฏชาหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหล่า มีไผที่ใต้ตา ผมยาวสไหวสีฟ้าหม่น พร้อมกับเสียงหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่าๆๆ นึกว่าใครเสียอีกที่แท้ก็แม่นาง ฟ่ง นี่หนีหัวซุกหัวซุนไปเข้ารวมกับมารงั้นเลย ชั่งน่าอับอาย”
“...จ...เ้า...เซียงอู่ บุตรชายของเ้าสำนักกระบี่ัฟ้างั้น” ฟ่ง ซีหลิงซะงักได้ด้วยความใพร้อมกับความโกรธแค้นที่ปะทุออกมาจากจิตใจ สายตาจ้องมองไปยังชายหนุ่นนั้นแข็งก้าวราวกับจะฉีกกินเืกินนื้อ
“โห้ว....ในที่สุดก็จำข้าได้สักที อย่าโกรธแค้นข้าเลยท่านหญิง ฟ่ง จงโกรธตัวท่านเองเถิดที่เป็สาเหตุที่ทำให้สำนักถึงคราวล้มสลาย ข้าเ้าตอบรับคำขอแต่งงานของข้าดีๆั้แ่แรก อาจารย์แก่ๆของเ้าลงไม่ต้องตายอย่างทุกข์ทรมานไร้ที่ฝั่งศพอยู่กลางหุบเขาดอกโบตั๋นหรอกนะ หึๆ” ก้าวออกมาพร้อมกับท่าที่ที่เย้ยยันสตรีตรงหน้าพลางหัวเราะคิกคักไม่มีความสำนักต่อบาปที่กะทำ
“ข้าจะฆ่าเ้าตรงนี้เสียยย!!” ฟ่ง ซีหลิงไม่รอช้าเธอวาดกระบี่เข้าใส่ชายหนุ่มหมายเอาชีวิตในทุกขบวนท่า การโจมตีนั้นทั้งต่อเนื่องและรวดเร็วแต่เซียงอู่ก็สามารถปัดปกการโจมตีนั้นออกไปได้หมดพร้อมกับพูดจาเหยียบหยามตัวของอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน ในขณะนั้นไป๋เยี่ยนหรงเองก็ได้ยืนด้วยราวกับชมละครที่กำลังแสดงอยู่ ทันใดนั้นในระหว่างการต่อสู้ด้วยความแค้นที่สะสมในใจมากขึ้นเรื้อยๆทำให้จิตมารปะทุขึ้นในตัวของ ฟ่ง ซีหลิง จนเธอบรรลุมารไปอีกขั้นหนึ่ง
“วิชากระบี่มาร เก้าคมกลืนกิน” ปล่อยปราณออกมาจากกระบี่ออกมาเก้าอันพร้อมแทงโจมตีจนสามารถทะลุการป้องกันไปได้ทำให้คมดาบแทงทะลุร่างของ เซียงอู่ โดนจุดต้นกำเนิดตันเถียนพอดี
“เฮือกกก ป....เป็ไปไม่ได้ ข้าเนี่ยนะแพ้สตรี” เซียงอู่ทรุดลงคลุกเข่ากับพื้นพร้อมกับกระอักเืออกมา
“มันจบแล้วล่ะเซียงอู่......” ฟ่ง ซีหลิงทอดตามองด้วยเ็าพร้อมกับกำลังยกคมกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะของตนจะลงดาบสังหาร แต่แล้วการสังหารของ เธอก็ถูกสกัดเอาไว้อีกครั้งโดยชายแก่คนหนึ่ง เค้าคือเ้าสำนักดาบัฟ้า เซียง หยั่ง
“หนอยแน่แกยัยโสเภนี กล้าดียังไงมาทำลูกข้า” ชายแก่ปัดการโจมตีออกแล้วเหวี่ยงคมดาบฟันใส่ ฟ่ง ซีหลิง ทันทีแต่แล้วกลับถูกสกัดเอาไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ ของไป๋เยี่ยนหรง
“เป็ตาแก่ที่หยาบคายเลยจริงกล้าดีนักที่มาขัดลูกศิษย์ที่น่ารักของข้าในการชำระบัญชี งั้นก็จงหายไปซะ ััแห่งราชันมาร.....” ไป๋เหยี่ยนเอื้อมมือไปจับที่ใบหน้าของชายแก่ก่อนที่สสารมืดจะออกมาจากมือของเขาทำให้หัวของ เซียง หยั่ง สลายหายไปในพลิบตา ทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างตื่นใกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลง เขายิ้มอย่างพอใจกับผลงานที่กระทำก่อนที่จะะโขึ้น
“ พวกเ้าที่ยังมีชีวิตจงวิ่งหนี ราวกับสุนัขที่ถูกราชสีห์ไล่ล่า จงเป่าประกาศไปทั่วทั้งดินแดนว่า บัดนี้ เทพมารได้จุติกลับมาแล้ว !!!”