เช้าวันต่อมาเฉินเฮ่อก็มารับเธอไปที่โรงงานพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อนำจักรยานไปจอดแล้ว เฉินเฮ่อก็เดินมาทวงของกับซูชิงทันที
“ไหนล่ะ ค่าปิดปาก”
ซูฉิงร้องอ้อในใจ เธอลืมไปเสียสนิท เพราะเอาแต่คิดถึงหลินอวี้
“ฉันยังไม่ว่างทำ ไว้จะหาเวลาทำให้นายก็แล้วกัน”
“เธอจะเบี้ยวฉันเหรอชิงชิง งั้นเื่ที่เธอนัดพบ โอ๊ย!”
เฉินเฮ่อยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค ซูชิงก็ยกเท้าเตะเข้าไปที่หน้าแข้งเขาทันที
“อย่าปากมาก จำไว้!”
ซูชิงไม่สนใจเฉินเฮ่ออีก เธอเดินหายเข้าไปในโรงงานอย่างรวดเร็ว เฉินเฮ่อมองตามหญิงสาวไปจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ
เขาและเธอเป็เพื่อนกันมาั้แ่วัยเด็ก จำได้ว่าั้แ่แม่พาเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ เขาก็ได้พบเธอและเริ่มสนิทสนมกัน ตอนที่เขาถูกเด็กๆ แถวนี้รังแก ซูชิงน้อยก็มักจะคอยช่วยเขาอยู่เสมอ จนกระทั่งเติบโตเป็หนุ่มน้อยวัยแรกรุ่น เขาจึงรู้ใจตนเองว่าเขาหลงรักซูชิงเพื่อนรักวัยเด็กเข้าแล้ว
แต่ซูชิงกลับไม่เคยชอบเขาเลยแม้แต่น้อย เธอมีใจให้กับหลินอวี้ลูกชายของหัวหน้าหลิน ในเมื่อซูชิงชอบหลินอวี้เขาก็ไม่เคยคิดอยากจะขัดขวางเธอ ขอเพียงแค่ซูชิงมีความสุขก็พอแล้ว
เฉินเฮ่อส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ความคิดชวนปวดหัวนี่ออกไป ก่อนจะรีบไปทำงานของตนเองต่อทันที
่พักกลางวันหลินอวี้ก็ให้คนนำลูกอมกระต่ายขาวมามอบให้กับซูชิงอีกครั้ง แต่วันนี้กลับพิเศษกว่าทุกวัน เพราะมีจดหมายเล็กๆ หนึ่งฉบับแนบมากับลูกอมด้วย ซูชิงรีบเดินมาหลบยังที่ลับตาคนแล้วจึงเปิดจดหมายออกอ่าน ความสัมพันธ์ของเธอและหลินอวี้นั้นน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ และเธอก็ไม่อยากตกเป็เป้าสายตาจึงไม่เคยเล่าเื่นี้ให้ใครฟังนอกจากหลินเฮ่อ
ข้อความในจดหมายเขียนเอาไว้ว่าเย็นนี้เขาอยากจะนัดเธอไปพบที่โรงเก็บผ้าเก่าด้านหลังโรงงาน เขามีเื่สำคัญจะบอกกับเธอ ซูชิงใจเต้นถี่ระรัว หลังจากทำลายจดหมายฉบับนั้นทิ้งแล้ว หญิงสาวก็รีบกลับมาทำงาน และนับเวลารอให้ถึงตอนเลิกงานจะได้ไปพบกับหลินอวี้เสียที
เย็นวันนั้น หลังสิ้นเสียงสัญญาณเลิกงาน ซูชิงก็รีบมุ่งหน้าไปพบกับหลินอวี้ทันที เมื่อมาถึงโรงเก็บผ้าเก่า ยังไม่ทันที่ซูชิงจะได้เปิดประตูก้าวเข้าไป กลับได้ยินเสียงตวาดเกรี้ยวกราดออกมาจากด้านในเสียก่อน
"หลินอวี้! แกเสียสติไปแล้วเหรอ? จะไปคว้าเอาลูกสาวชาวนาที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็สะใภ้ตระกูลหลินของฉันเนี่ยนะ แกฝันไปเถอะ!"
เสียงที่ดังออกมาจากด้านโรงเก็บผ้าเก่า ทำเอาซูชิงชะงักยั้งฝีเท้าไม่ก้าวเดินเข้าไป เธอจำได้ว่านี่คือเสียงของหัวหน้าหลินแม่ของหลินอวี้นั่นเอง
"แม่ครับ สะใภ้อะไรกัน ผมก็แค่เล่นสนุกกับเด็กนั่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ผู้หญิงจนๆ แบบนั้นน่ะเหรอ ผมจะเอามาทำเมีย แม่คิดมากเกินไปแล้ว”
"หุบปาก! แก่เล่นสนุกก็จริง แต่นังเด็กนั่นมันจริงจัง เกิดแกไปทำมันท้องขึ้นมาแล้วฉันจะทำยังไง ฉันไม่อยากได้หลานที่เกิดมาจากแม่ที่เป็คนจนหรอกนะ ทางที่ดีแกอย่าไปยุ่งกับมัน แกยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ฉันตกลงกับท่านคณบดีหวังเอาไว้แล้วว่าจะให้แกแต่งงานกับลูกสาวของเขา รายนั้นนอกจากจะมีหน้ามีตาแล้ว พ่อของเขายังจะช่วยดึงแกเข้าบรรจุในหน่วยงานรัฐของมณฑลได้อีกด้วย แกต้องแต่งงานกับคนระดับเดียวกันกับเรา ไม่ใช่ไปคว้าผู้หญิงที่มีแต่กลิ่นเหงื่อเนื้อตัวมีแต่เศษฝุ่นฝ้ายติดตัวมาทำเมีย เข้าใจไหม!"
ซูชิงยืนตัวแข็งทื่อ รู้สึกเหมือนว่ามือไม้อ่อนแรงขึ้นมาชั่วขณะ ลำคอของหญิงสาวแห้งผาก น้ำตาอุ่นๆ รื้นขึ้นมาบดบังทัศนียภาพจนพร่ามัว เธออยากจะภาวนาให้สิ่งที่ตนเองได้ยินเป็เพียงความฝัน เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดดูถูกคนเช่นนี้จากปากของหลินอวี้ผู้ชายที่เธอหลงรักจนหมดหัวใจ
ด้านหลินอวี้ที่ยืนสนทนากับแม่ของตนเองอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขากำลังจะจัดการกับซูชิงได้อยู่แล้ว แต่แม่กลับมาขวางเอาไว้เสียก่อน
"โธ่แม่! ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้จริงจังอะไรกับซูชิง แค่อยากนอนด้วยเฉยๆ นอนครั้งเดียวก็ไม่เอาแล้ว ส่วนยัยนั่นจะท้องกับผมหรือไม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมด้วยเล่า แค่ผมพูดว่าหล่อนไปท้องกับใครไม่รู้ แค่นี้ก็จบแล้ว ยัยนั่นจะมาทำอะไรผมได้"
“แกก่อเื่ให้มันน้อยๆ หน่อย หนก่อนก็ทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ จนฉันต้องช่วยแกย้ายงานใหม่มาที่เหอเป่ยนี่ ฉันปวดหัวกับแกมากนะ”
“ก็ได้ๆ ผมเชื่อแม่ แต่ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ครั้งนี้รับรองไม่ท้องแน่นอน เพราะผมเอาถุงยางมาด้วย”
ทุกคำพูดทุกประโยคของหลินอวี้ทำเอาซูชิงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอยกมือขึ้นปิดปากตนเองเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังลอดออกมา
อยู่ๆ ก็มีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง ยื่นมาตรงหน้าของหญิงสาว เมื่อซูชิงหันไปมองก็พบว่าเป็เฉินเฮ่อนั่นเอง เขามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะทอดสายตามองไปที่ประตูโรงเก็บผ้าเก่าด้วยแววตาเย็นเฉียบ ชายหนุ่มคิดจะก้าวเข้าไปเอาเื่กับหลินอวี้ ต่อให้ไอ้เวรนั่นจะเป็ลูกชายหัวหน้าหลินแล้วยังไงล่ะ เขาชกสั่งสอนมันสักหมัดแล้วค่อยไปหาสมัครงานใหม่ก็ได้แล้วนี่!
ฉับพลันซูชิงก็ยื่นมือของเธอมาคว้าต้นแขนของชายหนุ่มเอาไว้ เฉินเฮ่อหันกลับมามองก็พบว่าตอนนี้ซูชิงได้เช็ดหน้าเช็ดตาตนเองจนสะอาดหมดจดแล้ว ดวงตาของเธอทอประกายเ็า จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในโรงเก็บผ้าเก่าอย่างรวดเร็ว เฉินเฮ่อที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบเดินตามเข้าไปอย่างรีบร้อน
หลินอวี้ที่ได้ยินเสียงประตูเปิดออกก็หันมามอง เมื่อเห็นหญิงสาวก็สีหน้าซีดเผือด
“ชิงชิง”
หัวหน้าหลินเองก็หน้าเสียไม่ต่างกัน ยังไม่ทันที่เ้าตัวจะเอ่ยปากแก้ต่างอะไรแทนลูกชาย ซูชิงก็ปาลูกอมกระต่ายขาวใส่หน้าของหลินอวี้ทันที ลูกอมนี่เธอทะนุถนอมเอาไว้อย่างดีมาโดยตลอด และนำมันติดตัวเอาไว้ไม่เคยห่าง แต่วันนี้เธอไม่้ามันอีกต่อไปแล้ว
“เอาลูกอมเฮงซวยของนายคืนไปซะ แล้วก็เก็บถุงยางของนายไว้ใช้กับคนอื่นเถอะ อ้อ ทางที่ดีฉันแนะนำให้ตัดส่วนนั้นทิ้งไปซะ อย่าได้เก็บเอาไว้สร้างปัญหาให้กับผู้หญิงคนอื่นอีกเลย ส่วนเื่ระหว่างเราให้จบลงเพียงเท่านี้!”
กล่าวจบซูชิงก็เดินจากไปทันที หลินอวี้คิดจะเดินตามแต่กลับถูกแม่ของตนห้ามเอาไว้ ด้านเฉินเฮ่อก็ปรายตามองหลินอวี้อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะรีบตามซูชิงไปทันที เมื่อเขาวิ่งตามออกมาก็พบว่าตอนนี้ซูชิงกำลังยืนร้องไห้อยู่หลังต้นไม้ เฉินเฮ่อรู้สึกปวดใจเป็อย่างมาก เขาไม่เอ่ยถามอะไรกับเธอสักคำ เพียงยืนอยู่ใกล้ๆ เธอไม่ห่าง เมื่อซูชิงร้องไห้จนพอใจแล้ว เธอจึงหันมาถามเขาว่า
“อาเฮ่อ นายคงคิดว่าฉันโง่มากสินะ”
เฉินเฮ่อมองซูชิงแวบหนึ่ง แล้วจึงตอบหน้าตาเฉย
“ก็โง่จริงๆ นี่”
“นี่นาย!”
“แต่ถ้าเธอไม่เคยโง่สักครั้งในชีวิตแล้วจะฉลาดได้ยังไงล่ะ ถูกไหม? ชิงชิง อย่าร้องไห้ไปเลยน่า ก็แค่ผู้ชายบัดซบเพียงคนเดียว เธอหน้าตาสวยขนาดนี้ สักวันจะต้องได้พบกับผู้ชายที่รักเธอจริงอย่างแน่นอน”
ซูชิงได้ยินอย่างนั้นก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาตนเองอย่างลวกๆ
“อาเฮ่อ ฉันอยากเมา นายไปเมาเป็เพื่อนฉันได้ไหม”
“ได้สิ อยากจะเมาแค่ไหนก็ตามใจ เธอมีฉันอยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
