หลังจากกินกันอย่างอิ่มหมีพีมันแล้วจิดาภาจึงเอ่ยกับสามีของหล่อนว่า
“ริค...คุณกลับมาก็ดีแล้ว จูนว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปในเมืองสักหน่อยค่ะ อยากไปซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ที่ร้านประจำในห้างใส่สักหน่อย”
“โอ๊ว...ได้ซีที่รัก”
“ถ้าอย่างนั้นจูนจะชวนกิ๊กไปด้วยนะคะ”
หล่อนหันไปทางน้องสะใภ้ที่กำลังเก็บจานซ้อนกันเพื่อจะยกไปล้าง พอได้ยินดังนั้นสุชาดาจึงตอบกลับไปว่า
“จริงเหรอคะพี่จูน? แต่ว่า...กิ๊กจะไปเกะกะพวกพี่หรือเปล่าคะ?”
“เกะกะอะไร พี่แค่จะชวนกิ๊กไปเป็เพื่อนดูเสื้อผ้าสวย ๆ แหม...ผู้หญิงด้วยกันจะได้ช่วยกันดูไงล่ะจ๊ะ ริชาร์ดเขาไม่ถนัดเื่พวกนี้หรอก”
“แต่ว่า...กิ๊กกลัวว่าคุณริชาร์ดเขาอยากไปเที่ยวที่อื่น กลัวว่ากิ๊กจะทำให้พวกพี่รำคาญค่ะ”
“ไปเถอะกิ๊ก” จตุพลแทรกขึ้นและจับมือเมียของเขา “กิ๊กไปกับพี่จูนกับคุณริชาร์ดน่ะดีแล้ว เพราะพรุ่งนี้พี่ก็ไม่อยู่ ต้องรีบไปส่งของต่างจังหวัดแต่เช้า แล้วรอบนี้พี่ต้องไปค้างคืนด้วย กว่าจะกลับก็วันมะรืนน่ะ กิ๊กอยู่บ้านคนเดียวจะเหงานะ”
“เอาอย่างนั้นเหรอพี่...อืม...ก็ได้จ้ะ กิ๊กน่ะเกรงใจคุณริชาร์ดเขานะซี”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ” ริชาร์ดรีบเสริมขึ้นทันที “ถือว่าได้พาน้องสะใภ้ไปเที่ยวด้วยกันเพราะผมนาน ๆ จะกลับมาที ที่สำคัญดีกว่านั่งเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียวนะครับ”
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม โอย...สุชาดาแทบละลายกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่บวกลักยิ้มเข้าไปด้วยของพี่เขยผัว หล่อนยิ้มตอบแต่ั์ตาเป็ประกายวิบวับและคงมีเพียงริชาร์ดเท่านั้นที่สังเกตเห็นว่ามีอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่เื้ัรอยยิ้มของน้องสะใภ้
ตกดึกคืนนั้นหลังมื้ออาหารเย็นที่เต็มไปด้วยความสุขของคนทั้งสี่ที่โต๊ะอาหารและหลังจากสุชาดาตกลงใจว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปในเมืองกับพี่ผัวและพี่เขยเป็เพื่อนทั้งสองซื้อของแล้วหญิงสาวก็ยังนอนลืมตาโพลงอยู่ใต้แสงไฟ หล่อนอดที่จะนึกถึงริชาร์ดขึ้นมาไม่ได้ทั้งที่สามีของหล่อนนอนอยู่ข้าง ๆ เสียงกรนเบา ๆ ของจตุพลดังเป็จังหวะ
แม้เสียงนั้นเบามากแต่ก็ทำให้หญิงสาวอดที่จะนึกรำคาญไม่ได้ หล่อนนอนไม่หลับและบิดตัวไปมาก่อนจะแกล้งเอามือพาดไปมาบนร่างของผัวหนุ่มที่อายุห่างจากหล่อนเพียงสองปีเท่านั้น แต่เขากลับทำงานหนักและมักจะหลับไปก่อนยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อมิอะไรที่ผู้หญิงอย่างหล่อนอยากให้ทำเลยด้วยซ้ำ สุชาดาลูบไปมาบนลำตัวของเขาแต่ก็ปราศจากการตอบสนองกลับนอกเสียจากเสียงกรนดังฟี๊ ฟี๊
โอ๊ย...น่ารำคาญชะมัด...หล่อนนึกในใจ ทำไมเขาไม่ยอมลืมตาตื่นแล้วกอดจูบหล่อน จับหล่อนถอดเสื้อผ้าแล้วจ่อดุ้นจรวดที่หล่อนเคยหลงใหลว่ามันยาวใหญ่นักหนาเข้าไปในร่องสวาทของหล่อนที่ตอนนี้มันรุ่มร้อนและฉ่ำแฉะเพราะความ้าที่กำลังโหมกระหน่ำร่างสาว เวลาผ่านไปสักครู่
เมื่อเห็นว่าสามีไม่ยอมตื่นขึ้นมารับรู้ว่าคนนอนข้าง ๆ กำลังโหยหาััซ่านสยิวสุชาดาก็ลุกขึ้นนั่ง แต่...ปาดโธ๊...ขนาดไหวตัวแบบนี้แล้วเขาก็ยังนอนไม่ไหวติง
คนบ้าอะไร...เมียลูบคลำแทบตายแต่นอนหลับเหมือนตายไปแล้วสักสิบชาติ สุชาดาขัดใจแทบแย่แต่ไม่สามารถโวยววายอะไรได้ ก็หล่อนเลือกแล้วที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับจตุพล เห็นว่าเขายังหนุ่มแน่น หล่อนเองอายุแค่สิบแปด คิดว่าได้ผัวหนุ่มรุ่นกระทงคงจะเซ็กส์สะแด่วแห้ว ที่ไหนได้ พอหมดโปรโมชั่นแล้วมันก็ง่อยซะอย่างนั้น ยิ่งคิดยิ่งขัดใจ สักครู่หล่อนจึงลุกจากเตียงแล้วออกไปด้านนอก
สุชาดารู้สึกคอแห้งขึ้นมากลางดึกจนต้องมุ่งตรงเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำหวาน ๆ ดื่มแก้เซ็งไปด้วยในตัว กลางดึกสำหรับที่นี่แล้วมันช่างเงียบสงบสมกับเป็บ้านเขตชานเมืองที่ออกจะห่างไกลแสงสี และโดยปกติแล้วพี่สาวผัวหล่อนก็จะเข้านอนตอนหัวค่ำ แม้ว่าสามีของหล่อนจะไม่กลับบ้านคราวละหลายเดือนก็จริง
แต่สุชาดาก็สังเกตว่าพี่สาวสามีไม่เที่ยวเตร่ ไม่คบผู้ชายพร่ำเพรื่อ พูดง่าย ๆ ว่าเป็กุลสตรีทุกกระเบียดและมีความจงรักภักดีต่อผัวซะอีกด้วย แต่สุชาดาก็นึกสงสัยเหมือนกันว่าสำหรับริชาร์ดแล้วเขาจะซื่อสัตย์ต่อเมียของเขาที่ภักดีต่อเขาด้วยหรือเปล่า ภายในบ้านเงียบเชียบ ได้ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรดังข้างนอก กลิ่นดอกไม้กลางคืนอวลเข้ามาในบ้านทำให้สดชื่นเพราะเป็กลิ่นหอมเย็นสบาย
ร่างอ้อนแอ้นของสุชาดาในชุดนอนสายเดี่ยวบางพลิ้วก้าวเข้าไปในครัวและตรงไปยังตู้เย็น พอหล่อนเปิดออกก็เห็นเครื่องดื่มที่สามีของจิดาภาซื้อมาตุนไว้เยอะแยะมากมาย ส่วนใหญ่เป็เครื่องดื่มต่างประเทศมีฉลากก็จริงแต่สุชาดาอ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง หล่อนหยิบน้ำหวานกระป๋องขึ้นมา
“อันนี้เป็น้ำองุ่นแน่เลยอ่ะ อ่านฉลากไม่ออกแต่มีรูปองุ่นนี่นา”
หล่อนพึมพำกับตัวเองแล้วเปิดกระป๋องเครื่องดื่ม แต่เมื่อกำลังจะหันกลับไปก็เกือบร้องเสียงดังด้วยความใ
“อุ๊ย!”
สุชาดาชนเข้ากับใครคนหนึ่งด้วยความไม่ตั้งใจจนน้ำหวานกระฉอกจากฝากระป๋องหกเลอะบนหน้าอกของหล่อน และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็อุทานออกมาอีกหนว่า
“ริชาร์ด”
