“องค์ชายรองเพคะ” น้ำเสียงของฟางเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมสองเท้าก้าวไปหาเขาด้วยความดีใจ หากแต่เมื่อนึกบางอย่างได้นางจึงเก็บท่าทีได้ทัน สองเท้าของนางชะงักแล้วหยุดก่อนถึงตัวเขา ทั้งสองนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หากแต่องค์หญิงรับรู้ได้จากสายตาเ็าของอีกฝ่าย นางจึงปั้นหน้ายิ้มพลันเบี่ยงมายังเซียนน้อยหนิงเอ๋อ
“ข้าพาหนิงเอ๋อมาหาองค์ชายรองเพคะ เผื่อว่า ก่อนวันอภิเษกพวกท่านจะทำความคุ้นเคยกันมากขึ้น หนิงเอ๋อเป็เซียนน้อยที่เทพชะตาพามายังแดน์ได้ไม่นาน นางยังไม่รู้ธรรมเนียมอีกมาก หากได้ใกล้ชิดกับองค์ชายรอง นางอาจเรียนรู้ได้เร็วขึ้น” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น จึงเลื่อนสายตามองตรงมายังเซียนรับใช้ แล้วเลื่อนกลับไปจับจ้ององค์หญิงฟางเหนียง
“ข้าคิดว่ายังไม่ถึงเวลา ที่เ้าจะพานางมารบกวนข้าเวลานี้ การเรียนรู้กฎ์หาใช่หน้าที่ของข้าสอนนาง เป็หน้าที่เ้ามิใช่ฤา พานางกลับไปซะ” เจี้ยนลู่ฟางเบี่ยงตัวเดินออก ก่อนฟางเหนียงจะเอ่ยรั้ง
“ท่านโกรธข้าใช่ฤาไม่” องค์ชายรองนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้ เขาเก็บความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานั้น
“ข้ารู้เช่นไร เกี่ยวอันใดกับเ้า” ฟางเหนียงชะงัก รับรู้ถึงความห่างเหินที่เจี้ยนลู่ฟางมอบให้ นั่นทำให้หญิงสาวปั้นหน้ายิ้ม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“องค์ชายรองเพคะ ท่านเป็คนเลือกเซียนน้อยหนิงเอ๋อเป็ชายา อีกไม่นานพิธีอภิเษกระหว่างท่านกับนางก็จะถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ตามธรรมเนียมแล้ว ท่านควรใส่ใจนาง หาใช่ทำหมางเมินเช่นนี้” องค์ชายรองยกยิ้มขึ้นบางเบาด้วยความเ็ป
“ข้าไม่เห็นว่านางเดือดร้อน” องค์หญิงฟางเหนียงได้ยินดังนั้น จึงตัดใจเปลี่ยนเื่ แล้วหันไปยังถาดขนมที่หนิงเอ๋อถือติดมือมา
“ข้าให้หนิงเอ๋อ ฝึกทำขนมที่ท่านชอบ เพราะหลังจากขึ้นเป็ชายาแล้ว ท่านก็จะไม่มีข้าคอยดูแลเช่นนี้อีก ท่านลองชิมดูหน่อยนะเพคะ ว่ารสชาติเป็ที่ถูกปากฤาไม่ จะได้ให้นางปรับเปลี่ยนได้ทัน” สายตาเป็ประกายขององค์ชายรองทอดมองฟางเหนียง แล้วพูดกับนางเป็ครั้งสุดท้าย
“ออกไปจากตำหนักของข้า”
“แต่ว่า...”
“ข้าบอกให้ออกไป” น้ำเสียงทุ้มต่ำทำให้ฟางเหนียงกลั้นน้ำตาไว้ ความเฉยชาของเขานั้น คล้ายมีดแหลมแทงเข้ากลางใจ
“หากเป็ประสงค์ขององค์ชายรอง เช่นนั้นข้าทูลลาเพคะ ไปกันเถอะหนิงเอ๋อ” ฟางเหนียงจำใจเบี่ยงตัวเดินออกจากตำหนัก
“หนิงเอ๋อ เ้าอยู่ที่นี่” สุรเสียงอ่อนโยนขององค์ชายรองพูดลอยขึ้นมา ทั้งฟางเหนียงและหนิงเอ๋อจึงหยุดชะงัก พลันหันกลับมายังชายหนุ่ม ในชุดสีขาวอร่ามโดยพร้อมเพรียงกัน
“องค์ชายตรัสว่าอะไรนะเพคะ” ฟางเหนียงทวนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ขณะที่สองเท้าของเจี้ยนลู่ฟางขยับเดินเข้ามาใกล้หนิงเอ๋อพลันใช้พลังแห่งเทพ ดึงร่างเล็กเข้าไปหา และโอบรัดนางไว้ภายใต้อ้อมกอด
“ในเมื่อเ้าอยากให้ข้า รู้จักหนิงเอ๋อมากกว่านี้ เ้าก็ปล่อยนางไว้ที่ตำหนักของข้า ข้าจะเรียนรู้นิสัยนางด้วยตัวเอง” คำพูดขององค์ชายรองคล้ายกับมีดเล็กกรีดเข้ากลางใจของอีกฝ่าย ฟางเหนียงฝืนใจยิ้มตอบพร้อมกำมือแน่นด้วยความเ็ป พลันย่อตัวลงเคารพด้วยกิริยาอ่อนหวาน แล้วเบี่ยงตัวเดินออกจากตำหนักไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจี้ยนลู่ฟางทอดมองฟางเหนียงจนสุดสายตา จึงค่อย ๆ ปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมแขน ในขณะที่หนิงเอ๋อยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางรีบถอยออกห่างจากเขา แล้วย่อกายลงอย่างเจียมตัว
“ข้าจะพาเ้า ไปห้องหนังสือ” สุรเสียงนุ่มลึกพูดจบ จึงมุ่งตรงไปยังห้องเก็บตำรา พร้อมสองเท้าเล็กของหนิงเดินตามองค์ชายรองไปด้วยกิริยานอบน้อม สายตากลมทอดมองแผ่นหลัง และท่วงท่าของเจี้ยนลู่ฟางอย่างเงียบ ๆ พร้อมความคิดมากมายผุดขึ้นมา
“แม้ที่นี่จะใหญ่โตกว้างขวาง แต่เหตุใดข้าจึงรับรู้ถึงความโดดเดี่ยวของเขา สายตาที่องค์ชายรองมององค์หญิงฟางเหนียงเมื่อครู่ ข้าเห็นแต่ความเ็ปที่เกาะแน่นอยู่ในหัวใจ รักมั่นคงเช่นองค์ชายรองจะหาได้จากที่ใดอีก จนถึงตอนนี้ข้าไม่เข้าใจเหตุผลขององค์หญิงฟางเหนียง ที่ปฏิเสธองค์ชายรอง” หนิงเอ๋อเหม่อลอย นึกทบทวนสิ่งต่าง ๆ ก่อนเจี้ยนลู่ฟางจะเปิดประตูห้องตำรา เผยให้เห็นหนังสือมากมาย วางเรียงรายเต็มไปหมด มุมต่าง ๆ เต็มไปด้วยเทียนสีแดงที่จุดไว้ให้แสงสว่างเกิดขึ้น ทว่ากลิ่นของเทียนหอม ทำให้หนิงเอ๋อขยับจมูกไปมา ก่อนจะจามออกมาในที่สุด
“ขออภัยเพคะ ข้าแพ้ควันเทียน” องค์ชายรองได้ยินดังนั้น จึงแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง พลันหันมองไปยังเทียนประดับ แล้วกระดิกนิ้ว เพียงเสี้ยวลมหายใจ เทียนเ่าั้ก็ดับลงในพริบตา
