หลังต้วนเหลยถิงจัดแจงเครื่องแต่งกายและการแปลงโฉมของคนทั้งสองจนเสร็จ หมาป่าดำก็คาบตะกร้าลูกหมาป่ากลับออกมาแล้ววางไว้ข้างกายเคอโยวหราน
ตามด้วยเอาหัวถูน่องของต้วนเหลยถิง เพื่อขอบคุณที่เขาช่วยดูแลลูกหมาป่าเป็อย่างดี
ต้วนเหลยถิงลูบหัวหมาป่าดำ ชายหนุ่มหิ้วตะกร้าลูกหมาป่าและม้วนผ้าเช็ดตัวห่อชุดว่ายน้ำให้เรียบร้อย
จากนั้นแบกเคอโยวหรานขึ้นบ่า ครั้นสาวเท้าเดินออกจากถ้ำ ท้องฟ้าก็มืดสนิทไปเสียแล้ว
แต่ต้วนเหลยถิงกลับพบว่าตนมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งนัก ไม่ต่างอันใดกับเวลากลางวัน ภาพเช่นนี้ช่างน่าประหลาดเหลือเกิน
หลังเดินห่างออกมาระยะหนึ่ง เมื่อต้วนเหลยถิงหันไปมองปากถ้ำอีกครั้ง กลับนึกไม่ถึงว่าถ้ำที่อยู่ด้านหลังจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
มุมปากของต้วนเหลยถิงกระตุก ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนเพิ่งเห็นเท่าใดนัก
ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองสตรีที่อยู่ในอ้อมแขน หรือว่าโยวหรานของเขามิใช่คนธรรมดา เป็นางเซียนลงมาจากฟากฟ้าเช่นนั้นหรือ?
ครั้นคิดเยี่ยงนี้ ต้วนเหลยถิงก็ถึงกับหวาดหวั่นเสียแล้ว เขาเอ่ยพึมพำว่า “โยวหราน ไม่ว่าเ้าจะเป็เซียน มาร หรือปีศาจ ก็ห้ามไปจากข้าเป็อันขาด
หากมีผู้ใดขวางมิให้พวกเราอยู่ด้วยกัน เทพขวางสังหารเทพ มารขวางสังหารมาร ข้าต้วนเหลยถิงพูดได้ทำได้”
กล่าวจบก็ถีบปลายเท้าพลางใช้กำลังภายในเหยียบย่ำอากาศ เร่งระดับความเร็วมุ่งหน้ากลับจวน
เช้าตรู่วันถัดมา เคอโยวหรานค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น แต่ข้างกายกลับไร้ร่างเงาของต้วนเหลยถิง ฟูกนอนฝั่งของเขาเย็นเยียบ เห็นทีอีกฝ่ายคงจะตื่นตั้งนานแล้ว
เคอโยวหรานหยัดกายลุกขึ้น มองไปทางนาฬิกาน้ำนับเวลาที่เอ้อร์หลางสร้างขึ้นก่อนจะร้องอุทานในใจ นี่มันยามซื่อแล้ว หรือก็คือประมาณสิบโมงเช้า
นางจำได้ว่าเผลอหลับไปในบ่อน้ำพุร้อน แล้วตนกลับมาที่นี่ได้อย่างไร?
ยังมีเสื้อผ้าบนกาย หรือว่าต้วนเหลยถิงช่วยเปลี่ยนให้นาง?
มิใช่กระมัง เช่นนั้นนางไม่ได้ถูกบุรุษผู้นั้นเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าหมดแล้วหรือ?
ครั้นคิดเช่นนี้ หัวใจของเคอโยวหรานก็อดเต้นโครมครามขึ้นมามิได้ ใบหน้าเรียวขึ้นสีแดงดั่งผลอิงเถาเสียแล้ว
เคอโยวหรานพยายามปลอบใจตนเองไม่หยุด : ทูนหัว ใจเย็นๆ ต้วนเหลยถิงคือสามีตามกฎหมายของเ้า ไม่ว่าช้าหรือเร็วย่อมต้องถูกเขากินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ให้ดูสักนิดสักหน่อยจะเป็อันใดไป?
ไม่รอให้นางปรับทัศนคติภายในใจให้เรียบร้อย พลันได้ยินเสียงจากทางเรือนฝั่งตะวันตก สะใภ้สามสกุลเคอหลิวชุนฮวากำลัง ‘แหกปาก’ เสียงดังลั่น
“ข้าว่านะคนแซ่ถง พวกเรามาหาต้าส่าของเ้าเพราะเห็นแก่ที่เขามีเรี่ยวแรง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางมาคบค้ากับคนทึ่มทื่อผู้หนึ่ง”
“ยังมีอีกเื่นะคนแซ่ถง มิใช่ว่าข้าตำหนิเ้า โยวหรานออกเรือนกับสกุลเคอ แต่เหตุใดพวกเ้าถึงได้พากันเข้ามาอยู่ในจวนสกุลต้วนกันหมดเล่า?
ผู้อื่นไม่รู้ยังจะคิดว่าสินเดิมของโยวหรานก็คือเด็กและผู้ใหญ่ทั้งจวนสกุลเคอเสียแล้วกระมัง?
อับอายขายหน้าบ้างหรือไม่? เ้าอาจจะไม่ แต่สกุลเคอของพวกเรามิอาจขายขี้หน้าได้”
เคอโยวหรานสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ววิ่งเข้าไปในเรือนฝั่งตะวันตก พลันพบกับเคอเจิ้งซีที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเอ้อระเหยเป็อย่างยิ่ง
หลิวชุนฮวาชี้หน้าถงซื่อพลางร้องบริภาษจนฟองน้ำลายกระเด็นไม่ยอมหยุด
เคอโยวหลานกับเคอโยวเยวี่ยถูกไป๋ซื่อกอดเอาไว้แน่น
เคอโยวเยวี่ยมิอาจอดกลั้นไปนานแล้ว เอาแต่ดิ้นขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนของไป๋ซื่อด้วยอยากจะตรงเข้าไปช่วยถงซื่อ
ไป๋ซื่อกระซิบเกลี้ยกล่อมเสียงเบาอยู่ข้างหูของนาง “โยวเยวี่ย เ้าเป็ผู้อ่อนาุโ อีกทั้งร่างกายยังเล็ก หากวิวาทขึ้นมาจริงๆ มีแต่จะเสียเปรียบ
เชื่อพี่สะใภ้รอง เ้ากับโยวหลานไปดูบริเวณูเาสักหน่อยว่าพี่เขยของเ้าอยู่ที่นั่นหรือไม่ ไปพาเขามาหนุนหลัง”
เคอโยวเยวี่ยดวงตาเป็ประกาย รีบลากเคอโยวหลานวิ่งออกไปข้างนอก สวนกับเคอโยวหรานที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี
เคอโยวหรานยกยิ้มพลางพยักหน้าให้ไป๋ซื่อ เพราะเมื่อครู่นางได้ยินสิ่งที่ไป๋ซื่อชี้แนะน้องสาวทั้งสองแล้ว
ไม่รู้ด้วยเหตุใด ยามนี้หูตาของนางว่องไวยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็เสียงความเคลื่อนไหวแ่เบาอันใด ขอเพียงนาง้าฟังก็จะได้ยินอย่างชัดเจน อาจเป็ผลมาจากสระบัวและบ่อน้ำพุร้อนในถ้ำกระมัง
เพียงแต่ตอนนี้มิใช่เวลามาใคร่ครวญ สะใภ้สามสกุลเคอผู้นี้ เคอโยวหรานยังไม่เคยพบหน้าหลังจากกลับมาเกิดใหม่
ภายในความทรงจำเ้าของร่างเดิม หลิวชุนฮวาเป็คนร้ายกาจ มักชี้นิ้วสั่งให้เ้าของร่างเดิมกับถงซื่อทำงาน ยามอยู่ในจวนสกุลเคอ คนผู้นี้ไม่เคยเผยท่าทีเคารพต่อเคอต้าส่ากับถงซื่อแม้แต่ครั้งเดียว
เ้าของร่างเดิมหวาดกลัวนางราวกับหนูเห็นแมวก็มิปาน
อาสามเคอเจิ้งซีผู้นี้ก็เช่นกัน อาศัยว่าตนมีทักษะวิชาติดตัวและมีบุตรชายถึงสามคน
อีกฝ่ายมักจะแคะจมูกทำตาขวางใส่เคอโยวหรานกับคนทั้งครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง วางอำนาจบาตรใหญ่เป็อย่างยิ่ง
เมื่อก่อนบิดาของนางทึ่มทื่อ ครั้นอาสามทุบตีเขาหนึ่งหน เขาก็จะยกมือทั้งสองข้างกุมหัวและนั่งพึมพำอยู่ในมุมห้องไม่หยุดว่า : อย่าตีข้า ไม่กล้าแล้ว อย่าตีข้า ไม่กล้าแล้ว...
ถงซื่อเป็สะใภ้เด็กที่สกุลเคอซื้อมาจากนายหน้าค้ามนุษย์ ถูกคนสกุลเคอรังแกมาั้แ่เล็กจนเคยชิน ทุบตีไม่เอาคืน ด่าทอไม่เถียงกลับ
คนสกุลเคอไม่เคยเคารพพวกนางทั้งครอบครัว ดูแค่หลิวชุนฮวา ด่าทอมานานขนาดนี้ สรรพนามล้วนแต่เรียกถงซื่อว่า ‘คนแซ่ถง’ กระทั่งคำว่าพี่สะใภ้ยังไม่มีเลยสักคำ
ไม่เพียงเท่านั้น หลิวชุนฮวายังคงร้องบริภาษไม่ยอมหยุด ถงซื่อก้มหน้าพลางกัดริมฝีปาก บีบนิ้วมือของตนอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร กระทั่งน้ำตาที่เอ่อคลอยังไม่กล้าไหลรินลงมาเสียด้วยซ้ำ
เคอโยวหรานส่ายหน้า ดูเหมือนว่าภารกิจการเปลี่ยนนิสัยยอมคนของมารดาจะยังอีกยาวไกล!
ครั้นนางกำลังจะเดินเข้าไปช่วยถงซื่อจากปากพิษของหลิวชุนฮวา ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงมารดาสกุลต้วนดังขึ้นจากด้านหลัง
“ข้าว่านะอาสะใภ้สามของโยวหราน เื่ภายในสกุลต้วนของข้า ต้องให้คนนอกเช่นเ้ามาชี้มือสั่งการั้แ่เมื่อใดกัน?”
ต้วนเอ้อร์หลางพลันโยนกองฟืนที่เพิ่งขึ้นไปตัดมาจากบนเขาลงข้างๆ ชายหนุ่มคอยคุ้มกันอยู่ด้านหลังมารดาและเดินเข้ามาในเรือนฝั่งตะวันตก
“ท่านแม่” เคอโยวหรานย่อกายทำความเคารพก่อนยืนประกบอีกฝั่ง
“อ้อ ข้ายังนึกว่าเป็ผู้ใด? ที่แท้ก็คนต่างแซ่ซึ่งอพยพมาจากที่อื่น ยังกล้าวางตัวเป็ใหญ่ในหมู่บ้านเถาหยวนของพวกเราอีกหรือ?”
หลิวชุนฮวาเอามือทั้งสองข้างเท้าเอว หางตาชำเลืองมองต้วนเอ้อร์หลางด้วยความเย่อหยิ่ง เมื่อเทียบระหว่างเขากับเคอเจิ้งซี พบว่าเคอเจิ้งซีร่างกายกำยำกว่าสักหน่อย ดังนั้นจึงเอ่ยต่อไปอย่างวางใจว่า
“ข้าสั่งสอนคนสกุลเคอของข้า เ้านับเป็อันใดกัน? อ้อ ข้ารู้แล้ว ที่พวกเ้าแต่งโยวหราน ทั้งยังให้ต้าส่าทั้งครอบครัวย้ายเข้ามา
เป็เพราะหมายตาน้องสาวทั้งสองของโยวหราน คิดอยากจะให้ต้วนต้าหลางกับต้วนเอ้อร์หลางแต่งพวกนางเป็อนุกระมัง!
จิ๊ๆๆ แผนการนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ช่างรู้จักวางแผนเสียจริง!”
“เ้า...” มารดาสกุลต้วนชี้หน้าหลิวชุนฮวาด้วยความโมโห นิ้วมือสั่นเทาจนเกือบจะเป็ลม
เคอโยวหรานรีบประคองนางเอาไว้และช่วยผ่อนคลายโทสะ
มารดาสกุลต้วนมีภูมิหลังที่ดีมาั้แ่วัยเยาว์ การอบรมเลี้ยงดูที่ได้รับล้วนดีเป็อย่างยิ่ง แม้จะร่อนเร่มาสองปี พบเห็นคนโหวกเหวกโวยวายมาไม่น้อย ทั้งเคยเรียนรู้กิริยาหยาบคายมาบ้าง
เพื่อปกป้องบุตรชายไม่กี่คน นางยังเลียนแบบคำด่ากราดข้างถนนเช่นสตรีในหมู่บ้านไว้หลายประโยค
ทว่าการพูดจาเลอะเลือนใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นตามอำเภอใจเช่นนี้ นางยังพบเจอมาน้อยจนเกินไป เมื่อถูกหลิวชุนฮวาเอ่ยเช่นนี้ก็แทบจะหายใจไม่ทันเสียแล้ว
เคอโยวหรานประคองมารดาสกุลต้วนส่งให้ต้วนเอ้อร์หลาง ดวงตานางมีประกายเย็นเยียบวูบผ่าน จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ข้าว่านะท่านอาสะใภ้สาม ท่านแม่ของข้าเป็พี่สะใภ้ใหญ่ของท่าน พี่สะใภ้ใหญ่ดั่งมารดา ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ควรจะเชื่อฟังมารดากระมัง มิใช่มาก่อความวุ่นวายถึงจวนของพวกเรา
นอกจากนี้ ท่านโปรดใช้วาจาที่สะอาดกว่านี้สักหน่อย น้องสาวทั้งสองของข้าเพิ่งจะอายุได้เท่าใด ท่านไม่ชอบพวกนาง ทันทีที่อ้าปากก็กล่าววาจาเหลวไหล ท่านไม่กลัวว่าต้องตกนรกขุมตัดลิ้นหรือเ้าคะ?”
ครั้นเคอโยวหรานปริปาก หลิวชุนฮวายังแทบจะจำมิได้ นางเอ่ยด้วยความไม่มั่นใจว่า “เ้าคือเคอโยวหรานหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิเ้าคะ ผ่านมาไม่ถึงเดือน ท่านอาสะใภ้สามก็จำมิได้เสียแล้วหรือ?” เคอโยวหรานเผชิญหน้ากับหลิวชุนฮวาโดยตรง ขณะเดียวกันยังฉวยโอกาสดึงถงซื่อไปไว้ด้านหลังของตนเอง
หลิวชุนฮวาอุทาน “ไอ้หยา เห็นทีสกุลต้วนจะมีเงินทองจริงๆ เ้ากินดีอยู่ดีที่นี่ เหตุใดถึงไม่รู้จักเอาเงินไปแสดงความกตัญญูต่อท่านปู่ท่านย่าของเ้าบ้างเล่า?”
