ไม่นานนักร่างของเทวทิณณ์ก็เดินลงมาอย่างคนหมดแรง โดยมีพิมพ์มาดาประคองไว้ พร้อมรอยยิ้มแสนสวยของเธอจะปล่อยออกมาอย่างมีความสุข
“พิมพ์ก็คิดว่าพี่ทิณณ์จะเก่ง ที่ไหนได้ ร้องเสียงหลงเลย”
“ไม่เล่นแล้วนะ พี่ไม่เอาอีกแล้ว ไม่ไหวแล้ว” คำปฏิเสธของเขาทำให้หญิงสาวพยักหน้ายอมรับ และพาเขาไปนั่งพัก โดยที่เธอพยายามดูแลอย่างใกล้ชิด ท่าทางของเทวทิณณ์ทำให้พิมพ์มาดารู้สึกเอ็นดูเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
“เดี๋ยวพิมพ์ไปซื้อน้ำมาให้ พี่ทิณณ์รออยู่ตรงนี้นะคะ”
“โอเค” เขาตอบรับแฟนสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียเต็มแรง ในขณะที่พิมพ์มาดาเดินไปซื้อน้ำเย็น ๆ มาให้นั้น เทวทิณณ์พยายามตั้งสติ แล้วเลื่อนสายตามองตามพิมพ์มาดา ก่อนจะปล่อยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
เป็ครั้งแรกที่เขาและเธอใกล้ชิด ได้เรียนรู้กันมากขึ้น ได้เห็นรอยยิ้มของเธอชัดเจนเกินกว่าที่เคย หัวใจของเทวทิณณ์เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ก่อนที่พิมพ์มาดาจะเดินเข้ามาแล้วยื่นน้ำเย็น ๆ ให้
“ดื่มสิคะ เผื่อจะดีขึ้น”
“ขอบใจนะ” เขาพูดแล้วเปิดน้ำขึ้นดื่ม พร้อมสายตาอ่อนโยนของพิมพ์มาดา มองตรงมาอย่างมีความหมาย ไม่รู้ว่าความรู้สึกหวั่นไหวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เธอชอบเขามากแล้วเช่นกัน
“จริงสิ ถ่ายรูปกับพี่หน่อย”
“คะ”
“มาถ่ายรูปกัน” เขาดึงร่างเล็กแล้วเข้าหาตัว แล้วกดถ่ายเก็บไว้สองสามภาพ
“พี่เอาขึ้นภาพหน้าจอนะ” เขาถามพร้อมกับกดเข้าไปตั้งค่า แล้วเปลี่ยนรูปคู่ขึ้นในทันที ก่อนจะโชว์ให้แฟนสาวดูด้วยความภูมิใจ
“เหงื่อออกหมดแล้ว เรากลับกันเถอะค่ะ” เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะจับมือเธอมาหอม
“มือแฟนของพี่หอมจัง เรากลับคอนโดฯ กันดีกว่า” เขาพูดพร้อมกับสายตาเ้าเล่ห์มีความหมาย
“ไม่กลับไปเรียนเหรอคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วถาม
“ไม่อยากเรียนแล้ว อยากไปทำอย่างอื่นมากกว่า” ชายหนุ่มพูดจบ จึงลุกขึ้น แล้วดึงมือพิมพ์มาดาออกจากสวนสนุกทันที โดยที่อีกฝ่ายทำได้แต่อ้าปากค้าง ไม่อาจทัดทานได้
เทวทิณณ์ดันร่างเล็กลงเตียงนอน พร้อมกับก้มลงซุกไซร้ไปตามร่างกาย ก่อนที่พิมพ์มาดาจะจับใบหน้าเขาขึ้นมา แล้วพยายามเอ่ยห้าม
“พี่ทิณณ์คะ ยังไม่มืดเลย”
“ก็ไม่เห็นเป็ไงนี่นา พี่รักแฟนพี่ จะตอนไหนก็เหมือนกัน” เขาพูดแล้วก้มลงจูบปากเธอได้เพียงเสี้ยววินาที ใบหน้าหล่อเหลาก็ถูกอีกฝ่ายจับขึ้นมา
“เอาแต่ใจใหญ่แล้วนะคะ”
“พี่น่ะหรอเอาแต่ใจ” เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม
“เรียนก็ไม่เรียน พาพิมพ์หนีเที่ยวเสร็จแล้ว ก็ยังเหลวไหลไม่กลับไปมหาวิทยาลัยอีก แบบนี้จะไม่เอาแต่ใจได้ไงคะ และที่ทำอยู่ตอนนี้ด้วยค่ะ” เธอเอ่ยเตือน ก่อนที่เทวทิณณ์จะก้มลงจูบหน้าผากหญิงสาวแล้วปล่อยยิ้มอบอุ่นออกมา
“ก็พี่รักพิมพ์มากนี่นา ยิ่งใกล้ก็ยิ่งรัก” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้พิมพ์มาดาใจอ่อนยวบ พร้อมกับร่างของเทวทิณณ์พลิกลงไปนอนด้านข้างในท่าสบาย
“พิมพ์รู้ไหม ว่าั้แ่เด็กจนโต พี่ไม่เคยมีความรู้สึกพิเศษแบบนี้กับใครเลย คุณพ่อมักจะสอนพี่เสมอว่า ความรักเป็สิ่งสุดท้ายที่ไม่ควรใส่ใจ พี่เรียนเก่งทุกวิชา ไม่ว่าจะว่ายน้ำหรือกิจกรรมต่าง ๆ พี่ล้วนทำมันได้ดีเสมอ เพราะคุณพ่อหาครูพิเศษมาสอนส่วนตัว เพื่อให้พี่ได้มีความสามารถรอบด้าน จะได้สืบทอดกิจการต่อจากเขา เชื่อไหมว่าพี่ไม่เคยมีแฟนเลยจนขึ้นปีสอง และพอถึง่เวลานั้น พี่ก็ทนอยู่ในกรอบของพ่อไม่ไหว จำต้องแหกกฎ ยื่นข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อให้พ่อได้ปล่อยพี่เป็อิสระ จากนั้นพี่ก็ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนมีค่าอีกเลย พี่นอนกับผู้หญิงที่รู้สึกถูกชะตา แต่นั่นไม่ได้ทำให้พี่มองผู้หญิงคนไหนมีค่า นอกจากปุยนุ่น” คำพูดของเทวทิณณ์ ทำให้พิมพ์มาดาที่นอนฟังอยู่หัวใจเต้นแรงไม่เป็จังหวะ ทว่าจำใจฟังเขาพูดต่ออย่าง ๆ เงียบ ๆ
“พี่กับปุยนุ่น เราเริ่มจากเพื่อนสนิท และพี่สบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอ เธอเป็ผู้หญิงคนเดียวพี่รู้สึกอยู่ใกล้แล้วปลอดภัย”
“แล้วทำไมพี่ทิณณ์ไม่คบกับพี่ปุยนุ่นล่ะคะ”
“เพราะพี่เห็นแก่ตัว และอยากมีชีวิตอิสระต่อไปให้ครบสองปี หลังจากเรียนจบ พี่เคยคิดจะแต่งงานกับปุยนุ่นเพราะเข้าใจว่าความรู้สึกที่มีให้เธอนั้นคือความรักไงล่ะ” พิมพ์มาดานิ่งเงียบไป ไม่ตอบโต้ ก่อนที่เทวทิณณ์จะเบี่ยงหน้าเข้ามาหอมแก้มแฟนสาวด้วยกิริยาอ่อนโยน
“แต่โชคดีที่พี่เจอเธอก่อน ถึงได้รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อปุยนุ่นนั้น มันไม่ใช่ความรักอย่างที่เข้าใจ” หญิงสาวเลื่อนสายตามองชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะปล่อยยิ้มแล้วก้มลงจูบริมฝีปากบางอีกครั้ง
“พี่รักเธอนะ เธอเป็รักแรก ที่ทำให้พี่เข้าใจความหมายของชีวิต” เขาพูดจบจึงก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไป ชายหนุ่มรวบรัดเธอไว้ภายใต้พันธนาการของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าตามใจปรารถนา เทวทิณณ์มีความสุขกับหญิงที่เขารัก เตรียมวางแผนอนาคตร่วมกับเธอหลังจากนี้
หลายวันต่อมา...ชนกันต์ไลน์หาพิมพ์มาดาเพื่อนัดคุยกับเธอในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก หญิงสาวในชุดนักศึกษาเดินเข้ามา พร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนที่ชนกันต์จะปั้นหน้านิ่งคล้ายกับมีบางอย่างไม่สบายใจ
