เมื่อใช้หยกวิเศษแปดก้อนจนหมด เนี่ยเทียนก็เลื่อนขั้นสู่กลาง์ได้อย่างราบรื่นในที่สุด
ตอนนี้ความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียก่อนหน้านี้ของเนี่ยเทียนได้หายไปเกลี้ยง ปราณิญญาในมหาสมุทริญญากินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล คลื่นพลังิญญาทั้งสี่ลูกเคลื่อนโคจรอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังขยายใหญ่เพิ่มขึ้นหลายเท่าอย่างเห็นได้ชัด
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่เขาใช้ใจไปตรวจสอบก็พบว่าคลื่นพลังเปลวเพลิง คลื่นพลังพืชหญ้าและคลื่นพลังดวงดาวก็เปลี่ยนขนาดมาเป็ใหญ่ขึ้นตามการฝ่าทะลุของขอบเขตด้วย
เขาจึงตระหนักได้ทันทีว่าการฝ่าทะลุขอบเขตหนึ่งครั้งมากพอจะทำให้มหาสมุทริญญาเกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาลจนเทียบเคียงได้กับการแปรสภาพ
ก่อนหน้าที่ยังไม่ฝ่าทะลุ คลื่นพลังิญญาทั้งสามลูกของเขาและคลื่นพลังงานที่มีธาตุต่างกันอีกสามลูกต่างก็มีขนาดไม่ใหญ่นัก
แต่เมื่อเขาอาศัยหยกวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่ามาสร้างคลื่นพลังิญญาลูกที่สี่ คลื่นพลังงานลูกอื่นๆ ก็ขยายขนาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เมื่อคลื่นพลังิญญาลูกที่สี่ก่อตัวขึ้นสำเร็จ คลื่นพลังงานต่างธาตุหลายลูกก็เปลี่ยนมามีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างน้อยสามเท่าตัว!
การฝ่าทะลุขอบเขตหมายความว่าเขาสามารถขยายมหาสมุทริญญาได้ต่อ ให้มหาสมุทริญญารองรับปราณิญญาได้ในปริมาณที่มากขึ้น
คลื่นพลังเปลวเพลิง คลื่นพลังพืชหญ้าและคลื่นพลังดวงดาวก็สามารถชักนำพลังเปลวเพลิง พลังพืชหญ้า และพลังดวงดาว เพื่อให้ใต้ก้นของคลื่นพลังทั้งสามลูกรวบรวมเปลวเพลิง ปราณของพืชหญ้าและหยดดาวได้มากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อความคิดกระตุกเขาก็พลันััได้ถึงพลังิญญาที่กว้างใหญ่ไพศาล รวมไปถึงพลังงานสามชนิดที่มีธาตุต่างกันซึ่งกำลังไหลรินเข้าไปยังเส้นเอ็นและเส้นชีพจรในร่างกายของเขาทันที
“ฟู่วๆ!”
งูวิเศษเปลวเพลิงแต่ละตัวมารวมตัวกันอยู่ที่ปลายนิ้วของเขาด้วยความเร็วสูงสุดและบินพุ่งออกไป
เขาััได้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่าจะเป็ความเร็วที่พลังิญญาเปลวเพลิงถูกดึงออกมาจากมหาสมุทริญญาจุดตันเถียน หรือความเร็วที่มันเคลื่อนโคจรอยู่ในเส้นเอ็นและเส้นชีพจรต่างก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า
เขาหรี่ตาลงใช้ใจไปััการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ทดลองใช้พลังิญญา พลังเปลวเพลิง ปราณพืชหญ้าและพลังดวงดาว
เนิ่นนานหลังจากนั้น เขาก็ลืมตาขึ้นมาจากการทำความเข้าใจกับร่างกาย
เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อขอบเขตของเขาฝ่าทะลุ ความรวดเร็วในการรวบรวมพลังงานต่างๆ ในมหาสมุทริญญาจึงเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำวนพลังงานิญญาแต่ละลูกที่ดำรงอยู่ในมหาสมุทริญญาก็สามารถรวบรวมพลังงานที่ถูกชุบหลอมให้บริสุทธิ์ได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านี้ ประสิทธิผลเวลาที่เขาดึงเอาพลังงานจากน้ำวนพลังิญญาแต่ละลูกมาใช้ก็เพิ่มสูงมาก
ก่อนหน้านี้หากเขาคิดจะร่ายใช้คาวิเศษเปลวเพลิงเพื่อสร้างงูวิเศษเปลวเพลิงออกมา อาจจะต้องใช้เวลาหลายวินาที
ทว่าตอนนี้เขาแค่ใช้วินาทีเดียวพลังิญญาเปลวเพลิงที่พลุ่งพล่านอยู่ในมหาสมุทริญญาของเขาก็ไหลตามเส้นเอ็นเส้นชีพจร และมารวมอยู่ที่ปลายนิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รวมตัวกันขึ้นมาเป็งูวิเศษเปลวเพลิงหลายตัว
“สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง!”
ความคิดหนึ่งลอยขึ้นมา ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาก็หันเข้าหากัน ใช้ความเร็วที่มากที่สุดมาสร้างสนามแม่เหล็กอันยุ่งเหยิง
เพียงแค่ครู่เดียวสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่แผ่ออกไปรอบด้านในรัศมีหนึ่งเมตรก็ก่อตัวกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ตอนที่ยังไม่ฝ่าทะลุ เขาต้องใช้พลังงานต่างธาตุมากมายผสานกับสภาวะทางจิตใจเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงให้ปกคลุมเรือนกายของเขาเอาไว้ ซึ่งจำเป็ต้องเตรียมตัวเป็เวลาที่ค่อนข้างนาน
แต่ตอนนี้เวลาเพียงแค่สามวินาที สนามแม่เหล็กก็ก่อตัวขึ้นมาได้สำเร็จ
ไม่เพียงแต่ความเร็วในการสร้างเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ก่อตัวสำเร็จแล้วความเร็วในการแผ่ขยายออกไปรอบด้านก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
“สิบวินาที!”
เวลาแค่่สั้นๆ เมื่อพลังงานต่างๆ มารวมตัวกัน ขอบเขตที่สนามแม่เหล็กนั้นขยายออกไปก็กว้างถึงสิบเมตร
และเวลานี้เอง เมื่อเขารับััอย่างละเอียดก็พบว่าพลังงานทั้งหมดที่เขาเผาผลาญไปหลังจากที่แผ่สนามแม่เหล็กไปสิบเมตรก็ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนของมหาสมุทริญญาของเขา
ความเร็วในการสร้างสนามแม่เหล็กเพิ่มมากขึ้นนั่นเป็เพราะว่ามีคลื่นพลังิญญาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งลูก บวกกับที่คลื่นพลังงานลูกอื่นๆ เกิดการแปรสภาพ ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ความเร็วในการเคลื่อนโคจรก็มากขึ้น
ที่เผาผลาญพลังงานไปแค่หนึ่งในสิบก็เพราะหลังจากที่ฝ่าทะลุสู่ขั้นกลาง์ ภาพรวมของพลังงานต่างๆ ในมหาสมุทริญญาของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงมากมหาศาล!
“ลองในด้านอื่นดู!”
สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง เขาก็กำหมัด ไฟโทสะลุกโชน
หลังจากที่ในใจเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่งแล้ว หมัดพิโรธก็ชักนำให้มหาสมุทริญญาของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง พลังงานมากมายที่ต่างธาตุกัน ปราณเืเนื้อปะปนไปด้วยพลังจิตที่แฝงเร้นไว้ด้วยความเดือดดาลต่างก็มารวมตัวกันอยู่ในหมัดนี้
ในอดีต ขั้นตอนนี้เขาจะไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อหมัดพิโรธก่อตัวกันสำเร็จจะเผาผลาญพลังทั้งหมดของเขาไปเสียสิ้น
ทว่าคราวนี้เขาััได้อย่างเฉียบคมว่าเขาสามารถควบคุมการรวมตัวกันของพลังงานต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ
พลังงานสี่ส่วนที่เขาดึงออกไปจากมหาสมุทริญญาปะปนด้วยพลังเปลวเพลิง พลังดวงดาว พลังพืชหญ้าอันน้อยนิด และรวมเข้ากับจิงชี่ของเืเนื้อส่วนหนึ่งก็สามารถกระตุ้นหมัดพิโรธนั้นได้สำเร็จ
“ตูม!”
หมัดนั้นต่อยลงไปบนหินั์ ก้อนหินที่แข็งแกร่งทนทานสูงห้าเมตรกว่าพลันะเิกระจาย เศษหินปลิวว่อน
เขาไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรงอย่างก่อนหน้านี้อีกแล้ว หลังจากใช้หมัดพิโรธไปเขาก็ยังคงมีพละกำลังหลงเหลืออยู่
และก็ไม่รู้ว่าระดับความหนาข้นของมหาสมุทริญญาเขาสามารถต้านทานการเผาผลาญของหมัดพิโรธได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือเป็เพราะเขาสามารถควบคุมได้อย่างดีเยี่ยม ถึงได้ทำให้เขาสามารถเพิ่มหรือลดการเผาผลาญพลังงานได้อย่างที่ใจ้า สรุปคือเมื่อหมัดนั้นผ่านไป เขาไม่รู้สึกอ่อนล้าและสิ้นไร้เรี่ยวแรงอีกต่อไปแล้ว
เขายังคงมีพละกำลังมหาศาลประดุจพยัคฆ์ร้าย
หินขนาดใหญ่ั์ก้อนนั้นเมื่อถูกเขาต่อยลงไปก็กลายมาเป็เศษหินกระจัดกระจาย และยังมีฝุ่นผงที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้าด้วย
ในสายตาของเนี่ยเทียน ดูเหมือนว่าอานุภาพของหมัดนี้จะน่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ที่เขาออกแรงโจมตีอย่างเต็มที่เสียอีก
“ไม่เหมือนกันเลย พอตบะฝ่าทะลุ ทุกอย่างก็แตกต่างไปจากเดิม” เนี่ยเทียนพึมพำอยู่กับตัวเอง
หลังจากที่อยู่ในขั้นกลาง์ เขาก็สามารถควบคุมอานุภาพของหมัดพิโรธได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มลดความแข็งแกร่งและความอ่อนแอของพลังงานต่างๆ ได้ดังใจ้า
เขาไม่จำเป็ต้องกังวลอีกแล้วว่าหากใช้หมัดนี้จะทำให้ตัวเองเป็ฝ่ายถูกกระทำที่ได้แต่รอความตาย
นอกจากนี้แล้ว อานุภาพของหมัดที่ใช้พลังเพียงแค่หนึ่งในสี่ส่วนได้เหนือล้ำเกินกว่าการโจมตีเต็มพลังก่อนหน้านี้ของเขาไปมาก
นี่หมายความว่าเขาสามารถใช้การโจมตีด้วยระดับที่น่ากลัวเช่นนี้ติดต่อกันได้ถึงสี่ครั้ง
แน่นอนว่าหากต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีความน่าหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเองก็สามารถรวบรวมพลังงานทั้งหมดให้มาอยู่ในหมัดเดียวกัน และทำให้มันกลายมาเป็การโจมตีที่ทรงพลังและบ้าคลั่งมากที่สุด
วิธีการสองอย่างที่สามารถทำให้ผู้ฝึกลมปราณาเ็สาหัสได้นี้ เขายังจำเป็ต้องคลำหาวิธีการอย่างเป็รูปธรรมต่อไป
การเปลี่ยนแปลงมหัศจรรย์ที่ได้รับมาจากขอบเขตกลาง์ทำให้เขาฮึกเหิมมากเกินปกติ เขาลองปฏิบัติจริงโดยนำวิธีการใช้คาถาวิเศษเปลวเพลิงมากมายที่เขาบรรลุมาร่ายใช้อยู่อีกครู่หนึ่ง
เมื่อรู้สึกว่าพลังิญญาในร่างถูกใช้ไปไม่น้อยแล้วเขาถึงได้หยุดลง อาศัยหินวิเศษ วัตถุดิบธาตุไฟและธาตุไม้มาฟื้นฟูร่างกาย
หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่าถูกดึงเอาปราณิญญาออกไปอย่างรวดเร็วจนกลายมาเป็หินธรรมดาที่แตกหัก
เมื่อฝ่าทะลุสู่ขอบเขตกลาง์ ความเร็วในการดึงเอาปราณิญญาที่มีอยู่ในหินวิเศษ วัตถุดิบธาตุไฟและธาตุไม้ก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าอย่างเห็นได้ชัด
หนึ่งชั่วยามให้หลังก็มีหินวิเศษสิบกว่าก้อน หินวิเศษเปลวเพลิงหกก้อน และวัตถุดิบธาตุไม้อีกห้าท่อนที่ถูกเผาผลาญไปจนเกลี้ยง
“ขอบเขตกลาง์ มหาสมุทริญญาขยายออก คลื่นพลังิญญาขยายใหญ่ ความเร็วในการโคจรเพิ่มขึ้น การเผาผลาญ การชักนำ และการรวบรวมปราณิญญาล้วนแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ และก็เช่นเดียวกัน หากวันหน้ามหาสมุทริญญาแห้งขอด ปราณิญญาถูกเผาผลาญจนสิ้น คิดจะฟื้นตัวกลับมาก็จำเป็ต้องใช้หินวิเศษที่มีปริมาณเพิ่มมากกว่าเดิมหลายเท่าหรืออาจเป็สิบๆ เท่า”
“นี่ยังเป็แค่ขั้นกลาง์เท่านั้น...”
ขณะที่ดึงเอาปราณิญญา เนี่ยเทียนก็ครุ่นคิดไปด้วย แล้วเขาก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่าเหตุใดผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงถึงได้เก็บสะสมเพียงแค่หยกวิเศษและผลึกวิเศษเท่านั้น
ผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งซึ่งอยู่เหนือขอบเขตสาม์อย่างเขตสามัญ เขตลี้ลับและเขติญญามักจะเก็บสะสมหยกวิเศษโดยเฉพาะ
เมื่ออยู่ในขอบเขตดังกล่าว หินวิเศษทั่วไปแทบจะไม่ช่วยให้พวกเขาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การฝึกบำเพ็ญตบะทั่วไป ปราณิญญาในหินวิเศษก็ยังมีไม่มากพอ
มีเพียงหยกวิเศษที่มีปราณิญญาเข้มข้นกว่าหินวิเศษเป็สิบเท่าเท่านั้นถึงจะสามารถช่วยพวกเขาได้อย่างแท้จริง ให้พวกเขาได้ฟื้นตัวและการบำเพ็ญตบะก็ไต่ไปถึงระดับที่น่าพึงพอใจ
ผู้แข็งแกร่งที่เหยียบย่างเข้าสู่แดนว่างเปล่า แดนเอตทัคคะ แดนเทพเ้า ปราณิญญาที่บรรจุอยู่ในมหาสมุทริญญาเกรงว่าคงกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่ามหาสมุทรเสียอีก พลังิญญาที่เผาผลาญไปทั้งหมดในทุกครั้งที่มีการต่อสู้ก็เกรงว่าย่อมต้องมากมหาศาลไม่ต่างกัน
บุคคลในตำนานที่เล่ากันว่าสามารถย้ายูเาพลิกทะเล เคลื่อนพระจันทร์คว้าดวงดาว แค่การกระทำบางอย่างของพวกเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ส่วนใหญ่ของอาณาจักรหนึ่งได้แบบนี้ บางทีก็คงทำได้แค่ใช้ผลึกวิเศษมาบำเพ็ญตบะและฟื้นตัวเท่านั้น
“หนทางการบำเพ็ญตบะนั้นยาวนาน เมื่อเปรียบเทียบกับคนเ่าั้แล้ว ข้าก็เรียกได้ว่าเพิ่งเหยียบย่างเข้ามาในประตูของการฝึกตนเท่านั้น” เนี่ยเทียนเอ่ยอย่างปลงอนิจจัง
ตอนที่ยังไม่ฝ่าทะลุสู่ขั้นกลาง์ ใจเขาก็มุ่งมั่นอยู่แต่กับการฝึกบำเพ็ญตบะอย่างเดียวเท่านั้น
และเขาก็ไม่มีความเห็นใดต่อการที่ไช่โยว้าไปปกป้องค่ายกลนำส่งห้วงมิติของเผยฉีฉี
ในสายตาของเขา เขาที่มีเพียงตบะท้าย์ย่อมไม่สามารถเผชิญหน้ากับพวกผู้ดุร้ายของเดือนดับที่อยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงมาเป็เวลานานอยู่แล้ว
ทว่าหลังจากที่เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตกลาง์เขาก็พลันมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาก
เขาเชื่อว่าเขาในเวลานี้นอกจากเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ขอบเขตต้น์ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงแล้ว มิฉะนั้นเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง เขาก็คงไม่มีอันตรายใดๆ อีก
เขายังถึงขั้นคิดด้วยว่าหากได้เจอกับหูหันอีกครั้ง ต่อให้มิอาจเอาชนะนางได้ แต่อย่างน้อยก็มีความหวังถึงครึ่งหนึ่งว่าจะหนีพ้นจากน้ำมือของหูหันได้สำเร็จ
ความมั่นใจนี้เกิดขึ้นมาได้การฝ่าทะลุขอบเขต และยังมีความมหัศจรรย์มากมายที่อยู่ในร่างของเขา บวกกับเวทลับสามอย่างที่เขาบรรลุมาได้จากในดินแดนลึกลับอย่างหมัดพิโรธ สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง และลูกปราณิญญาที่เกิดจากการรวบรวมปราณิญญา
ดังนั้นเขาจึงค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ทิศทางที่ตั้งของค่ายกลนำส่งห้วงมิติที่บอกไว้ในแผนที่โดยไม่สนใจคำสั่งของไช่โยวที่บอกว่าให้รอพวกกองหนุนของกะโหลกเืมาถึงเสียก่อน
เดินผ่านพื้นที่เปลี่ยวร้างที่ไม่มีร่องรอยของสัตว์วิเศษและผู้คน เขาสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาแล้วปลดปล่อยมันออกไป
เวลานี้เองเขาก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของมหาสมุทรจิติญญา พบว่ามหาสมุทรจิติญญาของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักหลังจากที่ฝ่าทะลุสู่ขอบเขตกลาง์
“ขอบเขตกลาง์แค่แปรสภาพมหาสมุทริญญาจุดตันเถียน ซึ่งก็คือการเพิ่มเติมและชุบหลอมพลังงานต่างๆ ในด้านจิติญญาดูเหมือนว่ายังอยู่ห่างจากระดับที่จะเปลี่ยนแปลงอีกไกลมาก”
“คาถาสะเก็ดดาวบทกลางจำเป็ต้องใช้พลังจิติญญาของสะเก็ดดาวเจ็ดดวงไปรับัักับความลึกลับ การฝึกและการทำความเข้าใจคาถาสะเก็ดดาวล้วนจำเป็ต้องใช้พลังจิติญญา ต้องถึงเวลาไหนกันที่ข้าถึงจะทำความเข้าใจกับความลึกลับของคาถาสะเก็ดดาวบทกลางได้?”
“ดูท่าคงต้องฝึกฝนไปทีละก้าวแล้วล่ะ รอจนเข้าใจสถานการณ์แน่ชัดดีแล้วค่อยเริ่มตั้งใจฝึกฝนคาถาสะเก็ดดาวบทต้น ทำความเข้าใจกับเวทลับเ่าั้ให้ทะลุปรุโปร่ง”
ขณะที่แอบครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง เขาก็เดินมาไกลจากพื้นที่ที่หลีเหย่บอกไว้ว่าเป็เขตปลอดภัยแล้ว
พอเดินออกมาจากตรงนั้นเขาก็มองเห็นหุบเขาและร่องลึกระหว่างหุบเขาที่มีรอยแยกห้วงมิติแน่นขนัดที่ถูกปราณิญญาสกปรกทำให้กลายมาเป็ล่องลอยเคลื่อนไหวรวดเร็วผิดปกติ
“ได้ยินมาว่าหม่าจิ่วแห่งเดือนดับโอบล้อมโจมตีนางมารเผยแห่งเมืองโพ่เมี่ยและไช่โยวแห่งกะโหลกเือยู่แถวนี้”
“อืม พวกพี่น้องที่เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงต่างก็เห็นว่าพวกหม่าจิ่วกำลังไล่ล่านางมารเผย ก็ไม่รู้ว่าผลการต่อสู้จะเป็อย่างไรบ้างแล้ว”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราสักหน่อย พวกเราก็แค่ผ่านทางมาเท่านั้น หม่าจิ่วมีใจอยากสังหารนางมารเผยมาโดยตลอด แถมไช่โยวก็อยู่ด้วย แน่นอนว่าย่อมไม่มีเวลาว่างมาสนใจพวกเราอยู่แล้ว”
“รีบไปจากที่นี่เร็วๆ เข้าเถอะ เดี๋ยวจะติดร่างแหแล้วต้องเอาชีวิตมาทิ้งเปล่าๆ”
-----
