หลิ่วยวนรวดเร็วเกินไป หลงอวี้ไม่ทันได้ใช้หลบเลี่ยงเลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่ในตอนนั้นเอง หลิ่วยวนก็ััได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดสายหนึ่งถ่วงนางไว้ ทำให้นางเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบาก
ในจังหวะสำคัญแบบนี้ หลงอวี้ได้ใช้จิตภาพบึงแล้วของต้นหญ้าพิสดารทันที ทำให้การโจมตีครั้งต่อไปของหลิ่วหยวนช้าลงครึ่งจังหวะ!
“หลบ!”
หลงอวี้รีบฉีกตัวหลบ พริบตานั้นก็ได้เคลื่อนตัวออกไปยืนอยู่ในจุดที่ไม่ห่างสักเท่าไรนัก
ตูม!!!
ประกายแสงเงากระบี่สายหนึ่งของหลิ่วยวนนั้นก็ได้ปะทะเข้ากับพื้นดินของแหล่งแร่ตรงจุดที่หลงอวี้เคยยืนอยู่ มันถึงกับทำให้แหล่งแร่ทั้งผืนเกิดการสั่นะเืขึ้น มีเสียงเศษหินมากมายที่กำลังขยับเคลื่อนไหวดังเข้ามาในหูของทั้งสองคน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทั้งสองคนหน้าถอดสีทันที สถานการณ์ตอนนี้ดูไม่ปกติสักเท่าไรนัก!
มันเหมือนกับตอนที่เศษชิ้นส่วนจันทราปรากฏก่อนหน้านี้ก็ไม่ปาน แหล่งแร่ทั้งผืนถึงกับเกิดรอยร้าวขึ้นเส้นแล้วเส้นเล่า!
แต่กระนั้นหลงอวี้ก็ไม่มีเวลาสนใจเื่อื่นแล้ว เพราะตรงหน้าเขา ศัตรูที่สำคัญที่สุดก็คือหลิ่วยวน!
“หมัดัปรภพ จำลองเส้นทางปรภพ!”
หลงอวี้ชกหมัด พริบตานั้นก็ได้มีเส้นทางปรภพถูกจำลองขึ้นมาจากปราณปรภพ โดยมันได้ยื่นออกไปทางหลิ่วยวน
น่าเสียดายที่หลิ่วยวนมีความเร็วสูงมากเกินไป แม้แต่เส้นทางปรภพก็ยังไม่สามารถปกคลุมนางไว้ได้ทัน!
“คลื่นะเิปรภพ!”
หลงอวี้ชกลงพื้นตามไปอีกหนึ่งหมัด พริบตานั้นก็ได้มีปราณปรภพอันเข้มข้นพวยพุ่งขึ้นมาจากบนพื้นตรงจุดที่หลิ่วยวนปรากฏตัวหมาดๆ !
แต่ท่าไม้ตายของหลงอวี้กระบวนท่านี้ ในที่สุดก็ไม่สามารถสังหารศัตรูได้เป็ครั้งแรก
แต่เดิมแล้ว หลิ่วยวนนั้นดูเหมือนจะไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน แต่ในจังหวะที่เสาปราณปรภพกำลังปะทุนั้นเอง พื้นดินใต้เท้านางพลันแยกออก!
นางพลันตกลงไปในรอยแยกทันที หลบคลื่นะเิปรภพของหลงอวี้ได้อย่างฉิวเฉียด
ต่อจากนั้นยังไม่ทันได้รู้สึกเสียดาย ที่ใต้เท้าเขาได้เกิดรอยร้าวเส้นหนึ่งขึ้น ทำให้เขาเสียหลักไปทันที
“แย่แล้ว ัปรภพทะยานฟ้า!”
หลงอวี้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว คิดจะดีดตัวหนีไปจากที่นี่
แต่ในตอนที่เขาเหวี่ยงหอกไปเพื่อจะใช้กระแสลมพัดตัวเองให้พุ่งทะยานขึ้นฟ้า ก็มีก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งตกลงมาจาก้าจนทำให้เขาร่วงลงไปในรอยแตกบนพื้นทันที!
ภาพตรงหน้าของเขาพลันมืดลง ตอนที่กำลังร่วงลงไปด้านล่างเขาััได้ถึงปราณหยินอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งที่ผุดมาจากใต้พื้นกำลังปกคลุมตัวเขาไว้ทั้งตัว
เงาร่างของเขาร่วงลงมาลึกเรื่อยๆ จนกระทั่งเขารู้สึกเวียนหัวราวกับฟ้าดินกลับตาลปัตร เขาถึงได้ร่วงลงมาถึงพื้นเสียที
‘ซวยจริงๆ ดันตกลงมาใต้พื้นเสียได้’
หลงอวี้คิดในใจพร้อมกับทนกับความรู้สึกวิงเวียนศีรษะไว้
ปราณหยินที่อยู่ใต้พื้นแห่งนี้เข้มข้นถึงเพียงนี้ จะต้องเป็จุดกำเนิดเศษชิ้นส่วนจันทราไม่ผิดแน่
ในสถานที่แบบนี้ ต่อให้เกิดเื่พิสดารขึ้นหลงอวี้ก็จะไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย!
เขาลองัักับปราณหยินใต้พื้นอย่างละเอียดพบว่าล้วนอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งสุดขีดทั้งสิ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
เพียงไม่นานเขาก็พบว่า ปราณหยินที่ยิ่งเข้าใกล้หน้าอกเขามากเท่าไร ก็ยิ่งเกรี้ยวกราดมากขึ้นเท่านั้น
‘หรือว่า เป็ปราณปรภพที่กระตุ้นให้ปราณหยินเหล่านี้คลุ้มคลั่งจนทำให้หลุมแร่พังทลายลงมา?’
หลงอวี้คิดในใจ จากนั้นก็ได้สร้างสุริยะสยบฟ้าขึ้นมา แสงสุริยันได้สาดส่องจนสว่างไปทั่วทั้งบริเวณทันที
ใต้พื้นอันมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเองเช่นนี้ มีเพียงการปล่อยสุริยะสยบฟ้าเท่านั้นถึงจะสามารถทำให้เขามองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างชัดเจน
และเมื่อแสงจากสุริยะสยบฟ้าสาดส่องไปทั่วทั้งใต้พื้น หลงอวี้ก็ชะงักทันที
สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้ไม่ใช่หลุมใต้พื้นอะไรทั้งสิ้น แต่มันเป็ห้องศิลาอันเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ต่างหาก!
ห้องศิลาแห่งนี้มีขนาดเล็กมาก น่าจะมีขนาดราวๆ ห้องพักผ่อนของคนทั่วไปหนึ่งห้อง กำแพงรอบห้องล้วนเป็สีเทาทั้งหมด ไม่รู้ว่าถูกสร้างขึ้นมาจากอะไร
รอบตัวเขาทั้งสี่ฝั่งล้วนเป็กำแพงสีเทาทั้งสิ้น ทำให้หลงอวี้รู้สึกสงสัยว่า ตัวเขาตกลงมาจากที่ไหนกันแน่?
เขาเงยหน้าขึ้น มองเห็นอย่างชัดเจนว่ามีกำแพงแพงสีเทาปิดไว้อย่างมิดชิดเช่นกัน ไม่มีรูอะไรอยู่เลย!
ภายในห้องศิลาแห่งนี้ นอกจากพื้นแล้วยังมีสตรีชุดสีดำผู้หนึ่งนอนหมดสติบนพื้นด้วย นางคือหลิ่วยวนที่ร่วงลงมาพร้อมกับเขานั่นเอง
เมื่อเห็นว่านางหมดสติอยู่ หลงอวี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรนาง เขาเริ่มตรวจสอบห้องศิลาแห่งนี้เป็อันดับแรก
“แหลกไปซะ!”
หลงอวี้รวบรวมพลังทั่วร่างขึ้นมากว่าสองจวิน หวดชกออกไปทางกำแพงหนึ่งหมัด เพียงครู่เดียวเขาก็พบว่ากำแพงสีเทานี่แข็งแรงทนทานสุดขีด หนึ่งหมัดของเขาไม่อาจทำอะไรได้เลยอย่างสิ้นเชิง!
“ด้วยพลังของข้า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางทำลายได้แน่”
สีหน้าของหลงอวี้ตึงเครียดทันที
หากเป็เช่นนี้ เขาก็ออกไปจากห้องศิลาที่ถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์เช่นนี้ได้อย่างไร?
สิ่งที่ไม่รู้จัก นับว่าน่ากลัวมากที่สุด!
หลงอวี้ในตอนนี้ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าใครกันที่เป็คนสร้างห้องศิลาแห่งนี้ขึ้น และไม่รู้ด้วยว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ในแผ่นดินเทียนอวี้แห่งนี้ เหมือนว่าจะมีสถานที่ลึกลับเช่นนี้อยู่ไม่น้อย แต่กระนั้นสถานที่ส่วนมากล้วนเป็สถานที่ที่อันตรายสุดขีดทั้งสิ้น เมื่อเข้าไปแล้วจะไม่มีทางรอดชีวิตออกมาได้อีกแน่นอน
หากห้องศิลาแห่งนี้เป็สถานที่เช่นนั้นเหมือนกัน เขาควรจะทำอย่างไรดี?
หลงอวี้เริ่มสำรวจดูทั่วทั้งห้องอย่างระมัดระวัง ดูว่ามีจุดไหนที่ผิดปกติอยู่หรือไม่
เขากลับหาได้ไม่ยากนัก เพียงไม่นานเขาก็พบว่าบนกำแพงทั้งสี่ฝั่งนั้นล้วนมีก้อนหินสีเทาก้อนหนึ่งฝังอยู่ รวมแล้วมีก้อนหินสีเทาอยู่ทั้งหมดสี่ก้อน ในนั้นยังมีปราณหยินอันเข้มข้นแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่องด้วย
“นี่มันเศษชิ้นส่วนจันทรา!”
ตอนที่หลงอวี้พบเศษชิ้นส่วนจันทราทั้งสี่ชิ้นนั้นเขาก็ตื่นตะลึงสุดขีด
เศษชิ้นส่วนจันทราหนึ่งชิ้น ทำให้ยอดฝีมือระดับิญญาแท้ขั้นสองถึงสี่คนต้องต่อสู้ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงกันได้เลยทีเดียว! นอกจากนี้ยังสามารถทำให้โม่เฟิงิผงาดขึ้นมาเป็หนึ่งในเก้ายอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็ในอาณาจักรต้าถังโดยถูกจัดอยู่ในอันดับสามได้เลยทีเดียว!
แต่ตอนนี้ ภายในห้องศิลาที่หลงอวี้อยู่ กลับมีเศษชิ้นส่วนจันทราอยู่ถึงสี่ชิ้น!
คราวนี้หลงอวี้จึงมีโอกาสได้ตรวจสอบเศษชิ้นส่วนจันทราอย่างละเอียด
พอเขาตรวจสอบดูแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมถึงถูกเรียกว่าเศษชิ้นส่วนจันทรา เพราะก้อนหินสีเทาทั้งสี่ก้อนนี้ดูเหมือนเป็เศษหินที่ตกลงมาจากแผ่นศิลาแผ่นหนึ่ง
เศษชิ้นส่วนทั้งสี่ชิ้นล้วนมีขอบมีมุม มันต้องถูกใครบางคนทำขึ้นมาแน่
“เศษชิ้นส่วนจันทราเป็สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือนี่ แต่ว่า ใครกันที่สามารถสร้างของแบบนี้ขึ้นมา? แล้วแผ่นศิลาทั้งแผ่นนั่นมันอยู่ที่ใด?”
หลงอวี้คิดในใจ เริ่มวิเคราะห์หนึ่งในเศษชิ้นส่วนจันทราที่ถูกฝังลงไปในกำแพงนั่น
เขายื่นมือออกไปลองแตะดู เพียงครู่เดียวก็พบว่า เ้าเศษชิ้นส่วนนี่มันสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ด้วย เพียงส่งถ่ายลมปราณลงไปภายในนั้น จากนั้นก็ออกแรงกดลงไป จะสามารถกดเข้าไปในกำแพงได้!
“ถ้ากดลงไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นนะ?”
หลงอวี้ลังเลเล็กน้อย เหลือบมองไปทางหลิ่วยวนที่หมดสติอยู่ใจกลางห้องศิลาก่อนจะหันกลับมา
ไม่ว่าจะอย่างไรตอนนี้ก็ไม่มีทางอื่นแล้ว คงต้องลองดูก่อนค่อยว่ากัน!
หลงอวี้ตัดสินใจแล้ว จากนั้นเขาก็กดเศษชิ้นส่วนลงไปในกำแพงทันที
ต่อจากนั้น หลงอวี้ก็รอคอยด้วยความระแวง กลัวว่าจะมีกลไกอะไรทำงานขึ้นอย่างกะทันหันจนทำให้เขาตายอย่างอนาถา แต่ไม่นานเขาก็พบว่า หลังจากที่เขากดเศษชิ้นส่วนลงไปแล้ว ภายในห้องศิลากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
มีเพียงปราณหยินที่แต่เดิมก็เข้มข้นสุดขีดอยู่แล้วคลุ้มคลั่งเกรี้ยวกราดมากขึ้นกว่าเดิม มันพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างเกรี้ยวกราด
น่าเสียดายที่ปราณปรภพของเขานั้นทรงพลังกว่าปราณหยินเหล่านี้มากมายนัก ทันทีที่เข้าใกล้หลงอวี้ก็ถูกสะกดเอาไว้ทันที
หลงอวี้ปล่อยมือจากเศษชิ้นส่วน พบว่าเศษชิ้นส่วนจันทราได้ยื่นออกมาจากกำแพงอีกครั้ง ราวกับว่าไม่เคยถูกใครแตะต้องเลย
‘ในห้องศิลานี้มีเศษชิ้นส่วนจันทราสี่ชิ้น ต้องกดพร้อมกันถึงจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?’
หลงอวี้คิดในใจ แต่เขาก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า ลำพังแค่เขาคนเดียวไม่มีทางกดเศษชิ้นส่วนทั้งสี่ชิ้นได้พร้อมกันแน่!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับิญญาแท้ย่อมสามารถปล่อยลมปราณออกนอกร่างกายได้อยู่แล้ว ใช้ลมปราณกดเศษชิ้นส่วนสามชิ้นจากระยะไกล
แต่หลงอวี้พบว่า ทันทีที่ลมปราณภายในตัวเขาััเข้ากับปราณหยินภายในห้องนี้ จะถูกปราณหยินกัดกร่อนและกลืนกินไปในพริบตา ไม่มีทางปล่อยออกไปได้ไกลพอจะกดปุ่มแน่
และการที่ลมปราณถูกกลืนกินเช่นนี้ ทำให้หลงอวี้ไม่สามารถใช้วิธีควบคุมวัตถุอย่างหอกัปรภพไปกดเศษชิ้นส่วนจากระยะไกลได้เช่นกัน
เมื่อไม่สามารถใช้ลมปราณช่วย อย่าว่าแต่จะกดเศษชิ้นส่วนเลย การควบคุมวัตถุจากระยะไกลก็เป็ไปไม่ได้
“ถ้าลมปราณธรรมดาใช้ไม่ได้ แล้วปราณปรภพล่ะ?”
หลงอวี้นึกขึ้นได้ จึงยืนอยู่ข้างเศษชิ้นส่วนชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็ลองใช้ปราณปรภพปล่อยไปทางเศษชิ้นส่วนจันทราที่เหลืออีกสามชิ้นดู
ปราณปรภพ ไม่ถูกปราณหยินดูดกลืน!
“ได้แล้วหรือ?”
หลงอวี้ลองพยายามต่อ แต่เพียงไม่นานก็พบว่า ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ เขาปล่อยปราณปรภพออกไปได้อย่างมากสุดก็สองสายเท่านั้น กดเศษชิ้นส่วนจันทราได้อีกแค่สองชิ้น
เศษชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็กดไม่ได้!
“ไม่ไหว...”
หลงอวี้ขมวดคิ้วขึ้น ล้มเลิกการกดเศษชิ้นส่วนพร้อมกันสี่ชิ้นชั่วคราว ถอนหายใจออกมา
เขาหันไปมองทางหลิ่วยวนที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ขมวดคิ้วขึ้นอย่างอดไม่ได้
“ขาดอีกแค่ชิ้นเดียวก็สามารถกดเศษชิ้นส่วนจันทราได้ทั้งสี่ชิ้นแล้ว หากปลุกนางตื่นล่ะก็...”
ในตอนที่เขากำลังคิดเช่นนั้นอยู่ อยู่ๆ หลิ่วยวนที่หมดสติอยู่ก็ตัวสั่นกระตุกขึ้นมา
หลงอวี้มีสัญลักษณ์ัปรภพอยู่ จึงสามารถป้องกันตัวจากปราณหยินได้ แต่หลิ่วยวนนั้นไม่สามารถป้องกันการรุกรานจากปราณหยินได้
ั้แ่เข้ามาติดอยู่ในห้องศิลาแห่งนี้ หลงอวี้ก็ไม่ได้สนใจนางเลย ทำให้ตอนนี้นางถูกปราณหยินรุกรานไปทั่วทั้งตัวแล้ว
“ต้องช่วยนางก่อน!”
หลงอวี้ขมวดคิ้วขึ้น แม้ใจจะไม่อยากสักเท่าไรนัก แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่อาจไม่ช่วยเหลือนางได้
หากไม่สามารถออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี้ได้ ในเวลาเพียงไม่กี่วันเขาก็ต้องตายตามนางไปอยู่ดี!
แต่หากคิดจะออกไปก็จำเป็ต้องพึ่งพานาง ต้องลองกดเศษชิ้นส่วนทั้งสี่ชิ้นพร้อมกันดูก่อน! ต่อให้ไม่ได้ผล หากช่วยกันคิด สองคนย่อมต้องคิดวิธีได้ดีกว่าคนเดียวอยู่แล้ว
เมื่อคิดได้ก็ทำทันที
หลงอวี้ก้าวออกไปอยู่ข้างๆ หลิ่วยวน จากนั้นก็ยื่นมือไปโอบร่างกายอันนุ่มนวลบอบบางมาไว้ในอ้อมอก
จากนั้นเขาก็กระตุ้นสัญลักษณ์ัปรภพ ส่งถ่ายปราณปรภพเข้าไปภายในตันเถียนและเส้นลมปราณของหลิ่วยวน
หลงอวี้นึกออกเพียงวิธีนี้เท่านั้น ทำการส่งปราณปรภพเข้าไปในตัวนางเพื่อขับไล่ปราณหยินออกไปให้หมด!
การทำเช่นนี้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนวุ่นวายมาก หากไม่ระวังแม้เพียงจุดเดียว อาจจะทำให้วรยุทธ์ของหลิ่วยวนถูกทำลายทิ้งได้เลย หากไม่ใช่เพราะหลิ่วยวนหมดสติอยู่ หลงอวี้ไม่กล้าทำแน่
แต่ว่า ความเร็วของหลงอวี้เหมือนจะช้าไปเล็กน้อย
ทำให้หลิ่วยวนที่ถูกปราณหยินอาละวาดอยู่ในร่างกาย ทั้งเส้นผมและขนคิ้วก็ล้วนกลายเป็สีขาวดุจหิมะไปแล้ว
หลังผ่านไปไม่นาน สาวงามที่เมื่อครู่นี้ยังปกติดีอยู่ก็ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง ทั่วทั้งร่างกายได้ถูกน้ำแข็งเกาะไปหมดแล้ว!
