"เชร้ง!"
"เชร้ง!"
"เชร้ง!"
"เชร้ง!"
ไป๋เฉินในชุดสีดำแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากระบี่อย่างบ้าคลั่งด้วยกระแสปราณโลหิต ซึ่งตรงข้ามของเขาคือฉินเหวินเทียนที่กำลังกวัดแกว่งกระบี่สีเงินอย่างดุเดือด
จู่ๆกลับมีเสียงะเิดังกึกก้องทำให้พื้นที่พวกเขาทั้งสองยืนอยู่สั่นะเืราวกับแผ่นดินถล่ม
แต่ทั้งสองอยู่ในระหว่างการต่อสู้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าคลาดสายตาและกล้าเบี่ยงเบนความสนใจไปในทิศทางอื่น
ในระหว่างกวัดแกว่งกระบวนท่าปะทะกันโดยไม่พักหายใจ ไป๋เฉินก็ได้พยายามปลุกฉินเหวินเทียนขึ้นมาจากการถูกกดข่ม "เหวินเทียน! ตื่นได้แล้ว!"
แต่ตรงกันข้ามสีหน้าของฉินเหวินเทียนยิ่งเผยรอยยิ้มชั่วร้ายและปัดป้องกระบวนท่ากระบี่ของไป๋เฉินไปในเวลาเดียวกัน "เทียนโม๋! เ้าก็รู้ดีว่าจิตตานุภาพของข้านั้นแข็งแกร่งเพียงใด? เพราะฉะนั้นหยุดการกระทำที่ไร้ประโยชน์ของเ้าเสียเถิด!"
"หุบปาก!" ดวงตาไป๋เฉินแสดงออกถึงความป่าเถื่อน ปราณโลหิตแผ่ซ่านจากร่างของเขาหมุนเวียนไปยังกระบี่และฟาดไปยังฉินเหวินเทียนสุดแรง
"เชร้ง!"
ทว่าฉินเหวินเทียนเองก็ยกกระบี่ขึ้นมาปัดป้องได้แม้นว่าจะถอยร่นกลับไปถึงสิบก้าวและสำลักเืออกมาเบาๆก็ตาม
ต้องเข้าใจว่าแม้นโม่เฉิงในร่างของฉินเหวินเทียนแข็งแกร่งก็จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วมันมีระดับการบำเพ็ญเพียงแค่ปราณ์ขั้น 9 เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากไป๋เฉินที่มีระดับการบำเพ็ญปราณลึกลับขั้น 2
หากไป๋เฉินคิดจะเอาจริงเอาจังในการสังหาร ฉินเหวินเทียนคงจะกลายเป็ร่างิญญาไปแล้ว แต่ท้ายที่สุดแล้วฉินเหวินเทียนเป็บุคคลที่ไม่ว่าอย่างไรไป๋เฉินจะต้องรักษาไว้ให้ได้ ดังนั้นเขาทำได้เพียงถ่วงเวลาและบั่นทอนความแข็งแกร่งทางจิตใจทำให้โม่เฉิงอ่อนล้าแทนที่จะสังหารเขาทันที
เมื่อตระหนักได้ว่าไป๋เฉินไม่มีความกล้าพอที่จะสังหารมัน ฉินเหวินเทียนเหมือนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้พร้อมกันกับถอยร่นทิ้งระยะห่างถึงสิบก้าว "เป็ไปได้ไหมว่าเด็กชายผู้นี้เป็คนสำคัญของร่างเ้า?"
คิ้วของไป๋เฉินเลิกขึ้นสูง แต่เขาพยายามกลบเกลื่อนการแสดงสีหน้าว่ามิได้เป็เช่นนั้น
แต่สีหน้าของเขามิอาจหลอกลวงโม่เฉิงที่มีชีวิตอยู่มานับหมื่นๆปีได้ มุมปากที่เคยหวั่นๆก็พลันเผยรอยยิ้มชั่วร้าย "ฮ่าๆๆๆ! คิดไว้แล้วเชียว เ้ามีโอกาสมากมายในการสังหารข้าแต่ว่าเ้ากลับไม่ทำ ดูเหมือนว่าเ้าหนูนี่จะมีความสำคัญสำหรับเ้ามิใช่น้อย"
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของไป๋เฉินปรากฏร่องรอยซูบซีด ฉินเหวินเทียนก็ยิ่งได้ใจพร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน "หากเ้าคิดจะสังหารข้าั้แ่ทีแรก เ้าคงไม่แทงช่องท้องข้าเพียงอย่างเดียวเป็แน่... ฮี่ๆๆๆ! ที่แท้ก็เป็เช่นนี้"
เสียงหัวเราะชั่วร้ายของฉินเหวินเทียน ทำให้สีหน้าของไป๋เฉินมีการแสดงออกที่ไม่สู้ดี ราวกับว่าสิ่งที่เขาคิดได้ถูกมองผ่านอย่างทะลุปรุโปร่ง
หลังจากสิ้นสุดประโยคนั้นไป๋เฉินกลับมิได้เคลื่อนไหวราวกับว่าเขากำลังตัดสินใจอย่างหนักว่าจะทำเช่นไรต่อไป
อากัปกิริยาที่แสดงออกมาทำให้สีหน้าของฉินเหวินเทียนยิ่งทวีความได้ใจ "ในเมื่อเ้าไม่เข้ามา เช่นนั้นข้าจะไปเอง!"
"พรึ่บ!"
ร่างของฉินเหวินเทียนพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าในระยะเผาขน มุมปากของมันยิ้มเยาะพร้อมกันกับกระบี่สีเงินที่ฟาดฟันไปยังลำคอของไป๋เฉินอย่างไร้ปราณี!
"เชร้ง!"
แต่ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ ไป๋เฉินสามารถปัดป้องวิถีกระบี่ได้อย่างง่ายดาย และในเวลาเดียวกันไป๋เฉินพลันคว้ากริชสีดำที่มีรูปลักษณ์แตกต่างออกไปกระซวกไปยังช่องท้องของฉินเหวินเทียนในเวลาเดียวกัน
ราวกับฉินเหวินเทันนรู้ล่วงหน้าแล้วว่าไป๋เฉินจะตอบโต้กลับมา แทนที่มันจะหลบหนีแต่มันกลับย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้วิถีกริชของไป๋เฉินทะลวงเข้าสู่ขั้วหัวใจของมันในทันที!
จู่ๆมันก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ "ข้าขอเตือนไว้ก่อน หากเ้าสังหารข้า จิตใต้สำนึกของร่างนี้ก็จะหายไปด้วย"
สีหน้าของไป๋เฉินปรากฏร่องรอยความตื่นตระหนก เขากัดฟันอย่างไม่เต็มใจพร้อมกันกับดึงกริชสีดำขลับกลับคืนด้วยความเร็วปานสายฟ้าพร้อมกันกับถอยร่นออกไปเกือบจะสิบก้าว
"ฮ่าๆๆๆ! ใช่จริงๆ! เ้าไม่กล้าที่จะสังหารเ้าหนูนี่จริงๆ" เมื่อยืนยันสมมติฐานได้ สีหน้าของฉินเหวินเทียนฉีกยิ้มแสยะ
ไป๋เฉินที่ถอยร่นกลับไปก็หอบหายใจอย่างหนัก สีหน้าของเขาเดือดดาลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน "เ้ามันน่ารังเกียจจริงๆ!"
โดยไม่รอช้าเมื่อตระหนักได้ว่าสถานการณ์ภาพรวมได้มาหลั่งไหลอยู่ทางฝั่งของมัน ฉินเหวินเทียนพลันกระหน่ำโจมตีด้วยกระบี่สีเงินฟาดฟันไปยังไป๋เฉินการปราณสีเทาที่น่าสยดสยอง
"เชร้ง!"
แม้นจะพยายามหลบหลีกแต่ร่างกายของไป๋เฉินปรากฏรอยกรีดจากกระบี่ ซ้ำแล้วยังมีเืไหลออกมาตามร่างกายที่ได้รับจากกระบี่สีเงิน
ฉินเหวินเทียนยังคงแผดหัวเราะบ้าคลั่งและไล่ต้อนไป๋เฉินต่อไปโดยที่ไม่มีเวลาให้พักหายใจ "ว่าอย่างไร!? จะไม่โจมตีข้างั้นรึ!?"
ร่างของไป๋เฉินค่อยๆถดถอยออกไป เสื้อผ้าสีดำของเขาขาดวิ่นจนแสดงให้เห็นถึงเืที่ชโลมกาย
รูม่านตาสีเืของไป๋เฉินส่องประกายด้วยแสงแห่งความคั่งแค้น แต่เขากลับทำได้เพียงปัดป้องและไม่กล้าจะโจมตีสวนกลับไป จึงทำให้ร่างกายของเขาสะบักสะบอมกว่าที่ควรจะเป๋น
บัดนี้ร่างกายของไป๋เฉินเปี่ยมไปด้วยาแเล็กๆน้อยๆ เสื้อสีดำที่เขาสวมอยู่ขาดวิ่นราวกับยาจก และเห็นได้ชัดว่าร่างกายของฉินเหวินเทียนไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ไป๋เฉินกัดฟันอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเปล่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง "เหวินเทียน! ตั้งสติไว้!"
แต่แม้นว่าเขาจะกล่าวเช่นไรแต่ไม่มีเสียงตอบกลับของฉินเหวินเทียนแม้แต่น้อย มีก็เพียงแต่เสียงหัวเราะเยาะของโม่เฉิงเท่านั้น "ฮ่าๆๆๆ! ดูเหมือนว่าเ้าไม่กล้าจะลงมือรุนแรงกับข้าจริงๆ แม้นว่าเ้าจะกำลังใกล้ตายแล้วก็ตาม"
ไป๋เฉินสะบัดกระบี่อย่างสุดแรง ก่อนจะถอยร่นกลับไปแม้นว่ามุมปากจะมีเืไหลออกมาก็ตาม "ดูเหมือนว่าไม่มีทางเลือกแล้ว!"
"วู้ม!"
ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้นอักขระ 血 พลันปรากฏกลางขม่อม เขาเหยียดแขนตรงพร้อมกันกับกำหมัดและยกนิ้วชี้ชี้ตรงไปยังฉินเหวินเทียนโดยมีกระแสปราณสีแดงก่อตัวจากปลายนิ้ว
"เคล็ดวิชาตราประทับโลหิต—ะุโลหิต!"
ะุสีแดงขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังฉินเหวินเทียนอย่างรวดเร็ว!
แต่ทว่าฉินเหวินเทียนกลับไม่มีทีท่าสะทกสะท้านเพราะรู้อยู่แล้วว่าไป๋เฉินจะไม่กล้าสังหารมัน พร้อมทั้งหมุนเวียนปราณสีเทาประดุจดั่งหลุมดำอย่างบ้าคลั่ง!
มันผายมือออกบังเกิดกระแสปราณสีเทาแผ่ขยายราวกับเป็กระจกขนาดใหญ่ อาณาบริเวณโดยรอบมีก็เพียงแค่เสียงของกระแสลมหวีดโหยหวนทุกสิ่งอย่างรอบกายถูกดูดกลืนให้หายไปภายในหลุมดำที่มันสร้างขึ้น
วินาทีต่อมาะุโลหิตขนาดใหญ่ที่ถูกยิงออกไปกลับถูกดูดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
แต่ก็ไม่วายไป๋เฉินออกตัววิ่งเป็เส้นครึ่งวงกลมด้วยฝีเท้าเงียบงันรอบๆตัวของฉินเหวินเทีนนพร้อมทั้งกระหน่ำะุโลหิตอย่างบ้าคลั่งในทุกๆลมหายใจ
ทว่าะุโลหิตที่ถูกยิงออกมากลับถูกทำให้เป็กลางและเลือนหายไปโดยมีฉินเหวินเทียนผายมือสร้างหลุมดำไร้ก้นบึ้งปกป้องไว้
เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของฉินเหวินเทียนก็ยิ่งทวีความชั่วร้าย "ฮ่าๆๆๆ! ต่อต้านอย่างไร้ประโยชน์... ในเมื่อเ้าไม่กล้าจะสังหารข้า เช่นนั้นข้าจะสังหารเ้าเอง!"
โดยไม่รอช้าอักขระ 吞 พลันปรากฏกลางขม่อม ก่อนที่ฝ่ามือของมันมีแรงดึงดูดอย่างรุนแรงที่ดึงดูดให้ไป๋เฉินที่อยู่ใกล้เข้ามาใกล้ๆมันอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงได้!
ทันใดนั้นพลังปราณที่ก่อตัวบนฝ่ามือของไป๋เฉินก็ถูกดูดกลืนให้หายไปราวกับว่าพลังปราณของเขาค่อยๆถูกสูบไปอย่างช้าๆจากหลุมดำที่มืดมิด
สีหน้าของไป๋เฉินก็ยิ่งตื่นตระหนกและพยายามปักส้นเท้าไว้กับพื้นทิ้งรอยลากเป็ทางยาวราวกับกำลังต่อต้านสุดกำลัง
ขณะที่ฉินเหวินเทียนกำลังดึงดูดร่างของไป๋เฉินด้วยเคล็ดวิชาตราประทับกลืนกิน ในเวลานั้นฝีเท้านับสิบก็ค่อยๆกรูเข้ามาใกล้ๆ ผู้ที่นำทางมานั้นคือร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีขาวของจูเก่อหลิงเอ๋อร์ที่มาพร้อมกันกับเยาวชนทั้งหมดที่นางได้ปลดปล่อยออกมาไม่เว้นแม้แต่มู่เทียนเฉิงและเย่ซ่งที่ได้อยู่กับฉินเหวินเทียนก่อนหน้านี้
ทุดคนที่มาถึงก็เห็นว่าไป๋เฉินกำลังเผชิญหน้ากับจักรพรรดิมารด้วยตัวคนเดียว!
แต่ตอนนี้เขากำลังจะเสียท่าอย่างสมบูรณ์
ทุกสายตาต่างก็มึนงง เพราะไม่เคยมีผู้ใดเคยได้เห็นใบหน้าของเขามาก่อน นอกเสียจากว่าจูเก่อหลิงเอ๋อร์และหงเหนียงเท่านั้น
แต่บัดนี้สีหน้าของหงเหนียงก็ยิ่งปรากฏร่องรอยความตื่นตระหนก "นั่นมันคู่หมั้นไร้ประโยชน์ของสตรีศักดิ์สิทธิ์มิใช้หรือ?"
นางจดจำได้ในทันทีว่าผู้ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับจักรพรรดิมารคือไป๋เฉินบุตรแห่งไป๋หนานเทียน!
แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือไป๋เฉินในยามนี้ไม่มีกลิ่นอายของขยะไร้ประโยชน์ของตระกูลฉินเมื่อยามนั้นอีกต่อไป
แต่ยามนี้ไป๋เฉินผู้นั้นกลับกล้าที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิมารด้วยตัวคนเดียวอย่างไร้ความกลัว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะกล่าวได้ว่าไป๋เฉินได้เก็บซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงมาโดยตลอด!
ไม่ว่าจะมองในมุมใดราวกับว่าเขาไม่ใช่เศษสวะไป๋เฉินผู้นั้นด้วยซ้ำ!
